หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 [8] 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2173884 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หญ้าคมปาว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2436


« ตอบ #112 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 07:58:05 PM »

กลับบ้านนอกไปใส่ปุ๋ยยาง
ไปหว่านข้าว..มีคนโทร.ไปบอกว่า
มีกระทู้ใหม่ในกระดานถาม-ตอบ
เรื่อง การทำปุ๋ยหมักไม่ต้องพลิกกลับกอง
ให้รีบกลับมากรุงเทพฯ..มาดูกระทู้นี้..ว่างั้น

เข้ามาดูแล้ว..ดีใจที่มีกระทู้ดีๆแบบนี้ ยิ้มเท่ห์ ;)เพราะชอบหมักปุ๋ยใช้เอง
หมักแบบสเปะสะปะ ..ไร้ความรู้..แต่ยางพารา..กับพืชผัก+ต้นไม้ที่ได้รับปุ๋ยเรา..เค้าก็ชอบน่ะ
ดูได้จากการที่กลับไปสวนแต่ละครั้ง..ต้นไม้ยิ้มๆให้น่ะ..รู้สึกอย่างนี้จริงๆ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ธีระ..ที่เข้ามาประสิทธิ์ประศาสน์ให้ความรู้ค่ะ
ถ้าทำอย่างที่อาจารย์สอนแนะสำเร็จ..เท่ากับว่าศิษย์คนนี้ได้เรียนสำเร็จจาก ม.แม่โจ้ นะเนี่ย
คาดว่าในฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จะถึงนี้..ศึกชิงฟางข้าวจะเกิดขึ้นค่ะอาจารย์

เมื่อก่อน..การทำปุ๋ยหมัก..ไม่รู้ก็พยายามศึกษาค้นคว้า
เมื่ออาจารย์มาสอน (ทางเน็ต) รู้แล้วก็จะลงมือทำ...
เมื่อรู้แล้ว..ไม่ลงมือทำ..ถือว่าศิษย์คนนี้..โง่เขลายิ่งนัก

บันทึกการเข้า

tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #113 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 08:05:34 PM »

อาจารย์คะ ถ้าแถวบ้านไม่มีการเลี้ยงสัตว์เลย และหาซื้อไม่ได้ จะมีอะไรมาใช้แทนมูลสัตว์ได้บ้างคะ

- ตามปกติผมสอนให้เกษตรกรใช้การบริหารจัดการ เช่น สั่งซื้อจากชุมชนอื่น หมู่บ้านอื่น หรืออำเภออื่น ซึ่งมันจะยากแค่ครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็สบายแล้วครับ ก็เหมาะกับการสั่งซื้อทีละ 200 กระสอบขึ้นไป (ยิ่งมากก็ยิ่งถูก ถ้าไม่เอากระสอบก็ยิ่งถูก)

- ถ้าจะทำปุ๋ยครั้งละไม่มากและไม่มีมูลสัตว์ ก็ต้องไปหาจุลินทรีย์จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่มูลสัตว์ นั่นคือ ไปขอสารเร่ง พด 1 จากหมอดินอาสาในหมู่บ้านหรือจากสำนักงานที่ดินจังหวัด (ขอทีนึงก็ให้ขอเป็นกล่องเลยนะครับ เขาคงปลื้มที่จะมีคนทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้กัน) แล้วใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นแหล่งไนโตรเจน แต่สัดส่วนจะใช้ยังไงก็ขอให้ทดลองดูเองนะครับ เพราะผมยังไม่ได้ทดลองครับผม (ทำเปรียบเทียบกัน 2-3 กอง ภายในเวลา 2 เดือนก็จะทราบแล้วล่ะครับ)
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #114 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 08:11:17 PM »

กลับบ้านนอกไปใส่ปุ๋ยยาง
ไปหว่านข้าว..มีคนโทร.ไปบอกว่า
มีกระทู้ใหม่ในกระดานถาม-ตอบ
เรื่อง การทำปุ๋ยหมักไม่ต้องพลิกกลับกอง
ให้รีบกลับมากรุงเทพฯ..มาดูกระทู้นี้..ว่างั้น

เข้ามาดูแล้ว..ดีใจที่มีกระทู้ดีๆแบบนี้ ยิ้มเท่ห์ ;)เพราะชอบหมักปุ๋ยใช้เอง
หมักแบบสเปะสะปะ ..ไร้ความรู้..แต่ยางพารา..กับพืชผัก+ต้นไม้ที่ได้รับปุ๋ยเรา..เค้าก็ชอบน่ะ
ดูได้จากการที่กลับไปสวนแต่ละครั้ง..ต้นไม้ยิ้มๆให้น่ะ..รู้สึกอย่างนี้จริงๆ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ธีระ..ที่เข้ามาประสิทธิ์ประศาสน์ให้ความรู้ค่ะ
ถ้าทำอย่างที่อาจารย์สอนแนะสำเร็จ..เท่ากับว่าศิษย์คนนี้ได้เรียนสำเร็จจาก ม.แม่โจ้ นะเนี่ย
คาดว่าในฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จะถึงนี้..ศึกชิงฟางข้าวจะเกิดขึ้นค่ะอาจารย์

เมื่อก่อน..การทำปุ๋ยหมัก..ไม่รู้ก็พยายามศึกษาค้นคว้า
เมื่ออาจารย์มาสอน (ทางเน็ต) รู้แล้วก็จะลงมือทำ...
เมื่อรู้แล้ว..ไม่ลงมือทำ..ถือว่าศิษย์คนนี้..โง่เขลายิ่งนัก



- ดีจัง มีนักเรียนเพิ่มอีกคนนึงแล้ว อีกสองเดือนทุกคนในห้องคอยฟังผลงานกับรูปนะครับ

- เอ.... วันแรกที่ขึ้นกองก็น่าจะโพสรูปได้นะครับนักเรียน

- นักเรียนคนนี้พูดถูกเลยครับ ที่ว่า ปุ๋ยทำสะเปะสะปะ พืชก็ยังชอบ ข้อแตกต่างของวิธีการทำของแม่โจ้ก็คือ ง่ายขึ้นกว่าเดิม ได้ปริมาณครั้งละมาก ๆ แค่นั้นครับ
บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2389


« ตอบ #115 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 08:17:17 PM »

อาจารย์ครับ ถ้าจะขอหมักง่ายๆแบบไม่ต้องใช้ปุ๋ยคอกได้ไหมครับ(มันหายากและอยากประหยัด) จะขอหมักแบบเอาจอบถากหญ้ามากองๆรวมกันข้างๆต้นไม้ที่เราปลูกแบบต้นต่อต้นเลยจะได้ขนไปใส่ต้นไม้ได้ใกล้ๆหน่อยประหยัดแรงงานด้วยถ้าทำแบบนี้มีเทคนิคอย่างไรให้มันย่อยสลายได้เร็วครับ อย่าโมโหกะคำถามนะครับ อิอิ...
บันทึกการเข้า
neiizpooh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #116 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 08:21:26 PM »

ขอติดตามค่ะ ขอบคุณค่ะ


Liked By: arsun, 5XXA
บันทึกการเข้า
eight
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 147


« ตอบ #117 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 08:23:31 PM »

- จากกรณีของลุงเจริญ มีข้อสังเกตหลายอย่างนะครับ
     1. ขอให้ดินอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีและยาเคมี
     2. เมื่อไม่ใช้ปุ๋ยและยาเคมี ต้นทุนก็ลดลง กำไรก็เพิ่ม
     3. เมื่อดินอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรก็สามารถเพาะปลูกแบบผสมผสาน ที่ลดความเสี่ยง ไม่เหมือนการปลูกเชิงเดี่ยวที่ต้องทำทีละมาก ๆ จึงจะได้ปีละแสน แต่ว่าสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มนี้สามารถเก็บผักขายได้อย่างต่ำวันละ 200 บาท 365 วันก็เท่ากับ 7 หมื่นกว่าบาท ที่สำคัญคือไม่มีรายจ่ายที่จะต้องซื้อผักคนอื่นกิน
     4. ถ้าเกษตรกรทั่วไปเข้าใจเรื่องพวกนี้ แล้วทำการเกษตรแบบเคมีผสมปุ๋ยอินทรีย์ รับรองได้ว่าระเบิดเถิดเทิง แล้วถ้ามั่นใจก็ค่อยลดปุ๋ยเคมีลงอีก
     5. แต่มีปัญหาที่ว่า เกษตรกรรวมทั้งสมาชิกเว็บบางคนยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องลงมือทำกองปุ๋ย ยังสมัครใจที่จะซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของคนอื่นที่มีราคาแพง ก็ยิ่งเพิ่มต้นทุนไปกันใหญ่ (การทำปุ๋ยวิธีนี้มีค่าต้นทุนด้านมูลสัตว์ 900 บาทต่อตันปุ๋ย ในขณะที่ถ้าต้องซื้อปุ๋ยของโรงงานบางครั้งจะต้องจ่ายถึง 7 พันบาทต่อตันปุ๋ย หรือกระสอบละ 350 บาท) ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะคงต้องใช้เวลาที่จะคิดได้อีกนาน หลักของความพอเพียงคือต้องลดปัจจัยภายนอกให้มากครับ การโทรสั่งซื้อปุ๋ยนั้นมีแต่จะให้ร้านรวยครับ
     6. ผมสอนนักศึกษาเสมอว่า ปัญหาเดิม ถ้าแก้ด้วยวิธีการเดิม ๆ จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องใช้วิธีใหม่ ๆ จึงจะแก้ได้
     7. มีตรรกะอยู่ว่า เมื่อก่อน ก่อนที่จะมีปุ๋ยเคมีในโลก (ก่อนปี 2503) ทำไมสมัยนั้นเราสามารถปลูกข้าวได้เป็นที่หนึ่งของโลก ทั้ง ๆ ที่ใช้แค่ขี้วัวขี้ควายจากการผูกวัวควายในทุ่งนา แล้วทำไมตอนนี้เกษตรกรจึงต้องพึ่งปุ๋ยเคมีมากมาย ผมไม่ได้ต่อต้านปุ๋ยเคมีครับ ผมว่ามันมีวิธีใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพได้แต่ต้องปรับปรุงบำรุงดินด้วยครับ ปุ๋ยเคมีไม่ได้เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินครับ มีแต่เร่งการเจริญเติบโต และในท้ายที่สุด ในระยะยาว มันกลับทำร้ายดิน ทำให้ดินกลายเป็นกรดที่ลดปริมาณผลผลิตลงเรื่อย ๆ

ทำไมต้องชอบข้อนี้ด้วย
บทสรุปของการยิ่งทำยิ่งหนี้เยอะ
ขอบคุณมากมาย.....อายจัง อายจัง อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2012, 08:28:09 PM โดย eight » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #118 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:03:50 PM »

อาจารย์ครับ ถ้าจะขอหมักง่ายๆแบบไม่ต้องใช้ปุ๋ยคอกได้ไหมครับ(มันหายากและอยากประหยัด) จะขอหมักแบบเอาจอบถากหญ้ามากองๆรวมกันข้างๆต้นไม้ที่เราปลูกแบบต้นต่อต้นเลยจะได้ขนไปใส่ต้นไม้ได้ใกล้ๆหน่อยประหยัดแรงงานด้วยถ้าทำแบบนี้มีเทคนิคอย่างไรให้มันย่อยสลายได้เร็วครับ อย่าโมโหกะคำถามนะครับ อิอิ...

- ถ้าสุมเศษหญ้ามากองข้างต้นไม้ เนื่องจากขาดองค์ประกอบตามที่จุลินทรีย์ต้องการ มันก็จะไม่ย่อยสลายครับ ข้อดีคือ การคลุมโคนต้นช่วยเรื่องความชื้นได้ ลดการงอกของวัชพ์ชได้ อีกสัก 3-4 ปีพอลืม ๆ ก็คงย่อยสลายครับ

- แต่ถ้าโดยเศษหญ้า เศษใบไม้ทำกองปุ๋ยที่นอกทรงพุ่ม เราก็จะได้ปุ๋ยในเวลา 2 เดือน มีต้นทุนจากมูลสัตว์แค่ 900 บาทต่อ 1 ตันปุ๋ยแค่นั้นครับ อดใจสักนิด อดทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็ได้ปุ๋ยแล้วครับ
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #119 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:11:27 PM »

ขอบคุณมากครับ ดีใจที่มีอาจารย์ที่เป็นอาจารย์เกษตรจริงๆ ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนให้ความรู้แก่สมาชิกชาวเกษตรพอเพียง
และผู้ที่สนใจทั่วไป เป็นนิมิตรหมายอันดี ที่จะพัฒนาการเกษตรของเราไปได้อย่างถูกต้องและก้าวไกลต่อไป
ขอบคุณมากๆเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์
โอ้โหมีนักวิชาการมาให้ความรู้ด้วยแล้ว ดีใจจริงๆ ครับ นึกว่าจะมีแต่ชาว กพพ ที่ช่วยกันแนะนำ ตามความรู้และประสพการณ์ และแล้วก็ยังมี นักวิชาการดีๆที่คอยช่วยเหลือประชาชน ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ชาวกพพ เป็นกำลังใจให้ครับ ขอบคุณครับ อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #120 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:14:15 PM »

อาจารย์ครับ ถ้าจะขอหมักง่ายๆแบบไม่ต้องใช้ปุ๋ยคอกได้ไหมครับ(มันหายากและอยากประหยัด) จะขอหมักแบบเอาจอบถากหญ้ามากองๆรวมกันข้างๆต้นไม้ที่เราปลูกแบบต้นต่อต้นเลยจะได้ขนไปใส่ต้นไม้ได้ใกล้ๆหน่อยประหยัดแรงงานด้วยถ้าทำแบบนี้มีเทคนิคอย่างไรให้มันย่อยสลายได้เร็วครับ อย่าโมโหกะคำถามนะครับ อิอิ...


<a href="http://www.youtube.com/v/DXOavN-PJag" target="_blank">http://www.youtube.com/v/DXOavN-PJag</a>
ขออนุญาตเสริมท่านอาจารย์ tera สักเล็กน้อยนะครับ ผมมี Video เทคนิคการทำปุ๋ยหมักดิน โดยใช้หญ้าวัชพืชโดยถากหญ้าพร้อมดินและใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพที่หมักจากผักผลไม้ เพื่อใช้ปรับโครงสร้างดิน ฯลฯ ลองดูกันสำหรับท่านที่หามูลสัตว์ยากหรือหาไม่ได้ครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: AMOL, fajung, linfong, 5XXA
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #121 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:17:19 PM »

- มีคนเล่าให้ฟัง (ไม่รู้ถูกหลอกหรือเปล่า) ว่าคนจีนมีวัฒนธรรมที่จะไม่ให้ "ของดี" ของสวนเขาไหลไปให้คนอื่น

- เกษตรกรของเขาจึงนำเศษพืชมาทำปุ๋ยหมักใช้ แม้แต่ฟางสักเส้นก็ไม่ให้ปลิวไปหาสวนอื่น หรือแม้แต่มูลคนก็รวบรวมมากวน ๆ ทิ้งไว้ให้จุลินทรีย์สงบตัว แล้วนำไปใช้ในการเพาะปลูก ดินของเขาจึงอุดมสมบูรณ์ดี พอใช้ปุ๋ยเคมีร่วมด้วย พืชผักของเขาจึงใหญ่โตอย่างมาก แล้วส่งมาขายให้ไทย ฮิฮิ

- น่าเศร้าที่เกษตรกรไทยไม่ได้ถูกสอนสั่งมาแบบนี้ ปัจจุบันใครทำปุ๋ยหมักใช้เองดูเหมือนจะเป็นผีบ้า เพื่อนบ้านดูเหมือนจะหัวเราะเยาะเอา ดูเหมือนว่าการโทรสั่งซื้อปุ๋ยอินทรีย์ โทรสั่งซื้อปุ๋ยเคมีใช้ ดูจะเป็นเรื่องปกติ (ผมไม่ได้พูดกระทบใครนะครับ  ลังเล ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้อยู่แล้วครับผม) มันจึงทำให้ต้นทุนของพวกเราสูงโดยใช่เหตุ เราเลยเป็นเกษตรกรที่ขยันแบบผิดเป้า ยิ่งทำยิ่งจน

- เมื่อเกษตรกรไทยเติมความอุดมสมบูรณ์ไม่เป็น ใช้แต่ปุ๋ยเคมี แถมด้วยยาฆ่าหญ้า ความอุดมสมบูรณ์ของดินก็เลยถูกใช้ไปทุกครั้งที่เพาะปลูก จนหมดความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีชีวิต จะหาไส้เดือนสักตัวก็ยาก ดินแน่น แข็ง เป็นผง และเป็นกรด

- ตอนนี้การใช้ปุ๋ยเคมีของไทยผ่านมาได้ 50 ปีแล้ว ดินเพาะปลูกของเกษตรกรไทยก็ทยอยหมดความอุดมสมบูรณ์ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องช่วยกันเติมความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินของเกษตรกรไทย เริ่มที่ตัวสมาชิก กพพ.เองก่อน แล้วเราจะได้ส่งผักไปขายให้จีนบ้าง  เจ๋ง
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #122 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:19:37 PM »

อาจารย์ครับ ถ้าจะขอหมักง่ายๆแบบไม่ต้องใช้ปุ๋ยคอกได้ไหมครับ(มันหายากและอยากประหยัด) จะขอหมักแบบเอาจอบถากหญ้ามากองๆรวมกันข้างๆต้นไม้ที่เราปลูกแบบต้นต่อต้นเลยจะได้ขนไปใส่ต้นไม้ได้ใกล้ๆหน่อยประหยัดแรงงานด้วยถ้าทำแบบนี้มีเทคนิคอย่างไรให้มันย่อยสลายได้เร็วครับ อย่าโมโหกะคำถามนะครับ อิอิ...


<a href="http://www.youtube.com/v/DXOavN-PJag" target="_blank">http://www.youtube.com/v/DXOavN-PJag</a>
ขออนุญาตเสริมท่านอาจารย์ tera สักเล็กน้อยนะครับ ผมมี Video เทคนิคการทำปุ๋ยหมักดิน โดยใช้หญ้าวัชพืชโดยถากหญ้าพร้อมดินและใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพที่หมักจากผักผลไม้ เพื่อใช้ปรับโครงสร้างดิน ฯลฯ ลองดูกันสำหรับท่านที่หามูลสัตว์ยากหรือหาไม่ได้ครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์


- ขอบคุณมากครับ ช่วย ๆ กันตอบนะครับ จะได้มีวิธีที่แก้ปัญหาหลาย ๆ แบบ
บันทึกการเข้า
maprang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 283



« ตอบ #123 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:23:20 PM »

เยี่ยมมากครับ..เป็นกระทู้ที่เต็มไปด้วยความรู้มากมายจริงๆ  น่าจะถูกรวบรวมเป็นกระทู้คลังบทความเกษตรพอเพียงต่อไปอย่างที่สุดครับ..


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #124 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 09:36:33 PM »

- ผมเคยประสบปัญหานี้ด้วยตัวเอง เป็นกรณีสวนส้มที่อำเภอฝาง เชียงใหม่ครับ

- สวนส้มที่นี่จะเน้นการเร่งปุ๋ยเคมี เพื่อให้ได้ส้มนอกฤดู จึงต้องเดินท่อเพื่อสปริงเกลอร์อัดปุ๋ยเคมีทางท่อทุกเดือน

- การที่ที่ดินบริเวณนี้มีราคาถูกเมื่อ 30 ปีก่อน ทำให้เกษตรกรแต่ละรายมีไร่ส้มกันรายละ 50-1,000 ไร่ รายใหญ่ที่สุดคือ 8,000 ไร่

- ผมเคยพบว่าคนงาน 1 คนต้องดูแลส้มถึง 6 ไร่ การถากหญ้าเลยไม่ทัน ก็ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า

- มาเมื่อสองปีก่อน ต้นส้มที่อำเภอฝางก็เลยทยอยเป็นโรครากเน่าและยอดเหลือง ด้วยสาเหตุที่ว่าดินมีพีเอชเป็นกรดมีค่าเท่ากับ 4 !!! พีเอชขนาดนี้เมื่อเอาตะปูไปเสียบทิ้งไว้นี่ เป็นสนิมเชียวนะครับ แล้วรากจะไปเหลืออะไร ?

- ด้วยความเป็นกรดของดิน เชื้อโรครากเน่าก็เลยชอบ ชาวสวนจึงต้องตัดกิ่งที่เหลืองทิ้ง บางครั้งทั้งต้นเหลือแค่กิ่งเดียว ด้วยความหวังว่าจะเก็บต้นส้มไว้ได้

- เมื่อขุดดูราก ก็พบว่ารากหายไปหมด มันไปโผล่นู่นครับ บริเวณทางเดินแทรกเตอร์นอกทรงพุ่ม

- ส้มที่นี่ก็เลยไม่ค่อยมีขาย ช่วงตรุษจีนก็ยิ่งแพง เมื่อวานไปที่ซูเปอร์มาเก็ตส้มราคากิโลละ 120 บาทครับ

- บางสวนก็เลยต้องลงต้นส้มใหม่ แทรกระหว่างต้นที่เป็นโรค แล้วก็เดินท่อปุ๋ยรอ

- บางสวนต้องล้มต้นส้มเป็นร้อยไร่ แล้วปลูกกล้วยไข่แทน เพราะกล้วยชอบดินเป็นกรด ผลปรากฏว่ากล้วยไข่ที่ได้มีขนาดใหญ่เกินมาตรฐาน เลยไม่สามารถส่งออกได้แถมรสชาติไม่ได้เรื่อง ผมเข้าใจว่าเป็นเพราะในดินมีปุ๋ยเคมีตกค้างอยู่เยอะ กล้วยเลยเอาไปใช้มากเกินไป

- บางสวนได้หนีไปปลูกที่พม่า ที่ลาว แล้วเริ่มใหม่

- แต่คงไม่เป็นไรมั้งครับ ชาวสวนเคยได้เงินเยอะมา 30 ปีแล้ว ถึงตอนที่ธรรมชาติจะแว้งกลับมาทำร้ายเอา แล้วจะไปทำอะไรต่อดี ?
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #125 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2012, 10:56:58 PM »


  แบบนี้ไม่เอาแล้วนะครับอาจารย์.... ลังเล

 เอาแบบของอาจารย์ครับ


 นักเรียนคนแรกที่ทำครับอาจารย์...  แต่ทำผิดครับ โกรธ...ใช้น้ำหมักEM ... โกรธ แถมคลุมกองด้วย โกรธ โกรธ
 ผ่านมาเกือบสองเดือนยังไม่เป็นปุ๋ยครับ  และคุณภาพคงแย่จัง ร้องไห้ ร้องไห้  ขอแก้ตัวใหม่ครับ โกรธ
บันทึกการเข้า
saree691206
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 290


« ตอบ #126 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 04:24:06 AM »

ขอบคณูค่ะอาจาย์


Liked By: tung3955, 5XXA
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4190


« ตอบ #127 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2012, 07:28:49 AM »


  แบบนี้ไม่เอาแล้วนะครับอาจารย์.... ลังเล

 เอาแบบของอาจารย์ครับ


 นักเรียนคนแรกที่ทำครับอาจารย์...  แต่ทำผิดครับ โกรธ...ใช้น้ำหมักEM ... โกรธ แถมคลุมกองด้วย โกรธ โกรธ
 ผ่านมาเกือบสองเดือนยังไม่เป็นปุ๋ยครับ  และคุณภาพคงแย่จัง ร้องไห้ ร้องไห้  ขอแก้ตัวใหม่ครับ โกรธ


- นักเรียน thepunyapat ครับ เป็นคนแรกที่ส่งงานครับ

- เปิดผ้าออก แล้วขึ้นกองใหม่เป็นกองยาว รูปสามเหลี่ยมสูง 1.5 เมตร อย่าให้แบน ฐาน 2.5 เมตร หามูลสัตว์มาวางสลับด้วย เพราะที่แจ้งมาไม่ได้พูดถึงแหล่งไนโตรเจน แล้วระหว่างขึ้นกองก็ให้มีคนรดน้ำทุกชั้นไปด้วย ผมคิดว่าการเป็นปุ๋ยน่าจะเร็วกว่ากองอื่นเพราะผ่านกระบวนการภายใต้ผ้ามาบ้างแล้ว

อายจัง  อายจัง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 [8] 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: