ข่าว
หน้า: 1 ... 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 [29]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้าวสินเหล็ก&ไรซ์เบอรี่อินทรีย์ ภาค4 "กลุ่มลูกกตัญญู" ปลูกข้าวโอสถเพื่อผู้ป่วย  (อ่าน 130599 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #448 เมื่อ: มกราคม 28, 2016, 06:54:45 AM »

 https://www.youtube.com/watch?v=dI6qR6YCHlI
  ขอเชิญ ศิษย์และเพื่อนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่ฝักใฝ่ในธรรม ร่วมไว้อาลัยและสำนึกในพระคุณอันหาที่เปรียบมิได้ต่อพระอาจารย์หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ด้วยการถือศิลภาวนาทำสมาธิ เนื่องจากการละสังขารของพระอาจารย์หลวงพ่อ อย่างพร้อมเพียงกันด้วยเทอญ
  ผมเป็นเด็กครอบครัวแตกแยกแถวย่ายเจริญกรุง กทม. ปู่ต้องยื่นมือเข้ามาเลี้ยงดูและถวายต่อพระที่มาบินทบาตรหน้าบ้านเมื่อครั้งยังอยู่ป.2ร.ร.วัดราชสิงขร สมัยนั้นต้องสอบขึ้นป.5ในร.ร.ที่ตัวเองเรียน เด็กที่ขาดหางเสือเรียนอ่อน สอบไม่ผ่านต้องย้ายไปบ้านนอกกับปู่อีกและปู่ก็ถวายให้เป็ลูกศิษย์วัดละแวกบ้านที่บ้านนอกอีก จบป.7แถวละแวกบ้านไม่มีที่ให้เรียนต่อ ปู่วานลุงที่เป็ยดาบตำรวจพาไปฟากวัดตราชูและร.ร.พรหมบุรีรัชดาภิเษกที่ตั้งขึ้นใหม่ๆเป็นรุ่นที่สองที่ยังไม่มีอาคารเรียน ทั้งร.ร.มีสองชั้นเรียนคือรุ่นพี่ ม.ศ2และชั้นที่ผมเรียน ม.ศ.1เรียนใต้กุฎิวัดแต่ผมเรียนที่นี่ไม่จบ มศ.3 เกเรตอนกลางปี เรีนยไม่ทันเพื่อนแล้ว ลาออกเองแล้ว ย้ายโรงเรียนเองแล้วตามเพื่อน ห่างไกลจากวัดอัมพวันของพระอาจารย์หลวงพ่อจรัญ ไม่กี่กม.แต่ไม่เคยรู้จักพระอาจารย์หลวงพ่อจรัญเลยแม้แต่น้อย ครูใหญ่ที่รู้จักกับลุงเจอลุงและเล่าเร่องผมให้ลุงฟัง ลุงรู้ข่าวต้องมาตามกลับไปเรียนต่อที่รร.ราชในจังหวัดจึงได้จบมศ.3 ผมอยู่วัดมาหลายวัดพระก็สอนให้เป็นคนดี แต่ไม่ได้สอนละเอียดว่าเป็นคนดีทำอย่างไร จนทระทั่งมีครอบครัวมีลูก ประกอบอาชีบรับเหมาก่อสร้างและรถโดยสาร ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตทะเราะเบาะแว้งกับผู้คนมามาก ไม่เคยรู้มาก่อนว่านรกสวรรค์มีจริงหรือไม่จริง บังเอิญขณะขับรถได้ฟังวิทยุ"นิยายธรรม"ทีแรกก็ฟังสนุกเพลิดเพลินเท่านั้น ฟังนานๆเข้าเยอะเรื่องเข้า จนมีโอกาสได้ฟังนิยายชีวประวัติของพระอาจารย์หลวงพ่อจรัญ ตั้งแต่ชุดแรกมักลีผล""นารีผล""สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"""วัฎจักรชีวิต""ความหลงในสงสาร" และโดยเฉพาะเสียงเล่าเรื่องของคุณสุทัสสา อ่อนค้อม ไพเราะทราบซึ้งใจมาก ทำให้รู้จักพระพุทธศาสนามากขึ้น ถึงกับซื้อแผ่นแท้จากธรรมสภา นำมาก๊อปส่งให่แม่และญาติมิตรได้ฟังกัน จนกระทั่งได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์กับพระอาจารย์หลวงพ่อที่วัด รับกรรมฐาณจากท่านปฎิบัติธรรมครอส7วันได้2ครั้ง เมื่อเข้าใจธรรมมากขึ้น จึงได้ทิ้งมืองใหญ่กลับสู่อ้อมกอดของธรรมชาติจวบจนปัจจุบันนี้ ตั้งแต่นั้นมาผมจึงได้ฟังเทศเป็นและเสาะหาความรู้ทางธรรมอื่นๆเรื่อยมา ก็เนื่องมาจากพระอาจารย์หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม นี่เองครับที่อธิบายธรรมให้เข้าหูซ้ายแล้วตันอยู่ในกบาลไม่ได้ทะลุออกหูขวา ทำให้ผมเป็นมนุษย์ได้ในปัจจุบัน ผมขอกราบเคารพสัการะด้วยสำนึกในพระคุณของท่านพระอาจารย์ มา ณ ที่นี้ครับ
บันทึกการเข้า

pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #449 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2016, 11:44:34 AM »

  สวัสดีครับเพื่อนๆหัวใจใฝ่ธรรมและธรรมชาติ ผมหายไปนานหน่อย ต่อสู้กับภัยแล้งอย่างหนักครับ ณเวลานี้เอลนิโย่โปกมือลาไปแล้วลานิลยาร์มาเยือนได้1วันกะ3คืนติดต่อกันสบายใจแล้ว วิกฤษภัยแล้งเที่ยวนี้ ผมได้บทเรียนที่น่าเขกบาลตัวเองเป็นอย่างยิ่ง คือก้มหน้าก้มตาทำแต่นากับเลี้ยงปลาและสัตว์ปีก สัตว์4ขาเลิกทั้งหมดเหลือเพียงสุนัขเฝ้าบ้าน เมื่อไม่มีน้ำ ที่นาเหลือไม่ได้ปลูกข้าวซะ5ไร่ เนื่องจากคิดไม่ถึงว่าบ่อปลาท้ายนาจะไม่มีน้ำ ก็ไม่ได้ใช้ปล่อยให้ผักกะเฉดกับวัชพืชอาศักอยูกันอย่างสุขสบาย และเกิดตายทับถมกันอยู่ในบ่อ ไม่เคยย่างกายลงไปเลยหลายปี เมื่่อจะใช้น้ำลงไปรื้อผักกะเฉดที่เกิดตายทับถมกันอยู่จึงเจอแต่ขี้เลนเลยหัวเข่าปิดตาน้ำซึมหมด แล้วทั้งซากผักกะเฉดทั้งเก่าและใหม่ซ้อนทับกันเป็นศอก เอาเคียวเกี่ยวข้าวเกี่ยวตัดออกได้แค่กว้างยาววากว่าๆหมดแรงหมดความมานะเลย ได้แค่รอบๆวงปลอกซิเมนต์เก่า วันนึงสูบน้ำใส่นาด้วยปั้ม2"เช้าเย็นได้ครั้งประมาณ5นาทีแห้ง ส่วนบ่อบาดาลในบ้านที่ภูมิใจนักหนาว่าเป็นบ่อสำรองน้ำชั้นดี สูบได้แค่2.5นาทีต่อช.ม. แถมผู้ใหญ่บ้านให้ใช้บ่อน้ำปะปาหมู่บ้านเก่าที่น้ำขุ่นไม่ได้ใช้แล้วใช้ซับเมิอส์สูบลึก40ม.ได้แค่15นาทีต่อช.ม. ได้แต่ยืนมองผืนนาที่ไม่ได้ทำนาตาละห้อย แล้วได้คิดว่าเราหนอบ้าพลังปลูกเป็นแต่ข้าวอินทรีย์แค่นั้นหรอ กลับใจใหม่ ค้นหาวิธีปลูกพืชใช้น้ำน้อยเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรใหม่ คนเราไม่ได้กินข้าวอย่างเดียวซะเมื่อไหร่ ฟังอ.ทองธรรมดาบรรยายบ้าง ฟังคุณมนตรี ชมรมเกษตรปลอดสารพิษบ้าง อ้าว ปุ๋ยเคมีคือธาตุอาหารพืชไม่ใช่สารพิษ เคมีฆ่าแมลงฆ่าวัชพืชฆ่าหอยเชอรี่ฆ่าฯ ต่างหากคือสารพิษ มารู้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เลิกใช้ทั้งหมดมาจนอยู่ตัวแล้ว แต่ถ้าจะทำสวนปลูกพืชใช้น้ำน้อย คงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ธาตุอาหารพืชบ้างแต่ประเภทนักฆ่าต่างๆไม่คบผมมีตัวทดแทนหมดแล้ว วัชพืชในนาข้าวก็น้ำหมักผลไม้ใช้เข้มข้นเลยก่อนเอาข้าวใส่ลงนา ทีเเรกใช้ตอนเอาข้าวลงนาแล้วเล่นเอาต้นข้าวแกรนไปด้วย ช่วงไหนไม่มีน้ำปล่อยปลานิลไม่ทันก็พึ่ง"นานากรีน"บ้าง"คาย่า"บ้าง หนอนและแมลงก็มีบีทีชีวภาพ บีเอสพลายแก้ว แต่ไตรโครเดอม่ามีไม่กล้าใช้เพราะว่าผมเล่นกับเห็ดอยู่ ระหว่างรอน้ำว่างๆก็เก็บใบยางที่หล่นเกลื่อนเต็มไปหมดฝังดินตามสไตร์บ้าพลังของผมไม่เผา



 ตั้งใจว่าจะแบ่งนาที่ไม่ได้ทำในฤดูกาลนี้บางส่วนทดลองปลูกผักใช้น้ำน้อยด้วยระบบสวนครัวน้ำหยดที่แอบจำมาจากในยูทูป
บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #450 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2016, 01:02:20 PM »

  ด้วยความที่หายไปนาน เศษใบไม้ที่หมกดินไว้แล้วราดด้วยจุลินทรีย์จาวปลวก เอาดินกลบ เพื่อไม่ให้เสียเหงื่อฟรี เอาเมล็ดพืชหยอดใส่ซะ ได้2เด้งคือทั้งกำจัดเศบไม้ใบไม้ ได้แปลงพืชด้วย ผลของภัยแล้งทำให้กลัวขาดน้ำและขี้เกียจตักน้ำรดผัก จึงยกถังน้ำมาไว้ใกล้ๆแปลงผักซะเลย ก็ทำบ่อปลาน็อกดาวน์เป็นแล้ว วัสดุก็ถูกและมีเองร่องสวนยางก็ว่างอยู่ เช่นกันต้องไม่เหนื่อยเปล่าอายุมากแล้วต้องได้หลายๆเด้ง เลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งด้วยได้น้ำที่เป็นปุ๋ยในตัวไว้ลดผัก บนบ่อปลาก็ยังว่างแต่มีอนาคตแล้วนะคานที่ยึดเพิ่มความแข็งแรงด้านบนระยะ1ม.พอดีลดระดับลดลงม.ละ1ซ.ม.หากวางกระเบื้องรอนคู่1.2ม.แผ่นโฟมเจาะรูใส่ถวยผักไฮโดรปั้มตู้ปลาเล็กๆซักตัวคงมีผักสลัดกินกับเค้าบ้างละ อ้อที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นบ่อปลาเดี๋ยวเค้าแทะรากพืชหมดอดกินผักสลัด หากเป็นบ่อกุ้งละก้อแผ่นโฟมรอยน้ำเลย ไม่เปลืองงบประมาณ คานบนขึ้นไปอีกชั้นไว้ใส่แสลนหรือพลาสติคลดแรงของฝนที่กำลังมาเยือน นี่เพิ่งได้น้ำใส่ ซับเมิอส์พังไปแล้ว และทำได้เพียงบ่อเดียว กบเค้าร้องกวนต้องหันมาขยายบ่อกบให้เค้ามีที่จู๋จี๋กันและวางไข่




บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #451 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2016, 02:29:46 PM »

  วันนี้วันโกน พรุ่งนี้วันพระใหญ่"วันวิสาขบูชา"เมื่อเย็นวานเลยจัดหนักยังเมาค้างถึงเช้า เลยลางานครึ่งวันอัพกระทู้ซะหน่อย
โครงการมะละกอเลี้ยงปลาคงไม่ได้ใช้ง่ายๆละครับ ก็โดนตอนอยู่เรื่อย ผมเป็นคนมือบอน รุ่นแรกลงหลุมไปแล้วเผลอแปปเดียวต้นแม่แตกกิ่งมาอีก3 แม่ให้มือมาน้อยไปหน่อย ใช้งานไม่ทันใจ แต่มะละกอก็ไม่ทันใช้ ต้องหันมาใช้เมล็ดปลูกบ้าง เช่นเดียวกันหลุมมะละกอทุกหลุมต้องเป็นที่ฝังเศษไม้ใบไม้ด้วยไม่เผาให้พระพายขุ่นเคือง ใครว่าบ้าบอก็ช่างไม่ได้ยินครับ ไม่มีใครมาว่ากรอกหูซักคน รอบหลังนี้มีพิเศษเพิ่มมาคือใส่หินภูเขาไฟ"พูมิส ซัลเฟอร์"ทั้งรองก้นหลุมและโรยหน้าด้วยก่อนหมกฟาง ฟังรายการลูกทุ่งเกษตรปลอดสารพิษเค้าว่า ช่วยให้มะละกอแข็งแรงมีภูมิต้านทานไวรัสด่างวงแหวนได้ เชื่อเค้าหน่อย ขนาดดินวัดhPได้เลข6ก็กันไว้ก่อนดีกว่าแก้ครับ อ้อตบท้ายด้วยบีเอสพลายแก้วเช้อยราตัวดีปราบเชื้อราตัวร้ายกันรากเน่าโคนเน่า 
 




 ผมปลูกมะเขิอยาวและมะเขืออื่นๆ ปลูกไว้หัดเสียบยอดมะเขือพวง กะกินให้เบื่อไปเลยเป็นปี มีต้นนึงอยู่ริมสุดไม่ยอมออกลูกยอดที่แตกใหม่เหี่ยวตายซะก่อน อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่าไม่เคยปลูกพืชอื่นๆมาก่อน เพิ่งมาหัดปลูกต่อจากมะเขือเทศท้อที่ทั้งกินทั้งดื่มจนต้นหมดอายุกลับบ้านเก่าไปแล้ว ผมพลิกยอดพลิกใบที่หงิกงอบิดเบี้ยวดูก็มองไม่เห็นอะไรนอกจากเม็ดดำเล็กๆแต่ใบด่างเห็นที่บนใบ ศึกษาจากชมรมเกษตรปลอดสารพิษ เค้าว่าเพลี้ยบางชนิดมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นต้องใช้แว่นขยายส่องดูจึงจะเห็น นั่นไงโดนซะแล้วเรา พวกเล่นซะใบด่างทั้งแปลง วันหลังจะถ่ายรูปมาให้ชม จึงจัดทริปโตรฟาดผสมด้วตัวช่วยดูดซึมของชมรมเกษตรปลอดสารพิษพ่นทุก3วัน ตอนนี้ต้นนั้นมีลูกน้อยๆให้แล้ว เที่ยวต่อไป7วันข้างหน้าตั้งใจจะเพิ่มบีทีชีวภาพปราบหนอนและแพลนท์เชพMTสารสกัดจากพืชไล่แมลงไปในคราวเดียวกันเลยงานไม่มากดี เพราะสังเกตุเห็นใบถั่วแหว่งแต่หนอนไม่เห็นตัว คงโดนกิ้งเหลนกิ้งก่าหรือนกจัดการไปแล้ว ในสวนผมพวกเป็นตัวห้ำตัวเบียนมีเยอะ แต่เพลี้ยนี่ซิ มดน่ะตัวการเลี้ยงเพลี้ยไว้กินน้ำหวานจากฉี่เพลี้ย หากได้ผลอย่างไรไว้มาเล่าให้ทราบกัน ต่อไปจะได้ผักปลอดสารพิษที่มีใบสวยๆกินโดยไม่ต้องลงทุนกางมุ้งครับ


บันทึกการเข้า
pichai6
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 505


« ตอบ #452 เมื่อ: พฤษภาคม 22, 2016, 07:36:55 AM »

  ลานิลยาร์(เขียนถูกหรือเปล่าไม่รู้) มาเยือนอย่างเป็นทางการ1วันกับ4คืนอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาต่อแต่นี้ ผม เลือกที่จะลดพื้นที่แปลงนาลง เปลี่ยนเป็นแปลงพืชผักอื่นๆ คนเราไม่ได้กินข้าวอย่างเดียว นาเคมีหรือนาอินทรีย์เดี๋ยวนี้เปิดAECมีให้เลือกซื้อรับทานเหลือเฟือและถูกลง ได้เวลาเปิดเทอมพอดี ผมย่าง60ปีแล้วขอลัดเข้าร.ร.ศึกษาผู้ใหญ่เข้าป.1เลยโดยขอยกเว้นชั้นอนุบาลผมเลือกเข้าเรียน "โรงเรียนปลูกผัก" แต่ก่อนเคยปลูกไว้กินเองบ้างเล็กๆน้อยๆ เหมือนผู้คนทั่วไป ได้กินบ้าง ไม่ได้กินบ้างก็ไม่เป็นไร ตลาดมีขายเยอะแยะ แล้วผมตั้งใจจะลดผืนนาลงซักไร่2ไร่ล่ะ มีพ.ท.ปลูกผักตั้ง3,200ตรม.เชียวนะ การทำนาเมื่อเข้าใจและทำเป็นแล้วโรคและแมลงของข้าวน้อยกว่ามาก ความอนทนของข้าวอึดกว่าพืชผักและการดูแลน้อยกว่ามาก การปลูกผักจึงไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นสำหรับผมอีกต่อไป จากประสพการของการหัดทำนาอินทรีย์แบบสุดโต่ง ทำให้ทราบว่าความรู้จากการศึกษาที่พยายามหามาได้ ไม่ใช่่หมายความว่าจะทำการเกษตรทำได้เลยและประสพความสำเร็จ การทำนาอินทรีย์ที่ผมบอกว่าง่ายกว่าปลูกผักเยอะนั้น ยังเล่นเอาผมแทบไปไม่รอด ดังนั้นการปลูกพืชผักที่ผมหาความรู้มาอย่างมากมายก็ต้องเรียนรู้ภาคปฎิบัติจริงๆให้รู้จริงๆและรู้ทั้งพืชผักที่ปลูกง่ายปลูกยาก จากแปลงเล็กๆก่อน ต้องเป็นเด็กป.1 ก่อนครับ

  แปลงใหญ่ในแปลงนาจึงต้องรอก่อนครับ แต่วัชพืชในแปลงผักที่ทำไว้เค้าไม่เคยรอใคร เป็นระบบอัติโนมัติทางธรรมชาติเพื่อปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่พระแม่ธรณี พืชหรือวัชพืชเล็กๆจะเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ดูดดึงน้ำค้างในอากาศด้วยใบดูดซึมเองเข้าทางใบและไหลตกลงดินสู่ราก เกิดขึ้นได้เองอย่างอัตโนมัติทุกๆเช้าแม้ภูมิอากาศจะแห้งแล้งอย่างมาก เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่แผ่นดินเอื้อเฟื้อให้กับวงจรของพีชพันธุ์ แมลง จุลินทรีย์ บักทีเรีย เชื้อราต่างๆ แต่ แปลงปลูกผักสำหรับการบริโภคของมยุษย์จะต้องการแค่ผักที่อวบอ้วนกรอบอร่อย ไม่ต้องการวัชพืช โรค และแมลงเบียดเบียน แล้วทำไงล่ะ เห็นน่ะเห็นคนอื่นๆเค้าทำกันเยอะแยะ แล้วของจริงๆน่ะเค้าทำกันอย่างไร พ่นอะไร ที่เค้าเขียนให้อ่านน่ะ เราทำได้อย่างเค้าหรือเปล่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือเปล่า จะเสียเวลาเปล่าหรือเปล่า จะงานมากไปหรือเปล่า เราจะมีเวลาพอหรือเปล่า ฯลฯ อยู่เฉยๆดีกว่ามั้ย แหมมๆ เจ้าปัญหามากไปมั้ย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 [29]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: