หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน  (อ่าน 4301 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หนูเกิ้ล สวนอรุโณทัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2101


« เมื่อ: ตุลาคม 26, 2009, 08:38:35 PM »

                                               " เดินตามพ่อ "
                                     ลูกขอตั้งปณิธาน    สานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
                                            จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป
                                     เหนื่อยยากเพียงไหน  ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง
                                     กี่ล้านหยาดเหงื่อ   ที่พ่อหลั่งเพื่อคนไทย
                                     กี่แสนนาทีล่วงไป  ที่พ่อเหนื่อยยากตรากตรำ
                                ฝ่าลมฝนพ่อทนสู้ทำ อาบเหงื่อต่างน้ำ   นำทางเพื่อลูกเรื่อยมา

อยากให้ท่านทั้งหลายหันมาใช้ชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลองมองย้อนกลับไปในอดีตว่าทำไมปู่ย่าตายายถึงทำเกษตรกรรมโดยไม่ใช้สารเคมี และภูมปัญญาของบรรพบุรุษที่สร้างสมมาแต่อดีต ล้วนเป็นสัจธรรม เราทำลายแผ่นดินที่ให้ข้าวให้น้ำมาเพียงพอแล้ว  ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เริ่มจากการเปลี่ยนความคิดแค่นี้คุณก็มีส่วนร่วมแล้ว ใครมีโครงการอบรมเกษตรอินทรีย์ หรือวิธีการทำปุ๋ย หรือน้ำยาชีวภาพ แบ่งปันความรู้กันนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 26, 2009, 09:10:44 PM โดย vanida chaladlam » บันทึกการเข้า

จำหน่ายพันธุ์ไม้ผล ส้มโอทับทิมสยาม ขนุนเพชรดำรงฝรั่งแดงและสมุนไพรพื้นบ้าน อรุโณทัยพันธุ์ไม้ โทร:0868998726,0852223259

naaytaay
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2009, 08:57:05 PM »

สวัสดีครับ

ยินดีที่จะเข้าร่วมชมรมนี้ด้วยคนครับ ผมพอมีเรื่องดีๆที่จะแบ่งปันกัน เพื่อคืนชีวิตให้แผ่นดินแม่ ครับ
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5018

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2010, 12:20:11 PM »

เรียนเชิญครับ พบปะสังสรร เเลกเปลี่ยนความรู้ ในงาน
พอแล้วรวย - ถึงวาระคืนชีวิตให้แผ่นดิน คืนลมหายใจให้ประเทศ

  อัตราการว่างงานจากที่ประเมินว่าแค่หลักแสนก็เพิ่มเป็นหลัก ล้าน รัฐบาลก็ออกมายอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจหนักหนาสาหัสสากรรจ์มากกว่าที่คิด การอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภคก็ไม่ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นสัก เท่าใด ในขณะที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับ “ความเป็นทุนนิยม” โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน หุ้น การส่งออก กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวด

 แต่ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ “เศรษฐกิจพอเพียง” กำลังเบิกบานใจมีความสุข เพราะรอดพ้นจากหายนะ เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิเป็นของจริง วลีทองที่ผู้คนเคยหัวเราะเยาะว่าเชย โบร่ำโบราณก็เริ่มได้รับการยอมรับ และผู้คนที่บากบั่นพากเพียรผลิตข้าวปลาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงก็เริ่มเป็น ที่ชูหน้าชูตา ให้เป็นแบบอย่างของความสำเร็จที่สมควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

 ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงมาบเอื้องของอาจารย์ยักษ์ปัจจุบันได้แปรสภาพจาก โรงเรียนสอนชาวนาชาวไร่ มาเป็นโรงเรียนสอนคนมีปริญญาระดับดอกเตอร์ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคนระดับดอกเตอร์ก็เห็นแล้วว่า ระบบทุน ที่กำลังดำเนินไปกำลังเจอทางตัน นอกจากจะพาประเทศล่มสลายแล้วยังสร้างความทุกข์ระทมให้แก่ผู้คนทุกระดับชั้น ผิดกับคนที่ดำเนินชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ได้ยึดเอาทุนเป็นสรณะ นอกจากจะไม่เดือดร้อนกับวิกฤติแล้ว ยังพบว่าชีวิตรวยขึ้นเรื่อยๆ

 ในวันที่ 17-18 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง จ.ชลบุรี เป็นวาระที่คนที่มีความสุขจากการใช้ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะมา ชุมนุมกันและทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า การใช้ชีวิตตามรอย “พ่อ” โดยยึดคุณธรรม และความรู้ เป็นธงนำในทางรูปธรรมทำอย่างไร พวกเขาจะแสดงให้เห็นในงาน “คืนชีวิตให้แผ่นดิน” ชี้ให้เห็นว่า คุณธรรมของการรู้จักพึ่งตนเอง รู้จักสร้างข้าวปลาอาหารที่ปราศจากสารพิษได้เอง มีความสามารถในการสร้างพลังงาน สร้างสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นได้เอง และพึ่งพาเงินเท่าที่จำเป็นนั้น นอกจากจะช่วยรักษาโลกใบนี้แล้วยังทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้นมีความสุขขึ้น และรวยขึ้นกว่าสมัยที่ชีวิตยังวนเวียนอยู่กับการพึ่งเงินเพียงอย่างเดียว

 นอกจากนี้ พวกเขายังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของคนที่อยู่ใน “ระบบการศึกษาใหม่” ที่ภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของตน ไม่ทิ้งถิ่น ตระหนักว่าความก้าวหน้าของท้องถิ่นก็คือความก้าวหน้าของตนเอง นี่คือมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ที่ได้กลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญที่คนในวงการการ ศึกษากำลังแสวงหาอยู่ ขอเชิญชวนผู้ใคร่รู้ให้มาสัมผัสบัณฑิต มหาลัยคอกหมู ว่ากำลังกระทำการคืนชีวิตให้แผ่นดิน และคืนลมหายใจให้แก่ประเทศอย่างไร

 และมาร่วมเป็นสักขีพยานร่วมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีที่จะมาประกาศปฏิญญา มาบเอื้อง ชูธงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหลักในการนำพาประเทศให้พ้นวิกฤติ นำรอยยิ้มและความสุขที่ยั่งยืนให้กลับมาสู่ประเทศสยามอีกครั้ง พบกันวันที่ 17-18 มีนาคม ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุนี้ นี้นะครับ อาจารย์ยักษ์จะคอย ถ้าอยากรู้ว่างานนี้มีอะไรดีก็ลองคลิกไปที่ www.agrinature.or.th

"อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู"

บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5018

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 03:49:24 AM »

ข่าวดีครับข่าวดี เวบกสิกรรมธรรมชาติใช้งานได้เเล้วครับผม
http://www.agrinature.or.th/
บันทึกการเข้า
ยศ สวนอรุโณทัย
"คืนชีวิตให้เเผ่นดิน"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5018

คืนชีวิตให้เเผ่นดิน 290


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 04, 2010, 03:53:44 AM »

 งานมหกรรม "คืนชีวิตให้แผ่นดิน"
ตอน ปฏิบัติ หยุด วันสิ้นโลก
วันที่ 17-18  มีนาคม  2553
ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี
 วิกฤตการณ์ โลกในปัจจุบัน เปรียบเสมือนสัญญาณให้มนุษย์ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำของคนต่อ ธรรมชาติ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผลนั้นกลับ

 ย้อน กระทบต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เอง ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ และประเทศไทยก็ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์เหล่านี้ได้ ทางเดียวที่ทำได้ในวันนี้ คือ เตรียมพร้อมเผชิญวิกฤตการณ์

และคุณเริ่มต้นปฏิบัติการหยุดวันสิ้นโลกด้วยตัวคุณเอง 
 ทำไมต้องเป็น ปฏิบัติการหยุดวันสิ้นโลก ๒๐๑๒ ?
จากวิกฤตการณ์ที่มนุษย์โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทั้ง ภัยธรรมชาติอันรุนแรงที่คร่าชีวิตพลเมืองโลกไปจำนวนมาก อาทิ เหตุการณ์เฮติวิปโยคเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เมื่อประมวลรวมกับวิกฤตการณ์เลวร้ายจากธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกใน ปัจจุบัน ทำให้หลายคนเชื่อว่า มนุษย์ได้ก้าวย่างเข้าไปใกล้วันสิ้นโลกทุกขณะ ประกอบกับการกระพือโหมด้วยสื่อภาพยนตร์ และสื่อมวลชนถึงวันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึงในปี พ.ศ.๒๕๕๕ หรือ ค.ศ.๒๐๑๒ นั้น ทำให้หลายคนเชื่อว่ามนุษย์มิอาจหลีกเลี่ยงวันสิ้นโลกได้ โดยนัยยะความเชื่อดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า “เหตุแห่งวันสิ้นโลกนั้นมาจากภัยธรรมชาติ หาใช่น้ำมือมนุษย์ไม่”  ส่งผลให้การตอบสนองต่อความหวาดวิตกดังกล่าวดำเนินไปในหลากหลายทาง ทั้งยอมรับ เพิกเฉยหรือกอบโกยเพื่อแสวงหาทางรอด ในบ้าน ในโลกที่ตนเองอาศัยอยู่ มนุษย์ทำตนแต่หากวิเคราะห์สภาพความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน จะ เห็นได้ว่าวิกฤตการณ์อันรุนแรงเลวร้ายที่เกิดขึ้น ล้วนเชื่อมโยงกับการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น ทั้งภัยธรรมชาติอันเกิดจากการบริโภคทรัพยากรอย่างไร้ขีดจำกัด โรคระบาดในคน สัตว์และพืช อันเกิดจากการใช้สารเคมีเพื่อเร่งผลผลิต จนทำลายสมดุลและความแข็งแรงของพืชและสัตว์ตามธรรมชาติ วิกฤตการณ์ด้านอาหารอันเกิดจากการสะสม กักตุน ตามลิทธิบริโภคนิยม  ทรัพยากรธรรมชาติถูกบริโภคโดยคนกลุ่มหนึ่งจนล้นเหลือ แต่คนอีกกลุ่มกลับขาดแคลนจนไม่อาจดำรงชีวิต “เงิน” ถูกนำมากำหนดค่ามาตรฐานของทุกสรรพสิ่งไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตคน การศึกษาทำได้เพียงสร้างบัณฑิตไร้ปัญญา จนกล่าวได้ว่าเป็นการศึกษาอกตัญญูที่ทำให้ลูกทอดทิ้งพ่อแม่ เพื่อเงินตรา ตำแหน่ง และอำนาจ โลกกำลังหลงอยู่ในโมหะภูมิ ไฟบัลลัยกัลป์กำลังเผาผลาญด้วยเชื้อกิเลสที่สะสมในจิตใจของผู้คน เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่า “วันสิ้นโลก” ใกล้ เข้ามาทุกขณะ แต่เหตุที่แท้จริงนั้นมิใช่เกิดจากธรรมชาติ แต่เป็นภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ และไม่ว่าคำทำนายถึงวันสิ้นโลก ๒๐๑๒ จะเป็นจริงหรือไม่ มนุษย์ก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมอันเลวร้ายได้ หากยังคงปฏิบัติตนดั่งเหล่าอุปราชแย่งผลมะม่วงจนต้นหักโค่น เฉกเช่นปริศนาธรรมจากบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนก เราจะหยุดวันสิ้นโลกได้อย่างไร  พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระราชทานแนวทางเพื่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า ตลอดจนแนวทางการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนการพึ่งพาตนเอง พอเพียง พอประมาณและไม่เบียดเบียนธรรมชาติ  เป็นปรัชญาในการพัฒนาประเทศที่ทั่วโลกต่างยกย่องว่าเป็นปรัชญาแห่งแสงสว่างและแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาของนานาประเทศ  ในขณะเดียวกัน “ศาสตร์พระราชา” ได้ถูกน้อมนำสู่การปฏิบัติมากว่า ๒๐ ปี ด้วยเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง  อันประกอบด้วย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ  เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านและพหุภาคีภาคอีสาน เครือข่ายเกษตรสมดุล-ไร่ ทักสม ผ่านศูนย์เครือข่ายกว่า ๗๐ แห่งทั่วประเทศ ผลจากการดำเนินการส่งผลให้เกิดแนวทางความสำเร็จของการจัดการดิน น้ำ ป่า การทำกสิกรรมธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี การหยุดเผาทำลายดินจนดินสามารถฟื้นตัวได้รวมแล้วเป็นพื้นที่กว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดเป็นรูปธรรมแล้วทั้งสิ้น และสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ คือ การเปลี่ยนระบบคิดของ “คน” เพื่อสร้างกองกำลังปฏิบัติการกู้วิกฤตหยุดยั้งวันสิ้นโลก

เราจะไม่รอให้วันนั้นมาถึง แต่เราจะปฏิบัติการหยุดวันสิ้นโลกภาคประชาชนด้วย “ศาสตร์พระราชา”   

กิจกรรมภายในงาน  ภายในงานพบกับ

ภาควิชาการ ๑. ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ปฏิบัติการหยุดวันสิ้นโลก โดย ศ. ระพี สาคริก อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และบิดาแห่งวงการกล้วยไม้ไทย

  ๒. เวทีเสวนา เรื่อง   ประสบการณ์จากภัยพิบัติ  เราจะไม่รอให้วันนั้นมาถึง โดยตัวแทนผู้ประสบภัยเฮติ ตัวแทนผู้ประสบภัยสึนามิ ตัวแทนผู้ประสบภัยขุนสมุทรจีน และตัวแทนผู้ประสบภัยอุตรดิตถ์ 

 ๓. เวทีเสวนา เรื่อง เรื่อง  ทำนายวันสิ้นโลก มีจริงหรือ?  คำเตือนจากกูรู  โดย Dr. Gavin Kenny ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา  ดร. สมิทธ ธรรมสโรช รศ. ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม
  ๔. เวทีเสวนา  เรื่อง  ยุทธการกู้วิกฤติ หยุดวันสิ้นโลก ๒๐๑๒ โดย สมณโพธิรักษ์ คุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์  อ. เดชา ศิริภัทร   ๕. ปฏิบัติการ  หยุดวันสิ้นโลก ภาคประชาชน พบกับ กองกำลังปฏิบัติการกู้แผ่นดิน กองกำลังปฏิบัติการกู้ผืนน้ำ กองกำลังปฏิบัติการกู้ผืนนา กองกำลังปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กองกำลังปฏิบัติการหยุดไฟบรรลัยกัลป์ กองกำลังปฏิวัติการศึกษาหยุดโลกาวินาศ  โดยเหล่าผู้บังคับการกองกำลัง อาทิ ผู้ใหญ่สมศักดิ์  เครือวัลย์               ดต.นิรันดร์ พิมล  คุณวริสร  รักษ์พันธุ์  คุณพงศา  ชูแนม

๙.  พิธีมอบพันธุ์ไม้พระราชทาน  (พญาไม้) แก่ธนาคารต้นไม้ ๒,๕๐๐ สาขาทั่วประเทศ

 

ฝึกปฏิบัติจริงกับทีมงานของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ทั้ง ๑๐ ฐานการเรียนรู้

ฐานที่ ๑ ฅนรักษ์ทุ่ง ร่วมพลิกฟื้นนาข้าวด้วยรูปแบบการทำนาข้าวอินทรีย์และโรงสีข้าวพึ่งตนเองกับทีมงาน “ลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง” ธนาคารข้าว บนแนวคิด ข้าวคุณธรรม โดย “อาจารย์นิคม เพชรผา” ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติยโสธร  ฐานที่ ๒ ฅนรักษ์แม่ธรณี เรียนรู้การผลิตปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยผง ปุ๋ยเม็ด จากทีมงาน “ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์” ปราชญ์เดินดินแห่งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง  เมืองระยอง ฐานที่ ๓ ฅนรักษ์น้ำ การใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์ตั้งแต่ภูผาสู่มหานที ด้วยวิธีการต่างๆ ร่วมค้นหาคำตอบจากทีมงานของ “วริสร รักษ์พันธุ์”  ฐานที่ ๔ ฅนรักษ์ป่า  กับแนวคิด ธนาคารต้นไม้ ตามแนวทาง ป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ถอดกระบวนการสร้างป่า เพื่อสร้างโลกสีเขียว กับทีมงาน “พงศา ชูแนม”  ฐานที่ ๕ ฅนเอาถ่าน การผลิตถ่านที่มีคุณภาพสูงจากเศษไม้ที่ได้จากป่า และผลผลิตทางอ้อม คือ น้ำส้มควันไม้ โดยทีมงาน “ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรด  ”  ฐานที่ ๖ ขบวนการฅนมีน้ำยา ร่วมกันผลิตน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่ายกับทีมงาน”ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเกาะจันทร์ ชลบุรี”  ฐานที่ ๗ ฅนมีไฟ ถอดเทคนิค ความรู้เรื่องการผลิตไบโอแก๊ส และปั๊มน้ำมันไบโอดีเซลขนาดชุมชน กับทีมงาน “ดำรง ปรีชาชน” นักวิชาการเท้าเปล่า จากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ชุมพร คาบาน่า  รีสอร์ท  ฐานที่ ๘ ฅนรักษ์สุขภาพ นานาสาระด้านการดูแลสุขภาพองค์รวม พร้อมเคล็ดไม่ลับปฏิบัติได้จริง กับ “หมอเขียว” ใจเพชร กล้าจน แห่งศูนย์เครือข่ายสุขภาพพึ่งตน แนวเศรษฐกิจพอเพียง วิถีพุทธ สวนป่านาบุญ อ.ดอนตาล จ. มุกดาหาร  ฐานที่ ๙ ฅนติดดิน  พบกับ การปั้นดินให้เป็นบ้าน  รูปแบบการสร้างบ้านที่ลดความร้อนและการใช้พลังงาน ด้วยบ้านดิน และอิฐบล็อกประสาน กับ ทีมงาน “สมิทธิ์ เย็นสบาย” แห่งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติบ้านดิน จ.สระแก้ว และศูนย์กสิกรรมธรรมชาติบ้านบุญ จ. ขอนแก่น ฐานที่ ๑๐ ร้าน “คืนชีวิตให้แผ่นดิน” คลีนิกความรู้ อุ้มชูไม่จำกัด ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ เพื่อสุขภาพ จุดศูนย์รวมการบริการที่ปรึกษาและพี่เลี้ยง (Clinic and Coaching) ด้านกสิกรรมธรรมชาติ และเศรษฐกิจพอเพียง โดยทีมงานคนหนุ่มสาว  จากศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง   จ.ชลบุรี  และสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง     
แผนที่การเดินทาง         
บันทึกการเข้า
หนูเกิ้ล สวนอรุโณทัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2101


« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 10:57:31 PM »

 งานมหกรรม "คืนชีวิตให้แผ่นดิน"
ตอน ปฏิบัติ หยุด วันสิ้นโลก
วันที่ 17-18  มีนาคม  2553
ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี
นำภาพบรรยากาศรอบๆสถานที่รวมพลมาให้ชมค่ะ มาร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะ






บันทึกการเข้า

จำหน่ายพันธุ์ไม้ผล ส้มโอทับทิมสยาม ขนุนเพชรดำรงฝรั่งแดงและสมุนไพรพื้นบ้าน อรุโณทัยพันธุ์ไม้ โทร:0868998726,0852223259
dej
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2011, 12:47:37 PM »

 ;)สมัครด้วยครับ ศิษย์เก่ามหาลัยคอกหมู
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: