หน้า: 1 ... 286 287 288 289 290 291 292 293 294 295 [296] 297 298 299 300 301 302 303 304 305 306 ... 433   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 2273994 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #4720 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 10:15:23 AM »

- ผมลาพักร้อนพาคุณแม่ยาย ลูกสาวแม่ยาย และหลานแม่ยายอีก 2 คน ไปเที่ยวชะอำครับ ขับรถจากเชียงใหม่ 12 ชั่วโมง เที่ยว 1 วันแล้วกลับ ได้ท้องเสียกลับบ้าน 3 คน ....  โกรธ


โห จารย์ ขับรถไปตั้ง 12 ชม. เที่ยววันเดียวเอง

แล้วได้ไปร้านคร้วเม็ดทรายไหมคะ

เพราะก่อนหน้านี้ลงไปชุมพร จะแวะนอนที่ชะอำก่อน แล้วไปร้านครัวเม็ดทราย
ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดบริการ หลังจากนั้นก็ผูกขาดเจ้าเดียวทุกปี แซ่บหลาย
อยู่ใกล้สะพานปลานั่นแหละค่ะ

แต่มา 2-3 ปีหลัง จะเลยไปอีก 100 กม. นอนที่ประจวบแทน
เพื่อที่จะตื่นเช้าแล้วตีเข้าไปดูกล้วยไม้ที่ด่านสิงขรก่อน
แต่ก็ยังแวะที่ครัวเม็ดทรายเช่นเดิม

เป็นห่วงคร้าาาา ท้องเสีย 3 คน หาเจอหรือยังคะ จารย์  ร้องไห้ :


บันทึกการเข้า

khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4721 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 12:12:17 PM »


'จารย์ลุงคร้าบบบ...ขอภาพบรรยากาศอีกน้าาา....สดชื่นดีคร้าบบ  ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม

    ไม่เหมือนแบบนี้

    

    ลังเล ลังเล ลังเล  ตื่นขึ้นมา..เห็นทุกวัน


   ไอ้หยาาาาา...ท่านคนดงขาาาาา...ช่วงนี้พายุฤดูร้อนกำลังมา ระวังสังกะสีปลิวด้วยนะคร้าบบบบ...อันตรายเด้อออ...

   This  is  the  salam...แม่นบ่... ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


  ถูกต้องนะคร้าบบบบ....ภาษาไทย...สลัม....ภาษาปะกิต...slum...ภาษาราชการ...ชุมชนแออัด(เรียกให้ดูดีเพื่ออะไรก้อม่ายรุ

เพราะความจริงก็คือความจริงไม่รู้จะเลี่ยงกันทำไม)


Liked By: tera, 2502, MSEKA, thepunyapat
บันทึกการเข้า
nook_nature
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #4722 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 07:06:32 PM »

ขอบคุณอาจาร์ยอธีระพงษ์และอาจาร์ยแม่โจ้ที่เป็นคนได้คิดวิธีเรื่องปุ๋ยหมักขึ้นมาและนำความรู้ใหม่บอกครับ กระผมเองก็พึ้งหันมาทำเกษตรด้วยตนเองกำลังหาวิธีแก้ใบไม้ที่บ้านโดยการที่ไม่ต้องเผาด้วยการนำมาใช้ประโยชน์แทนอยู่ครับ คิดว่าจะใช้ใบไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ที่ว่าใช้ได้ใช่ไหม แต่ที่บ้านไม่มีมูลสัตว์มีก็ไม่พอครับ คงต้องไปหาซื้อมาผสมทำปุ๋ย คิดว่าจะเริ่มทำแบบขนาดกรองเล็กๆครับ มีคำถามคร่าวๆคือ
ทำกรองเล็กขั้นต่ำสุดควรใช้ประมาณเท่าใดครับ?
จำเป็นต้องสูงถึง1.5ไหม กรองต่ำกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าที่ๆไม่มีสายยางรดน้ำใช้บัวรดน้ำมารดแทนได้ไหม ส่วนที่ต้องเจาะรูใส่กรอกน้ำผมใช่แกนลอนขวด6ลิตรใส่น้ำมากรอกแทนได้ไหมครับ?
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกทำได้ไหมครับ? ขอบคุณครับ

- ใบไม้ใช้ได้ครับ ก็เหมือนที่ฐานเรียนรู้ของผมที่แม่โจ้

- ถ้าไม่อยากพลิกกลับ ก็ทำขนาดกว้าง (ที่เล็กที่สุด) 1 เมตร ทำเป็นชั้นบาง ๆ เศษพืชสลับกับมูลสัตว์ ตามสัดส่วนใบไม้ 3 เข่ง มูลสัตว์ 1 เข่ง รดน้ำทุกชั้น ทำเป็นกองสามเหลี่ยม สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 80 - 90 ซม.) แต่ต้องทำใจนะครับว่าการย่อยสลายจะสู้แบบกองใหญ่ไม่ได้

- บัวรดน้ำได้ครับ แกลลอนน้ำได้ครับ

- ฝนตกทำได้สบายเพราะสามารถงดการรดน้ำวันที่ฝนตกได้ แต่ต้องจำไว้ว่า น้ำฝนไม่มีวันซึมเข้ากองปุ๋ย เพราะฉะนั้นก็ยังต้องมีกิจกรรมเจาะเติมน้ำอยู่ดี ... ข้อเสียของหน้าฝนคือเราทำให้แห้งไม่ค่อยได้ ฝนมันคอยจะตกอยู่เรื่อย
ขอบคุณอาจาร์ยลุงมากครับที่มาช่วยให้คำตอบมีเรื่องมารบกวนอาจาร์ยลุงเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนหน่อยครับ
-ถ้าสูง1.5ต้องทำฐานกว้าง2.5อย่างน้อยหรอครับหรือยังทำสั่นกว่านี้ได้ และความตามยาวถ้าต้องการสั้นสุดเริ่มต้นสั้นสุดที่กี้เมตรได้ครับ (ถ้าแบบเล็กที่สุดกลัวจะย่อยสลายไม่ดีเหมือนอาจาร์ยบอก)
-เรื่องอัตราการใส่ใบไม้ต่อมูลสัตว์ 3ต่อ1ใช่ไหมครับ อย่างมูลสัตว์1สอบใบไม้3สอบ สอบ1สอบต้องใส่ใบไม้ในกระสอบอัดให้แน่นไหมครับ เวลาเทียบกับอัตรามูลสัตว์ และเวลามาวางเป็นชั้นต้องกดให้แน่นไหมครับ ชั้นนึงควารสูงเท่าไหร่ครับ
-การใช้ไม้ปักควรใช้ไม้ขนาดยาวรอบวงประมาณกี้ มม.ครับกำหนดไหมเป็นไม้ไผ่ได้ไหม
-การกรอกน้ำต้องกรอกใส่ลงไปรูนึงประมาณกี้ลิตรครับ รดน้ำกรองบนประมาณไหน
-ทำเสร็จคบสองเดือนใช้ไม่หมดทิ้งไว้ในกรองและตักใช้เรื่อยๆได้ไหมครับหรือต้องนำในใส่กระสอบไว้
กราบขอบพระคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2013, 07:21:48 PM โดย nook_nature » บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #4723 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2013, 08:19:47 PM »

ขอบคุณอาจาร์ยอธีระพงษ์และอาจาร์ยแม่โจ้ที่เป็นคนได้คิดวิธีเรื่องปุ๋ยหมักขึ้นมาและนำความรู้ใหม่บอกครับ กระผมเองก็พึ้งหันมาทำเกษตรด้วยตนเองกำลังหาวิธีแก้ใบไม้ที่บ้านโดยการที่ไม่ต้องเผาด้วยการนำมาใช้ประโยชน์แทนอยู่ครับ คิดว่าจะใช้ใบไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ที่ว่าใช้ได้ใช่ไหม แต่ที่บ้านไม่มีมูลสัตว์มีก็ไม่พอครับ คงต้องไปหาซื้อมาผสมทำปุ๋ย คิดว่าจะเริ่มทำแบบขนาดกรองเล็กๆครับ มีคำถามคร่าวๆคือ
ทำกรองเล็กขั้นต่ำสุดควรใช้ประมาณเท่าใดครับ?
จำเป็นต้องสูงถึง1.5ไหม กรองต่ำกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าที่ๆไม่มีสายยางรดน้ำใช้บัวรดน้ำมารดแทนได้ไหม ส่วนที่ต้องเจาะรูใส่กรอกน้ำผมใช่แกนลอนขวด6ลิตรใส่น้ำมากรอกแทนได้ไหมครับ?
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกทำได้ไหมครับ? ขอบคุณครับ

- ใบไม้ใช้ได้ครับ ก็เหมือนที่ฐานเรียนรู้ของผมที่แม่โจ้

- ถ้าไม่อยากพลิกกลับ ก็ทำขนาดกว้าง (ที่เล็กที่สุด) 1 เมตร ทำเป็นชั้นบาง ๆ เศษพืชสลับกับมูลสัตว์ ตามสัดส่วนใบไม้ 3 เข่ง มูลสัตว์ 1 เข่ง รดน้ำทุกชั้น ทำเป็นกองสามเหลี่ยม สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 80 - 90 ซม.) แต่ต้องทำใจนะครับว่าการย่อยสลายจะสู้แบบกองใหญ่ไม่ได้

- บัวรดน้ำได้ครับ แกลลอนน้ำได้ครับ

- ฝนตกทำได้สบายเพราะสามารถงดการรดน้ำวันที่ฝนตกได้ แต่ต้องจำไว้ว่า น้ำฝนไม่มีวันซึมเข้ากองปุ๋ย เพราะฉะนั้นก็ยังต้องมีกิจกรรมเจาะเติมน้ำอยู่ดี ... ข้อเสียของหน้าฝนคือเราทำให้แห้งไม่ค่อยได้ ฝนมันคอยจะตกอยู่เรื่อย
ขอบคุณอาจาร์ยลุงมากครับที่มาช่วยให้คำตอบมีเรื่องมารบกวนอาจาร์ยลุงเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนหน่อยครับ
-ถ้าสูง1.5ต้องทำฐานกว้าง2.5อย่างน้อยหรอครับหรือยังทำสั่นกว่านี้ได้ และความตามยาวถ้าต้องการสั้นสุดเริ่มต้นสั้นสุดที่กี้เมตรได้ครับ (ถ้าแบบเล็กที่สุดกลัวจะย่อยสลายไม่ดีเหมือนอาจาร์ยบอก)
-เรื่องอัตราการใส่ใบไม้ต่อมูลสัตว์ 3ต่อ1ใช่ไหมครับ อย่างมูลสัตว์1สอบใบไม้3สอบ สอบ1สอบต้องใส่ใบไม้ในกระสอบอัดให้แน่นไหมครับ เวลาเทียบกับอัตรามูลสัตว์ และเวลามาวางเป็นชั้นต้องกดให้แน่นไหมครับ ชั้นนึงควารสูงเท่าไหร่ครับ
-การใช้ไม้ปักควรใช้ไม้ขนาดยาวรอบวงประมาณกี้ มม.ครับกำหนดไหมเป็นไม้ไผ่ได้ไหม
-การกรอกน้ำต้องกรอกใส่ลงไปรูนึงประมาณกี้ลิตรครับ รดน้ำกรองบนประมาณไหน
-ทำเสร็จคบสองเดือนใช้ไม่หมดทิ้งไว้ในกรองและตักใช้เรื่อยๆได้ไหมครับหรือต้องนำในใส่กระสอบไว้
กราบขอบพระคุณมากครับ

- ถ้าฐานแคบจะทำสูงสามเหลี่ยมไม่ได้ครับ ถ้าอยากทำสั้นสุดก็สัก 2 เมตรครับ

- ตอนตวงในเข่งก็อัดใบไม้หรือฟางให้แน่น แต่ตอนวางบนกองปุ๋ยให้วางอย่างนุ่มนวลครับ เศษพืชหนาไม่เกิน 10 ซม.

- ใช้เหล็ก 3 หุนแทงง่ายกว่าไม้ไผ่ครับ

- กรอกน้ำรูละ 5 - 6 ลิตรได้ ... การรดน้ำบนกองพอให้ชื้น รดทุกวัน

- ถ้าครบสองเดือนแล้วไม่รีบเก็บ เกิดฝนตกมาแล้วจะแย่เลย เก็บใส่กระสอบดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
patcha.c
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1100


« ตอบ #4724 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 02:57:58 AM »

หนูทำกองปุ่ยอีกแล้วค่ะ

คราวนี้อยากทำมากเพราะพี่ซื้อปุ่ยขี้ไก่มาฝาก มันเหม็นขนาด แถมทำกุหลาบตายเรียบ 10 ต้น ภายใน 1 อาทิตย์  ใส่ปุ๋ยขี้วัวไม่เป็นขนาดนี้เลย ต้นที่ปลูกพร้อมกันไม่ได้ใส่ปุ๋ยเพราะขี้เกียจเดินไปตัก ปรากฏว่ารอดตาย  เลยโทษขี้ไก่  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แต่ขี้ไก่มีไม่พอ ต้องซื้อขี้วัวเพิ่ม ปนกันไปมา เหมาะเจาะพอดี

จะถ่ายรูปส่งมาค่ะ กองสวยเชียว ฮ่าๆๆๆ ภูมิใจอ่ะค่ะ  ขนกองไป หัวเราะไป แหม ภูมิใจ 55+
หมักพร้อมกับปุ๋ยน้ำชีวภาพด้วย เอาทั้งดิน ทั้งรดน้ำ   โด๊ปเต็มที่ค่ะ เพื่อมะเขือเทศที่เกิดมาคู่กัน


ปล. หนูไม่ได้เข้ามาซะนาน ไปทำภาระกิจสำคัญ เดี๋ยวนี้เรียกอาจารย์ลุงแล้วหรอคะ....ตกข่าวอย่างแรง โกรธ
บันทึกการเข้า

tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #4725 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 06:44:34 AM »

หนูทำกองปุ่ยอีกแล้วค่ะ

คราวนี้อยากทำมากเพราะพี่ซื้อปุ่ยขี้ไก่มาฝาก มันเหม็นขนาด แถมทำกุหลาบตายเรียบ 10 ต้น ภายใน 1 อาทิตย์  ใส่ปุ๋ยขี้วัวไม่เป็นขนาดนี้เลย ต้นที่ปลูกพร้อมกันไม่ได้ใส่ปุ๋ยเพราะขี้เกียจเดินไปตัก ปรากฏว่ารอดตาย  เลยโทษขี้ไก่  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แต่ขี้ไก่มีไม่พอ ต้องซื้อขี้วัวเพิ่ม ปนกันไปมา เหมาะเจาะพอดี

จะถ่ายรูปส่งมาค่ะ กองสวยเชียว ฮ่าๆๆๆ ภูมิใจอ่ะค่ะ  ขนกองไป หัวเราะไป แหม ภูมิใจ 55+
หมักพร้อมกับปุ๋ยน้ำชีวภาพด้วย เอาทั้งดิน ทั้งรดน้ำ   โด๊ปเต็มที่ค่ะ เพื่อมะเขือเทศที่เกิดมาคู่กัน


ปล. หนูไม่ได้เข้ามาซะนาน ไปทำภาระกิจสำคัญ เดี๋ยวนี้เรียกอาจารย์ลุงแล้วหรอคะ....ตกข่าวอย่างแรง โกรธ

- หนูผัดช้ามาช่วยจารย์ลุงเร้ว ... บางคนเริ่มแระ จาให้เป็นจารย์ปู่ จารย์ทวดดดด

- ปุ๋ยขี้ไก่ ก็คือ ขี้ไก่ ... ที่มีจุินทรีย์หัวเชื้อคอยจ้องจะโซ้ยเศษพืชเป็นอาหาร พอลงไปในดินไปเจ๊อะรากพืชก็เลยไปงาบเอา แถมอินทรีย์ไนโตรเจนในขี้ไก่ไปบูดเน่า (Fermentation) แบบการย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนที่ปล่อยความเป็นกรดออกมา กุหลาบไม่ชอบฮ่ะ ... ตายดีกว่า .... แต่ถ้าทำเป็นปุ๋ยหมักก่อน เปลี่ยนเป็นอนินทรีย์ไนโตรเจน คราวนี้ก็จะกลายเป็นของดี ... ที่ใช้น้อย ๆ ใช่บ่อย ๆ ได้

- จารย์ปู่ ... เอ๊ย ... จารย์ลุงจะไปรอที่ห้องการบ้าน ดูรูปกองปุ๋ยกับลูกสาวหนูผัดช้า นะคะ นะคะ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4726 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 08:04:12 AM »

หนูทำกองปุ่ยอีกแล้วค่ะ

คราวนี้อยากทำมากเพราะพี่ซื้อปุ่ยขี้ไก่มาฝาก มันเหม็นขนาด แถมทำกุหลาบตายเรียบ 10 ต้น ภายใน 1 อาทิตย์  ใส่ปุ๋ยขี้วัวไม่เป็นขนาดนี้เลย ต้นที่ปลูกพร้อมกันไม่ได้ใส่ปุ๋ยเพราะขี้เกียจเดินไปตัก ปรากฏว่ารอดตาย  เลยโทษขี้ไก่  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แต่ขี้ไก่มีไม่พอ ต้องซื้อขี้วัวเพิ่ม ปนกันไปมา เหมาะเจาะพอดี

จะถ่ายรูปส่งมาค่ะ กองสวยเชียว ฮ่าๆๆๆ ภูมิใจอ่ะค่ะ  ขนกองไป หัวเราะไป แหม ภูมิใจ 55+
หมักพร้อมกับปุ๋ยน้ำชีวภาพด้วย เอาทั้งดิน ทั้งรดน้ำ   โด๊ปเต็มที่ค่ะ เพื่อมะเขือเทศที่เกิดมาคู่กัน


ปล. หนูไม่ได้เข้ามาซะนาน ไปทำภาระกิจสำคัญ เดี๋ยวนี้เรียกอาจารย์ลุงแล้วหรอคะ....ตกข่าวอย่างแรง โกรธ

- หนูผัดช้ามาช่วยจารย์ลุงเร้ว ... บางคนเริ่มแระ จาให้เป็นจารย์ปู่ จารย์ทวดดดด

- ปุ๋ยขี้ไก่ ก็คือ ขี้ไก่ ... ที่มีจุินทรีย์หัวเชื้อคอยจ้องจะโซ้ยเศษพืชเป็นอาหาร พอลงไปในดินไปเจ๊อะรากพืชก็เลยไปงาบเอา แถมอินทรีย์ไนโตรเจนในขี้ไก่ไปบูดเน่า (Fermentation) แบบการย่อยสลายที่ไม่ใช้ออกซิเจนที่ปล่อยความเป็นกรดออกมา กุหลาบไม่ชอบฮ่ะ ... ตายดีกว่า .... แต่ถ้าทำเป็นปุ๋ยหมักก่อน เปลี่ยนเป็นอนินทรีย์ไนโตรเจน คราวนี้ก็จะกลายเป็นของดี ... ที่ใช้น้อย ๆ ใช่บ่อย ๆ ได้

- จารย์ปู่ ... เอ๊ย ... จารย์ลุงจะไปรอที่ห้องการบ้าน ดูรูปกองปุ๋ยกับลูกสาวหนูผัดช้า นะคะ นะคะ ยิงฟันยิ้ม

ดึงของ'จารย์ลุงมาต่ออีกนีสสสนึง

  - ถ้าเป็นมูลสัตว์ กรณีใช้มูลสัตว์ในปริมาณไม่มากก็ไม่มีปัญหา เพราะปฏิกิริยาที่เกิดในดินก็จะไม่ชัดเจน ก็ยังเป็นประโยชน์ได้อยู่ แต่ถ้าใช้มูลสัตว์มาก ใช้รองก้นหลุมมาก จุลินทรีย์ในมูลสัตว์จะเริ่มทำงาน คราวนี้กินรากพืชแหลก แถมยังเกิดการย่อยสลายในดินแบบไม่ใช้อากาศ ซึ่งทำให้เกิดความเป็นกรด คราวนี้ธาตุอะลูมิเนียมเกิดไปละลายเข้ารากพืช พืชถึงกับแกร็นเชียวนะครับ เคราะห์หามยามร้ายเกิดเป็นโรคเชื้อราที่ทำให้เกิดโรครากเน่าก็จะยิ่งแย่ เพราะเชื้อราพวกนี้ชอบความเป็นกรดครับ อยู่หน้า 12จ้า
  รุ่นพี่ผัดฉ่า,พัชชา,ผัดช้า..ก็มาแล้ว...ดีจังห้องเรียนจะได้คึกคัก
บันทึกการเข้า
patcha.c
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1100


« ตอบ #4727 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 09:38:55 AM »

 จุมพิต จุมพิต จุมพิต  ขอบคุณค่ะ

มีแรงหึกเหิมเต็มที่ คึกคักๆๆๆ

ปล.  ลูกสาวสู้  อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

naturefarm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 818



« ตอบ #4728 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 11:18:15 AM »

รับสมัคร วิทยากรและทีมงาน แนะนำ จัดบู๊ต  การทำปุ๋ยอินทรีย์แบบวิศวกรรมแม่โจ้  ในพิธีเปิดงาน "กรมโรงงาน  ฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมใจรีไซเคิล (ร้านศูนย์บาท)"  ในวันพุธที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖   สนใจติดต่อ  นาวาตรี พิเชษฐ  จินดาศรี 086-1099529
บันทึกการเข้า
khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4729 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 12:41:25 PM »



   search หาอยู่ตั้งนานว่าคุณnaturefarmอยู่ตรงไหน โกรธ โกรธ โกรธ  หน้า74 นี่เอง  ทีแรกคิดว่าเป็น nj mushroom farm ขอโต้ดดดด

 ขยิบตา ขยิบตา ขยิบตา


Liked By: 2502, thepunyapat, tera
บันทึกการเข้า
nook_nature
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 375


« ตอบ #4730 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 01:29:46 PM »

ขอบคุณอาจาร์ยอธีระพงษ์และอาจาร์ยแม่โจ้ที่เป็นคนได้คิดวิธีเรื่องปุ๋ยหมักขึ้นมาและนำความรู้ใหม่บอกครับ กระผมเองก็พึ้งหันมาทำเกษตรด้วยตนเองกำลังหาวิธีแก้ใบไม้ที่บ้านโดยการที่ไม่ต้องเผาด้วยการนำมาใช้ประโยชน์แทนอยู่ครับ คิดว่าจะใช้ใบไม้มาทำเป็นปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ที่ว่าใช้ได้ใช่ไหม แต่ที่บ้านไม่มีมูลสัตว์มีก็ไม่พอครับ คงต้องไปหาซื้อมาผสมทำปุ๋ย คิดว่าจะเริ่มทำแบบขนาดกรองเล็กๆครับ มีคำถามคร่าวๆคือ
ทำกรองเล็กขั้นต่ำสุดควรใช้ประมาณเท่าใดครับ?
จำเป็นต้องสูงถึง1.5ไหม กรองต่ำกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าที่ๆไม่มีสายยางรดน้ำใช้บัวรดน้ำมารดแทนได้ไหม ส่วนที่ต้องเจาะรูใส่กรอกน้ำผมใช่แกนลอนขวด6ลิตรใส่น้ำมากรอกแทนได้ไหมครับ?
ช่วงนี้ฝนเริ่มตกทำได้ไหมครับ? ขอบคุณครับ

- ใบไม้ใช้ได้ครับ ก็เหมือนที่ฐานเรียนรู้ของผมที่แม่โจ้

- ถ้าไม่อยากพลิกกลับ ก็ทำขนาดกว้าง (ที่เล็กที่สุด) 1 เมตร ทำเป็นชั้นบาง ๆ เศษพืชสลับกับมูลสัตว์ ตามสัดส่วนใบไม้ 3 เข่ง มูลสัตว์ 1 เข่ง รดน้ำทุกชั้น ทำเป็นกองสามเหลี่ยม สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 80 - 90 ซม.) แต่ต้องทำใจนะครับว่าการย่อยสลายจะสู้แบบกองใหญ่ไม่ได้

- บัวรดน้ำได้ครับ แกลลอนน้ำได้ครับ

- ฝนตกทำได้สบายเพราะสามารถงดการรดน้ำวันที่ฝนตกได้ แต่ต้องจำไว้ว่า น้ำฝนไม่มีวันซึมเข้ากองปุ๋ย เพราะฉะนั้นก็ยังต้องมีกิจกรรมเจาะเติมน้ำอยู่ดี ... ข้อเสียของหน้าฝนคือเราทำให้แห้งไม่ค่อยได้ ฝนมันคอยจะตกอยู่เรื่อย
ขอบคุณอาจาร์ยลุงมากครับที่มาช่วยให้คำตอบมีเรื่องมารบกวนอาจาร์ยลุงเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนหน่อยครับ
-ถ้าสูง1.5ต้องทำฐานกว้าง2.5อย่างน้อยหรอครับหรือยังทำสั่นกว่านี้ได้ และความตามยาวถ้าต้องการสั้นสุดเริ่มต้นสั้นสุดที่กี้เมตรได้ครับ (ถ้าแบบเล็กที่สุดกลัวจะย่อยสลายไม่ดีเหมือนอาจาร์ยบอก)
-เรื่องอัตราการใส่ใบไม้ต่อมูลสัตว์ 3ต่อ1ใช่ไหมครับ อย่างมูลสัตว์1สอบใบไม้3สอบ สอบ1สอบต้องใส่ใบไม้ในกระสอบอัดให้แน่นไหมครับ เวลาเทียบกับอัตรามูลสัตว์ และเวลามาวางเป็นชั้นต้องกดให้แน่นไหมครับ ชั้นนึงควารสูงเท่าไหร่ครับ
-การใช้ไม้ปักควรใช้ไม้ขนาดยาวรอบวงประมาณกี้ มม.ครับกำหนดไหมเป็นไม้ไผ่ได้ไหม
-การกรอกน้ำต้องกรอกใส่ลงไปรูนึงประมาณกี้ลิตรครับ รดน้ำกรองบนประมาณไหน
-ทำเสร็จคบสองเดือนใช้ไม่หมดทิ้งไว้ในกรองและตักใช้เรื่อยๆได้ไหมครับหรือต้องนำในใส่กระสอบไว้
กราบขอบพระคุณมากครับ

- ถ้าฐานแคบจะทำสูงสามเหลี่ยมไม่ได้ครับ ถ้าอยากทำสั้นสุดก็สัก 2 เมตรครับ

- ตอนตวงในเข่งก็อัดใบไม้หรือฟางให้แน่น แต่ตอนวางบนกองปุ๋ยให้วางอย่างนุ่มนวลครับ เศษพืชหนาไม่เกิน 10 ซม.

- ใช้เหล็ก 3 หุนแทงง่ายกว่าไม้ไผ่ครับ

- กรอกน้ำรูละ 5 - 6 ลิตรได้ ... การรดน้ำบนกองพอให้ชื้น รดทุกวัน

- ถ้าครบสองเดือนแล้วไม่รีบเก็บ เกิดฝนตกมาแล้วจะแย่เลย เก็บใส่กระสอบดีกว่าครับ
ขอบคุณมากครับ ขอถามอาจาร์ยอีกนิดนะครับ
-ถ้าพื้นที่ทำไม่ได้เป็นที่รานกว้างรอบๆมีต้นไม้อยู่จะวางได้ไหมแต่ไม่ได้ชิดต้นไหม ถ้าได้ควรห่างจากต้นไม้ประมาณไหนครับถึงจะเหมาะไม่เป็นผลเสียต่อต้นไม้
-วางที่ร่มกับที่มีแดดแบบไหนเหมาะสมกว่ากันครับ
-ขนาดยาว2เมตรที่อาจาร์ยว่าใช้มูลสัตว์ประมาณกี้กระสอบได้ครับ
-เหล็ก3หุนวัดเท่ากับกี้ มม.ครับ  ยิงฟันยิ้ม เผื่อที่บ้านมี (ถ้าไม่มีใช้ไม้ละครับ)


Liked By: tera, 2502
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 08, 2013, 02:44:17 PM โดย nook_nature » บันทึกการเข้า
khondongkha
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 506


« ตอบ #4731 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 01:44:21 PM »



  คุณ นุก ครับลองอ่านนี่ดูนะครับ

 ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” มีดังนี้
   1. นำฟางข้าว 4 เข่ง วางเป็นชั้นบาง ๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร โปรยทับด้วยมูลสัตว์ 1 เข่ง แล้วรดน้ำ ทำเช่นนี้ 15 - 17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูง 1.50 เมตร กองปุ๋ยจะมีความยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ที่มี ความสำคัญของการที่ต้องทำเป็นชั้นบาง ๆ 15 - 17 ชั้นก็เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอนที่มีอยู่ในเศษพืชและธาตุไนโตรเจนที่มีในมูลสัตว์ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายวัตถุดิบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว   

            2. รักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลา (มีค่าประมาณร้อยละ 60 – 70) โดยมี 2 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 รดน้ำภายนอกกองปุ๋ยทุกวัน ๆ ละครั้ง โดยไม่ให้มีน้ำไหลนองออกมาจากกองปุ๋ย
ขั้นตอนที่ 2 เมื่อครบวันที่ 10 ใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกถึงข้างล่างแล้วกรอกน้ำลงไป ระยะห่างของรูประมาณ 40 เซนติเมตร     
              ทำขั้นตอนที่สองนี้ 5 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 10 วัน เมื่อเติมน้ำเสร็จแล้วให้ปิดรูเพื่อไม่ให้สูญเสียความร้อนภายในกองปุ๋ย ขั้นตอนนี้แม้ว่าอยู่ในช่วงของฤดูฝนก็ยังต้องเจาะเติมน้ำ เพราะน้ำฝนไม่สามารถไหลซึมเข้าไปในกองปุ๋ยได้ แต่จากข้อดีที่น้ำฝนไม่สามารถชะล้างเข้าไปในกองปุ๋ยได้เกษตรกรจึงจะสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธีนี้ในฤดูฝนได้ด้วย
   ภายในเวลา 5 วันแรก กองปุ๋ยจะมีค่าอุณหภูมิสูงขึ้นมาก บางครั้งสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับกองปุ๋ยที่ทำได้ถูกวิธี ความร้อนสูงนี้เกิดจากกิจกรรมการย่อยสลายของจุลินทรีย์ (จุลินทรีย์มีมากมายและหลากหลายในมูลสัตว์อยู่แล้ว) และความร้อนสูงนี้ยังเป็นสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานของจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยอีกด้วย (จุลินทรีย์กลุ่ม Thermophiles และ Mesophiles) หลังจากนั้นอุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลงจนมีค่าอุณหภูมิปกติที่อายุ 60 วัน
         
              3. เมื่อกองปุ๋ยมีอายุครบ 60 วัน ก็หยุดให้ความชื้น กองปุ๋ยจะมีความสูงเหลือเพียง 1 เมตร แล้วทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งเพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัว (Stabilization Period) และไม่ให้เป็นอันตรายต่อรากพืช วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งอาจทำโดยทิ้งไว้ในกองเฉย ๆ ประมาณ 1 เดือน หรืออาจแผ่กระจายให้มีความหนาประมาณ 20 – 30 ซม. ซึ่งจะแห้งภายในเวลา 3 – 4 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ก็อาจนำปุ๋ยอินทรีย์ที่แห้งแล้วไปตีป่นให้มีขนาดเล็กสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 5 - 7 บาท สามารถเก็บได้นานหลายปี
   กองปุ๋ยที่สูง 1.5 เมตรจะสามารถเก็บกักความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาการย่อยสลายของจุลินทรีย์เอาไว้ในกองปุ๋ย ความร้อนนี้นอกจากจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับจุลินทรีย์ชนิดชอบความร้อนสูงที่มีในมูลสัตว์แล้ว เมื่อความร้อนนี้ลอยตัวสูงขึ้นจะทำให้อากาศภายนอกที่เย็นกว่าไหลเวียนเข้าไปในภายในกองปุ๋ย ซึ่งเกิดจากการพาความร้อนแบบปล่องไฟหรือ Chimney Convection อากาศภายนอกที่ไหลหมุนเวียนเข้ากองปุ๋ยนี้ช่วยทำให้เกิดสภาวะการย่อยสลายของจุลินทรีย์แบบใช้อากาศ (Aerobic Decomposition) ทำให้ไม่ต้องมีการพลิกกลับกอง และช่วยให้กองปุ๋ยไม่มีกลิ่นหรือน้ำเสียใด ๆ

หัวใจสำคัญของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1”
   หัวใจสำคัญของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธีนี้ คือ ต้องรักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลาทั้งภายในและภายนอกกองปุ๋ยด้วยวิธีการ 2 ขั้นตอนข้างต้น บริเวณใดที่แห้งเกินไปหรือแฉะเกินไป จุลินทรีย์จะไม่สามารถย่อยสลายได้ ทำให้วัสดุไม่ย่อยสลาย กระบวนการอาจใช้เวลานาน

ข้อห้ามของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1”
   ข้อห้ามของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้คือ
   1. ห้ามขึ้นเหยียบกองปุ๋ยให้แน่น หรือเอาผ้าคลุมกองปุ๋ย หรือเอาดินปกคลุมด้านบนกองปุ๋ย เพราะจะทำให้อากาศไม่สามารถไหลถ่ายเทได้
   2. ห้ามละเลยการดูแลความชื้นทั้ง 2 ขั้นตอน เพราะถ้ากองปุ๋ยแห้งเกินไปจะทำให้ระยะเวลาแล้วเสร็จนานและปุ๋ยอินทรีย์มีคุณภาพต่ำ
   3. ห้ามวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไป การวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไปจะทำให้จุลินทรีย์ที่มีในมูลสัตว์ไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเศษพืชได้
   4. ห้ามทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้ เพราะความร้อนของกองปุ๋ยอาจทำให้ต้นไม้ตายได้
   5. ห้ามระบายความร้อนออกจากกองปุ๋ย เพราะความร้อนสูงในกองปุ๋ยจะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีมากขึ้น และยังช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศผ่านกองปุ๋ยอีกด้วย
   
              เศษพืชทุกชนิดสามารถนำมาใช้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ได้ เช่น ฟางข้าว ซังและเปลือกข้าวโพด ผักตบชวา เศษผักจากตลาด และเศษใบไม้ (ทั้งสดและแห้ง) เป็นต้น ส่วนมูลสัตว์สามารถนำมาใช้ได้ทั้งมูลโค มูลไก่ และมูลสุกร (ทั้งแห้งและเปียก) โดยพบว่า ฟางข้าว ผักตบชวา และเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นเศษพืชที่ย่อยสลายได้ง่ายที่สุด ส่วนเมล็ดลำไยหรือลิ้นจี่ก็สามารถนำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้แต่ต้องนำไปตีบดในเครื่องย่อยเศษพืชเสียก่อน
   การผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้จะช่วยลดการเผาฟางข้าวในนาได้ โดยการไถกลบตอซังแล้วนำฟางข้าวกับมูลสัตว์ขึ้นกองปุ๋ยวิธีใหม่นี้ในทุ่งนาใกล้แหล่งน้ำ เมื่อปุ๋ยอินทรีย์แห้งหรือถึงฤดูการเพาะปลูกก็นำไปโปรยในอัตราส่วน 500 – 1,000 กก.ต่อไร่ แล้วไถกลบไปพร้อมกับการเตรียมดินได้เลย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการขนวัสดุได้มาก

 

 

บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4191


« ตอบ #4732 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 06:58:16 PM »

- ขอเสริมท่านคนดงข่านะครับ ... ทำกองปุ๋ยนอกทรงพุ่มเป็นอันปลอดภัยครับ

- ทำในร่มกับตากแดดเหมือนกันครับ

- กองยาว 2 เมตรจะใช้ขี้วัว 15 กระสอบครับ

- เหล็กสามหุนก็ 9 มม.ครับ ไม่มีก็ใช้ไม้ครับ ... หนูจินบอกว่าเหล็ก 3 หุนดีที่ซู๊ด .... ซ๊วบบบบบ ซ๊วบบบบบบ แล้ว คว้านนนนนน กรอกน้ำ เสร็จก็ปิดรู  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Kasat182526
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 279


« ตอบ #4733 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 07:23:56 PM »

มารายงานความคืบหน้ากองปุ่ยอย่างหนา  เนื่องจากมีภาระกิจ จากน้องปุ๋ยไป 2 สัปดาห์กลับมาเดินล้วง ควัก งัดแงะสุดท้ายเอาคราด สับเข้าไปดูข้างใน ผล ตรงไหนเป็นจุดเจาะเติมนำ้ ยุ่ยดี แต่ส่วนมาก ยังเป็นฟาง เหมือนเดิม ไม่มีวี่แวว จะเป็นนางงามจักรวาลเลย แก้ไข
แก้ไข  แก้ไข แต่วิธีไหนดี ตกลง ล้มกองขึ้นใหม่(เหนื่อยมาก  ขอบอก)ที่ยุ่ยแล้วแยกออกมาจะใช้แล้ว  เติมขี้วัวเพิ่ม ไม่มีแกลบแล้ว
คำถามคือ
1. ส่วนที่จะใช้ จะต้องตากกี่วัน (ช่วงนี้ฝนตก)ไม่มีพื้นที่ในร่ม กองไว้แล้วเอาผ้าพลาสติกคุมกันฝน วันไหนมีแดด ก็จะ เกลี่ยผึ่ง ต้องคอยวิ่งเล่นเอาเถิด แข่งกับฝน และ
2.กองที่ขึ้นใหม่จะต้องนับวันเริ่มใหม่ใช่มั๊ยค่ะ
บันทึกการเข้า
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #4734 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 07:33:20 PM »

มารายงานความคืบหน้ากองปุ่ยอย่างหนา  เนื่องจากมีภาระกิจ จากน้องปุ๋ยไป 2 สัปดาห์กลับมาเดินล้วง ควัก งัดแงะสุดท้ายเอาคราด สับเข้าไปดูข้างใน ผล ตรงไหนเป็นจุดเจาะเติมนำ้ ยุ่ยดี แต่ส่วนมาก ยังเป็นฟาง เหมือนเดิม ไม่มีวี่แวว จะเป็นนางงามจักรวาลเลย แก้ไข
แก้ไข  แก้ไข แต่วิธีไหนดี ตกลง ล้มกองขึ้นใหม่(เหนื่อยมาก  ขอบอก)ที่ยุ่ยแล้วแยกออกมาจะใช้แล้ว  เติมขี้วัวเพิ่ม ไม่มีแกลบแล้ว
คำถามคือ
1. ส่วนที่จะใช้ จะต้องตากกี่วัน (ช่วงนี้ฝนตก)ไม่มีพื้นที่ในร่ม กองไว้แล้วเอาผ้าพลาสติกคุมกันฝน วันไหนมีแดด ก็จะ เกลี่ยผึ่ง ต้องคอยวิ่งเล่นเอาเถิด แข่งกับฝน และ
2.กองที่ขึ้นใหม่จะต้องนับวันเริ่มใหม่ใช่มั๊ยค่ะ

1. ส่วนมากก็ตาก 2-3 วัน พอให้แห้งสัก 80% (แต่มากกว่านี้ก็ดี) 
ตอนที่ทำเวลาตาก ก็มีฝนมา เล่นเอาล่อเอาเถิด ตากอยู่เป็นอาทิตย์ค่ะ

2. กองที่จะขึ้นใหม่ ก็นับวันใหม่เลยค่ะ 

เอาใจช่วยคร้าาาา
บันทึกการเข้า
jin kitti567
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 475


« ตอบ #4735 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2013, 07:47:04 PM »

- ขอเสริมท่านคนดงข่านะครับ ... ทำกองปุ๋ยนอกทรงพุ่มเป็นอันปลอดภัยครับ

- ทำในร่มกับตากแดดเหมือนกันครับ

- กองยาว 2 เมตรจะใช้ขี้วัว 15 กระสอบครับ

- เหล็กสามหุนก็ 9 มม.ครับ ไม่มีก็ใช้ไม้ครับ ... หนูจินบอกว่าเหล็ก 3 หุนดีที่ซู๊ด .... ซ๊วบบบบบ ซ๊วบบบบบบ แล้ว คว้านนนนนน กรอกน้ำ เสร็จก็ปิดรู  ยิงฟันยิ้ม

ขออนุญาตเสริมนิ้ดเดียวคร้าาาา

ที่ว่ามีต้นไม้ ต้นไม้ใหญ่หรือเล็กคะ .. ถ้าต้นไม้เล็ก คงต้องไกลๆ อย่างจารย์บอกไว้

แต่ถ้าเป็นต้นไม้หญ่ายยย ใหญ่จริงๆ นะคะ ทำในทรงพุ่มก็ได้ (ขอประทานโทษค่ะจารย์)
เพราะที่บ้านตอนทำ กองแรก เล็งหาที่เหมาะๆ เล็งไป เล็งมาตรงนี้แหละ สามีก็ไม่พูดอะไรเลย ตามใจ ขึ้นกองเสร็จ มาเปิดดูตำรา ฮ่า จารย์บอกว่าอย่าทำใต้ทรงพุ่ม ไปยืนเล็ง เฮ้อ จะย้ายกอง คงจะลำบาก (ทำห่างโคนต้นประมาณเกือบสามเมตร แต่อยู่ใต้ทรงพุ่ม) เป็นต้นไม้ใหญ่มาก เลยไม่เป็นไร

กองต่อมา ก็ทำห่างโคนต้นไม้ประมาณ 3 ม. ก็ยังอยู่ดี เพราะต้นใหญ่มาก คราวนี้ต้นโพธิ์


ถ้าเป็นต้นไม้เล็ก คงต้องห่างๆ นั่นแหละคะ


อ้อ จารย์คะ กองปุ๋ยที่ทำ ล้มกองไปตั้งแต่มีนาคม (ใต้ต้นโพธิ์) ที่พื้นดิน ป่านฉะนี้ยังไม่มีหญ้าขึ้นสักต้นเลยค่ะ แต่บริเวณรอบๆ หญ้าเพียบ เป็นรอยสี่เหลี่ยมสะอาดตา ไม่มีหญ้าเลย แสดงว่าดินคงเค็มหรือ?? แต่บริเวณรอบๆ หญ้าขึ้นเต็มไปหมดค่ะ

ส่วนเรื่องเหล็กเส้น ขนาด 3 หุนกำลังเหมาะดีจริงๆ ถ้าเล็กว่านี้ เวลาแทงก็จะอ่อน (แทงไม่เข้า) ถ้าใหญ่กว่านี้ ก็หนักไป (สำหรับเรานะคะ) ถ้ามีไซร์อื่น ก็ใช้ได้ ถ้าแทงได้ลง หรือถนัดไม้ก็ได้ค่ะ จะลำบากแต่ตอนแทงกองครั้งแรก รอบต่อๆ ไปก็สบายแล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 286 287 288 289 290 291 292 293 294 295 [296] 297 298 299 300 301 302 303 304 305 306 ... 433   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: