หน้า: 1 ... 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 [44] 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2303827 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #688 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:13:56 PM »

จารย์ครับ แล้วพอเราทำปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ทำให้มันแห้งแล้ว พอเอาไปใส่เป็นต้นไม้ พอปุ๋ยเราโดนน้ำ แล้วจุลินทรีย์จะไม่ฟื้นตัวกลับมาย่อยรากต้นไม้เราเหรอครับ (คือ สงสัยว่าพอโดนน้ำมันก็จะเหมือนกับเอาปุ๋ยไปใช้ทั้งยังเปียก ๆ น่ะครับ)
 ผมพอจำได้คร่าวๆนะครับว่า เมื่อวัสดุกลายเป็นปุ๋ยแล้ว  ให้ทำให้แห้ง เพื่อให้จุลินทรีย์จำพวกที่ย่อยสลายตาย และยังเข้าใจต่อ(ไม่รู้ผิดป่าว กำลังจะถามอาจารย์) ว่าปุ๋ยที่เราทำขึ้นมาได้นี้ จะไปเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ในดิน( ถูกป่าวเนี่ย) แต่จำได้ค่อนข้างแม่น ว่าต้องให้จุลินทรีย์จำพวกย่อยสลายตาย  อยู่หน้าไหนจำไม่ได้แล้ว  อาจารย์ครับ  รบกวนอีกทีนะครับ
     พี่ปากแดงกำลังเข้าใจว่า  ระหว่างปุ๋ยที่แห้ง  กับปุ๋ยที่ไม่แห้ง พอได้ความชื้นแล้วมันก็คือปุ๋ยไม่แห้งเหมือนกัน ใช่ไหมครับพี่
 ความต่างกันผมว่า ถ้าแห้งจุลินทรีย์พวกย่อยสลายจะตายหมดแล้วครับ ถ้าไม่แห้งจะมีจุลินทรีย์จำพวกนี้เหลืออยู่ ครับ
         รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ ผมนึกคำถามได้แล้วครับ  อายจัง
บันทึกการเข้า

Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #689 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:19:18 PM »




ครูใหญ่...ขอฝากคำนี้ให้ ด.ญ จีน้อย  ค่ะ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


ขอพระคุณค่ะคุณครูใหญ่   

จีน้อยไม่กล้าเปลี่ยนใครหรอกค่ะ ยากมาก ยิ่งกว่าเข็นภูเขาขึ้นครกซะอีก เอ้ย เข็นครกขึ้นภูเขา  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ปล่อยเค้าไปตามกรรม

แต่หากใครคิดดี ปฏิบัติดี สนใจที่จะเปลี่บนไปหาสิ่งดี ๆ เข้ามาหา จีน้อยค่อยบอกเรื่องดี ๆ ให้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #690 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:21:57 PM »



     1. นำเศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร (ถ้าเป็นเศษใบไม้ให้ใช้อัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร) วางเป็นชั้นบาง ๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร จำนวน 15 - 17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ส่วนความยาวของกองจะยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ที่มี ความสำคัญของการที่ต้องทำเป็นชั้นบาง ๆ 15 - 17 ชั้นก็เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอน (มีอยู่ในเศษพืช) และธาตุไนโตรเจน (มีในมูลสัตว์) ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายวัตถุดิบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
  




จากข้อ 1 นักเรียนมีข้อเรียนถามนะคะ ว่าถ้าเราเป็นชั้นบางไม่เกิน 10 เซน แต่เราค่อย ๆ ทำไปโดยไม่เสร็จในวันเดียว แล้วฝนตกหนักลงมาทำให้กองปุ๋ยยุบตัวลงไป ( เพราะใช้หญ้าสด มีฟางสลับบ้างบางชั้น ) พอเรามาทำต่อจำนวนชั้นอาจจะต้องเกิน 17 ชั้น เช่น อาจจะเป็น 20 ชั้น เพื่อให้ได้ความสูงที่ 1.50 เมตร จะมีผลต่อกองปุ๋ยหรือไม่คะ

จาก นักเรียนช่างถามค่ะ  ยิงฟันยิ้ม


- ไม่มีผลครับ นักเรียนจีน้อย


Liked By: Gnoy, AMOL
บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #691 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:26:28 PM »

เราสามารถใช้ก้อนที่เหลือจากการทำเห็ดมาใช้แทนฟางข้าวได้ไหมครับ

อาจารย์เคยตอบไว้แล้วอยู่ในหน้า 27 ค่ะ  จีน้อยยกมาให้อ่านแล้วค่ะ


- มีสมาชิกถามหลังไมค์ว่าถ้าไม่มีฟางข้าว จะใช้ก้อนขี้เลื่อยเพาะเห็ดได้หรือไม่

- คำตอบคือ ไม่ได้ครับ เพราะการใช้ขี้เลื่อยเพาะเห็ดอย่างเดียวทั้งกองจะทำให้กองปุ๋ยแน่นเกินไปอากาศเข้าไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง ขี้เลื่อย (กับแกลบ) ย่อยสลายยาก อาจใช้เวลาถึง 8 เดือน

- แต่ผมก็มักเอาขี้เลื่อยเพาะเห็ดใส่ในกองปุ๋ยด้วย (อ้าว .....!) โดยใช้เศษใบไม้ 3 เข่งทับด้วยขี้วัว 1 เข่งทับด้วยขี้เลื่อยเพาะเห็ดอีก 1 เข่ง แล้วรดน้ำ ทำแบบนี้ 15 ชั้น พอครบสองเดือนก็ได้ปุ๋ย แต่ขี้เลื่อยไม่เปื่อยหรอกครับ ผมก็ขายไปอย่างนั้น (ได้กำไรมากขึ้นเพราะขี้เลื่อยหนัก) แต่ก็แปลกใจว่าคนซื้อกลับชอบครับ เขาชอบที่มีขี้เลื่อยหรือแกลบในปุ๋ย เห็นว่าจะทำให้ดินของเขาร่วนดี 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2012, 09:28:33 PM โดย Gnoy » บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #692 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:27:48 PM »

  สนุกและได้ความรู้มากมาย คงต้องขยายเวลารับสมัคร แล้วครับ ครูใหญ่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2012, 09:35:58 PM โดย thepunyapat » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #693 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:35:46 PM »

จารย์ครับ แล้วพอเราทำปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ทำให้มันแห้งแล้ว พอเอาไปใส่เป็นต้นไม้ พอปุ๋ยเราโดนน้ำ แล้วจุลินทรีย์จะไม่ฟื้นตัวกลับมาย่อยรากต้นไม้เราเหรอครับ (คือ สงสัยว่าพอโดนน้ำมันก็จะเหมือนกับเอาปุ๋ยไปใช้ทั้งยังเปียก ๆ น่ะครับ)
 ผมพอจำได้คร่าวๆนะครับว่า เมื่อวัสดุกลายเป็นปุ๋ยแล้ว  ให้ทำให้แห้ง เพื่อให้จุลินทรีย์จำพวกที่ย่อยสลายตาย และยังเข้าใจต่อ(ไม่รู้ผิดป่าว กำลังจะถามอาจารย์) ว่าปุ๋ยที่เราทำขึ้นมาได้นี้ จะไปเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ในดิน( ถูกป่าวเนี่ย) แต่จำได้ค่อนข้างแม่น ว่าต้องให้จุลินทรีย์จำพวกย่อยสลายตาย  อยู่หน้าไหนจำไม่ได้แล้ว  อาจารย์ครับ  รบกวนอีกทีนะครับ
     พี่ปากแดงกำลังเข้าใจว่า  ระหว่างปุ๋ยที่แห้ง  กับปุ๋ยที่ไม่แห้ง พอได้ความชื้นแล้วมันก็คือปุ๋ยไม่แห้งเหมือนกัน ใช่ไหมครับพี่
 ความต่างกันผมว่า ถ้าแห้งจุลินทรีย์พวกย่อยสลายจะตายหมดแล้วครับ ถ้าไม่แห้งจะมีจุลินทรีย์จำพวกนี้เหลืออยู่ ครับ
         รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ ผมนึกคำถามได้แล้วครับ  อายจัง

- เมื่อทำให้ปุ๋ยแห้งจุลินทรีย์จะสงบตัว พอนำไปใช้อยู่ในดินที่ชื้น จุลินทรีย์ที่สงบตัวแล้วและอินทรีย์วัตถุในปุ๋ยก็จะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินครับ

- ถ้านำปุ๋ยหมักที่ยังไม่แห้งไปใช้ จุลินทรีย์ยัง "อิน" หรือแฮปปี้กับการย่อยสลายอยู่ มันก็เลยย่อยต่อไม่หยุดครับ

- ปุ๋ยหมักที่แห้งแล้ว จุลินทรีย์สงบตัวแล้ว เมื่อโดนรดน้ำ มันก็มีโอกาสฟื้นตัวได้อีก แต่ต้องใช้เวลาและมีจำนวนไม่มาก เพราะสารอาหารในปุ๋ยหมักไม่เหลือแล้วเพราะกระบวนการครบสมบูรณ์ 2 เดือน

- ถ้ายังไม่เคลียร์ถามมาอีกนะครับ คุณภารโรง thepunyapat  ยิงฟันยิ้ม เดี๋ยว ผจก.โรงเรียน และครูวิชาการจะช่วยอธิบายได้อีกทางหนึ่งครับ

- ตกลงว่าปุ๋ยที่แห้งแล้ว เมื่อโดนน้ำ กลายเป็นปุ๋ยไม่แห้ง จะต่างจากปุ๋ยไม่แห้งแล้วเอาไปใช้ครับ โอ๊ยยยย งงงงงงงงงงง  ตกใจ
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #694 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:38:59 PM »

- เจ๋งงงงงงงง......นักเรียนจีน้อยเก่งง่ะ ตอบแทนครูได้เลย ขอบคุณคร๊าบบบบบ
บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #695 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:41:37 PM »

- ปุ๋ยหมักที่แห้งแล้ว จุลินทรีย์สงบตัวแล้ว เมื่อโดนรดน้ำ มันก็มีโอกาสฟื้นตัวได้อีก แต่ต้องใช้เวลาและมีจำนวนไม่มาก เพราะสารอาหารในปุ๋ยหมักไม่เหลือแล้วเพราะกระบวนการครบสมบูรณ์ 2 เดือน

คือ มันไม่มีสารอาหารให้จุิลินทรีย์แล้วใช่มั้ยครับจารย์ แต่ว่ามันเป็นอาหารของพืชที่พืชเอาไปใช้ได้อย่างนั้นใช่มั้ยครับ
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #696 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:46:13 PM »

- ปุ๋ยหมักที่แห้งแล้ว จุลินทรีย์สงบตัวแล้ว เมื่อโดนรดน้ำ มันก็มีโอกาสฟื้นตัวได้อีก แต่ต้องใช้เวลาและมีจำนวนไม่มาก เพราะสารอาหารในปุ๋ยหมักไม่เหลือแล้วเพราะกระบวนการครบสมบูรณ์ 2 เดือน

คือ มันไม่มีสารอาหารให้จุิลินทรีย์แล้วใช่มั้ยครับจารย์ แต่ว่ามันเป็นอาหารของพืชที่พืชเอาไปใช้ได้อย่างนั้นใช่มั้ยครับ

- แม่นครับผม
บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #697 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:53:15 PM »

แง่ม แง่ม วันนี้ยังไม่ได้ส่งการบ้านเลย วันนี้ทำแล้วแต่เน็ตช้า ติด ๆ หลุด ๆ โหลดฝากภาพไม่ขึ้น   โกรธ
ไว้รวมส่งพรุ่งนี้ทีเดียวนะคะ อาจารย์ขา  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2078


« ตอบ #698 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:57:50 PM »



     1. นำเศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร (ถ้าเป็นเศษใบไม้ให้ใช้อัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร) วางเป็นชั้นบาง ๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร จำนวน 15 - 17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ส่วนความยาวของกองจะยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ที่มี ความสำคัญของการที่ต้องทำเป็นชั้นบาง ๆ 15 - 17 ชั้นก็เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอน (มีอยู่ในเศษพืช) และธาตุไนโตรเจน (มีในมูลสัตว์) ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายวัตถุดิบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
  




จากข้อ 1 นักเรียนมีข้อเรียนถามนะคะ ว่าถ้าเราเป็นชั้นบางไม่เกิน 10 เซน แต่เราค่อย ๆ ทำไปโดยไม่เสร็จในวันเดียว แล้วฝนตกหนักลงมาทำให้กองปุ๋ยยุบตัวลงไป ( เพราะใช้หญ้าสด มีฟางสลับบ้างบางชั้น ) พอเรามาทำต่อจำนวนชั้นอาจจะต้องเกิน 17 ชั้น เช่น อาจจะเป็น 20 ชั้น เพื่อให้ได้ความสูงที่ 1.50 เมตร จะมีผลต่อกองปุ๋ยหรือไม่คะ

จาก นักเรียนช่างถามค่ะ  ยิงฟันยิ้ม


- ไม่มีผลครับ นักเรียนจีน้อย

แจ่มมมม งานนี้กองปุ๋ยของจีน้อยมี 20 ชั้น แหง ๆ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #699 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 09:58:49 PM »

จารย์ครับ แล้วพอเราทำปุ๋ยหมักเสร็จแล้ว ทำให้มันแห้งแล้ว พอเอาไปใส่เป็นต้นไม้ พอปุ๋ยเราโดนน้ำ แล้วจุลินทรีย์จะไม่ฟื้นตัวกลับมาย่อยรากต้นไม้เราเหรอครับ (คือ สงสัยว่าพอโดนน้ำมันก็จะเหมือนกับเอาปุ๋ยไปใช้ทั้งยังเปียก ๆ น่ะครับ)
 ผมพอจำได้คร่าวๆนะครับว่า เมื่อวัสดุกลายเป็นปุ๋ยแล้ว  ให้ทำให้แห้ง เพื่อให้จุลินทรีย์จำพวกที่ย่อยสลายตาย และยังเข้าใจต่อ(ไม่รู้ผิดป่าว กำลังจะถามอาจารย์) ว่าปุ๋ยที่เราทำขึ้นมาได้นี้ จะไปเป็นอาหารให้กับจุลินทรีย์ในดิน( ถูกป่าวเนี่ย) แต่จำได้ค่อนข้างแม่น ว่าต้องให้จุลินทรีย์จำพวกย่อยสลายตาย  อยู่หน้าไหนจำไม่ได้แล้ว  อาจารย์ครับ  รบกวนอีกทีนะครับ
     พี่ปากแดงกำลังเข้าใจว่า  ระหว่างปุ๋ยที่แห้ง  กับปุ๋ยที่ไม่แห้ง พอได้ความชื้นแล้วมันก็คือปุ๋ยไม่แห้งเหมือนกัน ใช่ไหมครับพี่
 ความต่างกันผมว่า ถ้าแห้งจุลินทรีย์พวกย่อยสลายจะตายหมดแล้วครับ ถ้าไม่แห้งจะมีจุลินทรีย์จำพวกนี้เหลืออยู่ ครับ
         รบกวนอาจารย์ด้วยนะครับ ผมนึกคำถามได้แล้วครับ  อายจัง

- เมื่อทำให้ปุ๋ยแห้งจุลินทรีย์จะสงบตัว พอนำไปใช้อยู่ในดินที่ชื้น จุลินทรีย์ที่สงบตัวแล้วและอินทรีย์วัตถุในปุ๋ยก็จะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินครับ

- ถ้านำปุ๋ยหมักที่ยังไม่แห้งไปใช้ จุลินทรีย์ยัง "อิน" หรือแฮปปี้กับการย่อยสลายอยู่ มันก็เลยย่อยต่อไม่หยุดครับ

- ปุ๋ยหมักที่แห้งแล้ว จุลินทรีย์สงบตัวแล้ว เมื่อโดนรดน้ำ มันก็มีโอกาสฟื้นตัวได้อีก แต่ต้องใช้เวลาและมีจำนวนไม่มาก เพราะสารอาหารในปุ๋ยหมักไม่เหลือแล้วเพราะกระบวนการครบสมบูรณ์ 2 เดือน

- ถ้ายังไม่เคลียร์ถามมาอีกนะครับ คุณภารโรง thepunyapat  ยิงฟันยิ้ม เดี๋ยว ผจก.โรงเรียน และครูวิชาการจะช่วยอธิบายได้อีกทางหนึ่งครับ

- ตกลงว่าปุ๋ยที่แห้งแล้ว เมื่อโดนน้ำ กลายเป็นปุ๋ยไม่แห้ง จะต่างจากปุ๋ยไม่แห้งแล้วเอาไปใช้ครับ โอ๊ยยยย งงงงงงงงงงง  ตกใจ
  เข้าใจแล้วครับอาจารย์...    อาจารย์ครับ แล้ว จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยกับจุลินทรีย์ในดินคนละพวกกัน หรือพวกเดียวกัน ครับเห็นมันกินกันอ่ะครับ  ถ้าตามความเข้าใจของผมน่าจะเป็นต่างพวกกัน  ไม่รู้ถูกป่าวอีก  ร้องไห้  กองปุ๋ยของผมน่าจะเละแน่ๆล่ะมั้ง เพราะน้องจุลเป็นเหตุ  ร้องไห้
    อาจารย์อย่าบอกนักเรียนคนอื่นนะครับว่าผมคงสู้ใครเขาไม่ได้ แลบลิ้น แลบลิ้น    ฮือ...ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ร้องไห้ ร้องไห้
   
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #700 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 10:04:09 PM »

  เข้าใจแล้วครับอาจารย์...    อาจารย์ครับ แล้ว จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยกับจุลินทรีย์ในดินคนละพวกกัน หรือพวกเดียวกัน ครับเห็นมันกินกันอ่ะครับ  ถ้าตามความเข้าใจของผมน่าจะเป็นต่างพวกกัน  ไม่รู้ถูกป่าวอีก  ร้องไห้  กองปุ๋ยของผมน่าจะเละแน่ๆล่ะมั้ง เพราะน้องจุลเป็นเหตุ  ร้องไห้
    อาจารย์อย่าบอกนักเรียนคนอื่นนะครับว่าผมคงสู้ใครเขาไม่ได้ แลบลิ้น แลบลิ้น    ฮือ...ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ร้องไห้ ร้องไห้
   

- คนละพวกกันครับ

- กองปุ๋ยจะเละจากน้องจุลยังไงครับ ?
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #701 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 10:19:03 PM »

- วันนี้มีโจทย์มาถามครับ หลังจากที่เรียนมา 20 วัน ว่าสองรูปนี้เป็นวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ขอให้ทุกท่านลองช่วยตอบนะครับ อย่าได้อาย และอย่าลอกกันเด้อ

 

บันทึกการเข้า
thepunyapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1750


« ตอบ #702 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 10:30:09 PM »

- เจ๋งงงงงงงง......นักเรียนจีน้อยเก่งง่ะ ตอบแทนครูได้เลย ขอบคุณคร๊าบบบบบ

   นี่.... :Dนักเรียนจีน้อย... ยิงฟันยิ้ม เธอนะ...มีวัสดุมากเท่าเราอ๊ะป่าว แลบลิ้น จะสู้เราได้ป่าวหะเธอ...นี่ดูของเราสิ...  ยิ้ม
               
     นี่เห็นมั๊ย...แค่ขี้วัวนะเนี่ย ยิงฟันยิ้ม


   
    แล้วๆๆๆ...นี่ๆๆๆเห็นมั้ย... ยิงฟันยิ้ม


       
10 ไร่นิดๆ   ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้

โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #703 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 10:30:48 PM »

- วันนี้มีโจทย์มาถามครับ หลังจากที่เรียนมา 20 วัน ว่าสองรูปนี้เป็นวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอย่างไร ขอให้ทุกท่านลองช่วยตอบนะครับ อย่าได้อาย และอย่าลอกกันเด้อ

ไ่ม่ถูกต้องครับ เพราะมีการระบายอากาศไม่ดี การทำกองปุ๋ยหมักจะต้องใช้อากาศเป็นปัจจัยในการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุครับ
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
หน้า: 1 ... 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 [44] 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: