หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถามมือทำนาอาชีพครับ ทำยังไงกับหนอนห่อใบข้าวดีครับ  (อ่าน 9421 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 05:49:01 AM »

ผมมือใหม่ปลูกข้าวหอมนิลไมใช้สารเคมีอยู่ในที่เกือบ 1ไร่
 
ที่เคยปลูกข้าวเมื่อ20ปีก่อน แล้วปล่อยรกร้าง

ผมทำกะมือเอง ถากถางหญ้า  ตัดฟันกิ่งไม้ เลาะต้นไผ่

ทำเรื่อยๆเล่นๆเกือบปีก็พอตกกล้า ดำนาเอง

ตอนหาข้อมูลข้าวพันธ์นี้พบว่า “ไม่ต้านทานโรคและแมลง”

ลองตั้งกระทู้ถามที่นี้ก็ตัดสินใจปลูกเลย

เจอน้องปูบ้าง  น้องเชอรี่บ้างเมื่อตอนเดือนครึ่ง

ก็ผ่านมาได้โดยยังไร้สารอยู่ แม้จะเสียหายบ้าง

ในใจอยากฉีดพ่นป้องกันน้ำหมักพด 7 ที่ไปขอมา

แต่ก็กลัวจะไปไล่แมงมุมที่มีเยอะ  จึงไม่ฉีด

ตอนสองเดือนฮอร์โมนไข่ที่หมักไว้ใช้ได้

ก็ฉีดพร้อมผสม 0-52-34 ไปด้วย

เพราะดินดีมากกลัวข้าวจะใช้ไนโตรเจนมากไป

แล้วฝนก็ตกหนักจริงๆจังๆ ทั้งก่อนและกิสนาเอง

แล้วแมงมุมเพื่อนรัก....ก็หายไปเกือบหมด

ตอนนี้หนอนห่อใบข้าวกำลังมีมากขึ้น

เมื่อ 3วันก่อนฉีดฮอร์โมนไข่ผสม พด 7

หนอนก็ยังมี  ข้าวกำลังอออกรวงเสียด้วย

ข้าวบางกอเสียทั้งกอ บางกอเป็นแค่บางใบ

ผมว่าจะใช้เหล้าขาว ผสมน้ำส้มสายชู กับ em

หมัก 1วันแล้วถ้าหมักใบสะเดาคืนนึง กับ ใบตะใคร้

ผสมไปด้วยจะดีเปล่าครับ  ในนามีแมลงสิงด้วย

ตอนนี้ข้าวออกรวง 10 – 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ปล่อยไว้ไม่ต้องทำอะไร ผมว่าข้าวก็ออกรวงให้แต่อาจน้อยลง

หรือยังไงดีครับ   

ขอบคุณครับ.....

อ้อ...ใครปลูกข้าวหอมปทุมไร้สาร

ต้องการแลกกับพันธ์ข้าวหอมนิล บ้างครับ



หนอนห่อใบข้าว (rice leaffolder, LF)



ชื่อวิทยาศาสตร์ Cnaphalocrocis medinalis (Guenee)
วงศ์ Pyralidae
อันดับ Lepidoptera
ชื่อสามัญอื่น หนอนม้วนใบข้าว หนอนกินใบข้าว

วงจรชีวิตและระยะทำลายพืช 
ไข่ หนอน ดักแด้ ตัวเต็มวัย

 

 

 

        ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนปีกสีน้ำตาลอ่อนมีแถบสีดำพาดที่ปลายปีก ตรงกลางปีกมีแถบสีน้ำตาลพาดขวาง 2-3 แถบ เมื่อเกาะใบข้าวปีกจะหุบเป็นรูปสามเหลี่ยม มักเกาะอยู่ในที่ร่มใต้ใบข้าว ตัวเมียวางไข่บนใบข้าว ขนานตามแนวเส้นใบและสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไข่มีสีขาวขุ่นค่อนข้างแบนเป็นกลุ่ม แต่บางครั้งก็วางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ ระยะไข่ 4-6 วัน หนอนที่ฟักจากไข่ใหม่ๆมีสีขาวใส หัวมีสีน้ำตาลอ่อน หนอนโตเต็มที่มีสีเขียวแถบเหลือง หัวสีน้ำตาลเข้ม หนอนมี 5-6 ระยะ ส่วนใหญ่มี 5 ระยะ หนอนวัยที่ 5 เป็นวัยที่กินใบข้าวได้มากที่สุด ระยะหนอน 15-17 วัน หนอนเข้าดักแด้ในใบข้าวที่ห่อตัวนั้น ระยะดักแด้ 4-8 วัน

 
ระยะการเจริญเติบโตของหนอนห่อใบข้าว

ลักษณะการทำลายและการระบาด

        ผีเสื้อหนอนห่อใบข้าวจะเคลื่อนย้ายเข้าแปลงนา ตั้งแต่ข้าวยังเล็กและวางไข่ที่ใบอ่อน โดยเฉพาะใบที่ 1-2 จากยอด เมื่อตัวหนอนฟักออกมาจะแทะผิวใบข้าวส่วนที่เป็นสีเขียว ทำให้เห็นเป็นแถบยาวสีขาว มีผลให้การสังเคราะห์แสงลดลง หนอนจะใช้ใยเหนียวที่สกัดจากปาก ดึงขอบใบข้าวทั้งสองด้านเข้าหากันเพื่อห่อหุ้มตัวหนอนไว้หนอนจะทำลายใบข้าวทุกระยะการเจริญเติบโตของข้าวถ้าหนอนมีปริมาณมากจะใช้ใบข้าวหลายๆ ใบมาห่อหุ้มและกัดกินอยู่ภายใน ซึ่งปกติจะพบตัวหนอนเพียงตัวเดียวในใบห่อนั้น ในระยะข้าวออกรวงหนอนจะทำลายใบธงซึ่งมีผลต่อผลผลิตเพราะทำให้ข้าวมีเมล็ดลีบ น้ำหนักลดลง หนอนห่อใบสามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 อายุขัยต่อฤดูปลูก พบระบาดในนาเขตชลประทาน โดยเฉพาะแปลงข้าวที่ใส่ปุ๋ยอัตราสูง หนอนใช้ใบข้าวห่อหุ้มตัวและกัดกินอยู่ภายใน บริเวณที่ถูกทำลายจะเป็นทางขาวยาวขนานกับเส้นกลางใบ ทำให้การสังเคราะห์แสงของต้นข้าวลดลง


 
 

พืชอาหาร
        ข้าว ข้าวป่า ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย หญ้าข้าวนก หญ้าคา หญ้าชันกาด หญ้าไซ หญ้าตีนกา หญ้าตีนนก หญ้าปล้องหิน หญ้าตีนติด

การป้องกันกำจัด

        1) ในพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นประจำควรปลูกข้าว 2 พันธุ์ขึ้นไป โดยปลูกสลับพันธุ์กัน จะช่วยลดความรุนแรงของการระบาด

        2) กำจัดพืชอาศัย เช่น หญ้าข้าวนก หญ้านกสีชมพู หญ้าปล้อง หญ้าไซ หญ้าชันกาด และข้าวป่า

        3) ไม่ควรใช้สารฆ่าแมลงชนิดเม็ดและสารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์หรือสารผสมสารไพรีทรอด์สังเคราะห์ ในข้าวอายุหลังหว่าน 40 วัน เพราะศัตรูธรรมชาติจะถูกทำลาย ทำให้เกิดการระบาดของหนอนห่อใบข้าวรุนแรงได้ในระยะข้าวตั้งท้อง-ออกรวง

        4) เมื่อเริ่มมีการระบาดของหนอนห่อใบในแปลงข้าว ไม่ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเกิน 5 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ย
ยูเรียไม่เกิน 10 กิโลกรัมต่อไร่ ควรแบ่งใส่ปุ๋ยในช่วงข้าวกำลังเจริญเติบโตและลดปริมาณปุ๋ยที่ใส่ โดยปุ๋ยสูตร 16-20-0 ใส่ไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อไร่

        5) เมื่อตรวจพบผีเสื้อหนอนห่อใบข้าว 4-5 ตัวต่อตารางเมตร และพบใบข้าวถูกทำลายมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ในข้าวอายุ 15-40 วัน ใช้สารฆ่าแมลงประเภทดูดซึม เช่น ไฟโพรนิล (แอสเซนด์ 5% เอสซี) อัตรา 30-50 มิลลิเมตรต่อน้ำ 20 ลิตร สาร เบนซัลแทป (แบนคอล 50% ดับบลิวพี) อัตรา 10-20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร และสาร คาร์โบซัลแฟน (พอสซ์ 20% อีซี) อัตรา 80-110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เฉพาะพื้นที่มีใบถูกทำลายจนเห็นรอยขาวๆ

สารเคมีที่ใช้ควบคุม

พิโปรนิล 40 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร
คาร์โบซัลแฟน 80 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

บันทึกการเข้า

121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 05:53:08 AM »

ขอโทษครับ...พึ่งแปะรูปเป็นครั้งแรกครับ

รูปนั้นคือใบข้าวในนาที่ถูกหนอนทำลายครับ
บันทึกการเข้า
sharpgrape
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 06:58:03 AM »

ขอตอบ แต่ไม่ยืนยันผล เพราะยังไม่ได้เจอหนอนเอง

ถ้าคุณ 121 จะคงนาให้ไม่ใช้สารเคมี ก็ไม่ต้องฉีดตามที่ข้อมูลแนะนำ(ที่คุณเอามาลง)นะครับ

3 วันก่อนที่ฉีด พด อาจเพราะผสม ฮอร์โมนไข่ด้วย จึงทำให้ประสิทธิภาพลดลงไป (ลองฉีด พด อย่างเดียวดีกว่าครับ)

สูตรเหล้าขาว ผมยังไม่เคยลอง แต่สูตรสะเดาล้วนๆ ผมฉีดในแปลงผัก และสวนผลไม้ โดยฉีด 3 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน

ปรากฏว่า ไม่มีหนอน เพลี้ย ให้เห็นเลย แต่ยังเห็นเต่าทองอยู่

ถ้าอยากลองวิธีอื่น และนำ ไวรัส npv สำหรับหนอน หรือ แบททีเรีย BT ดูก็ได้ อาจเห็นผลช้าแต่หนอนจะป่วยตายเอง

อีกอันหนึ่งคือ เชื้อ บิวาเรีย อันนี้ไปขอได้จาก สำนักงานเกษตรใกล้บ้าน สอบถามดูนะครับ

เชื้อรานี้ จะทำลายแมลงทุกตัวที่อยู่ในนาเลย ถ้าคุณคิดว่าปล่อยไว้จะเสียหายมาก ก็ควรใช้ตัวนี้ครับ

ทุกอันที่แนะนำ ฉีดตอนเย็นนะ พื้นที่ไม่ถึง 1 ไร่ ไม่ลำบากทำแน่ ได้ผลอย่างไร

ช่วยบอกผมด้วย เพราะผมก็ทำนาเหมือนกัน (แต่ตอนนี้ แมลงยังไม่มา)
บันทึกการเข้า
ptrpkk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 222


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 09:11:48 AM »

ใช้ผกากรองทั้งต้นใบและดอก 1  กก. ตำละเอียดหมักน้ำหนึ่งลิตรหนึ่งคืน ผสมเจือจางพอสมควรฉีดพ่นหนอนตายหมดครับ...
บันทึกการเข้า
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 03:24:51 PM »

ใจร้อนเร็วปานกามนิตหนุ่ม...

หลังจากอ่านคุณsharpgrape เลยอยากลอง

เชื้อบิววาเรีย...ไปขอมาได้จากศูนย์บริหารศัตรูพืช

เป็นก้อนๆดังรูป

ถ้าฝนไม่ตกว่าจะฉีดเย็นนี้




เชื้อราบิวเวอเรีย  ( Beauveria )  เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงได้หลายชนิด โดยเฉพาะเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนศัตรูพืช  โดยเชื้อราจะสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาว

 ลักษณะและการกำจัดแมลงของเชื้อราบิวเวอเรีย
สปอร์ของเชื้อราบิวเวอเรียเมื่อตกไปที่ผนังลำตัวแมลงโดยมีความชื้นเหมาะสม สปอร์ก็จะงอกก้านชูสปอร์  (germ tube)  แทงทะลุผ่านลำตัวแมลงเข้าไปในช่องว่างภายในลำตัวแมลง  หลังจากนั้นเชื้อราจะเจริญเพิ่มปริมาณเป็นเส้นใยท่อนสั้น ๆ  เซลล์เม็ดเลือดในตัวแมลงก็จะถูกทำลายทำให้เลือดที่อยู่ในตัวแมลงมีน้อยลง  แต่ทางกลับกันเชื้อรากลับมีการเพิ่มจำนวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มช่องว่างของตัวแมงทำให้แมลงเป็นอัมพาตและก็ตายในที่สุด  หลังจากแมลงตายเชื้อราจะแทงก้าน ชูสปอร์ทะลุผ่านผนังลำตัวออกมาภายนอกแล้วสร้างสปอร์ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ  เชื้อราบิวเวอเรียสามารถทำลายแมลงได้ทุกระยะ


บันทึกการเข้า
songsa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 538


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 06:07:46 PM »

ใบสะเดาตำ(โขลก)แช่น้ำ 1 คืน ตอนเช้ากรองเอาแต่น้ำ ไปผสมน้ำ 1 ต่อ 100 ครับ ฉีดตอนแดดยังไม่แก่นะครับ สูตรนี้ง่ายสุดๆ คุมอยู่ แต่ผมไม่เคยฉีดสมุนไพรใดๆทั้งสิ้นมาหลายฤดูแล้ว ปล่อยธรรมชาติคุมกันเอง หนอน เพลี้ยมีบ้าง เป็นอาหารตัวห้ำตัวเบียนครับแค่ใจไม่กังวลเกินไป ธรรมชาติมีคำตอบครับ
บันทึกการเข้า
oat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 707



« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2009, 07:11:18 PM »

การควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิถี ไม่ใช่แค่ใช้สารที่คนกินไม่เป็นอะไร แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบของแต่ละวิธีด้วย

การใช้สารสมุนไพรโน่นนี่ อัดๆเข้าไป โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบ อาจทำให้เกิดผลที่ไม่ต้องการตามมา เช่นก่ารระบาดของโรคชนิดอื่นๆ

หลักการก็คือเลือกจากวิธีที่มีผลกระทบวงแคบ แล้วถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ค่อยขยายวงกว้างขึ้น

แคบสุดคือใช้มือหยิบออก หรือตัดแต่งส่วนที่เป็นโรค

ถ้ายังไม่ได้ระบาดหนัก ผมว่าการปล่อยให้ตัวห้ำตัวเบียนเข้ามาควบคุมน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ในวงรอบแรก พวกแมลงห้ำ เบียน อาจจะเข้ามาช้าหน่อย ผลผลิตอาจจะลดลงบ้าง แต่ในวงรอบต่อไปจะมีตัวห้ำตัวเบียนเข้ามาช่วยควบคุมเร็วขึ้น

ในกรณีนี้ ผมว่าน่าจะลองใช้ Bt ดูก่อน แบคทีเรียจะเข้าสู่แมลงทางปาก นั่นคือเฉพาะแมลงที่กินใบข้าวจึงจะได้รับผลกระทบ
ผลกระทบจาก Bt น้อยกว่าเอาเชื้อรามาระบาดใส่แปลง เพราะเชื้อราจะฆ่าอย่างไม่จำเพาะเจาะจง และต้องใช้เวลานานกว่าระบบนิเวศน์จะกลับฟื้นตัวขึ้นมา  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2009, 12:12:14 PM »

มารายงานผลการใช้ รา บิววาเรีย

ฉีดวันเช้าพุธ เย็นอังคาร

วันอาทิตย์ฮอร์โมนไข่

ดูเหมือนกอข้าวที่เป็นเสียหายจากหนอน จะหยุดแล้ว

แมงมุม แมงปอยังเห็นอาจเท่าเดิม

แมงปอนี่มีมากขึ้น
 
ผีเสื้อของหนอนห่อใบข้าวไม่เห็นอีกเลย

แมลงสิงมีมากเท่าเดิม(หรือมากขื้น)

ทั้งหมดนี่เป็นความรู้สึกล้วนๆนะครับ

ไม่ได้วัดโดยเครื่องมือใดๆทั้งสิ้น

ตอนนี้ข้าวออกรวงกว่า80%แล้ว

มองแล้วชื่นอกฉ่ำใจ ยิ้ม  หวังว่าจะไม่ลีบมากนัก แลบลิ้น

ไม่ถึงเดือนคงได้ออกแรงเกี่ยวข้าว

อาทิตย์หน้าว่าจะปล่อยน้ำออกให้หมด

แต่พื้นนาทั้งเอียง และมีหลุมบ่อ

ปีหน้าคงมีเวลาปรับพื้น
บันทึกการเข้า
sharpgrape
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2009, 12:19:21 PM »

ยินดีด้วยนะครับ กำลังจะได้ข้าวหอมนิลไว้กินเองแล้ว

แนะนำวิธีตรวจแมลงอย่างง่ายนะครับ

ก็ทำสวิงจับแมลง โดยใช้ผ้าขาวบางทำ

เวลาลงนาก็กวาดๆไป ก็ได้แมลงมาดู ก็ลองนับๆดู

ข้าวผมรอต้นเดือนธันวาครับ ตอนนี้ยังดูดีอยู่ ไม่ค่อยมีหนอน มีเพลี้ยเท่าไหร่
บันทึกการเข้า
oat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 707



« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2009, 09:14:53 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยินดี ยินดี
บันทึกการเข้า

เย ธมฺมา เหตุปภวา เตสํ เหตุ ตถาคโต เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 04:31:44 PM »

 นาปี...ปีนี้

ตอนนี้ หนอนกลับมาระบาดในนาอีก

ปลูกข้าวหอมชลสิทธ์ ไว้

ลองฉีด บิววาเรีย 2 ครั้ง หนอนก็ระบาดมากขึ้น

ตัดสินใจสารเคมีดูสักที...รึ...

อยากลอง...ก็ได้รู้

ใช้คาร์โบซัลแฟน 80 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

เข็ดแล้วจริงๆ.... เหม็นมาก และก็ยังไม่ได้ผลอยู๋ดี

ข้าวจะออกรวงแล้ว ใบธงชูสลอน

ว่าจะลองพริกแกง มีใครเคยใช้บ้างครับ

แล้วพริกแกงผสมฮอร์โมนไข่ได้หรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ



บันทึกการเข้า
cjaranram
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2010, 06:56:53 AM »

ทำนา ปีแรกเช่นกัน ของผมปีนี้โชคดีหน่อย นาข้าวงามเป็นพิเศษ ไม่มีโรคแมลง (นาปี) เก็บเกี่ยวผลผลิต เรียบร้อย ยังไม่รู้ว่าปีหน้าจะประสบภาวะเช่นเดียวกับท่าน 121 เปล่า (นาอยู่บุรีรัมย์) ได้แต่ภาวนา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: