หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การใช้กากเบียร์เป็นอาหารสัตว์  (อ่าน 65071 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2011, 09:40:44 PM »

เคยเห็นไหมว่ากากเบียร์เป็นอย่างไร ถ้าไม่ เสียเวลาไปดูด้วยตาตัวเองสักหน่อย ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร มันใช้อย่างไร เหมาะสมกับสัตว์ของเราหรือไม่(รวมถึงตัวเราด้วยถ้าต้องมาทำกรรมวิธีเพิ่ม) ไม่ใช่สั่งมากองให้มันเน่าเหม็นเสียปล่าวๆ

ผมว่าทุกคนเขาคงไม่โง่ สั่งมากองให้มันเน่าเหม็นเหมือนคุณ papolak หรอกนะครับ  ถ้าไม่เคยเห็นจะเอามาให้สัตว์กินอย่างไรครับ ก่อนที่ผมจะเอามาให้สัตว์กินผมก็ได้ศึกษามาแล้ว ที่ตั้งกระทู้ถามเพื่อว่าจะมีใครมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกันอย่างไร จะได้มาปรับใช้เพื่อให้ได้ผลดี เขาเรียกว่าแบ่งปันความคิด (ความคิดที่ดีและสร้างสรรค์) ถ้าจะตอบแบบโง่ ๆ ไม่ต้องมาตอบนะครับ ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป
บันทึกการเข้า

papolak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 321


« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2011, 10:57:34 PM »

 ผมก็ไม่ได้ว่าใครโง่ ผมแนะนำให้ไปดูด้วยตาตัวเอง(บางคนดูแค่รูปฟังข้อมูลด้านเดียวก็สั่งซื้อแล้ว)  แต่ผมว่ามีคนไม่รู้เยอะแยะว่ากากเบียร์หน้าตาเป็นอย่างไร ผมเคยถูกเรียก(วาน)ไปดูกองกากเบียร์ที่เกษตรกรบางคนสั่งมากองไว้จริงๆ ว่าไอ้แกลบเน่านี่(ผมไม่ได้เรียก เกษตรกรคนนั้นเรียก) จะไปทำอะไรได้บ้าง แล้วผมก้ไม่สามารถแนะนำอะไรได้เพราะสภาพมันเน่าเหม็นมาก ในสัปดาห์ต่อมา ผมขับรถไปดูที่ปากช่องที่เขาขายกากเบียร์นี่แหละ บางกระสอบแห้งบางกระสอบก็ชื้นก็เปียก บางกระสอบก้เริ่มมีกลิ่นเน่าแล้ว ผมถึงเข้าใจสภาพของกากเบียร์ว่ามันเหมาะสมกับสัตว์บางชนิด แต่จะไปแปรรูปไปเป็นอาหารสัตว์ในโรงงานหรือในฟาร์มอย่างไรนั้นผมไม่ทราบเพราะผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้
 ผมไม่ได้บอกว่ากากเบียร์ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์ ที่ผมตั้งคำถามนั่นเป็นเพราะว่าหลายๆคนยังไม่รู้ว่ามันมีวิธีจัดการอย่างไร เพราะหลังจากนั้นก็มีเรื่องกากเบียร์กองเน่าอีกหลายเจ้ามาเข้าหูสอบถามได้ความว่า มีการเข้ามาขายโดยใข้ระบบการตลาดที่บอกข้อมูลด้านเดียวจากใครก็ตามแต่ผมไม่ได้ตามเรื่อง
 เรื่องบางเรื่องผมอาจจะผ่านไปได้แต่บางเรื่องผมไม่ผ่านแน่ ผมก็ต้องขออภัยด้วยถ้าข้อความผมไปขัดผลประโยชน์ของคุณ และที่คุณบอกว่าศึกษามาแล้วมาแชร์ความคิด ผมก็หวังว่าคุณคงจะให้ข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นเช่นกัน
 ผมได้อธิบายไปแล้วหวังว่าคุณคงเข้าใจและผมคงไม่ไต้มาตอบอะไรอีก
บันทึกการเข้า
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2011, 10:00:57 AM »

ผมก็ไม่ได้ว่าใครโง่ ผมแนะนำให้ไปดูด้วยตาตัวเอง(บางคนดูแค่รูปฟังข้อมูลด้านเดียวก็สั่งซื้อแล้ว)  แต่ผมว่ามีคนไม่รู้เยอะแยะว่ากากเบียร์หน้าตาเป็นอย่างไร ผมเคยถูกเรียก(วาน)ไปดูกองกากเบียร์ที่เกษตรกรบางคนสั่งมากองไว้จริงๆ ว่าไอ้แกลบเน่านี่(ผมไม่ได้เรียก เกษตรกรคนนั้นเรียก) จะไปทำอะไรได้บ้าง แล้วผมก้ไม่สามารถแนะนำอะไรได้เพราะสภาพมันเน่าเหม็นมาก ในสัปดาห์ต่อมา ผมขับรถไปดูที่ปากช่องที่เขาขายกากเบียร์นี่แหละ บางกระสอบแห้งบางกระสอบก็ชื้นก็เปียก บางกระสอบก้เริ่มมีกลิ่นเน่าแล้ว ผมถึงเข้าใจสภาพของกากเบียร์ว่ามันเหมาะสมกับสัตว์บางชนิด แต่จะไปแปรรูปไปเป็นอาหารสัตว์ในโรงงานหรือในฟาร์มอย่างไรนั้นผมไม่ทราบเพราะผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้
 ผมไม่ได้บอกว่ากากเบียร์ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์ ที่ผมตั้งคำถามนั่นเป็นเพราะว่าหลายๆคนยังไม่รู้ว่ามันมีวิธีจัดการอย่างไร เพราะหลังจากนั้นก็มีเรื่องกากเบียร์กองเน่าอีกหลายเจ้ามาเข้าหูสอบถามได้ความว่า มีการเข้ามาขายโดยใข้ระบบการตลาดที่บอกข้อมูลด้านเดียวจากใครก็ตามแต่ผมไม่ได้ตามเรื่อง
 เรื่องบางเรื่องผมอาจจะผ่านไปได้แต่บางเรื่องผมไม่ผ่านแน่ ผมก็ต้องขออภัยด้วยถ้าข้อความผมไปขัดผลประโยชน์ของคุณ และที่คุณบอกว่าศึกษามาแล้วมาแชร์ความคิด ผมก็หวังว่าคุณคงจะให้ข้อมูลที่ครบถ้วนอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นเช่นกัน
 ผมได้อธิบายไปแล้วหวังว่าคุณคงเข้าใจและผมคงไม่ไต้มาตอบอะไรอีก

ที่คุณอธิบายมาทั้งหมดนั้นละครับ เขาเรียกว่าโง่ ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อย่างไร  ปริมาณเท่าไร  ยั่งสั่งเอามาไว้เป็นกอง ๆ  ไอ้สภาพที่คุณว่าคุณไปดูที่ปากช่องนั้นมันคงไม่มีแน่ครับ เพราะกากเบียร์ที่ผมเอาใช้นั้นเขาแยกเอามาใหม่ ๆ ผมไปเอาที่โรงเบียร์นะครับ ไม่ได้ไปเอากับพ่อค้าคนกลางที่เขาเอามาขายต่อ  แต่ถ้าเห็นสภาพแบบนั้นยังจะเอามาอีกก็ไม่รู้จะว่ายังแล้วครับ  เรื่องที่ขัดผลประโยชน์ มันก็ไม่ได้ขัดผลประโยชน์ผมเลยสักนิดเดียว คุณอ่านตรงไหนหรือครับที่ว่าขัดผลประโยชน์ เอามาให้ผมดูหน่อย  ผมไม่ได้ตั้งกระทู้ขายนะครับ แล้วจะมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ไง ข้อมูลที่ผมให้ไปมันไม่สร้างสรรค์ตรงไหน บอกผมหน่อยครับ  ผมก็หวังว่าคุณคงเข้าใจเช่นกัน

* ถ้ากระทู้ของผมไม่เหมาะสม ให้เว็บมาสเตอร์ ลบทิ้งได้เลยนะครับ*
บันทึกการเข้า
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1083



« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2011, 10:21:47 AM »

ทำใจร่มๆไว้ครับทุกๆท่าน

มาร่วมกันเฉลิมฉลองเทศกาล 84พรรษา มหาราชากันดีกว่าครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Fisher
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 460


« ตอบ #20 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2011, 12:19:06 PM »

การแปลความหมายทางภาษา..มันไม่เห็นหน้า..การสื่อสารเป็นทางเดียวทำให้แปลออกมาได้หลากหลายแบบ..ดีที่สุดผมจะไม่นิยมใช้การตอบโต้ในทางลบเนื่องจากจะเน้นการเผยแพร่และให้คำปรึกษาในที่สาธารณะดังนั้นการใช้ภาษาต้องฝึกบ่อยๆและคิดมากๆครับ 

ส่วนกากเบียร์ชื่อมันก็บอกแล้วนะครับว่าคือ ...กาก..จะให้โปรตีนเต็มคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ  แต่สามารถใช้เป็นอาหารทดแทนได้ดี ในส่วนผมเองก็จะซื้อครั้งละ10-13 ตัน โดยจะใช้เลี้ยงปลาบึก ปลาสวาย ปลานิล ตะเพียน กระโห้ โดยจะใช้การแขวนในกระสอบให้ปลาดูดกินไปเรื่อยๆ การจัดเก็บสามารถเก็บได้นานถ้าไม่โดนแสง หรือแดด ผมใส่ถุงขยะและมัดให้แน่น หรือจะให้การหมักโบกาฉิ เพื่อเลี้ยงวัวและปลานิลวัยอ่อน หรือกุ้ง ถ้านำไปกองไว้เฉยๆ ก็กลิ่นมีกลิ่นบูดได้ แต่คงกลิ่นสู้กากมันไม่ได้ครับ
บันทึกการเข้า
ฉายตะวัน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 265


« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2011, 09:54:13 PM »

เคยเห็นไหมว่ากากเบียร์เป็นอย่างไร ถ้าไม่ เสียเวลาไปดูด้วยตาตัวเองสักหน่อย ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร มันใช้อย่างไร เหมาะสมกับสัตว์ของเราหรือไม่(รวมถึงตัวเราด้วยถ้าต้องมาทำกรรมวิธีเพิ่ม) ไม่ใช่สั่งมากองให้มันเน่าเหม็นเสียปล่าวๆ
ขอเป็นกำล้งใจให้ครับ


Liked By: torres1
บันทึกการเข้า
dorejung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 10:51:33 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ใจเย็นๆครับท่านทั้งหลาย ผมขออธิบายคำว่ากากเบียร์ให้ฟังคับ กากเบียร์ คือสิ่งที่เหลือจากขบวนการผลิต กากเบียร์  นี้สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ได้หลายชนิด เช่น  1. ปลา ไม่ต้องผสมอะไรให้ได้ทันที หรือจะผสมก้ได้ครับ หรือใช้วิธีตากแห้งอัดเม็ดผสมหัวอาหารก้ได้ ได้หลายวิธี
2.วัวเนื้อ วัวนม  นำไปผสมกับหัวอาหารต่างๆเพื่อลดต้นทุนเพราะกากเบียร์ให้ปริมาณมากแต่ราคาถูกคุณสมบัติเหมือนเราคลุกรำกับปลายข้าว  ที่กากเบียรืเน่านั้นเพราะว่าในตัวมันมีน้ำตาลและโปรตีนหลงเหลืออยู่ทำให้เมื่อเจอกับสายลมแสงแดดเกิน 3 วันและมีแมลงต่างๆมาไข่เอาใว้ แล้วจะทำให้เน่ามีกลิ่นเหม็น ถ้าไม่แห้งเพราะฉะนั้นถ้าต้องการเก็บใว้นานๆควรตากให้แห้งหรือมีถังเก็บมิดชิดจะดีที่สุดครับ ถ้าจะใช้กากเปียกควรใช้ให้หมดโดยเร็ว ถ้าใช้ปริมารน้อยควรใช้กากแห้งครับ  ส่วนกากที่มีแอลกอฮอล์คือยีสต์ครับ สิ่งที่เหลือจากขบวนการหมักเบียร์เช่นกัน สามารถนำไปผสมหัวอาหารให้สัตว์กินได้แต้องมีที่เก็บให้มิดชิดเพื่อป้องกันการเน่าเสียเพราะยีสต์ต้องอยู่ในที่เย็นจะเก็บได้นาน นี่คือข้อมูลเบื้องต้นครับ ถ้าท่านใดต้องการข้อมูลมากกว่านี้ติดต่อผมได้ครับ ตามอีเมล์นี้ dorejung_99@live.com จากผุ้ทีอยู่เบื้องหลังการทำเบียร์มากว่า 17 ปี ที่ นนทบุรี  ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม





Liked By: boyboom, tosak
บันทึกการเข้า
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 06:56:25 PM »

ผมเอาไข่ที่ใช้กากเบียร์เลี้ยงมาให้ดูครับ เป็นไข่ที่เหลือจากการขายนะครับ (แต่ตอนนี้หมดไม่มีไข่เหลือ ไม่พอขาย ลังเล)



บันทึกการเข้า
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #24 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 07:22:21 PM »

เคยมีคนเข้ามาถามเหมือนกันครับว่า ใช้อาหารอะไรเลี้ยงเป็ด ตอนแรกผมก็ งง เหมือนกันจู่ ๆ เข้ามาถามผมอย่างนั้น ผมก็เลยถามกลับไปว่ามีอะไรหรือครับ เขาก็ตอบว่าเปล่าไม่มีอะไร ไข่ที่ซื้อไปมันไม่คาว เขาบอกว่าปกติไข่เป็ดมันจะคาว ผมก็เลยใจชื้นขึ้นมา นึกว่าจะมาตำหนิเรา แต่ผมก็ตอบไปว่า ใช้เศษผัก เศษอาหารเลี้ยง แทน ไม่ได้ตอบว่าใช้กากเบียร์เลี้ยง

เคยมีคนบอกว่า ให้นำยีสต์เบียร์มาผสมกับกากเบียร์ อัตราส่วนเท่าไรไม่รู้ (ถ้ามีใครรู้บอกด้วยละกันครับ ยิ้ม) จะสามารถชดเชยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อสัตว์ได้เกือบหมด (ไม่รู้จริงเปล่า) สามารถให้สัตว์ได้ทุกช่วงอายุ (อันนี้ผมไม่เคยลอง แต่ก็คิดอยากจะลอง) โดยนำเอาไปอัดเม็ดให้สัตว์กิน (แต่เครื่องอัดเม็ดเราไม่มีนี้ครับ ลังเล) ก็เลยเริ่มต้นศึกษาจาก กระทู้ของคุณอีส (ขออนุญาติคุณอีส เอยนามนะครับ) เผือจะได้ลดต้นทุนค่าอาหารได้บ้าง แต่ค่าเครื่องอัดเม็ดเท่าไรนี้สิ ยังไม่รู้เลย  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #25 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 07:42:03 PM »

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กากเบียร์และยีสต์เบียร์ ครับ

http://feedmeal.igetweb.com/index.php?mo=3&art=367248
บันทึกการเข้า
aewaeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 658


จากบ้านนอกมา...ทำงานอยู่หน้าเครื่องคอม


« ตอบ #26 เมื่อ: ธันวาคม 13, 2011, 10:30:00 PM »

เดี๋ยวจะลองดูนะค่ะ ขอบคุณข้อมูล อยู่ใกล้ขอนแก่นจะลอง ไปซื้อมาทดลองแล้วเผื่อได้ผลดีเหมือนเจ้าของกระทู้บ้างค่ะ ถ้าได้ผลอย่างไรจะมารายงานนะค่ะ
บันทึกการเข้า

@ewaeang
ล้มเองลุกเอง ล้มสิบครั้งก็ต้องลุกเองสิบครั้ง
วันคับผม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 202


« ตอบ #27 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 04:04:23 AM »

ที่บ้านผมก็ใช้กากเบียร์เสริมอาหารเลี้ยงวัวเหมือนกันครับ วัวให้นมเพิ่มขึ้นแล้วก็อ้วนขึ้นด้วยครับ  อายจัง อายจัง แต่ถ้าจะใช้เลี้ยงเป็ด ไก่ ปลา มันก็ดีนะครับ แต่ว่ามันจะมีข้อจำกัดในการใช้ก็คือสัตว์กระเพาะเดี่ยวจะมีความสามารถในการย่อยอาหารเยื่อใยสูงไม่มาก แม้ว่ากากเบียร์จะมีโปรตีน ไขมัน สูงก็ตาม แต่ถ้าจะเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยได้ ต้องเสริม เอนไซม์(เป็นอาหารเสริมเพื่อสัตว์ปีก) หรือกากน้ำตาลก็ได้ครับ แต่ได้ทั้งสองอย่างจะดีกว่า การเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยได้ของเยื่อใยในอาหารสูงขึ้น ทำให้สัตว์สามรถใช้ประโยชน์จากเยื่อใยในอาหารต้องดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ ผมไม่ใช่คนเลี้ยงไก่หรอกครับแต่ก็พอจำได้บ้างสมัยเรียน ส่วนรายละเอียดการใช้อย่างไรลองอ่านที่ฉลากนะครับ(เอนไซม์) ส่วนกากน้ำตาลใช้ 50g.ต่อ กก.นะครับ แต่ยังไง ใช้กากเบียร์ลดต้นทุนได้แน่นอนครับ

การใช้กากเบียร์ 100 % เสริม วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นด้วยนะครับ
เห็นด้วยกับการใช้กากเบียร์แต่ถ้าจะใช้เยอะ ต้องเก็บให้ดีอาจตากแห้ง(ต้องแน่ใจว่าแห้งจริงไม่งั้นราครับ) หรือหมักเก็บไว้ในที่ร่ม
ห้ามมีรูรั่ว ห้ามเหลืออากาศตกค้าง เก็บได้นานสุดเดือนนึงหรือเกือบเดือนแล้วแต่ความสามารถในการจัดเก็บ

อาหารแพงลดได้ต้องลด(ต้นทุน) ขอให้โชคดีครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: boyboom, tosak
บันทึกการเข้า
suttarit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324


« ตอบ #28 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 07:34:08 AM »

ผมก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ส่วนตัวช่วยย่อยตอนนี้ผมใช้ EM ผสมครับ แต่ว่าจะลองเอายีสต์เบียร์ผสมดู เห็นบอกว่าเป็นตัวช่วยย่อยได้ดี
ประมาณว่า ธาตุอาหาร กากเบียร์ไม่มี แต่ยีสต์เบียร์มี - ยีสต์เบียร์ไม่มี - แต่กากเบียร์มี เป็นตัวเสริมกันครับ
ที่โรงเบียร์ผมไปเอา หลังโรงเบียร์เขาก็เลี้ยงโคนม มีโอกาสได้เดินเข้าไปดู เขาก็ใช้กากเบียร์เลี้ยงอย่างที่คุณวันว่า เช่นกันครับ แต่ละตัวอ้วนถ้วนสมบูรณ์ (แหมเขาก็มีให้แบบไม่จำกัดนี้ครับ)  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
friendy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #29 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2011, 09:23:19 AM »


เคยมีคนบอกว่า ให้นำยีสต์เบียร์มาผสมกับกากเบียร์ อัตราส่วนเท่าไรไม่รู้ (ถ้ามีใครรู้บอกด้วยละกันครับ ยิ้ม) จะสามารถชดเชยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อสัตว์ได้เกือบหมด (ไม่รู้จริงเปล่า) สามารถให้สัตว์ได้ทุกช่วงอายุ (อันนี้ผมไม่เคยลอง แต่ก็คิดอยากจะลอง) โดยนำเอาไปอัดเม็ดให้สัตว์กิน (แต่เครื่องอัดเม็ดเราไม่มีนี้ครับ ลังเล) ก็เลยเริ่มต้นศึกษาจาก กระทู้ของคุณอีส (ขออนุญาติคุณอีส เอยนามนะครับ) เผือจะได้ลดต้นทุนค่าอาหารได้บ้าง แต่ค่าเครื่องอัดเม็ดเท่าไรนี้สิ ยังไม่รู้เลย  ร้องไห้

ในลิงค์ที่คุณให้มาเค้าก็บอกอยู่แล้วค่ะ 5-12% ถ้าเราเทียบง่ายๆ 1 กิโล ใช้ประมาณ 5-12 กรัม
บันทึกการเข้า
Bojung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #30 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2011, 11:35:09 AM »

แล้วถ้าใช้เป็นอาหารหมู ต้องใ้ช้ยังไงค่ะ อัตราส่วนเท่าไร รบกวนใครพอจะมีข้อมูลแนะนำด้วยนะคะ
บันทึกการเข้า
nai2542
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2012, 01:24:50 PM »

คุณ suttarit ให้เป็นกินโดยมีส่วนผสมอะไรบ้างครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: