ข่าว
หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาร่วมแสดงความคิดเห็นกับราคาหมูหน้าฟราม์กันหน่อยครับ  (อ่าน 3880 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
savok
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #16 เมื่อ: มีนาคม 26, 2012, 09:38:49 PM »

ลองย้อนดูตอนที่ ไข้หวัดนก ละบาดน้ะครับ หลังจากเหตุการสงบลง รายย้อยล้มไปเกินครึ่ง แต่มันยังไม่หนัมใจใครไม่รู้ครับ รัฐดันมาล้มทับรายย้อยให้ตายไม่ได้ผุดได้เกิดอีก หลังจากโดนฟ้าผ่าแล้วไม่ตาย โดยการออกกฏให้มหาเศรษฐีเท่านั้นที่เลี้ยงไก่ได้ เฮ่ยไม่ใช้ ต้องเป็นโรงเรือนแบบปิดเท่านั้นที่เลี้ยงได้ มันก็เลยทำให้รายย้อยไม่มีทางเกิดใหม่หลังจากตายลง และเหตุการนี้มันทำให้ใครก็ไม่รู้ครับที่ได้ประโยชน์มหาสาน ผมนึกไม่ออกจริงๆครับ แล้ววันนี้ก็มาเจอหมูครับ ถ้าราคาเป็นแบบนี้ไปเลื่อยๆ รายย้อยจะเริ่มลมลงไปที่ละรายสองราย รัฐก็มองไม่เห็น หรือเห็นผมก็ไมรู้ ผมรู้แต่ว่ารัฐไม่สน ทำไมไม่สน ผมคิดว่ารัฐมี มหาเศรษฐีที่เลี้ยงหมูป้อนตลาดในประเทศแบบไม่ขาดตลาดอยู่แล้ว แล้วไอ้รายย้อยจะไปสนใจทำไมมั้งครับ แล้วความจริงมันเป็นไงบอกทีน้ะครับใครรู้
บันทึกการเข้า

Freedom in mind
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 113


« ตอบ #17 เมื่อ: มีนาคม 30, 2012, 10:45:20 PM »

ก็อย่างที่รู้กันนะครับราคาหมูตอนนี้ยังกับราคาทองคำขึ้นลงเป็นว่าเล่น เพราะราคาขึ้นอยู่กับฟาร์มใหญ่ บริษัทขนาดใหญ่
เมื่อผลิตมาเยอะขายไม่ออกก็ลดราคาเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเพราะเก็บไว้ก็ยิ่งขาดทุน แต่เงินที่เขาใช้เป็นเงินกู้ธนาคารมา
เมื่อขาดทุนเพราะราคาตกธนาคารก็ต้องเปิดOD เพราะกลัวขาดทุนเดี๋ยวล่มก็เลยเติมเงินเข้าไปในระบบเยอะขึ้นเพราะธนาคาร
ได้ฟาร์มหมูมาก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็เลยต้องปล่อยให้ฟาร์มใหญ่กู้กันต่อให้เจ้าของฟาร์มติดหนี้หาเงินมาใช้ดอกเบี้ย
ธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยโดยไม่ต้องทำอะไร แต่รายกลางกับรายเล็กช่วงแรกๆธนาคารก็ปล่อยให้กู้เพิ่ม แต่ถ้าราคาตกไปนานๆ
และเจ้าของฟาร์มไม่มีทรัพย์สินอื่นมาค้ำประกันเพิ่มก็ไม่ยอมปล่อยกู้ ทำให้ต้องเลิดเลี้ยงเหมือนช่วงปี2549-2551 แต่พอ
ราคาเริ่มดีคนก็หันมาเลี้ยงหมูเยอะขึ้น แต่เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นหมูเสียหายมากขึ้นเมื่อปี 2553-2554 เพราะ PRRS สเตรนจีน
ระบาดทำให้หมูเสียหายทั้งระบบในจีนเวียดนาม เขมรลาว ทำให้หมูขาดทั้งระบบแต่เมืองไทยโดนน้ำท่วมช่วงที่ราคาหมูขึ้นเมื่อปลายปี2554
ยิ่งทำให้เจ้าของฟาร์มกักตุนไม่ยอมขายเพราะคิดว่าราคาน่าจะดีขึ้นในช่วงปีใหม่และตรุษจีนที่ผ่านมาแต่ผลจากน้ำท่วมทำให้คนกินไม่มีกำลังซื้อ
และรัฐบาลห้ามส่งหมูออกไปต่างประเทศอีก ทำให้หมูเริ่มราคาตกและฟาร์มใหญ่ก็ทยอยขายแต่กักตุนไว้เยอะเลยยิ่งให้ต้องเทขายโดยเฉพาะ
บริษัทใหญ่หรือฟาร์มใหญ่ทำเป็นประกาศราคาสูงแต่ขายราคาต่ำยิ่งถ้าขายข้ามไปเขตอื่นยิ่งลดราคาเลยทำให้ราคาเสียทั้งระบบ
ทำให้ชาวบ้านหรือฟาร์มรายย่อยที่เริ่มเลี้ยงหมูในช่วงที่ราคาดีต้องขายหมูในราคาต่ำ แต่ฟาร์มใหญ่เขามีเงินที่เก็บไว้เยอะกว่าและส่วนมาก
กู้เงินมาเลี้ยงธนาคารก็ปล่อยเครดิตให้อีกทำให้มีสภาพคล่อง เลยขายขาดทุนได้นานเพราะมีเงินหนา สายป่านยาวกว่าชาวบ้านที่มีทุนน้อย
พอพ่อค้าจับหมูชาวบ้านได้ถูกก็กลับมากดฟาร์มใหญ่ทำให้ยิ่งซื้อยิ่งได้ราคาถูก แต่เมื่อหมูเริ่มไม่พอราคาก็เริ่มเพิ่มขึ้นแต่ชาวบ้านหรือฟาร์มเล็ก
มักจะขาดทุนจนต้องเลิกเลี้ยงไปจนหมดแล้ว แต่เชื่อเถอะครับวงจรนี้ยังไม่จบง่ายหรอกครับ เพราะเงินทุนและการสนับสนุนจากนักการเมือง
มันแตกต่างกัน ผมว่าเลี้ยงแบบพอเพียงขายให้เฉพาะพื้นที่หมู่บ้านตัวเองน่าจะดีมี่สุดครับเพราะยังไงถ้าเงินทุนไม่มากจริงๆ อย่าไปสู้กับเขาเลยครับ
เพราะปีที่ผ่านมาฟาร์มที่จ.ราชบุรีเพิ่มแม่พันธุ์ประมาณ 50,000แม่ บริษัทใหญ่เพิ่มอีกเป็นหมื่นๆแม่ศึกนี้ยังไม่จบง่ายๆครับ ต้องดูกันอีกนานครับ
ยิ่งปี2558 ที่จะมีการเปิดAEC ตอนนั้นน่าจะยิ่งสนุกกว่านี้ครับ แต่วันนี้ราคาเริ่มดีขึ้นแล้วเห็นขายได้ที่ราชบุรี 57บาทและน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น60บาท
ช่วงสงกรานต์เพราะหมูเริ่มขาดไม่ค่อยมีตัว แต่กรมการค้าภายในเรียกเข้าไปคุยไม่ให้เจ้าของฟาร์มขายเกิน60บาทแต่ผมว่าเราอย่าไปคิดมากเลยครับ
เอาเป็นว่าเลี้ยงแบบพอเพียงเอาขี้หมูไปใส่ผักเลี้ยงขายให้ชาวบ้านได้กินในราคาที่ยุติธรรม ผักที่ปลูกก็เก็บกินผลไม้ที่ออกดอกออกผลก็เก็บกินเก็บขาย
ก็น่าจะทำให้เราเป็นสุขได้นะครับพอเพียงครับพี่น้อง ยิงฟันยิ้ม


Liked By: nongparei
บันทึกการเข้า
Punakhonsri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2247


Animal Science Ratchamongkol 43


« ตอบ #18 เมื่อ: มีนาคม 30, 2012, 11:08:13 PM »

ราคาหมูขึ้นมาแล้วค่ะ พระนี้ราคา 37-38 บาท  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
SC34
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #19 เมื่อ: มีนาคม 31, 2012, 06:47:12 AM »

ราคาหมูขึ้นมาแล้วค่ะ พระนี้ราคา 37-38 บาท  ยิ้มเท่ห์
;)แถวใหนครับนั้น..ทำไมราต่ำอย่างนั้นครับ..ครึ่งต่อครึ่งกับทางอื่นเลยนะครับ.. เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า
บันทึกการเข้า
vithaya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162


« ตอบ #20 เมื่อ: มีนาคม 31, 2012, 10:14:06 AM »

ที่แปลกคือเขียงทางภาคใต้ไม่ยอมรับซื้อจากรายย่อย เพราะรายใหญ่ตั้งกฎเหล็กไว้จะไม่ขายให้หากไปซื้อจากรายย่อย วันนี้เลยชำแหละมาขายเองวันละตัวในหมู่บ้าน กก.ละ 99 บาท ทำให้ตลาดหมูทั้งตำบลกระเทือนไปหมด รายย่อยต้องตอบโต้รายใหญ่อย่างนี้ ถ้าจะตายก็ขอกอดคอรายใหญ่ตายไปด้วยกัน


Liked By: srarawan, kram, mawmeaw, Mew-Milk
บันทึกการเข้า
SC34
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #21 เมื่อ: มีนาคม 31, 2012, 10:32:42 AM »

ที่แปลกคือเขียงทางภาคใต้ไม่ยอมรับซื้อจากรายย่อย เพราะรายใหญ่ตั้งกฎเหล็กไว้จะไม่ขายให้หากไปซื้อจากรายย่อย วันนี้เลยชำแหละมาขายเองวันละตัวในหมู่บ้าน กก.ละ 99 บาท ทำให้ตลาดหมูทั้งตำบลกระเทือนไปหมด รายย่อยต้องตอบโต้รายใหญ่อย่างนี้ ถ้าจะตายก็ขอกอดคอรายใหญ่ตายไปด้วยกัน
อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
vithaya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 162


« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 02, 2012, 02:43:25 PM »

อยากแฉต่ออีกว่ารายใหญ่ผลิตอาหารเลี้ยงเอง แต่แอบใส่สารเร่งสีลงไปในอาหาร อาหารของรายใหญ่จะไม่นำออกจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป เนื้อหมูที่ชำแหละจะมีสีแดงกว่าปกติและมีจำหน่ายตามห้างค้าปลีกข้ามชาติ เชื่อไหมว่าหมูจากฟาร์มใหญ่แม้จะนำมาเลี้ยงให้อาหารปกติปลอดสารได้ 3 เดิอนแล้วนำไปชำแหละ ปรากฎว่าเนื้อหมูยังมีสีแดงเข้มกว่าปกติ แสดงว่าสารเคมีเร่งสีในเนื้อหมูไม่สลายตัวในระยะ 3 เดือน
บันทึกการเข้า
Punakhonsri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2247


Animal Science Ratchamongkol 43


« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 02, 2012, 08:04:54 PM »

ราคาหมูขึ้นมาแล้วค่ะ พระนี้ราคา 37-38 บาท  ยิ้มเท่ห์
;)แถวใหนครับนั้น..ทำไมราต่ำอย่างนั้นครับ..ครึ่งต่อครึ่งกับทางอื่นเลยนะครับ.. เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า เศร้า
ไม่ใช่ค่ะ 57-58 บาท พิมพ์ผิดลืมไปสงสัยนั่งคิดเรื่องอื่น   ลังเล
บันทึกการเข้า
user555
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #24 เมื่อ: เมษายน 06, 2012, 10:03:53 PM »

ถ้าอย่างนี้ต้องเป็นเขียงหมูดีกว่าครับ ขายหมูโลนึงก็ได้กำไร 50-60 บาทแล้วครับ
ญาติผมมันทำอยู่มันบอกว่า ซื้อหมูชำแหละแล้วโลละ 80 บาทเอาไปขาย 130 บาท
บันทึกการเข้า
tank_9
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 29


« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2013, 01:10:51 PM »

ผมเพิ่งขายออกไป 89 ตัวได้ ราคา 63 บาท เสียดายตอนที่มันราคาที่ 70 ไม่ได้ขายเพราะต้องรอเอกสารการขนย้ายกับผลตรวจ

ผมเลี้ยงอยู่ที่สบปราบ ลำปาง  อาหารก็ขึ้นราคาอยู่เลื่อยๆ ขึ้นแล้วไม่มีลง แต่หมู มีขึ้นแล้วมีลง ต้องระวังกันหน่อยนะครับ

ขายรอบก่อนได้ 52 แต่มารอบนี้ได้ 63 ก็พอจะ ok อยู่
บันทึกการเข้า
sittichokesaythong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 391


« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 03, 2013, 09:52:29 PM »

สู้ ครับ
บันทึกการเข้า
TO
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 374


« ตอบ #27 เมื่อ: มีนาคม 04, 2013, 10:09:46 AM »

เมื่อตอนประชุมฟาร์มเครือข่ายฯที่ศูนย์ปากช่องเมื่อต้นปี55มีท่านผู้หลักผู้ใหญ่แนะนำบอกให้ระวังและเตรียมตัวให้พร้อมกับมาตราการที่บริษัทยักษ์ใหญ่กำลังเตรียมตัดวงจรฟาร์มขนาดใหญ่และขนาดกลาง ให้พ้นจากการเลี้ยงหมูซึ่งจะมีการเล่นกันถึง7ก็อก ช่วงนี้ก็เพิ่งประมาณก็อกที่4ปลายๆเอง ยังงัยก็ฝากให้ทุกท่านหาทางเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้าด้วยนะครับ


Liked By: NKC
บันทึกการเข้า
j-family
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1330


« ตอบ #28 เมื่อ: มีนาคม 04, 2013, 12:27:31 PM »

ทำไมรัฐไม่ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย แต่กลับไปให้ความสำคัญกับรายใหญ่ ๆ รายใหญ่ ๆ ต่างๆเท่าทีเห็นมีมากกว่า 3 ธุรกิจขึ้น โอบอุ้มกันดีจังเลย แล้วพวกรากหญ้าอย่างพวกเรา ไม่ว่า เกษตร หรือปศุสัตว์จะทำอย่างไร มาตรการต่าง ๆ หรือแผนอะไรออกมาก็กระซิบบอกพวกรายใหญ่ก่อนเสมอ
บันทึกการเข้า
Service
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 622


« ตอบ #29 เมื่อ: มีนาคม 09, 2013, 10:57:50 AM »

เขียงหมู กำไรสุด  ทำไมไม่ดูกันบ้างน้อออ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: