หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ดีปลี และประโยชน์ของดีปลี  (อ่าน 43253 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Magnum (rew)
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5535



« เมื่อ: ตุลาคม 19, 2009, 09:43:45 AM »

 ชื่อ : ดีปลี
ชื่อสามัญ : Long Pepper, Indian Long Pepper
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper chaba Hunt
วงศ์ : PIPERACEAE


ทำความรู้จักกับดีปลี

ดีปลีเป็น เป็นพืชเดียวกันกับชะพลูและพลู กลิ่นหอมแนเป็นสิ่งคู่กันกับพืชในวงศ์นี้ เพราะมีน้ำมันหอมระเหยซ่อนอยู่ในใช
ลำต้น และผลดีปลีนั้นจะว่าไปก็เหมือนพืชผักที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักได้ยินแต่ชื่อว่าเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่ง แต่ต้น ผล ใบนั้นจะ
มีรูปร่างอย่างไรก็ไม่รู้

อย่าว่าแต่ต้นเลย ดีปลีที่เป็นเครื่องเทศแล้วก็คงมีไม่มากคนที่รู้จัก นอกจากคนที่ต้องใช้บ่อย ๆ

         ตามพื้นที่ที่มีฝนตกชุก มีความชื้นสูง มักจะมีพืชในวงศ์ PIPERACEAE หรือวงศ์พริกไทย ขึ้นได้ดีมีมากมาย พืชใน
วงศ์นี้ก็ได้แก่พริกไทย ชะพลูและพลู ดีปลีของเราก็เป็นหนึ่งในสมาชิกวงศ์พืชดังกล่าวนี้ด้วย ดีปลีนั้นเติบโตได้ดีในทุกภาค
ขอเพียงให้ชุ่มชื้น มีแดดเพียงร่มรำไร ดีปลีก็แตกดอกออกผลให้คนมาเก็บไปกิน และเก็บไปตากแห้งทำยา ทำเครื่องเทศ
ปรุงรสปรุงกลิ่นอาหารให้น่ารับประทาน


คุณค่าทางอาหาร


ทางปักษ์ใต้เจ้าของอาหารรสจัดจ้านร้อนแรงก็ย่อมมีดีปลีเป็นส่วนประกอบ แต่ที่เด็ดขาดกว่าใครก็คือกินลูกอ่อนของดีปลี
เป็นผักสด เข้าใจว่าเมื่อเป็นลูกอ่อนนั้นน่าจะรับประทานง่ายไม่ฉุนเท่าเมื่อเป็นเครื่องเทศ

         เครื่องเทศที่ว่านั้นได้มาจากผลสุก นำมาตากแห้งใช้ประกอบกับแกงคั่ว แกงเผ็ด เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ในอาหาร
บางที่ก็นำมาแต่งกลิ่นผักดอง


ลักษณะทั่วไปของดีปลี


เถาดีปลีนั้นมีรากออกตามข้อสำหรับเกาะ และเลื้อยพัน เถาค่อนข้างเหนียวและแข็งมีข้อนูน แตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นใบเดี่ยว
ออกสลับ ใบเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบเป็นมัน

ดอก ออกเป็นช่อตรงข้ามกัน ลักษณะเป็นแท่ง ปลายเรียวมน ผลเล็ก กลม ฝังตัวกับช่อดอก

ผลอ่อนสีเขียว รสเผ็ด เมื่อสุกเป็นสีแดง


การปลูกและดูแลรักษาดีปลี


ดีปลีชอบความชื้นสูง หากฝนตกชุกก็เป็นที่ถูกใจ เพียงกิ่งแก่ ๆ มาปักชำรดน้ำฉ่ำชุ่ม พอรากงอกและต้นตั้งตัวได้ก็นำ
ลงปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ สำหรับหลักให้เลื้อยพันนั้นมักนิยมใช้เสาไม้ที่แข็งแรงหรือใช้เสาซีเมนต์ หรืออาจปล่อย
ให้ไต่ไปบนรั้ว กำแพงหรือต้นไม้อื่น ๆ ดีปลีนิสัยดี ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้อื่น แต่ขออาศัยยึดเกาเฉย ๆ ใช้พื้นที่
เพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นเจ้าของเถาดีปลีได้ หรือจะปลูกเป็นไม้ประดับชมใบสีเขียวสดดูชุ่มชื้น หรือดูผลที่เป็นสีเหลือง
เมื่อจวนสุก แดงเมื่อสุกแล้ว พราวไปทั้งเถาที่เป็นที่นิยม


ประโยชน์ของดีปลี



ผลสุกของดีปลีมีน้ำมันหอมระเหย ในน้ำมันของดีปลีตามการวิจัยของสถาบันการแพทย์แผนไทยบอกว่ามีฤทธิ์ฆ่าแมลงด้วงงวง
และด้วงถั่ว ถ้าหากนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงสูตรจากธรรมชาติก็ไม่เลว

         คุณประโยชน์ด้านสมุนไพรของดีปลีนั้นมากมายมหาศาล เริ่มตั้งแต่ลำต้นหรือเถา รสเผ็ดร้อน แก้ปวดฟัน จุกเสียด
แก้ริดสีดวงทวาร ช่วยเจริญอาหาร ดอกนั้นรสเผ็ดร้อนขม แก้ท้องร่วง ขับลมในลำไส้ แก้หืดหอบ แก้ลม วิงเวียนปรุงเป็นยาธาตุ
แก้ตับพิการ รากรสเผ็ดร้อนขม แก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน แก้เสมหะ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ แก้เส้นอัมพฤกษ์ อัมพาต

         ดอกแก่ต้มน้ำดื่มแก้ ท้องอืดท้องเฟ้อและช่วยให้หายวิงเวียน ส่วนหากจะแก้ไข ให้ใช้ดอกแก่แห้งครึ่งกำมือฝนกับ
น้ำมะนาว กวาดคอหรือจิบบ่อย ๆ

         คุณประโยชน์หลายสถานนี่เอง ดีปลีจึงมีชื่ดีตั้งแต่ชื่อจนถึงต้นเถา

เวบไซด์อ้างอิง



คุณสมบัติทางยา

ประโยชน์ทางยา

ส่วนที่ใช้เป็นยา                  เถา ใบ ดอก ราก ผลแก่แห้ง

ช่วงเวลาที่เก็บ                   นิยมเก็บผลเมื่อเริ่มเป็นสีน้ำตาล  นำมาตากแดดให้แห้ง

รสและสรรพคุณในตำรายาไทย

เถา                                   รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะพิการ แก้ปวดฟัน ปวดท้อง จุกเสียด แก้ริดสีดวงทวาร
                                        แก้ลม เจริญอาหาร

ใบ                                    รสเผ็ดร้อน แก้เส้นสุมนา (เส้นศูนย์กลางลำตัว)

ดอก                                  รสเผ็ดร้อนขม แก้ปถวีธาตุพิการ แก้ท้องร่วง ขับลมในลำไส ้ แก้หืดหอบ 
                                         แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้คุดทะราด   เจริญอาหาร

ราก                                  รสเผ็ดร้อนขม แก้เส้นอัมพฤกอัมพาต ดับพิษปัตตฆาต แก้หืดหอบ แก้ลมวิงเวียน
                                        แก้เสมหะ  แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ

เวบไซด์อ้างอิง

Climbing root ต้นดีปลี 


Liked By: asirinan, liveclick, 5XXA
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ

napaphat
ลูกชาวนามาเป็นมนุษย์เงินเดือน24ปี ตอนนี้ยังไม่มีแผ่นดินจะยืน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 52

ณปภัทร


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 08:30:57 AM »

ตามมาหาความรู้ครับ เมื่อวาน(21 เม.ย.54) ไปเดินตลาดต้นไม้ที่จตตุจักรมา ได้ดีปลีมา1ต้น (80บาท)มีผลสุกสีแดงอยู่ 1ผล ลองชิมดูเลยเรา..ผมว่ามันมีรสชาดที่ดีมากเลยครับ มันมีรสหวานเจือปนอยู่ในรสเผ็ด รสเผ็ดร้อนเข้าใจว่าอยู่ที่เมล็ดที่มีเมือกลื่นๆห่อหุ้มอยู่แบบเมล็ดแมงลักเพราะรู้สึกเผ็ดตอนที่เคี้ยวเมล็ด แต่เนื้อที่อยู่รอบๆเมล็ดของผลสุกที่ให้ความหวาน มันไม่ได้เผ็ดร้อนรุนแรงแบบพริกไทย สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้ปรุงรสชาดได้ ความคิดบรรเจิดว่า ถ้าเอามาปั่นผสมทำแยมกับสตอร์เบอรี่ผมว่ามันน่าจะเวอร์คนะ คือใช้แค่แต่งรสให้มันมีรสเผ็ดนิดๆ แบบมาขามคลุกน้ำตาลแจมรสด้วยพริกประมาณนั้น...


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า
too1987
สวนในฝันบ้านหลังสุดท้ายของพ่อและแม่
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1178


16782


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2011, 10:39:47 AM »

ตามมาหาความรู้ครับ เมื่อวาน(21 เม.ย.54) ไปเดินตลาดต้นไม้ที่จตตุจักรมา ได้ดีปลีมา1ต้น (80บาท)มีผลสุกสีแดงอยู่ 1ผล ลองชิมดูเลยเรา..ผมว่ามันมีรสชาดที่ดีมากเลยครับ มันมีรสหวานเจือปนอยู่ในรสเผ็ด รสเผ็ดร้อนเข้าใจว่าอยู่ที่เมล็ดที่มีเมือกลื่นๆห่อหุ้มอยู่แบบเมล็ดแมงลักเพราะรู้สึกเผ็ดตอนที่เคี้ยวเมล็ด แต่เนื้อที่อยู่รอบๆเมล็ดของผลสุกที่ให้ความหวาน มันไม่ได้เผ็ดร้อนรุนแรงแบบพริกไทย สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้ปรุงรสชาดได้ ความคิดบรรเจิดว่า ถ้าเอามาปั่นผสมทำแยมกับสตอร์เบอรี่ผมว่ามันน่าจะเวอร์คนะ คือใช้แค่แต่งรสให้มันมีรสเผ็ดนิดๆ แบบมาขามคลุกน้ำตาลแจมรสด้วยพริกประมาณนั้น...
โอ้โฮตั้ง แปดสิบเลยหรือ ถ้าอยู่ใกล้บ้านมารับไปเลย สิบต้นฟรีๆครับ


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: