หน้า: 1 ... 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47] 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2289013 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #736 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 05:53:21 AM »

สวัสดี ครับ อาจารย์ คุณครู และนักเรียนทุกท่าน
  ผมติดตามกระทู้นี้หลายวันแล้วครับ  แต่ละคำถามที่มีคนถามเป็นประโยชน์มากเลย  แต่ผมมีคำถามอยากเรียนถามอาจารย์ว่า
ถ้าสมมุติว่า  ผมหมักปุ๋ยตามวิธีของอาจารย์  โดยผมมีขี้วัว 1 ตัน  พอหมักครบ 2 เดือนกลายเป็นปุ๋ยเสร็จ  ผมจะได้ปุ๋ย 1 ตััน หรือ น้อยกว่า 1 ตัน  หรือ มากกว่า 1 ตัน  ประมาณเท่าไหร่ครับ  เพราะคิดว่าเมื่อคุณจุลินทรีย์เข้าไปย่อยแล้ว  น้ำหนักของปุ๋ยคงจะลดลง(อันนี้คิดไปเอง)  รบกวนช่วยให้คำชี้แนะด้วยครับ  ขอบคุณครับ

นักเรียนจีน้อยขออนุญาตตอบ ( อาจผิดก็ได้น๊าาาา )  ยิ้ม

ถ้าทำตามวิธีของอาจารย์ ขี้วัว 1 ตัน นี่ทำปุ๋ยได้มากกว่า 1 ตันแน่นอนค่ะ แต่ต้องหาวัตถุดิบที่เป็นองค์ประกอบสำคัญเพิ่ม เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ นะคะ เช่น ฟางข้าว เศษหญ้า วัชชพืช ใบไม้ เพื่อเอามาำทำกองปุ๋ยค่ะ พอวัตถุดิบพวกนี้จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะผ่านกระบวนการหมักจนเป็นปุ๋ยแล้ว ก็ยังมีน้ำหนักมากกว่า 1 ตันอยู่ดีค่ะ

รอดูคำตอบของอาจารย์อีกทีนะคะ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #737 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 05:59:41 AM »

รูปครับอาจารย์ กำลังจะไถกลบและดำนาเร็วๆนี้ ครับ ผมคิดว่าไม่ค่อยถูกต้อง ใช่ไหมครับ ลังเล
     รูปที่หนึ่ง

    รูปที่สอง

    รูปที่สาม

และทั้งสามรูปก็จะมีผลกับที่นา ที่จะปลูกข้าว ต่างกัน (ความคิดผมนะครับ)รอนักเรียนท่านอื่นด้วยดีไหมครับอาจารย์


การไถกลบ คงทำให้ดินมีอินทรีย์วัตถุเพิ่ม เป็นการหมักแบบธรรมชาติ แต่ฟางข้าว หรือ เปลือกข้าว อาจจะใช้เวลานานนิดกว่าจะย่อยเป็นปุ๋ย

แต่หากจะำเป็นกองปุ๋ยแบบอาจารย์ น่าจะต้องดันกองฟางในภาพที่ 1 + 2 มาตรงที่ดินแห้ง ๆ เหมือนกองที่ 3 แล้วเริ่มทำกองปุ๋ยใหม่
ไม่งั้นมันจะแฉะไปน๊าาาา นักเรียน + ภารโรง thepunyapat

ซึ่งถ้าทำกองปุ๋ยหมักแบบอาจารย์ มันจะเสียเวลานิด เสียแรงอีกหน่อย เพิ่มขี้วัวอีกต่างหาก และที่สำคัญเพิ่มความขยัน + ความใส่ใจ แต่จะได้ปุ๋ยมีคุณภาพซึ่งจะได้ประโยชน์มากกว่าไถกลบไปเลย

แต่ถึงจะเป็นการไถกลบไปเลย ก็ยังดีกว่าการเผาิ้ทิ้ง ที่เสียไปเปล่า ๆ โดยไม่ได้ประโยชน์

ไม่รู้นักเรียนจีน้อยจะตอบผิดอะป่าวน๊าาาา รออาจารย์ตอบอีกที  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2012, 10:57:25 AM โดย Gnoy » บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #738 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 06:05:24 AM »

.
..
หนูจะได้ C ขึ้นไหมคะอาจารย์  ตกใจ  ตัด curve หรืออิงเกณฑ์คะ   ลังเล ลังเล   ครั้งนี้เป็นอะไรที่ไม่ชำนาญ ไม่ค่อยมีทักษะ ไม่ค่อยมั่นใจเลยค่ะ  ....แต่ หนู สู้ๆ ค่ะ ยิงฟันยิ้ม

และ ก็ชอบลองอะไรที่มันแปลกๆ กองที่จะทำใหม่ หนูก็ว่าจะลองค่ะ ..มันหยุดไม่ได้จริงๆ ...อยากรู้น่ะค่ะ
..
.

ยิ้ม
เพื่อนนักเรียน patcha.c ขา อย่ากลัวค่ะ ว่าจะได้เกรดอะไร นักเรียนทุกคนก็ไม่ชำนาญเหมือนกานนนนน
หัดทำกองปุ๋ยกันใหม่เหมือนกัน หัดไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยกัน โดยมีอาจารย์คอยแนะำนำสั่งสอนให้
หากทำผิดก็เป็นครู มีครูบาอาจารย์สั่งสอนอยู่ค่ะ อย่ากลัว อย่าไม่มั่นใจเลย
สู้่ ๆ  เพราะนักเรียนจีน้อยว่า เกรดที่ได้ ยังไม่เท่าความรู้ + ประสบการณ์จริงที่ได้นะคะ  ยิงฟันยิ้ม  ยิ้มกว้างๆ  จุมพิต

บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #739 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 07:01:52 AM »

- รูปที่ 1 ฟางในนามีมาก แต่ไม่เยอะมากกกกก นามีน้ำ

- รูปที่ 2 ฟางในนามีเยอะมากกกกกกกกกกก นามีน้ำ

- รูปที่ 3 ฟางในนามีเยอะมากกกกกกกกกก นาแห้ง

- สมาชิกและนักเรียนลองถกปัญหานี้สิครับ ว่าถ้าไถกลบ จะเกิดอะไรขึ้น ดีหรือไม่ดี

อาจารย์ก็เป็นคนมีอารมณ์ขันเหมือนกันนะคะนี่...พอๆกะนักเรียน.. ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #740 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 07:27:53 AM »

- มีอีกแนวหนึ่งในการทำปุ๋ยอินทรีย์ คือทำในกรงตาข่ายเหล็ก หรือในเสวียนไม้ไผ่ ที่ไม่มีก้น ถ้าต้องการเสร็จใน 1 เดือนจะต้องออกกำลังกาย (แต่ถ้าไม่รีบใช้ ก็ไม่ต้องเสียกำลัง เอ๊.... ยังไง)

- วิธีการ เอาตาข่ายเหล็กหรือเสวียนไม้ไผ่ทำเป็นทรงกระบอก ที่ไม่มีก้น เส้นผ่านศูนย์กลางสัก 70 ซม. สูงสัก 1.2 เมตร เอาใบไม้กับขี้วัว 3 ต่อ 1 ใส่เข้าไป ตอนใส่ก็รดน้ำด้วย ทุก ๆ วันให้ดึงตาข่ายขึ้น วัสดุก็จะร่วงออกมา ตักวัสดุเข้าไปในกรงใหม่ แค่นี้ก็ได้ออกกำลังกายแล้ว ถ้าความชื้นเริ่มหายก็เติมน้ำ

- ถ้าทำได้ทุกวันจะได้ปุ๋ยใน 1 เดือน หลังจากนั้นทำให้แห้ง แล้วค่อยเอาไปใช้

- ถ้าไม่มีแรงก็ให้ทิ้งไว้อย่างนั้น ไม่ต้องยกกรงออก กรงจะมีก้นหรือไม่ก็ได้ แต่ให้รดน้ำทุกวัน คอยเจาะด้านบนกองปุ๋ยเพื่อใส่น้ำเข้าไป ข้อสำคัญว่าจะต้องคอยล้วงเข้าไปเช็คความชื้นด้วย ถ้ามีก้นที่โปร่งจะช่วยไม่ให้มีน้ำขังที่ก้นถัง วิธีนี้จะเสร็จช้าหน่อย คือ ควบคุมเวลาแล้วเสร็จไม่ได้













- อยากให้สมาชิก กพพ.ที่อ่านกระทู้นี้ และนักเรียนโรงเรียน กพพ.วิทยาทุกท่าน (รวมคุณครูใหญ่ ผจก. ภารโรง) ลองวิจารณ์การทำปุ๋ยแบบนี้ ว่าสอดคล้องกับทฤษฎีการทำปุ๋ยอินทรีย์หรือไม่อย่างไร (ห้ามวิจารณ์ในทำนองนี้ ...ว่าจะเหนื่อย หรือไม่มีแรง หรือจะหาซื้อตาข่ายไม่ได้นะครับ)

- ตาข่ายนี้ทำได้ไม่กี่ครั้งก็บุบบี้ไปแล้วครับ


- เฉลยนะครับ โจทย์ให้วิจารณ์การทำปุ๋ยแบบนี้ ว่าสอดคล้องกับทฤษฎีการทำปุ๋ยอินทรีย์หรือไม่อย่างไร

- ผจก.โรงเรียน คุณนพ ยอดเยี่ยมที่สุดเหมือนเดิมครับผม "การยกกรงและตักทุกวันเป็นการเติมอากาศให้กองปุ๋ยอย่างดี แต่ถ้าไม่ยกกรงเลย(ไม่มีแรงยกแรงตัก)ทิ้งไว้แบบนั้นแต่คอยคุมเรื่องความชื้น(รดน้ำ)เวลากลายเป็นปุ๋ยก็อาจจะช้าหน่อยประมาณนั้น สรุปคือถ้าจะหมักปุ๋ยได้เร็ว ก็คือต้องควบคุม ความชื้น อากาศ อุณหภูมิ ของกองปุ๋ย" ก็ตอบได้เกือบครอบคลุมแล้วครับ  อายจัง  อายจัง  อายจัง

- ถ้าจะให้สมบูรณ์ ต้องเพิ่มว่าการที่ใช้ 3 ต่อ1 โดยปริมาตร ก็เพื่อให้มีคาร์บอนกับไนโตรเจนพอเหมาะพอสมกับการนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ครับ แล้วจุลินทรีย์ก็เอามาจากในขี้วัว

- การทำแบบนี้จะให้ปุ๋ยมากกว่ากะละมังหลายสิบเท่า แต่น้อยกว่ากองเล็ก กองใหญ่ นั่นแปลว่าการทำปุ๋ยหมักไม่ว่าจะน้อย ๆ อย่างกะละมัง ตาข่าย กองเล็ก กองใหญ่ ขอให้มีองค์ประกอบความชื้น อากาศ จุลินทรีย์ คาร์บอนกับไนโตรเจน รับรองเป็นปุ๋ยแน่นอนครับ

- การทำในตาข่ายจะช่วยให้มุมบ้านของเราดูเรียบร้อย ความจริงไม่ต้องมีตาข่ายก็ได้ครับ

- โรงเรียนสนุกดี เย้......  ยิ้ม  จุมพิต
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #741 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 07:37:10 AM »

สวัสดีครับอาจารย์ธีระ  ได้ติดตามอ่านกระทู้ความรู้นี้มาตลอด ขอขอบพระคุณมากสำหรับความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหมักเองแบบไม่ยากเลย สำหรับเกษตรตรกร  ผมเองก็สนใจที่จะลองทำดูบ้าง  แต่มีปัญหาเรื่อง มูลสัตว์ที่จะนำมาเป็นส่วนผสม เพราะแถวบ้านผมหายากมาก  แต่พวกเศษซากพืช ฟางข้าวมีเยอะมาก  ก็เลยรบกวนถามอาจารย์ว่า  ถ้าเราเศษซากพืชมาวางเป็นชั้นตามแบบที่อาจารย์ได้อธิบายมา  แล้วรดด้วย น้ำจุลินทรีย์ EM ตามเป็นชั้นๆแทนการใช้มูลสัตว์ จะได้หรือเปล่าครับ

- มีเศษพืชมากนี่น่าอิจฉามากครับ นี่เป็นโอกาสเลย

- ใช้น้ำอีเอ็มไม่พอครับ น้ำอีเอ็มผลิตมาจากกระบวนการไม่ใช้อากาศ จุลินทรีย์น่าจะคนละพวกกัน แต่การใส่น้ำอีเอ็มลงในปุ๋ยหมักที่ทำเสร็จแล้วจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับปุ๋ย (ไม่ได้ช่วยย่อยในกองปุ๋ย)

- ถ้าใช้วิธีของ พด ก็จะใช้สารเร่ง พด 1 เป็นแหล่งของจุลินทรีย์ แต่เขาก็ให้ใช้ขี้วัว 200 กก.อยู่ดี

- คงต้องนำเข้าขี้วัวจากต่างหมู่บ้าน ต่างตำบล ต่างจังหวัด เพื่อให้ได้ขี้วัวมาสร้างโอกาสของเราครับ เวลาผมไปเผยแพร่ให้เกษตรกร ผมก็แนะนำเขาแบบนี้ พอได้แหล่งครั้งแรกครั้งต่อไปก็เพียงยกโทรศัพท์ครับผม
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #742 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 07:50:49 AM »

รบกวนเรียนถามอาจาร์ยครับ ถ้าผมมีกากกาแฟ ที่ได้จากการทำกาแฟสดหน่ะครับ เนื่องด้วยโดยคุณสมบัติค่อนข้างจะมี N2 อยู่พอตัว ผมสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในส่วนผสมอย่างไรได้บ้างครับ เช่น เศษใบไม้ 3 มูลสัตว์ 1 กากกาแฟ 1 แบบนี้ได้หรือเปล่าครับ
ขอบพระคุณ อาจาร์ยล่วงหน้าครับ

- กากกาแฟทำได้ครับ ลองทำในกะละมังก่อนเพื่อตรวจสอบ ให้เอาใบไม้กับกากกาแฟ 3 ส่วนคลุกกับขี้วัว 1 ส่วนโดยปริมาตร พรมน้ำ คลุกเคล้า ขยำ วันละครั้ง คอยดูความชื้นอย่าให้แห้ง ถ้าเปื่อยเป็นปุ๋ยใน 2 เดือน ก็แสดงว่าเอาเข้าในกองวิศวกรรมแม่โจ้ 1 ได้ครับ


Liked By: AMOL, Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #743 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:03:05 AM »

ผู้ลงชื่อหมักปุ๋ยแบบใหม่ ลงชื่อแล้ว คือ

1.คุณ  ปากแดงดอทคอม.......http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66750.0.
2.พี่ดวงพร....................http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66751.0
3.คุณ ae hatyai.......http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66752.0
4.คุณ nongparei........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66753.0
5.คุณ deer art..........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66754.0
6.คุณไร่ร่มโพธิ์ทอง........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66755.0
7.คุณoFFja................http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66756.0
8.คุณ keawjah..........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66757.0 
9.คุณ thepunyapat....http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66758.0
10.คุณpatcha...........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66759.0
11.คุณpp_79............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66760.0.
12.คุณ Gnoy............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66761.0
13.คุณJames.............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66779.0
14.คุณทิดโส โม้ระเบิด....http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66762.0
15.คุณtass08 ..........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66764.0
16.คุณ supischa.........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66765.0.
17.คุณaeksit.ra.........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66766.0.
18.คุณ Sk.kk............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66767.0
19.คุณcjaranram.......http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66768.0
20.คุณ wirot............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66769.0.
21.คุณครูซอส............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66770.0
22.คุณ nacha13......  .http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66771.0.
23.คุณtong3829........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66772.0
24.คุณ loongnan2......http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66773.0
25.คุณmacaber.........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66774.0.
26.คุณtavid..............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66908.0.
27.คุณjeejee............http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66957.0
28.คุณnok7959........http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66959.0.




กติกา

-รับสมัครลงชื่อ จนถึงปลายเดือน มิ.ย ค่ะ และผู้ลงชื่อ สามารถลงมือหมักปุ๋ยได้เลยเมื่อพร้อม เอารูปมาให้ อ.ธีระ ตรวจการบ้าน
-การตัดสิน ปลายปี 55 ผู้สมัครแข่ง ส่งการบ้านได้เรื่อยๆค่ะ การตัดสินผู้ได้รับรางวัลเป็นการพิจารณา ของ อาจารย์ แต่เพียงผู้เดียว
-รางวัลจากเวป ทีมงานจะจัดส่งให้เอง ค่ะ
-รางวัล ที่ผู้สมัครแข่งหมักปุ๋ยแบบใหม่ มีดังนี้ ค่ะ
1.เสื้อยืด " ตามรอยพ่ออย่างพอเีพียง" จำนวน 3 ตัว
2.พวงกุญแจโลโก้เวป รางวัลละ 2 พวง 2แบบ จำนวน 3รางวัล
3.สติ๊กเกอร์ เวปมีหมายเลขลำดับสมาชิก จำนวน 1รางวัล


พี่ดวงพรจะอัพเดทรายชื่อที่สมัคร หมักปุ๋ยแบบใหม่ ตามที่ท่านสมาชิกสมัครเข้ามานะคะจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย ค่ะ ยิงฟันยิ้ม


ท่านสมาชิกสามารถสมัครแข่งหมักปุ๋ย แบบใหม่ ลงชื่อได้เลยนะคะ หมักกองเล็ก กองใหญ่ กองย่อย ได้หมดค่ะ

ประกาศๆๆ ...ครูใหญ่ขอย้ายการส่งการบ้านของนักเรียนหมักปุ๋ยทั้งหมดที่ลงชื่อสมัคร ที่ บอร์ด กระดานส่งการบ้าน ขอให้นักเรียนทุึกท่าน ที่จะส่งการบ้านให้ไปส่งที่นี่ค่ะ ได้จัดหัวข้อไว้ทุกคนแล้ว  มีสมัครเพิ่มค่อยเพิ่มชื่อ ค่ะ

เวลาส่งการบ้านที่กระทู้ตัวเอง ให้แจ้ง ครู tera และแปะลิงค์มาด้วย เพื่อที่คุณครู..จะได้มีความสะดวกในการตรวจการบ้านค่ะ.. 

ยกตัวอย่างการส่งการบ้านของ คุณ Gnoy

อาจารย์ขา นักเรียนจีน้อยส่งการบ้านเพิ่มค่ะ 
เพื่ออำนวยความสะดวก เอาลิงค์มาแปะซะเลย คิ คิ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66761.0

--------------------------------------------------------

กระทู้วิ่งเร็วมากค่ะอาจารย์ ครูใหญ่ต้องรีบยกรายชื่อนักเรียนมาเพื่อที่ นักเรียนคนอื่นๆผ่านมาเจอแล้วอยากลงชื่อหมักน่ะค่ะ

อ่าว......ท่านสมาชิกเราใครสนใจเรียนรู้การหมักปุ๋บแบบใหม่จากอาจารย์ tera ลงชื่อได้นะคะ ไม่เสียตังค์ ค่าเรียนแถมยังได้รางวัลจาก เวปด้วยค่ะมานะคะมาลงชื่อเยอะๆ.....เพื่อการหมักปุ๋ยแบบใหม่จะได้แพร่หลายไปทั่วไทย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 07, 2012, 01:49:37 PM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #744 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:06:29 AM »

รูปครับอาจารย์ กำลังจะไถกลบและดำนาเร็วๆนี้ ครับ ผมคิดว่าไม่ค่อยถูกต้อง ใช่ไหมครับ ลังเล
     รูปที่หนึ่ง

    รูปที่สอง

    รูปที่สาม

และทั้งสามรูปก็จะมีผลกับที่นา ที่จะปลูกข้าว ต่างกัน (ความคิดผมนะครับ)รอนักเรียนท่านอื่นด้วยดีไหมครับอาจารย์


- รูปที่หนี่งเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เปื่อยมาก รูปที่สองเปื่อยปานกลาง รูปที่สามเปื่อยน้อย การไถกลบเศษพืชปริมาณมากขนาดนี้ (ไม่ว่าจะเป็นฟางก็ตาม) เป็นอันตรายต่อพืชมาก เพราะเป็นการเอาคาร์บอนปริมาณมากลงไปใส่ไว้ในดิน เมื่อจุลินทรีย์ดินเห็นคาร์บอนก็จะไปย่อยสลายเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต แต่เศษพืชเหล่านี้ไม่มีไนโตรเจนติดมาด้วย (ไม่เหมือนปุ๋ยหมักที่มีไนโตรเจนติดลงมาด้วย) จุลินทรีย์ดินเลยจะไปแย่งไนโตรเจนในดินจากพืชซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว พืชเลยขาดไนโตรเจน ผลก็คือพืชเหลืองเลยครับและไม่โต

- กรณีนี้คล้ายกับที่เราขนเอาแกลบลงไปในดินมาก ๆ ซึ่งพืชมักจะเหลือง

- แก้ไขโดยการไถกลบในปริมาณ "ไม่มาก" แล้วเอาน้ำขัง ใส่น้ำหมัก พด 2 ขังไว้สัก 15-30 วันเพื่อให้ "เน่า" ในนา (ซึ่งยังกังวลว่าดินจะเป็นกรดเพิ่มหรือเปล่า) วิธีการนี้ต้องรบกวน ผจก.นักเรียนคุณนพ ไปค้นข้อมูลมาเล่าอีกแล้วครับ

- แก้ไขอีกวิธีคือโกยไปทำกองปุ๋ยแบบของเราที่ริมแหล่งน้ำ ทำคันนาล้อมซะ (ถ้ารถโม่ข้าวโพดเข้าไปได้ รถที่จะขนต้องเข้าได้ครับ)
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #745 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:23:59 AM »

- ต่อจากเศษข้าวโพดในนานะครับ ในการไถกลบต้นถั่ว ปอเทืองจะเห็นว่าจุลินทรีย์ดินได้ทั้งไนโตรเจนได้ทั้งคาร์บอน ก็เลยไม่ส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืช ส่วนการไถกลบตอซังถือว่าเป็นประเภทจิ๊บ ๆ ครับ ไนโตรเจนในดินอาจลดลงบ้างแก้ได้โดยการเพิ่มยูเรีย แต่ประโยชน์จากการมีอินทรีย์วัตถุเพิ่มนี่จะมากกว่าครับ ซึ่งสามารถไปปลดปล่อยหรือปลดล็อคปุ๋ยเคมีที่ตกค้างในดินออกมา ให้พืชใช้ได้ครับ 

- เสียดายว่าเกษตรกรไปเผาตอซังซะแล้ว แล้วจะเอาอะไรไปปลดล็อค จะเอาอะไรไปเป็นอาหารจุลินทรีย์ดิน ดินก็เลยไม่มีชีวิต ใช้แต่เคมี ดินเลยเป็นกรด การเป็นโรคก็เลยมากขึ้น หมดเงินหมดทองกับปุ๋ยและยานี่แหละครับ

- มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศเลยกำหนดอยู่ตัวนึง ว่าค่าสัดส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนของปุ๋ยต้องไม่เกิน 20 แปลว่าในปุ๋ยหมักถ้ามีคาร์บอนมากก็ต้องมีไนโตรเจนมาก เวลาไปหารกันจะได้ไม่เกิน 20 (ถ้าค่าเกิน 20 แสดงว่าคาร์บอนมากไนโตรเจนน้อย เวลาเอาไปใช้ก็จะเดือดร้อนต่อพืชเหมือนข้างต้น) ถ้ามีค่าเป็นไปตามที่กำหนดแสดงว่าเกษตรกรสามารถซื้อขายปุ๋ยในชุมชนได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องไม่มีโฆษณาที่กระสอบ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #746 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:31:55 AM »

- มาดูผลงานนักเรียนห้องนี้นะครับ

- คนแรก คุณครูใหญ่นักเรียนดวงพรครับ ทำปุ๋ยจากเศษผักระดับกะละมัง แต่ทำในโฟม ประโยคเด็ดของสมุดการบ้านคือ วันนี้คุณมีแมลงวันหรือยัง
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66751.0



- ผ่านไป 5 วัน

บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #747 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:36:55 AM »

- คนที่สองครับ คุณปากแดงดอทคอม ทำได้สูงครบ 1.5 เมตรแล้ว ทำจากฟาง ขุยมะพร้าว ขี้วัว มีผักตบชวานิดหน่อย ตอนนี้กำลังมีความสุขกับการล้วงกองปุ๋ย
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66750.0


บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #748 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:42:33 AM »

- นักเรียนคนต่อไป นักเรียนหนูจีน้อย ผู้ชี้นิ้วใช้พ่อทำ ตอนนี้ได้ 1 เมตรแล้ว ทำจากหญ้า ฟาง ใบกล้วยจิ๊กนึง ขี้วัว ขี้ไก่แกลบ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66761.0

บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #749 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:48:23 AM »

- นักเรียนคนต่อไป คุณ loongnan2 ทำจากฟางกับขี้วัว มีการปรับกองปุ๋ยจากการที่ครู tera ได้ดูรูป ตอนนี้สูง 1 เมตรแล้ว
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66773.0



- ก็ขอเชิญชวนสมาชิก กพพ.ทุกท่าน ลองทำกองปุ๋ยแล้วให้ผมดูและแนะนำ ถ้าร่วมสนุกโดยสมัครเป็นนักเรียนก็จะเพิ่มสีสันให้กับกระทู้ได้เป็นอย่างดีครับ และขอเชิญชวนนักเรียนที่ลงชื่อไว้แล้วลงมือส่งรูป อย่ามัวลอกการบ้านครับ  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #750 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 08:55:10 AM »

- นักเรียน oFFja กองแรกทำฐานกว้าง 1 เมตร (พอได้รับคำวิจารณ์จากครู ก็ฮึดสู้ทำอีกกอง) ทำจากฟาง หญ้า ขี้วัว
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=66756.0



- ตอนนี้ทำกองที่สองฐานกว้าง 2.5 เมตร ได้ 4 ชั้นอยู่

บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #751 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2012, 11:01:40 AM »

- ผมเอาค่ามาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศ ปี 2551 มาให้ดูนะครับ

1. ปริมาณธาตุอาหารหลัก   
- ไนโตรเจนทั้งหมด (Total Nitrogen) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.0 ของน้ำหนัก ใช้ในการเร่งใบ ต้น
- ฟอสเฟตทั้งหมด (Total P2O5) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของน้ำหนัก ใช้ในการเร่งดอก
- โพแทชทั้งหมด (Total K2O) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของน้ำหนัก ใช้ในการเร่งขนาดผล และรสหวานของผล
- หรือมีปริมาณธาตุอาหารหลักรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.0 ของน้ำหนัก   (ในกรณีที่ค่าใดค่าหนึ่งไม่ถึงเกณฑ์)

2. ปริมาณอินทรียวัตถุรับรอง (Organic Matter) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนัก ใช้เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดินเพื่อเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดิน และปรับปรุงกายลักษณะทางภาพของดิน

3. อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N Ratio) ไม่เกิน 20:1 ถ้าปุ๋ยอินทรีย์มีค่านี้สูงจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากจุลินทรีย์ดินเมื่อย่อยสลายคาร์บอนมันจะไปแย่งไนโตรเจนกับพืช ใช้เป็นดัชนีวัดปริมาณการใช้มูลสัตว์ในวัตถุดิบ ถ้าใช้มูลสัตว์น้อยเกินไปสัดส่วนจะสูงกว่ากำหนด

4. การย่อยสลายที่สมบูรณ์ (Germination Index) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เป็นการนำปุ๋ยอินทรีย์ไปละลายน้ำแล้วนำไปใช้เพาะเมล็ดพืชเปรียบเทียบกับการงอกโดยใช้น้ำเปล่า ปกติจะมีค่าเกิน 100
5. ค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity, EC) ไม่เกิน 10 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร เป็นดัชนีชี้ว่าไม่มีการเจือปนปุ๋ยเคมี และแสดงว่าวัตถุดิบได้ผ่านกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์จนเสถียรหรืออยู่ตัว จนไม่มีการนำไฟฟ้าอีกต่อไป

6. ปริมาณเกลือ (NaCl) ไม่เกินร้อยละ 1 โดยน้ำหนัก เกลือเป็นอันตรายต่อการพืชและจุลินทรีย์ดิน ยกเว้นพืชทนเค็ม

7. ขนาดของปุ๋ย (Sieve Size) ไม่เกิน 12.5 x  12.5 มิลลิเมตร คือไม่มีขนาดปุ๋ยใหญ่เกินไป ผ่านตะแกรงร่อนขนาด 12.5 x  12.5 มิลลิเมตรหมด

8. ปริมาณหิน กรวด ขนาดตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรขึ้นไปไม่เกินร้อยละ 2 ของน้ำหนัก คือมีหินได้บ้างแต่ต้องไม่มากจนถึงขั้นขี้โกงถ่วงน้ำหนัก

9. ความชื้น (Moisture Content) ไม่เกินร้อยละ 30 ของน้ำหนัก ถ้ามีความชื้นมากจุลินทรีย์ที่กำลังย่อยสลายยังไม่สงบตัวหรือเสถียร เมื่อนำไปใช้อาจเป็นโทษต่อพืช และหากนำไปบรรจุกระสอบจะทำให้มีการย่อยสลายต่อในสภาพไม่ใช้อากาศที่ทำให้เกิดความเป็นกรด

10. พลาสติก แก้ว วัสดุมีคม หรือโลหะอื่น ๆ ต้องไม่พบ
   
11. สารเป็นพิษอื่นต้องไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด   

12. ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ควรมีความเป็นกลางหรือด่างอ่อน ๆ  เหมาะกับการใช้กับการปรับปรุงบำรุงดินทุกประเภท มาตรฐานเก่า ปี 2548 กำหนดให้อยู่ในช่วง 5.5 - 8.5 มาตรฐานไหม่ไม่กำหนด

- ถ้าเกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักได้ตามนี้ จะสามารถซื้อขายในชุมชนได้โดยไม่ต้องจดทะเบียบเป็นผู้ผลิตหรือจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์กับกระทรวงเกษตรฯ

- สำหรับสมาชิก กพพ.ที่ทำปุ๋ยใช้เอง ถ้าทำตามขั้นตอนที่สอนรับรองได้ว่าผ่านมาตรฐานแน่นอนครับ ส่วนใครที่อยากวิเคราะห์จริง ๆ ให้เอาปุ๋ยครึ่ง กก.เอาไปให้สำนักงานที่ดินจังหวัด (พด.) วิเคราะห์ฟรีแต่ช้า ถ้าไม่ทันใจก็ส่งวิเคราะห์ที่คณะเกษตรศาสตร์ของทุกมหาวิทยาลัยครับ ค่าใช้จ่ายประมาณตัวอย่างละ 1,000 - 1,300 บาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 04, 2012, 11:07:07 AM โดย tera » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47] 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: