หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สามต้นหนึ่งหลุม (ทุเรียน ลองกอง มังคุด)  (อ่าน 2588 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ravio
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 08:01:48 PM »

การปลูกต้นไม้ได้สามต้นหนึ่งหลุม
ตามปราชญ์ชาวบ้าน ป๊ะหรน(หรือ หลน) หมัดหลี
เกษตรกรสี่ธาตุ น้ำ ดิน ลม ไฟ
ปลูกที่ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา
หมายเหตุ ท่านไปพบพระอัลเลาะห์แล้ว (ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว)
แต่ตอนนี้บุตรชายของท่านยังทำสวนเกษตรแบบนี้
และเป็นวิทยากรบรรยายเกษตรแบบธาตุสี่

ต้นไม้ประเภทสามต้นในหนึ่งหลุมมี
ทุเรียน(ไฟ) ลองกอง(ลม) มังคุด(น้ำ)
จะทำให้หนึ่งไร่ที่ปลูกต้นไม้แบบนี้
จะได้ต้นไม้ไม่ต่ำกว่าไร่ละ หกสิบต้น
ผลผลิตพอประมาณ
แต่ถ้าได้ต่อกิ่งพันธุ์ดีในการต่อยอด/เสียบ/ทาบกิ่ง
ผลผลิตก็จะได้ดีมากเช่นกัน

ส่วนคุณภาพขึ้นกับปัจจัยสี่ของต้นไม้
ดิน (ปุ๋ย ธาตุในดิน) น้ำ (น้ำดี ไม่กระด้าง ไม่เป็นกรด ไม่เป็นด่าง)
ลม (ลมไม่แรง ไม่ใช่พายุ หรือลมร้อน หรือลมหนาว)
ไฟ (แสงแดดพอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อย ไม่ร้อนแรง)



ส่วนสามต้นนี้กำลังปลูกสาธิตให้ชมเป็นตัวอย่าง



การปลูกพืชตามแนวคิดของเกษตรกรธาตุสี่
น้ำ ดิน ลม ไฟ
มาจากหลักการที่ว่า ต้นไม้ทุกประเภทจะมีธาตุทั้งสี่ในตัวเอง
โดยใช้การชิมจากใบเป็นหลักก่อนการชิมจากผลไม้
จะรู้ว่าธาตุหลักของต้นไม้ประเภทนี้มีธาตุหลัก คือ ธาตุใด

ธาตุน้ำ รสจืด เช่น มังคุด กล้วย จำปาดะ อ้อย มะม่วง ชมพู่

ธาตุดิิน รสฝาด รสขม เช่น มะมุด สะตอ เหรียง

ธาตุลม รสขื่น รสเฝื่อน เช่น ลองกอง ลางสาด ผักเสี้ยนผี

ธาตุไฟ รสเผ็ด รสร้อน เช่น ทุเรียน พริก ส้ม มะนาว

ดังนั้นการทำเกษตรต้องเตรียมน้ำไว้เป็นหลัก
ถ้ามีระบบน้ำดีหรือรดน้ำได้สะดวกก็จะไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องน้ำขาดแคลนหรือแล้งมาก
ป๊ะหรนแนะนำว่า ให้ปลูกกล้วย หรือ มะละกอ
เป็นพี่เลี้ยงที่ให้ร่มเงากับเป็นแหล่งน้ำก่อน

ส่วนการปลูกพืชผลแต่ละชนิดต้องปลูกในวันเสาร์เท่านั้น
นี่้เป็นความเชื่อส่วนตัวของท่านที่รับรู้
และได้รับการถ่ายทอดจากปู่และพ่อของท่าน
ท่านเชื่อว่า การปลูกต้นไม้ ไม้ผล ในวันเสาร์
จะได้ลูกดกหรืองอกงามดี
เผลอ ๆ ก็ออกลูกออกผลนอกยาม (นอกฤดูกาล)

เมื่อต้นกล้วยหรือมะละกอขึ้นพองามแล้ว
ให้เริ่มลงมือเพาะเมล็ดในหลุมข้าง ๆ ต้นกล้วย
โดยพืชธาตุไฟให้วางทางทิศตะวันออก
ส่วนพืชธาตุลมให้อยู่ตรงกลาง
พืชธาตุน้ำให้อยู่ทิศตะวันตก

เมล็ดไม่จำเป็นต้องไปจัดซื้อจัดหา
เอาจากเมล็ดที่กินผลไม้แล้วมีเมล็ดเหลืออยู่
คัดเอาเมล็ดงาม ๆ และรูปทรงดี
หนอนไม่ไช หนูไม่กัด ราไม่กิน
มาเพาะเมล็ดให้งอกในหลุมข้างต้นกล้วย
เพราะต้นไม้ที่มีรากแก้ว
รากจะได้เดินงาม เดินดี เดินลึก
หากินอาหารและหาน้ำได้เก่ง
เจริญเติบโตได้ดีไว้เป็นต้นตอในอนาคตได้

พืชธาตุไฟ มักจะมีรากลึกและแผ่ไปกว้างไกล เช่น ทุเรียน

พืชธาตุลม รากฝอยจะมากจะอยู่รอบ ๆ ลำต้น เช่น ลองกอง

พืชธาตุน้ำ รากแก้วจะลึกและหาน้ำเก่ง เช่น มังคุด

การปลูกพืชสามธาตุในหนึ่งหลุม
จึงเป็นการผสมผสาน พึ่งพาอาศัยกัน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ตามภาพข้างบนดังกล่าว

แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากประเภทของพืชด้วย
เช่น ชมพู่ เงาะ จำปาดะ ขนุน ปาล์ม มะพร้าว ส้มโอ ยางพารา
เป็นต้นไม้ที่ต้องการพุ่มกว้างและอยู่เดี่ยว ๆ
มีไม้อื่นเจือปนได้บ้างแต่ต้องไม่แย่งแสงแดด
สังเกตได้จากด้านล่างมักจะปลูกพืชอื่นไม่ได้มาก
เพราะใบหนามาก กิ่งก้านมาก ต้องการแสงแดดมาก

ป๊ะหรนเรียกต้นไม้ประเภทนี้ว่า หัวร้อน ตีนเย็น
หัวร้อน ต้องการแสงแดดสังเคราะห์แสงมาก
ตีนเย็น ต้องการน้ำมากหรือที่ดินที่ค่อนข้างชุ่มชื้น
ดูได้จาก ด้านล่างยางพารา ต้นปาล์ม ต้นมะพร้าว
จะเห็นมีพืชประเภทอื่นขึ้นได้น้อยมาก
เพราะรากเดินกว้างและไกล แย่งน้ำ แย่งอาหาร ไปเกือบหมด

ส่วนที่ป๊ะหลนสังเกตพบคือ
ต้นสะตอ กับ ต้นทุเรียน ปลูกร่วมกันไม่ได้
เพราะแย่งกันสูงหาแสงแดดแข่งกัน
การปลูกพืชผสมตามธาตุ
จึงต้องพิจารณาจากความสูงต้นไม้ด้วยเช่นกัน

เมื่อต้นไม้ในหลุมเจริญงอกงามพอสมควรแล้ว
ค่อยทำการทาบกิ่งหรือต่อตาหรือเสียบยอด
แล้วแต่การขยายพันธุืพืชแต่ละชนิด
ตอนนี้อาจจะต้องไปขอจากเพื่อนเกษตรกร
หรือซื้อมาทำการขยายพันธุ์
เพื่อให้ได้ผลไม้ที่มีรสชาติดี
เป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของตลาด

อนึ่งถ้าต้นไม้ในหลุมประเภทใดตาย
ให้ใช้พันธุ์ที่ตายไปปลูกซ้ำหรือปลูกทดแทน
ไม่นานก็จะงอกงามใกล้เคียงต้นข้างเคียง
และความสูงจะเป็นตามลำดับ
ทุเรียนจะสูงมาก ลองกองสูงปานกลาง มังคุดเตี้ยสุด

อนึ่ง การปลูกสามต้นในหนึ่งหลุม
ต้นหนึ่งต้นใดตาย
ก็ยังเหลือรอดอีกสองต้น
่่ค่อยปลูกแซมภายหลังได้
แม้ว่าจะโตช้ากว่าก็ตามแต่



การปลูกแบบสามต้นในหนึ่งหลุม
ควรใช้แบบการปลูกปาล์ม
จะได้จำนวนต้นมากกว่า

แต่ควรคิดถึงตอนที่ผลผลิตที่ออกมา
ต้องคำนึงถึงตลาดและการขนส่งด้วย
เพราะมิฉะนั้นจะมีปัญหาด้านราคาและการขาย
การลงทุนลงแรงไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายกับค่าลงทุน
ถ้าไม่ทำแบบเกษตรพอเพียง

บริเวณรอบ ๆ ต้นไม้สามต้นในหนึ่งหลุม
ป๊ะ แนะนำว่า ให้มีพืชพันธุ์อื่น
หรือสมุนไพร ขึ้นรอบ ๆ ข้างต้นไม้ได้
เพื่อเป็นการสร้างสมดุลย์ซึ่งกันและกัน
กับสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ในระยะยาว
แต่ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย
ถึงขนาดรกรุงรังหรือเกะกะการทำงานทำการปลูกพืช

ส่วนหญ้าคาหรือวัชชพืช
ป๊ะหรนให้ถือว่ามีประโยชน์ต่อแผ่นดิน
เป็นปุ๋ยและของประทานจากพระผู้เป็นเจ้า
เหมือนเช่นเดียวกับต้นไม้
ถ้าตัดมาใช้งานเป็นประโยชน์ก็ไม่บาป
แต่ถ้าตัดทิ้งตัดขว้าง
ไม่ใช้ประโยชน์ก็เป็นบาปอย่างหนึ่ง
หรือ ภาษิตใหม่ของเยอรมันนี
เงินทองเป้นของคุณ จะใช้จ่ายอย่างไรก็ได้
แต่ทรัพยากรเป็นของโลก ควรใช้สอยอย่างประโยชน์สูง ประหยัดสุด

การให้ปุ๋ยในสวนประเภทนี้หลัก ๆ คือ
ให้ใช้ปุ๋ยตราจระเข้ใ่ส่เอา
คือ ใช้จอบตราจระเข้ ขุด/ถาง/ฟัน เอาตอนหน้าฝน
วางสุม ๆ ไว้รอบ ๆ ต้นไม้ที่ปลูกไว้
พอหน้าแล้งก็จะคลุมดินให้ชุ่มชื้น
และสลายตัวกลายเป็นปุ๋ยในระยะยาว

ส่วนการให้ปุ๋ยควรให้ช่วงฤดูฝน
ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก
เพราะหน้าแล้งพืชแทบใช้ประโยชน์ไม่ได้
เผลอ ๆ อาจจะเหมือนคนกินข้าว แต่ไม่ได้กินน้ำ
คือ อีดอัด หรือ แน่นท้อง

การให้ปุ๋ยเคมี
ท่านไม่ต่อต้านหรือคัดค้าน
แต่ให้คำแนะนำว่า
ถ้าให้ปุ๋ยแล้วแต่ฝนไม่ตก
จะทำให้สูญเสียเปล่า ๆ
เพราะมันจะแห้งกรังค่อย ๆ เสื่อมประโยชน์ไป

แต่จริง ๆแล้ว
จากการสอบถามเพื่อนที่เพาะต้นไม้ขาย
หรืออาจารย์ทางด้านเกษตรกรรม
มักจะมีำคำแนะนำว่า
การให้ปุ๋ยเคมีที่ดี
ควรมีการขุดดินรอบ ๆ ต้นไม้
แล้วค่อยใ่ส่ปุ๋ยก่อนทำการกลบฝัง
ต้นไม้จะได้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
หรือให้บาง ๆ แต่ปีละหลายครั้ง
เช่น การเพาะชำต้นไม้ขาย
มักจะให้น้อย ๆ แต่ให้บ่อย ๆ
เพื่อให้พืชดูดซึมไปใ้ช้ได้หมดภายในระยะเวลา

ปกติอายุของปุ๋ยเคมีประมาณสิบห้าวัน
มักจะเสื่อมสภาพหรือลดคุณภาพลงไปเรื่อย ๆ
การฝังกลบจะยืดระยะเวลาช่วงอายุของปุ๋ยได้ส่วนหนึ่ง
เว้นแต่ประเภทปุ๋ยละลายช้า
ที่มีช่วงอายุนานกว่าสามถึงหกเดือน
เช่น พวกออสโมคอส หรือหุ้มดิน หุ้มสารประเภทละลายช้าไว้

การให้ปุ๋ยในแปลงใหญ่หรือทั่วไป
มักจะใช้การหว่านหรือโยนหรือให้เป็นแถวยาว
เพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว ในการทำงาน
กอปรกับค่าแรงงานในการให้ปุ๋ยจะมีราคา
หรือคนงานมักจะไม่ค่อยทำส่วนนี้ให้ในการใส่ปุ๋ย
เพราะเสียเวลาและคิดว่าไม่คุ้มค่าแรงงาน

เพิ่มเติมที่เห็นป๊ะหรนบอกปลูกร่วมกันได้คือ
สะตอ มังคุด ลองกอง
แต่ต้องขยันเติมธาตุไฟ คือ
ปุ๋ยที่ใส่ให้ทุเรียนเวลาเร่งรากเร่งดอก

หรือ หลักง่าย ๆ ต้นมีธาตุเหมือนกัน ไม่ควรปลูกร่วมกัน
แต่ถ้าจะปลูกร่วมกันต้องมีไม้้ผลต่างธาตุมาร่วมกันได้
เช่น ต้นมีธาุตุไฟมาก ก็เอาต้นมีธาตุน้ำมาปลูกใกล้กัน
จะได้พึ่งพาอาศัยต่อกัน
แต่ทั้งนี้ ต้องดูธรรมชาติของประเภทต้นไม้
เช่น การแตกยอด แตกพุ่ม แตกกิ่ง
จะกระทบต่อต้นไม้ที่ปลูกร่วมหรือไม่

ส่วนการที่ป๊ะหรนนิยมปลูกสามประเภทนี้
แกสรุปว่าแมลงไม่ค่อยรบกวนมาก
เพราะมังคุดมียางหรือกลิ่นอายไล่แมลง
รวมทั้งราคาผลไม้สามประเภทนี้ค่อนข้างดีในสมัยนั้น

หมายเหตุ กำลังหาภาพต้นทุเรียนกับสะตอ
ค่อยมาเขียนเพื่ิมเติมเรื่อย ๆ ครับ
พอดีเขียนจากความทรงจำส่วนหนึ่ง
กับการไปพบปะกับหลานชายแกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 08:59:45 PM โดย ravio » บันทึกการเข้า

แสนคำ
ยิงนก ตกปลา ล่าสัตว์ งานถนัดที่ชอบที่สุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1794


คนหลวงทำเกษตรกรรม


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 08:18:51 PM »

 อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

จักขอเกิดเป็นข้ารองพระบาท ทุกชาติไป
thiraphat
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2241


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 08:39:23 PM »

สวัสดีครับคุณ ravio
อยู่รัตภูมิ หรือเปล่าครับ ยินดีที่รู้จักครับ สวนผมอยู่ รัตภูมิครับ เผื่อได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกันครับ
ขอบคุณครับ
ธีรภัทร กล้วยหิน สวนไผ่ทรัพย์ไพบูลย์ 081-3287445


Liked By: Mahajoan
บันทึกการเข้า
ravio
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 08:41:59 PM »

อยู่หาดใหญ่ครับ
แต่เคยไปคุยกับป๊ะหลน
ก่อนท่่านเสียชีวิตประมาณหลายปีแล้ว
ตอนนี้ลูกชายท่านดูแลสวนอยู่
และเป็นวิทยากรบรรยายหลายเรื่อง
มี clip อยู่ไว้ว่าง ๆ จะทะยอยลงใน youtube
จะแจ้งหมายเลขโทรศัพท์หลังไมค์นะครับ


Liked By: Mahajoan
บันทึกการเข้า
Mahajoan
"หากรากหญ้าตาย (รบ)วัวควายฤาจะอยู่ได้"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2554


"ลิขตฟ้าฤาจะสู้มานะตน"


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 10:09:36 PM »

 อายจัง มาขอความรู้ด้วยน่ะครับ  ขอยคุณครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

non1577
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 245


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 02:24:52 PM »

ผมทำอยู่ครับ อิ อิ

คือหน้าบ้านผมทาวเฮ้าท์ ต้นมะม่วงเดิมตายไป1ต้น เหลืออีก1ต้น(ปลูกด้วยเม็ด) ดตแล้วสุงกว่า4เมตร เอาเอากิ่งองุ่นไปปลูกเสริมอีก1ต้น และส้ม(เพราะเม็ด) อีก1ต้น ..

ได้ผลหรือไม่ ไม่รู้แต่ทุกวันนี้ ตื่นมามองเห้นพวกเขาแตกกิ่ง ก้ชื่นใจแล้วครับ
บันทึกการเข้า
patlek
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 06:21:17 PM »

มีอย่างอื่นมั้ยครับที่ปลูกร่วมกันไว้เป็นตัวอย่างนอกจากสามชนิดนี้
บันทึกการเข้า
psit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1080

กินอยู่แค่พอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 07:44:33 PM »

เป็นความรู้ใหม่เลยครับ
 อายจัง
บันทึกการเข้า
ravio
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 08:47:46 PM »

มีอย่างอื่นมั้ยครับที่ปลูกร่วมกันไว้เป็นตัวอย่างนอกจากสามชนิดนี้

ขอตอบในบทความก็แล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า
SupEco
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 105


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 10:26:31 AM »



แบบนี้ ต้องลอง ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
atsk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930


« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 11:57:44 AM »

จำได้เลาๆว่าเคยดูรายการตามไปดู ทางช่อง 9 สมัยก่อน เฮียซ้งพิธีกร  พาไปดูวิธีการปลูกพืชแบบดินน้ำลมไฟ กับ ป๊ะหรน หมัดหลี 

จำได้ว่า ตอนปลูกเพื่อให้ครบสี่ธาตุ  นอกจาก ทุเรียน ลองกอง มังคุด แล้ว ยังมีกล้วย 

ป๊ะหรนท่านอธิบายว่า   ทุเรียนธาตุไฟ  ลองกองธาตุลม  มังคุดธาตุน้ำ  กล้วยธาตุดิน   


หรือว่าผมจำผิด  เพราะตอนที่ดูนั้นก็ยังเด็กอยู่มาก 

แต่ชอบวิธีนี้ครับ  จำได้ว่าหลังจากดูทีวีตอนนั้นแล้วเกิดอยากทำมั่ง จึงเอาต้นมะม่วง มะยม มะขาม มาปลูกรวมกัน  สุดท้ายตายเรียบ   

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: