หน้า: 1 ... 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 [39]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บ้านเนินหินดาด...สวนเกษตรปลอดสารพิษ  (อ่าน 180363 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สวนพิมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 664


« ตอบ #608 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2017, 10:18:31 AM »

       หลังจากที่ผมกะยัยป้าตุ้มได้ตกลงกันว่า...เราจะอยู่บ้านป่าที่เราปรับปรุงของเดิมเพื่ออยู่ชั่วคราวกันเป็นเวลา 5ปีก่อน เพื่อจะได้รู้ว่า ที่นี่ครอบครัวเราจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าอยู่ได้..เราก็จะปลูกบ้านอยู่ใหม่อยูกันอย่างถาวร แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดๆก็ตาม..เราก็จะขายที่แปลงนี้เสีย เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนี้

      5ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก ยัยป้าตุ้มเองเป็นคนเตือนผมว่า 5ปีแล้วนะ ต้นไม้ที่เราปลูกก็เติบโตพอสมควร ไม่พบอุปสรรคอะไรที่รบกวนการอยู่อาศัย เราก็น่าจะปลูกบ้านอยู่กันได้แล้วนะ เพื่อจะได้ดูแลปรับปรุงพัฒนาสวนให้มันรวดเร็วกว่าระบบ "กา....ดึ๊บ  กา..ดึ๊บ"ที่ใช้อยู่เดิม ที่ไม่เป็นถูกใจของ..ผบ.สูงสุด(เจ้าลูกสาวตัวน้อยของผมนั่นเอง ต่อมาก็ได้ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจไปจากผม...แฮ่)ซะที  เอาเป็นแบบบ้านน็อคดาวน์ก็ได้ สวยๆเยอะแยะไป เร็วดีด้วย มีแบบให้เลือกมากมาย  ผมก็เลยเข้าหาอากู๋..พิมพ์รูปออกมาให้เลือกเลยครับ บ้านรีสอร์ทน็อคดาวน์หลายสิบแบบ อยากได้แบบไหนบอกมา เดี๋ยวป๋าจัดให้

      ดูไป ดูมา ไม่ถูกใจเลยซักกาแบบ เนื่องจากบ้านน็อคดาวน์จะมีขนาดค่อนข้างเล็ก ที่สำคัญห้องน้ำต้องใช้ต่อเติมเพิ่มเข้าไป แล้วเวลาเพื่อนฝูงตลอดจนบรรดาญาติๆจะมาเยี่ยมชมกิจการ จะพักกันยังไงอึดอัดแย่เลย

      ก็เลยได้เวลาเชิญวิญญานสถาปนึกและวิศวะกะ(ช่างเถอะ)ให้มาเข้าสิงอีกแล้วครับ คราวนี้ออกแบบบ้านเองเป็นหลังเลย คำนวณโครงสร้างด้วยว่าต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไร ขนาดเท่าไร งบประมาณเท่าไร เผื่อด้วยว่า...บ้านจะถูกตัดไม้โทออกเป็น..บานอีกเท่าไรปรกติเราจะคิด30-50%ครับ ตามคุณภาพวัสดุที่เลือกใช้ วิ่งรอกหลายที่ครับ นายช่างของเทศบาลบ้าง อบต.บ้าง ได้ความว่าถ้ามีแบบบ้านอยู่แล้วนำมาปลูกที่นี่ก็ให้ตัดระบบเสาเข็มออกไป แล้วใช้ต่อม้อแทนได้เลย เพราะถ้าตอกเข็มก็จะหักซะเปล่าๆ บ้านเรามันตำบลหินดาด ใต้ดินหรือบางที่แม้แต่บนดินมันก็เป็นหินทางน้านครับ ติดต่อบริษัทรับสร้างบ้านหลายบริษัทพบว่า การให้เค้าไปสร้างบ้านในชนบทแบบนี้เค้าคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกจากราคาปรกติเป็นค่าแคมป์และค่าเดินทาง ก็เลยคิดว่าควรจะใช้เป็นช่างในพื้นที่จะดีกว่า สอบถามคนในพื้นที่ก็ได้รายชื่อช่างมาพอสมควรรวมทั้งข้อดีข้อเสียของแต่ละทีม จึงพบว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดก็คือการควบคุมงานเพื่อให้ได้คุณภาพตามที่เราต้องการครับ ยิ่งถ้าเราไม่มีเวลาดูแลคุณภาพงานก็จะแปรผกผันตามไปด้วย
 
     ผมจึงได้เลือกช่างพื้นที่ที่ไม่ค่อยจะมีงานมากมาย เพื่อจะได้ไม่เร่งรีบมาก และมีความซื่อสัตย์ ฝีมืออาจจะไม่ดีนักไม่เป็นไรเราเลือกแบบที่ไม่ต้องใช้รายละเอียดมาก  ใช้รากฐานคอนกรีต โครงสร้างเหล็ก หลังคากระเบื่้องไตรลอน ผนังไม้เทียม ประตูหน้าต่างอลูมิเนียม เนื่องจากการที่เราอยู่มา 5ปี จึงรู้ว่าที่นี่ปลวกเยอะมาก เข้าใจแล้วครับว่าขณะที่คนกรุงโหยหาบ้านไม้ คนบ้านนอกกลับอยากอยู่บ้านตึก เพราะ"ปลวก"นี่เอง  โครงสร้างเหล็กจะทำให้บ้านเบากว่าปูนและงานจะไปได้เร็วกว่าด้วย ผนังใช้ไม้ฝาเทียมกันปลวกกิน  ส่วนประตูหน้าต่างไม่ใช้ไม้นอกจากกลัวปลวกแล้ว ยังมีอีกปัจจัยนึงที่เจอด้วยตัวเองมาแล้ว คือ... หน้าฝนความชื้นสูง ไม้บวมปิดประตูหน้าต่างไม่ได้ พอหน้าร้อนแล้งจัดไม้หดตัวประตูที่ใส่ลูกบิดไว้โดนลมพัดเปิดได้เอง ได้ถามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างเค้าบอกบ้านเค้าก็เป็นแม้ว่าจะใช้ไม้สักอย่างดีผ่านการอบมาแล้วราคาเป็นหมื่น ก็มีปัญหาเดียวกันครับ

     เมื่อผมกำหนดแบบได้แล้ว เลือกทีมช่างได้แล้ว ใช้วิธีซื้อของเอง ให้ช่างเหมาค่าแรงครับ ก็มาเรื่องการซื้อวัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูนทราย เหล็กเส้น ไม้ฝาเทียม กระเบื้องหลังคา ใช้สั่งร้านวัสดุก่อสร้างใกล้บ้าน เป็นการอุดหนุนและทำความรู้จักกันไปด้วย ส่วนเหล็กโครงสร้าง สุขภัณฑ์ ประตูหน้าต่าง สั่งจากไทวัสดุ เพราะมาตรฐานสูงกว่าในราคาใกล้เคียงกันหรือบางอย่างถูกกว่า แม้จะเสียค่าขนส่งนิดหน่อยแล้วก็ตามครับ

     นี่แค่เริ่มจะสร้างก็มีเรื่องเล่ากันเยอะแยะเล้ว แล้วผมใช้เวลาสร้างบ้านเกือบ5เดือน มีเรื่องให้ กุ้ม ใจ จัง อีกมากมาย เอาไว้ค่อยๆทะยอยลงนะครับ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2017, 10:24:58 AM โดย Dr.Supoj » บันทึกการเข้า

สวนพิมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 664


« ตอบ #609 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2017, 10:15:22 AM »

     ปอเทือง พืชปุ๋ยสดปรับปรุงดิน
    
     ขณะที่ที่ผมสาระวนอยู่กับการปลูกบ้าน  ผบ.สูงสุด(เจ้าลูกสาวตัวน้อยของผม)ก็บอกว่า  เค้าไปที่สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดกาญจนบุรีมา  และได้สมัครเป็นหมอดินอาสามาแล้วด้วย  เจ้าหน้าที่เค้าให้ความรู้มามากมาย  รวมทั้งสนับสนุนทรัพยากรที่จะนำมาช่วยปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการเกษตร  เช่น กล้าหญ้าแฝก  สารเร่งพด.สูตรต่างๆเพื่อทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง  เมล็ดปอเทืองเพื่อนำมาปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด  เดี๋ยวลูกจะเริ่มปรับปรุงดินในสวนเลยนะ  พ่อก็ยุ่งเรื่องการปลูกบ้านของพ่อไปเถอะ  ส่วนเรื่องสวนเดี๋ยวลูกจะช่วยจัดการให้ พ่อจะได้ไม่ต้อง กุ้ม ใจ จัง หลายเรื่อง

     เออ! เข้าท่าดีนะลูกสาวเรา  ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ

     งานแรกเลย หว่านปอเทืองไปทั่วพื้นที่ที่ปลูกมะขามไว้  ปอเทืองเป็นพืชใช้น้ำน้อย เจริญเติบโตได้ดีภายในเวลา 1-2 เดือนก็จะโดตเต็มที่ และออกดอกเหลืองสะพรั่งไปหมดสวยงามดีเดียวเชียวละครับ  ตอนแรกเราคิดจะปล่อยให้ติดฝัก แล้วเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อให้ทั่วสวน  รวมทั้งแจกจ่ายให้ชาวบ้านใกล้เคียงที่สนใจ  ตามความตั้งใจของหมอดินอาสา  

     ลูกน้องของเราก็มาทักว่า จะเก็บฝักจริงหรือ  
     เราก็งงๆ ถามกลับว่า มีปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะบางอย่างถ้าเราไม่ถามลูกน้องเราจะไม่พูด
     ลูกน้องเราจึงเอ่ยปากบอก เคยโดนหมามุ่ยมั๊ย ซึ่งหมามุ่ยก็คือตำแยนั่นเอง เมื่อฝักมันแก่ จะมีขนอยู่รอบๆฝัก ถ้าไปถูกเข้าละก็...คันอย่าบอกใครเลยครับ   เค้าบอกฝักปอเทืองก็น้องๆหมามุ่ยนั่นแหละ  จึงถามว่าจะเก็บเม็ดจริงๆหรือ

     อ้าว! พ่อ-ลูก หันมาบอกหน้ากันเลิกลั่ก  เอาไงดี
     แต่เราไม่ได้เก็บเองนิ ลูกน้องเก็บ ให้เค้าใส่ชุดป้องกันเต็มพิกัดก็ได้นี่นา
     "ไถกลบให้หมดเลยนะ" เสียงผบ.ทบ.(ยัยป้าตุ้ม) แทรกเข้ามากลางวง  เดี๋ยวพอฝักมันแก่เต็มสวน แล้วลมพัดมาโดนเข้าก็คันตายเลย
     เป็นอันได้ข้อสรุป แม้ว่าผบ.สูงสุด จะได้ตำแหน่งสูงสุด แต่ไม่ได้คุมกำลัง
     ผบ.ทบ.ต่างหากที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด สั่งการได้...หรือใครจะกล้าหือ...แฮ่

     การไถกลบปอเทืองจะทำขณะที่ออกดอกบานเต็มที่  จะทำให้ได้ปุ๋ยพืชสดที่อุดมไปด้วยธาตุไนโตรเจน ผสมผสานเข้าไปในดิน  ซึ่งก็จะทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมที่จะทำการเกษตรต่อไป




บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 [39]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: