หน้า: 1 ... 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 [142] 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 ... 401   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนสมาชิกทำปุ๋ยหมักวิธีใหม่ของแม่โจ้ ไม่ต้องพลิกกลับกอง (มีสารบัญ)  (อ่าน 738307 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
นาย_มนัส
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1102


ซื่อกินไม่หมด คตกินไม่นาน


« ตอบ #2256 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 04:38:39 PM »

อาจารย์ครับผมอยากรู้ว่าขี้หมูที่ผมใช้น้ำฉีดล้างคอกแล้วมันไหลลงไปอยู่ในบ่อ

แต่ไม่ได้หมักแกสนะครับเป็นบ่อกันไว้ไม่ให้ไหลไปเลอะที่ข้างๆอะครับ มันมีทั้ง

เก่าและใหม่ปนกันมาเป็นปีๆและไม่ทราบว่าจะใช้ได้ไหมครับ

ขอบคุณครับ (คำถามผมโง่ไปไหมครับผมกลัวน้องจุลตายหมดแล้วอะครับ) ลังเล

อีก  2-3  วันผมจะกลับไปที่สวนถ้าใช้ได้ผมจะได้ลองทำมั่งอะครับ   เศร้า

- น่าอิจฉาเน๊อะ มีของดี

- น้ำในบ่อ ใช้ใส่ต้นพืชได้ มีเพื่อนรุ่นน้องใช้ปลูกข้าวด้วย อีกคนปลูกมันสำปะหลัง แต่อัตราส่วนการใช้ต้องระวังต้องลองทดลองเองนะครับ

- ขี้หมูในบ่อเป็นปี เก่าและใหม่ ให้เอาขึ้นมากอง ทิ้งให้แห้ง อันนี้คือปุ๋ยคอกชั้นดี เอาไปใส่กระสอบขาย หรือเอาไปใช้เป็นปุ๋ยคอก บำรุงดินได้เลย

- ถ้าจะเอาไปทำปุ๋ยหมัก ควรตักขี้หมูประจำวัน ก่อนลงบ่อ เอาไปทำจะดีกว่าครับ ถ้าตักขี้หมูออกไปได้หมด น้ำขี้หมูก็บรรเทาความเข้มข้นไปได้เยอะด้วย

- บ่อนั้นถ้าสามารถเอาผ้าคลุมได้ ลงทุนอีกนิด ก็จะได้แก๊สชีวภาพเอาไว้ใช้งาน ใช้หุงต้มของคนงานได้ และลดปัญหาเรื่องกลิ่นได้มาก
ขอบคุณมากครับอาจารย์ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้นและครับ
บันทึกการเข้า

ขยันหมั่นเพียรในการงาน
  รักษาทรัพย์ที่ได้โดยชอบ
     คบหาคนดีมีคุณธรรม
        พอเพียงใช้ชีวิตสมถะ

wachikoh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #2257 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 06:09:41 PM »

ขอด้วยครับอาจารย์สนใจครับ
adul0902@hotmail.com

- ส่งให้แล้วนะครับ
ได้รับแล้ว ขอบคุณครับ


Liked By: tera
บันทึกการเข้า
wachikoh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22


« ตอบ #2258 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 06:13:43 PM »

อาจารย์ผมขอ File Power Point ด้วยครับ
k.wachi@gmail.com
ได้รับแล้ว ขอบคุณครับ


Liked By: tera
บันทึกการเข้า
JoanTseng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #2259 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 07:30:33 PM »

ขอด้วยคนนะค่ะ
joan_tseng@hotmail.com
บันทึกการเข้า
oFFja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 143


« ตอบ #2260 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 07:52:36 PM »

อาจารย์ผมขอ Power Point ด้วยครับ OFF_dee_kab@hotmail.com

ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์

- ส่งแล้วนะครับนักเรียนอ๊อฟ  ยิงฟันยิ้ม

ได้รับแล้วครับ อาจารย์
ขอบคุณครับ ยิ้มเท่ห์


Liked By: tera
บันทึกการเข้า
tera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3931


« ตอบ #2261 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2012, 09:30:46 PM »

ขอด้วยคนนะค่ะ
joan_tseng@hotmail.com

- ส่งให้แล้วนะครับ
บันทึกการเข้า
sabuydee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #2262 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 12:52:19 PM »

 ผมเสียดายกากชาและกาแฟแบบที่ขายตามตลาดทั่วไป(ใช้ถุงชงน่ะครับ) ญาติขายอยู่ต้องทิ้งลงถังขยะทุกวัน ผมคิดว่าน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง   จึงขอเรียนถามอาจารย์ด้วยครับว่า เรานำมาผสมไปกับหญ้าหรือขี้วัวในแต่ละชั้นทำปุ่ยแบบแม่่่่่่โจ้ได้ไหมครับ และควรผสมปริมาณเท่าไร   หรืออาจารย์มีข้อแนะนำเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นบ้างไหมครับ  ขอขอบคุณ   ยิ้มเท่ห์


Liked By: tera, AMOL, chice
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9360


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2263 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 01:31:25 PM »

ผมเสียดายกากชาและกาแฟแบบที่ขายตามตลาดทั่วไป(ใช้ถุงชงน่ะครับ) ญาติขายอยู่ต้องทิ้งลงถังขยะทุกวัน ผมคิดว่าน่าจะนำมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง   จึงขอเรียนถามอาจารย์ด้วยครับว่า เรานำมาผสมไปกับหญ้าหรือขี้วัวในแต่ละชั้นทำปุ่ยแบบแม่่่่่่โจ้ได้ไหมครับ และควรผสมปริมาณเท่าไร   หรืออาจารย์มีข้อแนะนำเพื่อนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นบ้างไหมครับ  ขอขอบคุณ   ยิ้มเท่ห์



เอามาฝากให้อ่านระหว่างรอท่าน อาจารย์ tera Online  ท่านอาจารย์น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับกากชาหรือกากกาแฟ ที่อาจจะเคยเอามาผสมในกองปุ๋ย ยิงฟันยิ้ม

กากกาแฟ ของฟรี มีประโยชน์
รูปภาพของ แก้ว กุ๊ก กิ๊ก
โดย แก้ว กุ๊ก กิ๊ก เมื่อ 29 สิงหาคม, 2010 - 13:54 Tags:

 ความรู้เกษตร กากกาแฟ




สืบเนื่องจากการที่คุณตุ้ย แนะนำเรื่องการกำจัดหอยทากด้วยการโรยกากกาแฟ  ก็เลยไปขอซื้อผงกากกาแฟจากร้านกาแฟสด (เจ้าประจำ)

เจ้าของร้านบอกว่า ปกติเททิ้งทุกวัน ให้มารับได้ฟรีเลย จะเก็บแยกไว้ให้ ยิ้ม....ใจดีจัง... Smile ขอบคุณมากค่ะ Smile

ไปรับมาแล้วก็เริ่มคิด..^__^ คิดส์ว่า...ผงกากกาแฟใช้ทำอะไรได้บ้าง

แต่ว่ามีให้รับได้ทุกวัน..ดิ...ทำไรได้อีก...ไปลองค้นข้อมูลมาดู

 
กากกาแฟ จะมีค่า OM (Organic material 70% และ Total Nitrogen 1.96)

__ ไนโตเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญของดีเอ็นเอ, อาร์เอ็นเอ และโปรตีน ซึ่งพืชจะต้องใช้ในการเจริญเติบโต กากกาแฟยังมีโพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส และสารอย่างอื่นอีกเล็กน้อยที่ช่วยเพิ่มพัฒนาการของพืช มีรายงานจากชาวสวนจำนวนมากว่าดอกกุหลาบเจริญเติบโตได้ดี มีดอกใหญ่ และให้สีสันสวยงาม เมื่อใช้กากกาแฟเป็นปุ๋ย


การทำจุลินทรีย์แห้งด้วยกากกาแฟ

สูตรที่ 1 ให้ผสม รำ 1 ส่วน มูลสัตว์ 1 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน  กากกาแฟหรือเปลือกกาแฟจะดีกว่า 4 ส่วนผสมด้วยจุลินทรีย์น้ำพอชื้น ๆ  หมักไว้ 6-7 วัน ให้แห้ง นำไปใช้ได้
การหมักกากกาแฟ เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งที่จะเพิ่มประโยชน์ และปริมาณ N ให้อยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้

สูตรที่ 2 หมักกับฟางข้าว 1:2 ส่วนโดยปริมาตร กลับกองบ่อยๆน่ะค่ะ

 

วิธีใช้แบบไม่หมัก

_1_ใช้โรยรอบๆต้น แล้วรดน้ำตาม กากกาแฟจะค่อยๆ ปลดปล่อยปุ๋ยไนโตรเจนให้กับต้นไม้

 

_2_อาจใช้ผสมในกองปุ๋ยหมักจะเป็นการเพิ่มธาตุ ไนโตรเจนแก่กองปุ๋ยนั้น

_3_อาจใช้ผสมน้ำทำปุ๋ยน้ำเจือจางไว้รดต้นไม้ โดยใช้ กากกาแฟที่เปียกประมาณ 1 กระป๋องนม   ผสมน้ำ 5 ลิตร  รดตามต้นไม้ที่ชอบความเป็นกรด อย่างกุหลาบหรือไฮเดรนเยียนี้จะชอบมากๆ เลยค่ะ

_4_กากกาแฟที่ได้มาเราจะนำมาวางตากแดดบนหนังสือพิมพ์ให้น้ำระเหยแห้งไปหมด จากนั้นก็นำมาใช้ผสมดินปลูกในกระถาง หรือผสมดินในแปลงปลูกผักโดยตรง ในอัตราส่วน กากกาแฟ 1 : ดินในสวน 3 ส่วน  จะช่วยให้เนื้อดินร่วนซุยเก็บความชื้นไว้ได้ดี ระบายน้ำดี ที่สำคัญไส้เดือนชอบมากๆ

_5_ ใช้กากกาแฟกับเปลือกไข่โรยเป็นแนวรอบต้นไม้ไล่แมลงศัตรูพืช" จำพวกหอยทาก ได้ดี

ควรเก็บกากกาแฟที่ตากแห้งแล้ว อย่าเก็บไว้แบบเปียกๆ เพราะขึ้นราง่ายมาก

 
ประโยชน์อื่นๆ

1.  ใช้กับสัตว์เลี้ยง  : นำกากกาแฟผสมกับน้ำแล้วนำไปขัดที่ผิวของสัตว์เลี้ยง จะทำให้ผิวและขนของสัตว์มีสุขภาพที่ดีและเงางามขึ้น บางคนที่เคยใช้วิธีนี้พบว่าสามารถช่วยไล่หมัดและ พยาธิต่างๆ ที่อยู่บนขนของสัตว์ได้ด้วย แต่ว่าวิธีนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองเท่านั้น

2. ใช้กำจัดกลิ่นในตู้เย็น  : ถ้าเราเก็บของกินหลายอย่างไว้ในตู้เย็น จะทำให้ในตู้เย็นมีกลิ่นไม่พึงประสงค์มากมาย เราสามรถกำจัดกลิ่นเหล่านี้ได้ โดยนำกากกาแฟใส่ถ้วยแล้วนำไปวางในตู้เย็น จากนั้นกาแฟจะทำหน้าที่ในการดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆจากอาหาร ถ้าต้องการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพียงเติมวานิลาลงไปในกากกาแฟเล็กน้อย

3. ป้องกันการขับถ่ายไม่เป็นที่ของสัตว์เลี้ยง  : ถ้าเรามีบริเวณหรือสวนที่ไม่อยากให้สัตว์เลี้ยงเข้าไป ขับถ่ายให้สกปรก เราสามารถนำกากกาแฟและผิวส้ม ไปโรยรอบๆบริเวณนั้นเพราะกลิ่นของทั้งสองอย่างนี้เมื่อผสมกัน จะเป็นกลิ่นที่ทำให้สัตว์ไม่ขับถ่ายหรือไม่อยากขับถ่าย

4.  ใช้สำหรับขัดผิว : กากกาแฟสามารถนำไปขัดผิวได้ เพราะช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้เป็นอย่างดี แล้วทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น

5.  กำจัดกลิ่นในรองเท้า  : โดยนำกากกาแฟไปวางในรองเท้า เพื่อให้กากกาแฟดูดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ออกจากรองเท้า หรือถ้าต้องการกำจัดกลิ่นที่เท้า ก็สามารถทำได้โดยใช้น้ำผสมกากกาแฟล้างเท้า

6.  ช่วยให้ผมเงางาม  : แน่นอนว่าการมีผมสวยและเงางามเป็นที่ต้องการสำหรับทุกคน วิธีง่ายๆที่ทำได้อีกอย่างคือ ล้างหรือสระผมด้วยกากกาแฟ หรืออาจใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกาแฟก็ได้

7.   ไล่มด  : ถ้าพูดถึงมดที่เดินไปมาในบ้านของคุณไม่ว่าจะเป็นในตู้กับข้าว หรือว่าตู้เสื้อผ้า มดพวกนี้คงสร้างความรำคาญให้กับได้เรามากทีเดียว แต่ว่าเราสามารถไล่มดพวกนี้ได้ โดยนำกากกาแฟไปถูที่ตู้กับข้าวหรือตู้เสื้อผ้า แล้วมดจะไม่เข้าใกล้ตู้เหล่านี้ เพราะในกากกาแฟมีกลิ่นบางอย่างที่มดไม่ชอบ

 
ในเมื่อมีของฟรี ที่ดีมีประโยชน์แบบนี้ ก็อยากมาบอกให้แก่พี่น้องได้เก็บกากกาแฟมาใช้ประโยชน์กันค่ะ

**************

ขอบคุณข้อมูลจากคุณ แก้ว กุ๊ก กิ๊ก ครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
sabuydee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #2264 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 01:49:01 PM »

ขอบคุณอาจารย์นพมากมากครับ  ขอถามอีกนิดนะครับว่ากากชาล่ะครับ ใช้แบบกาแฟได้
ไหมครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: tera, AMOL
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 05, 2012, 01:50:45 PM โดย sabuydee » บันทึกการเข้า
นายออโต้
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 433


« ตอบ #2265 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 01:52:29 PM »

สวัสดีอาจารย์ธีรพงษ์ และพี่ ๆ นักเรียนประจำชั้นทุกท่านด้วยครับ ที่ได้มอบความรู้เรื่องปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง

อ่านมา 3 วันหมดทุกหน้าจนถึงตอนนี้ ความรู้อยู่ในหัวคำถามที่คิดว่าต้องเกิดได้คำตอบแล้วจากเพื่อนสมาชิืก

ขอบคุณทุกท่านจากใจจริง ๆ

สำหรับผม ผมคงต้องไปทำให้ที่บ้านเห็นก่อน เมื่ออาทิตย์ก่อนกลับบ้านเห็นกับตาว่าชาวบ้านซื้อปุ๋ยหมักลูกละ 320 ราคาสมาชิก.

ตอนแรกรู้สึกตกใจว่าทำไมราคามันแรงจัง ชาวบ้านคุยกันว่าดี ว่าดี แต่ไม่รู้ว่าดียังไง แต่ยอมซื้อคนละหลายสิบลูก

ทำให้รู้ว่าชาวบ้านยอมรับปุ๋ยอินทรีย์ แต่ไม่มีใครทำเอง ปุ๊วัวก็มี ปุ๊แพะก็มี ฟางข้าวก็มี เริ่มเห็นช่องทาง ถามอาที่ทำไร่สับประรดเรื่อง

ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก แกรู้นะครับมีตัวอย่างให้ดูด้วยแต่ไม่ได้ใช้ อยู่ในซอกหนึ่งของห้องมืด ๆ ทั้งน้ำหมัก น้ำส้มควันไม้ ทั้งปุ๋ยหมักกระสอบ

เคยอบรมทำปุ๋ยแบบกลับกองด้วยแต่ไม่ได้เอามาใช้ ส่วนใหญ่ปัญหาผมว่าเกิดจากทำเยอะเกินไปแล้วทำไม่ทัน สับประรดปลูกกันที่ 20 ไร่

เอ๊ะอ๊ะก็ไฮวาเอ็กซ์

นี้ถ้าทำแปลงตัวอย่างสักแปลงพร้อมทำปุ๋ยที่ทำเอง ใช้เอง ดีเอง ปลูกพื้นให้เหมือนชาวบ้านปลูก แถวบ้านผมเป็นสับประรดกับว่านหางจรเข้

แต่ลดปุ๋ยเคมีได้สักครึ่งหนึ่ง คงช่วยชาวบ้านได้อีกเยอะเพราะเท่าที่รู้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นหนี้กันเกือบทุกบ้าน หนี้จากความขยัน

สังเกตุที่ดินของชาวบ้านและของตัวเองที่ให้คนอื่นเช่าทำสับประรด มันออกสีขาว ๆ ด้าน ๆ เวลาฝนตกแล้วลื่ีนปรี้ด ๆ ดินคงอุดมไปด้วย

แร่ธาตุแต่ต้นไม้เอามาใช้ไม่ได้ เพราะปล่อยว่างเมื่อไรหญ้าสูงท่วมหัวทุกที

ตอนนี้กำลังซ้อมมือกับกองเล็ก ๆ ในบ้านที่ติดพันธนาการไว้ กองนี้ขอซ้อมมือก่อนครับ กองต่อไปค่อยส่งการบ้านนะครับอาจารย์.

ขอบคุณทุกท่านครับ โตโต้
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9360


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2266 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 02:55:20 PM »

ขอบคุณอาจารย์นพมากมากครับ  ขอถามอีกนิดนะครับว่ากากชาล่ะครับ ใช้แบบกาแฟได้
ไหมครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ประโยชน์ของกากชามีมากมายลองไปหาอ่านได้ตามลิ้งค์นะครับ
http://www.time-for-tea.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=362500

แต่ในส่วนของการนำกากชามาทำปุ๋ย ไปหามาให้แล้วครับมีคนเอามาถ่ายทอดในเน็ตอยู่ เอามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม

นำกากใบชามาใช้ทำปุ๋ย



อันเนื่องมาจากห้อง ต้นไม้@พันทิป มีบุคคนท่านนึงตั้งกระทู้ถามว่า กากใบชาที่บ้านมีเยอะ คือมีทุกวัน เพราะดื่มชาทุกวัน จะเอามาใช้ทำปุ๋ยได้ไหม ทำอย่างไร มีวิธีการแบบไหน

ผมว่าเรื่องนี้ถ้าให้ตอบ คงคุยกันยาวครับ ด้วยความรู้อันน้อยนิดที่ผมมี ผมขอแชร์ประสบการณ์แล้วกันนะครับ

อันเนื่องจาก ท่านแม่ผมดื่มชาบ่อยๆครับ ซึ่งเป็นชาสด คือชาที่ชงเอง ไม่ใช่ชาขวดๆตามที่ขายกันทั่วไป ทำให้เกิดกากชา หรือเศษใบชาที่เหลือจากการชง ซึ่ง ถ้าทิ้งไปทุกวันๆ ผมก็ว่ามันก็เยอะพอสมควรครับ

 เลยเอามาโรยๆรอบต้นไม้ วันไหนอากาศดีๆ แดดร้อนๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ถ้าช่วงไหนฝนครึ้มๆหน่อย แดดหายไปหลายวัน กากชาที่โรยรอบต้นไม้ก็ทำปัญหาเชื้อราได้ครับ

วันนี้ผมจึงขอแนะนำวิธีการใช้กากชาให้เป็นประโยชน์ครับ

วิธีแรก อย่างที่ผมบอกครับ โรยไปรอบๆต้นไม้นั่นแหละ ง่ายดี เพียงแต่วิธีการนี้ต้องระวังแต่เรื่องเชื้อราที่อาจจะเกิดขึ้นได้ครับ จะใช้ได้ดีก็ในที่ๆมีอากาศถ่ายเท และมีแสงแดดพอสมควรครับ

วิธีต่อมา คือนำมาผสมในดินครับ โดยการตากให้แห้งก่อน จะกลายเป็นปุ๋ยจำพวกใบไม้แห้งครับ ผสมลงในชั้นปุ๋ยเวลาปลูกต้นไม้ได้ครับ

วิธีที่ 3 ไม่ต้องตากให้แห้ง แต่ใช้ผสมในดิน ในชั้นปุ๋ยไปเลย ก็จะกลายเป็นปุ๋ยพืชสดครับ แต่อย่างที่บอกครับ ปัญหาที่มาจาก กากชาที่เปียกชื้น ย่อมเป็นปัจจัยให้เกิดเชื้อราได้ครับ แม้จะอยู่ในดินก็เถอะ ยังทำให้เกิดปัญหาเชื้อราในดิน ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช หรือต้นไม้ที่ปลูกได้ครับ บางทีก็ทำให้ดินเสื่อมสภาพไป บ้างก็ทำให้ต้นไม้แคระแกร็นได้ครับ

แต่วิธีที่ผมแนะนำคือวิธีสุดท้ายครับ คือเอาไปทำปุ๋ยหมักครับ จะเป็นปุ๋ยหมักทั่วไปก็ได้นะครับ แต่ผมอยากให้ทำเป็นปุ๋ยหมัก พด. 1 ครับ มันมีประโยชน์มากกว่า

วิธีการคือ มองกากใบชาที่ว่า เป็นเศษพืช และ กากอาหารตามครัวเรือนครับ แล้วเอาลงไปหมัก จะได้ปุ๋ยชั้นเยี่ยมเลยครับ ผมจะยังไม่ขอเล่าในหัวข้อนี้นะครับ พด.1 คืออะไร มีประโยชน์อะไร เพราะมันคงจะออกนอกหัวข้อนี้ไป ไว้จะมาเล่าให้ฟังคราวหน้าครับ

สวัสดี

ที่มาของข้อมูล : http://ilgreatli.blogspot.com/2011/04/blog-post_11.html

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: Gnoy, tera, AMOL, Ekachaiyan
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9360


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2267 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 04:05:53 PM »

สวัสดีอาจารย์ธีรพงษ์ และพี่ ๆ นักเรียนประจำชั้นทุกท่านด้วยครับ ที่ได้มอบความรู้เรื่องปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง

อ่านมา 3 วันหมดทุกหน้าจนถึงตอนนี้ ความรู้อยู่ในหัวคำถามที่คิดว่าต้องเกิดได้คำตอบแล้วจากเพื่อนสมาชิืก

ขอบคุณทุกท่านจากใจจริง ๆ

สำหรับผม ผมคงต้องไปทำให้ที่บ้านเห็นก่อน เมื่ออาทิตย์ก่อนกลับบ้านเห็นกับตาว่าชาวบ้านซื้อปุ๋ยหมักลูกละ 320 ราคาสมาชิก.

ตอนแรกรู้สึกตกใจว่าทำไมราคามันแรงจัง ชาวบ้านคุยกันว่าดี ว่าดี แต่ไม่รู้ว่าดียังไง แต่ยอมซื้อคนละหลายสิบลูก

ทำให้รู้ว่าชาวบ้านยอมรับปุ๋ยอินทรีย์ แต่ไม่มีใครทำเอง ปุ๊วัวก็มี ปุ๊แพะก็มี ฟางข้าวก็มี เริ่มเห็นช่องทาง ถามอาที่ทำไร่สับประรดเรื่อง

ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมัก แกรู้นะครับมีตัวอย่างให้ดูด้วยแต่ไม่ได้ใช้ อยู่ในซอกหนึ่งของห้องมืด ๆ ทั้งน้ำหมัก น้ำส้มควันไม้ ทั้งปุ๋ยหมักกระสอบ

เคยอบรมทำปุ๋ยแบบกลับกองด้วยแต่ไม่ได้เอามาใช้ ส่วนใหญ่ปัญหาผมว่าเกิดจากทำเยอะเกินไปแล้วทำไม่ทัน สับประรดปลูกกันที่ 20 ไร่

เอ๊ะอ๊ะก็ไฮวาเอ็กซ์

นี้ถ้าทำแปลงตัวอย่างสักแปลงพร้อมทำปุ๋ยที่ทำเอง ใช้เอง ดีเอง ปลูกพื้นให้เหมือนชาวบ้านปลูก แถวบ้านผมเป็นสับประรดกับว่านหางจรเข้

แต่ลดปุ๋ยเคมีได้สักครึ่งหนึ่ง คงช่วยชาวบ้านได้อีกเยอะเพราะเท่าที่รู้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นหนี้กันเกือบทุกบ้าน หนี้จากความขยัน

สังเกตุที่ดินของชาวบ้านและของตัวเองที่ให้คนอื่นเช่าทำสับประรด มันออกสีขาว ๆ ด้าน ๆ เวลาฝนตกแล้วลื่ีนปรี้ด ๆ ดินคงอุดมไปด้วย

แร่ธาตุแต่ต้นไม้เอามาใช้ไม่ได้ เพราะปล่อยว่างเมื่อไรหญ้าสูงท่วมหัวทุกที

ตอนนี้กำลังซ้อมมือกับกองเล็ก ๆ ในบ้านที่ติดพันธนาการไว้ กองนี้ขอซ้อมมือก่อนครับ กองต่อไปค่อยส่งการบ้านนะครับอาจารย์.

ขอบคุณทุกท่านครับ โตโต้

ถ้าพูดถึงปุ๋ยอินทรีย์ที่ชาวบ้านซื้อกันในราคากระสอบละ 320 บาท(บางที่ถึง 400 บาท)
ถ้าเป็นยี่ห้อดังราคาถึงลูกละ 700 บาทครับ น่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ปั้นเม็ดแล้ว

จริงๆถ้าเราทำปุ๋ยหมักอินทรีย์สูตรไม่กลับกองของแม่โจ้ แล้วมีเครื่องตีป่นปุ๋ยที่ผึ่งแห้งดีแล้ว
จะได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี (มีตัวอย่างที่ท่านอาจารย์ tera และเพื่อนสมาชิกเอามาโพสกัน
ไว้เยอะแล้ว)ในราคาถูกไว้ใช้กัน







ผมมีตัวอย่างการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่เอามาผสมดินเพาะกล้านาโยนของผม ที่เรียกได้ว่าเพาะกล้ากันบนลูกรังเลยทีเดี๋ยว เพาะกล้าแค่ 13 วันกล้าก็ยาวเกินความต้องการ(กล้ายาวเกิน 10 นิ้ว)ที่จริงแล้วกล้าที่เหมาะเอาไปโยนจะมีความยาว 6-7 นิ้ว(เพาะกล้า 12-15 วัน)
จากรูปผมใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีในราคา กิโลกรัมละ 4 บาท ถ้าผมทำปุ๋ยอินทรีย์สูตรของแม่โจ้ใช้เอง
ต้นทุนค่าปุ๋ยของผมน่าจะลดลงไปได้อีกครับ สมกับที่ตั้งใจว่าจะทำนาลดต้นทุน ที่สวนกับชาวนาส่วนใหญ่ที่เค้าทำนาเพิ่มต้นทุนกัน  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์

บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
artith
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


« ตอบ #2268 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 08:07:32 PM »

กล้าข้าว คุณนพงามมากครับ ของผมเกือบจะไม่ได้โยนมันเหลืองมาก  ไม่รู้เป็นอะไร  ทุกปีไม่เห็นเป็น
แต่ที่น่าสังเกต กล้าของชาวบ้านที่ตกกล้านาดำก็เป็นเหมือนกัน 


Liked By: tera, AMOL
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Administrators
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9360


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2269 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 08:32:11 PM »

กล้าข้าว คุณนพงามมากครับ ของผมเกือบจะไม่ได้โยนมันเหลืองมาก  ไม่รู้เป็นอะไร  ทุกปีไม่เห็นเป็น
แต่ที่น่าสังเกต กล้าของชาวบ้านที่ตกกล้านาดำก็เป็นเหมือนกัน 

ไม่ทราบว่าอยู่จังหวัดไหนครับ ข้าวที่เพาะกล้าเป็นพันธุ์อะไร เป็นไปได้ถ้าเพาะกล้าแล้ว เจอฝนตกบ่อยต่อเนื่องหลายวันหรือเกิน 10 ชั่วโมง(ใบข้าวเปียกนานเกินไป)ทำให้เป็นโรคใบไหม้ได้ครับ
ส่วนกล้าที่เพาะในรูปของผมเป็นข้าวขาวดอกมะลิ 105 ครับ


ในรูปปีนี้ผมปลูกข้าวแค่ 2 ไร่ 1 งาน จึงไม่ได้โยนกล้าแต่ใช้คนปลูกแบบปาเป้าแทน
ใช้แรงงานปลูก 5 คนและคนเสริฟหรือส่งกล้า(ตัวผมเอง) 1 คนนา 1 ไร่ใช้เวลาปลูก 2 ชั่วโมงครับ
ซึ่งก็ถือว่าปลูกได้เร็วกว่าการดำนาโดยใช้แรงงานน้อยกว่าครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: tera, nti, yong9, AMOL, Ekachaiyan
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
thitiya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


« ตอบ #2270 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 08:36:22 PM »

รบกวนอาจารย์ขอfile PPT ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
 Thitiya123@hotmail.com


Liked By: tera
บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 372


« ตอบ #2271 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2012, 09:01:22 PM »

เรียนอาจารย์ tera  ขอบคุณที่ท่านกรุณาตอบ  นิยมชมชอบท่านที่นำเสนอการทำปุ๋ยหมักฯเพื่อให้เกษตรกรได้พึ่งตัวเองและลดภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการขนย้าย ฯลฯ  กระผมสนใจในกสิกรรมธรรมชาติมานานแล้ว ปี ๓๖ ไปอบรมเพื่อนช่วยเพื่อน กสิกรรมธรรมชาติกับท่านเสียงศีล เกี่ยวกับ EM และอื่นๆหลังๆก็ไปบ้างขาดบ้าง  เคยอ่านหนังสือของท่านฟูกูโอกะก็ชมชอบ วีดีโอชีวิตในดินก็เคยได้รับชมแล้วครับ ตอนนี้พอทำสวนไม่ว่าจะเป็นเงาะ,ลองกอง,มังคุด แก้วฯลฯ  ก็คิดว่าประสบความสำเร็จ แล้วก็สุดท้ายมาที่ทุเรียน เนื่องจากสวนทุเรียนที่จันท์ทั่วไปจะใช่สารเคมีเป็นส่วนใหญ่ หญ้าไม่เคยตัดใช้ยาพ่นเพราะไม่ต้องรบกับคนงานง่ายสะดวก ฝนแล้งก็พ่นยาใบ(ฆ่าแมลง) ฝนตกก็เพลี้ยก็ต้องพ่นยาอีก ตัดลูกเสร็จก็โรยปุ๋ยเคมีเร่งใบ เร่งต้น   สรุปทุเรียนเหมือนกับไม้ดอกไม้ประดับที่อ่อนแอและอุดมไปด้วยสารเคมี ไม่รวมตอนตัดลูกเสร็จก็ชุบยาหรือป้ายขั้วเพื่อกำหนดวันสุก   
กะว่าจะทำเป็นตัวอย่างให้กับสวนรอบๆ บ้าน เป็นโมเด็ลเล็กๆ ที่พอจะเป็นจริงได้ เริ่มมาได้ ๓ ปี กับต้นเดิมที่มีและปลูกใหม่ ได้ผลเป็นที่พอใจของตัวเอง แม้ต้องเหนื่อยมากในการจัดการในหลักกสิกรรมธรรมชาติและการหาความรู้เพิ่มเติมจาก หลายๆที่ทั้ง เวปนี้ และความรู้จากเจ้าของสวนรอบๆ บ้าน เพื่อเป็นประสบการณ์เอามาปรับใช้   แต่พอเสนอความคิดในแนวของเราบ้าง  กลับไม่ได้รับความสนใจจากหลายสวนเลย เพราะว่าเค้าก็ทำมานานเค้าก็มั่นใจของเค้าเรามันหน้าใหม่ และที่สำคัญ เป้าหมายคือผลผลิตและรายได้ตามกำหนดเวลาแบบ สั่งได้ 
ปัจจุบันลาออกจากราชการมาเกือบครบ ๒ ปี ตอนนี้มาช่วยทำสวนทุเรียนให้วัด ศรีสะเกษ ทดลองก่อนแค่ ๓ ไร่ครับ วิ่งไปวิ่งมา ก็พยายามเก็บข้อมูลมาเรื่อยทาง แต่โอกาสและเวลาไม่ค่อยจะอำนวยครับในการแชร์ข้อมูลครับ

สำนึกดีมีอภัย
เพียรพอเพื่อไปสู่ความพอเพียง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 [142] 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 ... 401   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: