หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครมีข้อมูลหรืองานวิจัยเกี่ยวกับเห็ดโคนแนะนำบ้างครับ  (อ่าน 12606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
manava
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1239


« เมื่อ: ตุลาคม 03, 2009, 07:39:56 PM »

คือผมเป็นคนขี้สงสัย  อยากรู้ว่าตอนนี้มีคนเพาะเห็ดโคนได้หรือยัง  (อย่าบอกว่ามีแต่เป็นเห็ดโคนน้อยนะครับ  เพราะผมว่ามันไม่ใช่  )
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับผู้แนะนำหรือให้ความรู้ครับ
บันทึกการเข้า

ความรู้จักพอ  ทำให้คนไม่จน
ความอดทน    ทำให้คนสำเร็จ

kraw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1032


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2009, 08:06:18 AM »

ผมไม่มีงานวิจัยทางวิชาการ มีแต่งานวิจัยสองข้างทาง ครับผม
เรื่องเล่าจากสองข้างทาง
ลุงปอน
เทศกาลล่าเห็ดโคน
เห็ดโคน น่าจะเป็นเห็ดอีกชนิดหนึ่งที่เข้าข่ายหายาก มีเฉพาะฤดูกาล ราวๆ ปลายฤดูฝนหรือใกล้ออกพรรษาของทุกปี เห็ดโคนใส่ถุงเพาะเหมือนเห็ดอื่นๆ ไม่ได้ เพาะเหมือนเห็ดฟางก็ไม่ได้ มีตามธรรมชาติเท่านั้น นักวิชาการพยายามกันหนักหนาก็ไม่มีทางจะเลียนแบบธรรมชาติได้เลย
อาหารโอชะของปลวกคือ เชื้อที่เกิดเป็นเห็ดโคน เมื่อปลวกแยกรังประมาณปลายฤดูฝน ปลวกรังเดิมเหลือน้อยตัวลง เชื้อเห็ดที่เก็บตุนไว้เป็นอาหารจึงเหลือกินเหลือใช้ เมื่อสภาพอากาศเหมาะสมจึงงอกงามเป็นดอกเห็ดอยู่ตามผิวดิน กลายเป็นอาหารจากแผ่นดินที่โอชะของคนไปด้วยประการฉะนี้นักวิชาเกินเขาว่ากันอย่างนั้นผิดถูกอย่างไร ผมไม่รับผิดชอบที่บอกได้แน่ๆ คือช่วงปลายฝน จากเดือนกันยายนถึงตุลาคมทุกปีเป็นหน้าเทศกาลออกล่าเห็ดโคนกันเป็นประจำ แต่ต้องจำกัดลงไปว่า จำเพาะเจาะจงต้องเป็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้ป่าใกล้ภูเขาเท่านั้นยังไม่เคยเห็นชาวบ้านในแถบถิ่นอื่นเลยปลวกที่มีเชื้อเห็ดโคนน่าจะเป็นปลวกป่า เพราะปลวกที่ชอบก่อกวนตามบ้านเรือน ยังไม่เคยพบเห็นเชื้ออาหารที่จะงอกงามเป็นเห็ดโคนอีกเหมือนกัน หรืออาจเป็นได้ว่า กระดาษและไม้ที่มีอยู่ในเมืองไม่มีเชื้อเห็ดโคนก็ไม่รู้ได้
ช่วงเวลาใกล้ๆ ออกพรรษา สำหรับชาวบ้านป่าจึงเป็นช่วงที่สนุกมากพวกเขารู้กันโดยธรรมชาติว่า ถึงเวลาแล้วที่เห็ดโคนจะออก ทุกคนจะตระเตรียมสัมภาระเพื่อการออกป่า ไปกิน ไปนอนในราวป่า และมีเครื่องมือแซะเห็ด อาจเป็นเสียมเล็กๆ มีด แม้กระทั่งชิ้นไม้ที่ขาดไม่ได้คือ ไฟฉายและกระชุสะพายหลังที่ชาวบ้านเรียกชื่อต่างๆ กัน บางแห่งเรียก "ก๊วย" แต่บางแห่งเรียก "โฮ" ใช้สำหรับใส่เห็ดที่หาได้
ในเขตป่าแต่ละแห่งที่ไม่มีการรบกวนมักมีแหล่งปลวกตามพื้นดิน และแหล่งปลวกในแต่ละแห่งจะต้องมีเห็ดโคน บางแห่งก็มาก บางแห่งก็น้อยคุณไพรัช ยอดทองหลาง กับ คุณประสิทธิ์ สะโตทอง นักล่าเห็ดโคนแห่งลานนกยูง บ้านใหม่แม่เรวา ตำบลแม่เล่ย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ อันมีภูเขาและแนวป่าผืนใหญ่อยู่ย่านนั้น เล่าให้ฟังว่า เมื่อถึงช่วงเวลาใกล้ๆ ออกพรรษา ฝนปลายฤดูตกชุก กลางวันอากาศจะอ้าวฝน เป็นสภาพอากาศที่เหมาะสำหรับเชื้อเห็ดโคนงอกงาม เทศกาลเข้าป่าล่าเห็ดโคนจะเริ่มขึ้นนักล่าเห็ดโคนมือสมัครเล่นและมืออาชีพจะควบขี่จักรยานยนต์ พร้อมเครื่องมือเดินป่าและอุปกรณ์หาเห็ดอย่างง่ายๆ ตามประสาชาวบ้าน จะมุ่งหน้ากันมาเป็นทิวแถวกว่า 100 คนจักรยานยนต์จะจอดฝากไว้กับบ้านเพื่อนฝูงใกล้ๆ ชายป่า
ตัวชาวบ้านจะหอบหิ้วโฮหรือก๊วยที่บรรจุเครื่องนอนและอุปกรณ์แซะเห็ดออกเดินย่ำเท้าเข้าป่า ข้ามน้ำ ข้ามเขาเป็นลูกๆ ตระเวนสอดส่ายสายตาหาแหล่งเห็ดโคนในผืนป่าเรื่อยไป บางคนเจอโดยง่าย บางคนเจอโดยยาก ดวงใครดวงมันเห็ดโคนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เวลากลางวันมองหาได้ยากหน่อย ชาวบ้านจึงต้องใช้ไฟฉายส่องหาตอนกลางคืน แสงไฟฉายที่ส่องไปจะกระทบหมวกดอกเห็ดเห็นเป็นเงาๆ คนที่เป็นมือใหม่อาจจับทางยากหน่อย แต่เมื่อคุ้นๆ แล้วจะรู้ได้ทันที
เซียนล่าเห็ดโคนเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า บางทีถ้าเจอเห็ดโคนดอกขนาดยักษ์ อย่าเพิ่งแซะขึ้นมา เพราะจะได้แค่ดอกเดียว สองดอก ลองเดินหาในรัศมีประมาณ 50 เมตร มีสิทธิ์เจอแหล่งใหญ่ นักล่ามือใหม่จะไม่รู้เคล็ดลับอันนี้เมื่อหลายปีก่อน เห็ดโคนสดจากป่า กิโลกรัมละไม่เกิน 150 บาทปีนี้ ตกกิโลกรัมละ 280-300 บาท ราคาดีกว่าเดิมมาก เพราะฉะนั้นในช่วงเทศกาลล่าเห็ดโคนแรงงานรับจ้างอะไรทั้งหลายจะไม่มีใครสนใจ ทุกคนเสี่ยงเข้าป่าหาเห็ดโคนกันทั้งนั้น เพราะถ้าโชคดีจะมีเงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำดวงดีอาจได้เงินวันละ 3,000-4,000 บาททีเดียวตามหมู่บ้านช่วงฤดูฝน เบียร์ช้างและเบียร์ลีโอ จะขายดีเป็นพิเศษ
คุณไพรัชกับคุณประสิทธิ์เล่าแล้วกรอกเบียร์ช้างเข้าปากอย่างเพลิดเพลิน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเป็นเวลายังเช้าอยู่แท้ๆ บนแฮนด์จักรยานยนต์ของคุณไพรัชมีถุงก๊อบแก๊บใส่เห็ดโคนแขวนอยู่ น้ำหนักอย่างน้อย 3 กิโลกรัม ซึ่งคุณไพรัชบอกว่า น่าจะขายได้สักหนึ่งพันบาท"ถ้ามีเห็ดโคนทั้งปี ชาวบ้านก็มีเงินใช้กันสนุก" คุณไพรัชหัวเราะอย่างมีความสุข
เห็ดโคนไม่ได้มีไว้ขายอย่างเดียว ชาวบ้านจะคัดขายเฉพาะที่เห็ดโคนยังค่อนข้างตูม เพราะได้ราคาดี เห็ดโคนที่เริ่มบานหรือดูไม่ดีจะเอามาดองน้ำปลาไว้กินเองในบ้าน วิธีดองน้ำปลาทำไม่ยาก เอาเห็ดมาล้างให้สะอาด ใช้ปลายมีดเล็กๆ แคะขี้ดินออกให้หมด ล้างน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง เอาลงหม้อต้มใส่น้ำปลากำลังเหมาะ ไม่ต้องมาก เพราะต้มไปสักพักเล็กๆ น้ำเห็ดจะออกมา สุกแล้วใส่ขวดเก็บไว้กินได้ทั้งปี
ในช่วงนี้ เห็ดโคนต้มน้ำปลาเป็นอาหารจานเด็ดที่คนเมืองต้องอิจฉาชาวบ้านทั้งสองบอกเล่าอีกว่า แต่ละปีมีช่วงที่ชาวบ้านเข้าป่าหาของป่าออกมาขายได้อยู่หลายระยะเหมือนกัน ช่วงออกพรรษาไปแล้ว ยังมีช่วงที่เข้าป่าหาเห็ดโคนอีกช่วงหนึ่ง เรียกกันว่าเห็ดน้ำค้างบ้าง เห็ดหน้าย่นบ้าง ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่า ทำไมจึงเรียกขานกันอย่างนั้น อาจเกิดจากช่วงหลังออกพรรษา ในป่าจะมีน้ำค้างตกหนักก็เป็นได้ และนอกจากเห็ดโคนปลายฤดูแล้ว ในช่วงนั้นจะมีเห็ดขอนและเห็ดลมให้เก็บได้อีกด้วย
ย่างเดือน 4 เดือน 5 ไปจนถึงเดือน 6 ในป่ามีต้นผักหวานป่าให้เก็บเป็นว่าเล่นอีกช่วงผักหวานป่านั้นอร่อยมาก สนนราคากิโลกรัมไม่ต่ำกว่า 100 บาท
พอเดือน 6-7 และ 8 ฝนกำลังโปรยปราย ชาวบ้านจะออกขุดหน่อไม้มาดองใส่ขวดไว้กินไว้ขาย ถ้าเป็นฤดูกาลปกติ ชาวบ้านจะไถหว่านปลูกข้าว ปลูกถั่ว ปลูกมันสำปะหลังไว้ขายได้อีก
สรุปแล้ว ชาวบ้านป่าจะมีงานให้ทำได้เกือบทั้งปีที่ชาวบ้านป่าในชนบทห่างไกลความเจริญกลัวกันนักคือ ภาวะน้ำท่วมและฝนแล้งติดต่อกันยาวนาน เพราะเข้าป่าก็ไม่ได้ ข้าวปลาก็หากินโดยยากในเวลาที่ฝนฟ้าเป็นปกติ คนไทยในชนบทบ้านป่าจะมีความสุขมากพร้อมๆ กับที่ชาวบ้านป่าเข้าป่าหาเห็ดโคน ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นควบคู่กับเห็ดโคน คือพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อเห็ดโคนไปขายต่อ ซึ่งเป็นขบวนการน่าสนใจอีกเหมือนกัน เพราะทันทีที่นักล่าเห็ดโคนสะพายโฮออกมาจากป่า พ่อค้าพวกนี้จะดาหน้าเข้าไปขอซื้อจนถึงขนาดแย่งกันให้ราคาทีเดียวรถยนต์ปิคอัพจะจอดรอเป็นแถว จนสามารถแยกกันได้ว่า ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์และรถอีต๊อก รถอีแต๊ก ก็ต้องเป็นของชาวบ้านนักล่าเห็ดโคน รถยนต์ปิคอัพก็เป็นของพ่อค้าเงินหมุนเวียนในหมู่บ้านชายป่าแต่ละแห่ง ตกหมู่บ้านละหลายสิบล้านทีเดียว
ป่าสำหรับชาวบ้านจึงเป็นความมีค่าที่อิงแอบแนบกันอยู่อย่างใกล้ชิด และปรากฏการณ์เช่นนี้นับวันจะลดน้อย เมื่อการตัดไม้ทำลายป่ามีมากขึ้นความสุขของคนบ้านป่า ใกล้จะกลายเป็นความเศร้าหมองมีใครนึกถึงบ้างหรือไม่
บันทึกการเข้า
คนสวน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 411



« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 02:16:15 PM »

ถ้าใครสามารถเพระเลี้ยงเห็นโคนได้ รับลองรวยแน่  ยิ้มเท่ห์ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11680


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 06:33:20 PM »

วงจรส่วนหนึ่งของเห็ดโคน มันอยู่ในท้องปลวก ครับ  เลยไม่มีใครทำได้   ยิ้มกว้างๆ


Liked By: tosak
บันทึกการเข้า
manava
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1239


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 07:17:03 PM »

ขอบคุณครับ  ผมเคยค้นหาในกูเกิ้ลแล้วมีบางข้อมูลบอกว่าทดลองนำมาเพาะในถุง  เชื้อสามารถเดินไปได้สักระยะหนึ่งแล้วก็หยุด  บางท่านบอกว่าต้องเริ่มจากการล่อแมลงเม่าให้เข้ามานพื้นที่แล้วรอสักระยะหนึ่งอาจ  2-3  ปี  อาจจะเกิดเห็ดขึ้น  แต่อย่าไปเก็บหมด  (  ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าข้อมูลที่ได้มา  )
บันทึกการเข้า

ความรู้จักพอ  ทำให้คนไม่จน
ความอดทน    ทำให้คนสำเร็จ
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11680


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 08:32:22 PM »

เห็ดโคน  บ้านผมเรียก  เห็ดปลวก  เพราะมันมักจะเกิืดตามจอมปลวก  หรือบริเวณจอมปลวก  ดังนั้นที่ผมบอกว่า  วงจรของเชื้อเห็ดโคนส่วนหนึ่งอยู่ในท้องปลวก  เป็นเรื่องจริงนะครับ   รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
hookle
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 271


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 08:45:30 PM »

ตามที่พี่ชาวนาว่ามาล่ะครับ สรุปเราต้องเลี้ยงปลวก ตกใจ


Liked By: ชาวนา™
บันทึกการเข้า
Redpanda
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48


ถ้าไม่มีใครปิดทองหลังพระๆจะงามสมบูรณ์ทั้งองค์ได้ไง


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 08:57:40 PM »

ครับผมปลวกจิงๆครับ ใต้ดินไหนมีปลวกที่แน่ๆเห็นขึ้นแหงม
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11680


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 09:03:47 PM »

ตามที่พี่ชาวนาว่ามาล่ะครับ สรุปเราต้องเลี้ยงปลวก ตกใจ




แบบนี้ฟันธง  คอนเฟิร์ม  ยืนยัน  นอนยัน ..."   ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
นายพอร์ช
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 09:10:19 PM »

     เห็ดโคนจะเกิดรังปลวกที่อยู่ในดิน  รังปลวก ชาวสวนปากน้ำเจ้าพระยา บางขุนนนท์ ตลิ่งชัน บางกรวย บางใหญ่ บางโคล่ บางโพงพาง ตรอกจันทร์ อ.พระประแดง  เดิมที่เป็นสวนที่ไม่ใช้สารเคมี ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมี เวลาตกแต่งกิ่งไม้ เศษไม้ต่างๆที่ตัดทิ้งจะไม้จะสุมกองไว้เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยอีกที่  หนึ่งในผู้ย่อยสลายคือปลวก ปลวกในดินต่างจากจอมปลวก ตัวเล็กกว่า รังปลวกจะโตประมาณ กำปั้นคน  อยู่ติดต่อกัน3-4 รัง อยู่ใต้ดิน พื้นดินด้านบนจะมองไม่เห็นลึกจากพื้นประมาณ1 นิ้ว    ชาวสวนจะเฝ้าสังเกตุจากกองเศษไม้ที่ผุกร่อน  เมื่อเข้าหน้าฝน คือเข้าพรรษา ความชื้นสูง  บ่ายวันไหนอากาศอบอ้าว   เช้ามืดวันรุ่งขึ้นก็จะออกเดินสำรวจตามที่หมายตาไว้   ถ้าทิ้งไว่ถึงบ่าย ปลวกเองจะมากัดกินไปเป็นอาหารเอง  สังเกตุจากรอยแหว่งที่ลำต้น ข้ามวันจะย่อยสลายไปเอง เห็ดชุดใหม่ก็จะผลุดขึ้นมาอีก แต่ละแหล่งไม่เกิน 3  วัน ก็จะไม่มีเห็ดผลุดขึ้นมาอีก
      เวลาเก็บเห็ดจะใช้มีดปลายแหลมแทงลงไปที่โคนเห็ด ไม่ให้ทะลุถึงรัง  ด้วยความซนของวัยเด็กแทงทะลุรัง ปลวกจะอพยพหนีไปวันรุ่งขึ้นจะไม่มีเห็ดผลุดขึ้นมาอีก  เลยงัดรังขึ้นมาดูเหมือนกะลามะพร้าวทั้งลูกที่งอกมี " จาว"อยู่ข้างใน เชื้อราเห็ดจะอยู่บริเวณเปลือกรังปลวก สีขาว  เวลาเก็บต้องใช้มีดตัดโคนต้นเห็ดก่อนจะถึงรังปลวก  จึงจะมีเห็ดขึ้นวันรุ่งขึ้นอีกรอบนึง ชาวสวนเก่งๆจึงเก็บเห็ดได้ถึง 3 วัน  เห็ดมักจะเกิดซ้ำที่ทุกปี  เมื่อเข้าพรรษาจึงถึงเวลาเฝ้ารอคอยเห็ดโคนผลุดจากดิน ของชาวสวน เป็นอาหารอันโอชะจริงๆ
     มีเรื่องเล่าอันเป็นข้อห้ามของผู้ใหญ่ว่าห้ามใช้ไฟฉายส่องเพื่อเก็บเห็ด  มิฉะนั้นปีต่อไปเห็ดจะไม่ผุดขึ้นบริเวณอีกเลย ผมไม่มีโอกาสทดลองครับ สาเหตุที่เก็บก่อนท้องฟ้าสว่าง เพราะอาจจะไม่ทัน ท่านที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสวนแอบชิงตัดหน้าซะก่อน อดกันเลย

  
บันทึกการเข้า
นายพอร์ช
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2009, 09:14:38 PM »

ตามที่พี่ชาวนาว่ามาล่ะครับ สรุปเราต้องเลี้ยงปลวก ตกใจ




แบบนี้ฟันธง  คอนเฟิร์ม  ยืนยัน  นอนยัน ..."   ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ

 ของจริง ดอกเล็ก เนื้อแน่น ต้มกับน้ำปลา ทุบกระเทียม บีบมะนาว ซอยพริกขี้หนูหอมๆ อร่อยลืม "เหลา"เลยครับ ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2009, 09:16:18 PM โดย นายพอร์ช » บันทึกการเข้า
konlam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 337

ไข้แพนด้าระบาด ^^


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 12:42:11 AM »

เคยอ่านงานวิจัยของม.เกษตร นานแล้ว

เค้าจะนำเอาจุลินทรีย์ ที่มีอยู่ในตัวปลวกมาเพาะเลี้ยงเพื่อทำเชื้อ

ปัจจุบันถึงขั้นไหนแล้ว ผมเองก็ไม่ได้ติดตามต่อ

แต่ก็ยังเห็นเห็นโคนที่กินกันอยู่เป็นเห็ดป่าทั้งนั้น

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

อยู่อย่างพอเพียง คิดอย่างเพียงพอ

จะเอาอะไรมาก ชีวิตก็แค่นี้
เกษตรแปรปรวน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 625


ฟังเสียงฝนในห้องน้อยเพียงเดียวดาย


« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 07:59:31 AM »



   ขอแจมหน่อย  เคยอ่านงานวิจัยของใครก็ไม่ทราบ นานมากแล้ว สรุปได้ว่าต้องอาศัยการเกื้อกูลกันระหว่าง  เชื้อเห็ด  ปลวก และสภาพพื้นที่   ในงานวิจัยมีภาพตัดขวางของการขึ้นของเห็ดโคน  ขณะดอกเห็ดพ้นดินแล้ว  ตัวรากเห็ดยาวและเรียวเล็กลงไปในดินซึ่งมีรังปลูกใต้ดินขนาดใหญ่ ( เน้นว่ารังปลวกใต้ดิน ซึ่งเรามองไม่เห็นว่าใต้ดินที่เป็นเนินนั้นทั้งเนินมีรังปลูกอยู่ ) ภาพตัดขวางแสดงให้เห็นว่า เห็ดดอกหนึ่ง เกิดจากเชื้อเห็ดที่เห็นเป็นเพียงเส้นใยจากห้องเล็ก ๆ หรือเซลในรังปลวก แล้วเชื้อนี้ก็เติบโตเป็นสายเชื้อขาว ๆ ค่อย ๆ มุดขึ้นมาแล้วสร้างเป็นตัวเห็ดอยู่ใต้ผิวดิน    ยิ้มเท่ห์
   
      สรุปได้ว่า เห็ดโคนไม่ได้โผล่ออกมาแบบธรรมดา จะต้องออกมาจากรังปลวก   เคยอ่านเวปของอาศรมเห็ดแถวนครปฐมเมื่อหลายปีมากแล้ว  เขาลองเพาะเลี้ยงเห็ดโคน  แต่ต้องเลียนแบบธรรมชาติ  นำวงซีเมนต์แบบที่เราทำมะนาวก่อนฤดูนั่นแหละ  นำดินปลวกที่เคยมีเห็ดขึ้น นำเห็ดบานแก่จัดมาโรย  แต่วงที่ใส่ดินเต็มเหล่านี้ วางอยู่ในสวนมะม่วง ซึ่งมีสภาพเป็นสวนค่อนข้างร่มรื่น เขาใช้ขี้เลื่อยจากไม้ที่ไม่มีสารเคมี เอามาโรยเป็นอาหารให้ปลวก น่าจะประมาณปีที่ 3 เริ่มมีเห็ดโคนขึ้น 2 - 3 ดอก และขึ้นเป็นฤดูกาลไม่ต่างกับเห็ดธรรมชาติ แต่หลังจากนั้นไม่ได้ติดตามอีกเพราะไม่มีเวลา    ยิ้มเท่ห์ 

      แต่ส่วนตัวมาคิดเองว่า ถ้าเรามีสวนของตัวเอง  ไม่จำเป็นต้องทำวงดินใส่เชื้อเห็ด แต่นำดินปลวกที่เคยมีเห็ดขึ้นและเห็ดบานมีสปอร์แล้วไปหว่านในสวนเลย  น่าจะโอเคกว่า ไม่ต้องซื้อวงซีเมนต์ให้เสียตังค์  และปลวกยังสามารถแผ่ขยายรังใต้ดินไปได้  ยิ้มเท่ห์

       มีข้อสังเกตุว่ากระบวนการทางธรรมชาติของเห็ดและปลูกมันมีวิถีของมันเอง  สวนมะม่วงเก่าของพ่อที่บ้าน ทำมา 30 ปีเศษ
ก่อนจะเป็นสวนเป็นไร่ข้าวโพด  เป็นที่ดอนอาศัยฝน  ที่บ้านซื้อไร่ 30 ไร่ มาปลูกไม้ผล  เน้นมะม่วง  ส้มโอ  มะขามหวาน  ทำเป็นสวนเกือบเต็มพื้นที่ ในสวนมีหญ้ารกเพราะที่บ้านไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ยเคมี  หลายปีให้หลัง พอมะม่วงและไม้ผลในสวนเริ่มเป็นร่มเงาได้  เริ่มมีเห็ดโคนขึ้นในร่มเงามะม่วงต้นใหญ่ ๆ เป็นจุด ๆ  บางจุดเคยเก็บได้ถึง 10 กิโล  บางจุดเคยขึ้น พ่อเห็นมันรกมาก เลยถากถางหญ้า และต้นไม้เล็ก ๆ ใต้ต้นมะม่วงออกไปบ้าง  ปีถัดไปเห็ดไม่ขึ้นตรงนั้น  แต่ที่อื่นยังขึ้นอยู่ คนถางต้นไม้โมโหใหญ่  ยิงฟันยิ้ม

     ข้อสังเกตุ  เห็ดโคนจะขึ้นมาก หรือจะขึ้นได้ในพื้นที่ ๆ เป็นป่า จะโปร่งหรือทึบ ก็มีขึ้น ที่เป็นโคกดอน ๆ หน่อย แต่รกและเชื่อว่าใต้ดินเป็นอาณาจักรของปลวก แบบนั้นแหละ  โดยเฉพาะลักษณะดินที่สมบูรณ์ ไม่แฉะ ดูเหมือนดินจะยุบตัวได้ เพราะข้างล่างมันโปร่งซุยจากรังปลวก   เห็ดโคนไม่ขึ้นในสภาวะแฉะน้ำท่วมขัง

     เห็ดโคนในที่ดอนที่โคก ดอกจะไม่ใหญ่เท่าเห็ดโคนในป่าทึบ แต่จะหวานและกรอบกว่า  เห็ดโคนทางเมืองกาญจน์และทางป่าอุทัย ดอกจะใหญ่เหนียวกว่า   แล้วแต่คนชอบ สรุปก็น่ากินทุกแหล่ง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Kill  or  be  killed
khundong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1676


« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 09:30:57 AM »

ดร. จิตตรา เพียภูเชียว จากภาควิชาจุลชีวฯ จุฬา เล่าให้ผมฟังว่า ท่านได้ทำงานวิจัยปลูกไม้ยางนา ในพื้นที่ 10 ไร่ เมื่อเริ่มเข้าปีที่ 7 เริ่มมี เห็ดเกิดขึ้นมากมาย เห็ดโคน เห็ดน้ำหมาก เห็ด ระโงก และอื่นๆ  เจ้าของสวนเก็บขายมาแล้ว 3 ปีได้ปีละหลายหมื่น สอดคล้องกับพี่สาวผมที่กาฬสินธุ์ที่มีสวนยางนาตกทอดมาจากพ่อตา ผมในฐานะเรียนชีววิทยาป่าไม้ก็แนะนำว่า อย่าตัดทิ้ง  เลือกตัดต้นโตไปใช้หรือขายก่อน ต้นเล็กเอาใว้เก็บเห็ด ตอนนี้พี่สาวผมมีไม้ยางนาสร้างบ้านมูลค่าหลายแสน  และชาวบ้านและตัวเองได้เก็บเห็ดและผักพื้นบ้านกินมาตลอด
บันทึกการเข้า
มีน สราญธนรัตน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 444


งานหนักพิสูจน์ฝีมือ ใจหนักพิสูจน์หัวใจ


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 09:51:57 AM »

เห็นรูปแล้วน้ำลายหก แฮ่  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

ตู้ปณ 35 ไปรษณีย์จอมสุรางค์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000
manava
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1239


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2009, 01:25:02 PM »

โฮะโฮะ  แสดงว่ายังพอมีวิธีที่จะทำให้เกิดเห็ดโคนได้โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ  ผมได้ยินเรื่องเล่ามาว่า  มีคนเคยนำดินที่ติดมากับเห็ดโคนตอนที่เราเหล่าดอกเห็ด  (  การเอาดินออกจากดอกเห็ดบ้านผมเรียกเหล่า ) ไปฝั่งดินไว้ในบริเวณบ้านใต้ต้นไม้ซึ่งมีสภาพคล้ายป่า  ต่อมาประมาณ  3   ปี  ปรากฎว่าเกิดเห็ดโคนขึ้นบริเวณนั้น  เคยเคยทดลองบ้าง ฮืม??
บันทึกการเข้า

ความรู้จักพอ  ทำให้คนไม่จน
ความอดทน    ทำให้คนสำเร็จ
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: