หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนยาง แบบ คน "ไม่สบาย" (ป่ายาง)  (อ่าน 12871 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
soratas
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #32 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2011, 02:20:43 PM »

ที่เด็ดเลยครับ ต้องทำบ้างแล้ว
บันทึกการเข้า

Bankao
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 945


« ตอบ #33 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2011, 09:57:12 AM »

สิ่งที่ยางกลัว แล้วทำให้ไม่โตมีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น
- กลัวร่มเงา แค่มีร่มเงาจากต้นไม้ข้าง ๆ ตอนเช้า ๆ มาบัง ยางก็ไม่โตเท่าที่ควรแล้วครับ
- กลัวขาดน้ำ โดยเฉพาะหน้าแล้ง ดังนั้นต้องวางผังให้เหมาะสมกับการให้น้ำได้สะดวก
- กลัวไฟป่า สำคัญสุด ต่อให้ทำดีแค่ไหน บำรุงดินดีอย่างไร เจอไฟเข้าทีเดียวหมดตัว
ดังนั้น ขอให้ตอบโจทย์หลาย ๆ ด้านด้วยจะดีมาก แต่ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผมเช่นกันในอนาคต อิอิ


Liked By: tsara
บันทึกการเข้า
สวนผสม 3 พอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1308


Rome wasn't built in one day.


« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2011, 11:54:27 AM »

จากที่ได้พูดคุยกันประจำ ตามแนวคิดของพี่คน ไม่บาย(ภาษาใต้) ต้องการปลูกป่า ไม่ได้คิดว่าเมื่อลงยางพาราไปแล้วจะได้เท่านั้นเท่านี้ ต้นจะโตพร้อมกรีดภายในกี่ปี ขนาดมีญาติมาขอกรีดยางขาย พี่ท่านยังใจดีให้กรีดฟรีไปตั้งหลายปี ตอนนี้เข้ามาบริหารจัดการเองแล้ว  ใครมีแนวคิดตรงกับพี่ คนไม่.บาย ก็สามารถนำไปเป็นแนวทางปฎิบิติได้ครับ
บันทึกการเข้า

สวนผสม 3 พอ (เพชร+พิชญ์+ภัส)              http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4648.0
veeครับ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 337


« ตอบ #35 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2011, 01:54:56 PM »

อยู่ที่เรา จะต้องการความยากง่ายในการจัดการ ปลูกแบบนี้อาจจะตัดไม้เก่าหรือไม่ตัดก็ใด้  เพราะถ้าตัดก็โล่งปลูกยางแล้วค่อยๆปลูกไม้อื่นเสริมหรือว่าแปลงที่มันเตียนโล่งอยู่แล้วเราก็ปลูกไม่เพื่อเสริมในบางจุดที่คิดว่าไม่กระทบกับยางก็ใด้นะ เอาจุดที่ช่องว่างเยอะหน่อยหรือซ่อมในจุดที่ยางตาย เรื่องหญ้าผมว่าการปล่อยหญ้าให้ขึ้นรกมากเกินไปอาจทำให้การเดินเข้าไปดูแลลำบากควรมีการตัดฟันบ้างในบางช่วงเวลา เรื่องไฟถ้าเราจัดการหญ้าภายในไม่ให้กลายเป็นหญ้าแห้งใด้แล้วหญ้าภายนอกรอบๆสวนเราก็ทำแนวกันไฟใด้ครับ  เป็นแนวทางที่ดีอาจจะจัดการยากกว่าปกติหน่อยนึงแต่ที่สำคัญเลย
1ต้องดูแลเอง
2ต้องใจเย็นค่อยเป็นค่อยไป
3ต้องมีเวลาให้กับเขาตลอด
4เหมาะสำหรับคนว่างงานที่สุด
5อันนี้สำคัญ "ต้องไม่มีภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องรับผิดชอบ
ส่วนผมเอง ไม่อยู่ในนั้นสักข้อเลยก้เลยต้องเอาแบบค่อยๆกระดึบๆๆๆๆๆค่อยๆเติมไปเรื่อยๆแล้วกันนะครับ
บันทึกการเข้า
ชอลิ่วเฮียง (P7)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #36 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2011, 11:36:11 PM »


ขอบคุณผู้ให้ความสนใจทุกท่านครับ

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับว่าสวนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเป็น "สวนยาง"....เริ่มต้นด้วยการ "ปลูกป่า" ครับ

แต่เมื่อผ่านไป 3-4 ปี  กลับมาดูอีกครั้ง  มีต้นไม้ตายไปมากพอสมควร  ปรากฎเป็นช่องว่างเป็นหย่อมๆ....

ต้นไม้ป่าอายุ 3-4 ปี ต้นก็ไม่เล็กแล้วนะครับ....สูงท่วมหัว ท่วมหู หมดแล้ว

ก็เลยปลูกยาง ในช่องว่างที่ยังเหลืออยู่ครับ....แล้วก็ปลูกแบบปล่อยให้เทวดาเลี้ยงอีก แบบเดียวกับตอนปลูกป่าครั้งแรก

ไม่ได้คาดหวังอะไรกับการปลูกยางครั้งนั้น....แต่ที่ผมนำเสนอ คือความจริงที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันครับ

แล้วก็ใช่ครับ....คนไม่สบาย....คือคนที่ท่าน สวนผสม 3 พอ กล่าวถึงครับ

ผมนำเสนอเพื่อสื่อไปถึงสมาชิกอีกท่านหนึ่งด้วยครับ  คือ ท่าน Nostalgia จากกระทู้นี้ครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=46578.0

แล้วก็เป็นสาระ  แนวคิดกับทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาด้วยครับ
บันทึกการเข้า
ไร่ธุลีดิน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 55


« ตอบ #37 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2011, 09:42:23 AM »


ขอบคุณผู้ให้ความสนใจทุกท่านครับ

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับว่าสวนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเป็น "สวนยาง"....เริ่มต้นด้วยการ "ปลูกป่า" ครับ

แต่เมื่อผ่านไป 3-4 ปี  กลับมาดูอีกครั้ง  มีต้นไม้ตายไปมากพอสมควร  ปรากฎเป็นช่องว่างเป็นหย่อมๆ....

ต้นไม้ป่าอายุ 3-4 ปี ต้นก็ไม่เล็กแล้วนะครับ....สูงท่วมหัว ท่วมหู หมดแล้ว

ก็เลยปลูกยาง ในช่องว่างที่ยังเหลืออยู่ครับ....แล้วก็ปลูกแบบปล่อยให้เทวดาเลี้ยงอีก แบบเดียวกับตอนปลูกป่าครั้งแรก

ไม่ได้คาดหวังอะไรกับการปลูกยางครั้งนั้น....แต่ที่ผมนำเสนอ คือความจริงที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบันครับ

แล้วก็ใช่ครับ....คนไม่สบาย....คือคนที่ท่าน สวนผสม 3 พอ กล่าวถึงครับ

ผมนำเสนอเพื่อสื่อไปถึงสมาชิกอีกท่านหนึ่งด้วยครับ  คือ ท่าน Nostalgia จากกระทู้นี้ครับ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=46578.0

แล้วก็เป็นสาระ  แนวคิดกับทุกๆ ท่านที่แวะเข้ามาด้วยครับ



     ขอบพระคุณมากครับ...พี่ซอ  อย่างที่คุยไว้นั่นแหละครับ...จะทำตามแนวทางนี้แหละ  ส่วนยางจะได้ผลมากน้อยก็ไม่เป็นไร  ก็จะเก็บไม้ไว้ให้มากที่สุดนั่นแหละ
    ขออับเดท...ตอนนี้ก็มีคนมาเหมาไม้ฟืนไปเผาถ่าน  ตอนนี้กำลังตัดอยู่ (แต่ไม่มีรูปถ่ายให้ดู  เพราะตอนนี้อยู่ที่ทำงาน)  หลังจากเอาไม้ฟืนออกแล้วก็จะค่อย ๆ ทำตามคำแนะนำแหละครับ


ด้วยความเคารพและนับถือ
Nostalgia
บันทึกการเข้า
goeooo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 280


« ตอบ #38 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2011, 01:26:20 PM »

 อายจัง อายจัง อายจัง ปรบมือให้ก่อนเลยครับ  ไอเดียนี้เหมือนผมเลยแต่ของผมทำได้แค่ปลูกไม้ป่าไว้รอบๆริมสวน เพราะตรงกลาง ป๋าไม่ยินยอมให้ปลูกไม้ป่า แกให้ปลูกแต่ยางพาราอย่างเดียว  ถ้าป๋าของผมได้ไปเห็นสวนของท่านแกคงเปลี่ยนความคิดใหม่   
บันทึกการเข้า
ชอลิ่วเฮียง (P7)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #39 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2011, 06:55:10 PM »



ช้าก่อนครับท่านทั้งหลาย......เรื่องนี้ยังไม่จบครับ

หนังชีวิตต้องดูยาวๆ......ความไม่สบาย เพิ่งเริ่มต้น ครับ

สำคัญตรงที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยมีเวลามาเล่าตอนต่อ...และต่อๆ ....ไปน่ะซีครับ


บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #40 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:33:28 PM »

ผมต้องขอเป็นโฆษณาคั่นจังหวะของพี่ชอสักนิดนะครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการปลูกไผ่ในสวนยางพาราสองเรื่องคือการปลูกไผ่ กินหน่อและการปลูกไผ่เอาไม้ไผ่
รายแรกเป็นการปลูกไผ่กินหน่อ ในที่นี้คือไผ่เลี้ยงหวาน โดยลุงมิตรแห่งบ้านเกาะใหญ่ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ 5 ไร่ ปลูกไผ่มาแล้ว 12 ปี ตั้งแต่ยางมีอายุ 15 ปี ปัจจุบันยางมีอายุ 27 ปี วิธีการปลูก ปลูกที่อกยาง ระยะระหว่างกอ 3 เมตร ไผ่ที่ปลูกเป็นไผ่เลี้ยงหวานเป็นส่วนใหญ่ และมีไผ่ตงดำ และตงหนูบ้าง เทคนิคที่ใช้เมื่อเริ่มปลูกไม่ใส่ปุ๋ยให้ไผ่เลยเพราะว่ารากยางจะเข้ามาแย่งและรัดรากไผ่ จนไผ่ไม่โต แต่จะรอให้ไผ่โตเองจนมีลำต้นใหญ่สัก 3 ต้น แล้วจึงค่อยใส่ปุ๋ยให้ห่างจากกอไผ่ ผลที่ได้พบว่า น้ำยางไม่ได้ลดลง และไม่มีปัญหาเรื่องยางหน้าแห้ง ส่วนไผ่ได้ขายหน่อซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าแล้ง แต่โดยปกติลุงมิตรมักจะแจกมากกว่าขาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2011, 12:36:07 PM โดย sara_psu » บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #41 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:40:38 PM »

มาดูความสูงของไม้ไผ่เทียบกับยาง และคน เห็นได้ว่ามันไม่ได้รบกวนยางเลยในเรื่องแสง
บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #42 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:48:32 PM »

เรายังไม่มีคำตอบว่ารากไผ่กระทบต่อรากยางหรือไม่ แต่สังเกตจากดินจะเห็นได้ว่าปกคลุมไปด้วยใบไผ่ บางท่านอาจจะสงสัยว่าต้นยางที่สวนของลุงมีขนาดไม่ใหญ่นัก ต้องบอกว่า บริเวณนี้เป็นดินทรายจัด ปกติต้นยางก็ไม่โตมากอยู่แล้ว ดังนั้นการมีรากพืชอื่นและใบไม้ที่สะสมน่าจะเป็นสิ่งที่ดีต่อสวนยางในดินสภาพเช่นนี้
บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #43 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:56:43 PM »

ข้อสังเกต ลุงมิตรไม่ได้ตัดต้นไผ่ที่แก่มากออก และยังไม่ได้วางระบบน้ำ ซึ่งหากทำอาจจะที่ทำให้จำนวนหน่อไม้มากและอาจมีผลเพิ่มน้ำยางก็ได้ นี่ครับลุงมิตร ผู้บุกเบิกทางแก่พวกเรา ติดต่อลุงที่ 087 2970267
บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #44 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 01:15:01 PM »

มาดูอีกรายบ้าง การปลูกไผ่ในสวนยางเพื่อเอาไม้ไผ่ โดยบังหมัดแห่งบ้านเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ไผ่ที่ปลูกเป็นไผ่มันป่า ซึ่งได้จากน้ำตกบริพัตร โดยการเพาะเมล็ด บังเริ่มปลูกไผ่ตอนยางอายุ 10 ปี ปัจจุบันยางอายุ 19 ปี เทคนิคในการปลูก ปลูกระหว่างอกยางห่างกันระหว่างกอ 3 เมตร ลำไผ่มีความสูงประมาณ 10-12 เมตร ตรงโคนค่อนข้างตัน ไม่ไผ่ชนิดนี้เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งของโรงรมควันยางพารา โดยต้องเป็นไม้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 นิ้ว แต่ไม่เกิน 2 นิ้ว โดยตัดเป็นท่อนยาว 1.9 เมตร ขายราคา 8-10 บาท ต้นหนึ่งได้ประมาณ 2-3 ท่อน ลุงบังใช้เวลาในการตัด 4 ชั่วโมง ต่อไม้ไผ่ 50 ลำ นอกจากนี้ยังมีลูกค้าที่ต้องการไม้ไผ่ยาวประมาณ 7 เมตร ให้ราคาท่อนละ 25 บาท ไผ่ชนิดนี้ มีหน่อปีละ 1 ครั้ง คือในช่วงต้นฝน ในกอที่ขนาด 30 ลำ พบว่ามีลำอายุ 1 ปี จำนวน 15-20 ลำ
บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #45 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 01:27:04 PM »

ผลที่เกิดขึ้นต่อต้นยางไม่พบว่าไผ่มีผลกระทบในทางลบต่อปริมาณน้ำยางเนื่องจาก ในสวนผืนเดียวกันอีกประมาณ 5 ไร่ไม่มีการปลูกไผ่ และน้ำยางทั้งสองสวนก็ไม่ต่างกัน แต่สังเกตได้ชัดเจนว่าปริมาณไส้เดือนและใบไม้ในสวนที่ปลูกไผ่มีมากกว่า อย่างเห็นได้ชัด
บันทึกการเข้า
sara_psu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 117


« ตอบ #46 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 01:35:00 PM »

บังบอกว่าไม่เคยให้ปุ๋ยไผ่เลย เก็บเกี่ยวอย่างเดียว ผมลองคิดเล่นๆน่าจะมีรายได้ปีละ10,000-16,000 บาทต่อไร่
ข้อสังเกตุจากสองกรณีศึกษา เป็นรูปแบบการปลูกพืชร่วมยางในยางที่กรีดแล้ว คงต้องศึกษาในรายละเอียดและทางเลือก เช่น หากปลูกในยางเล็ก 3 ปีได้หรือไม่ ผลของรากไผ่ต่อรากยาง ผลระยะยาวเป็นอย่างไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 11, 2011, 01:37:54 PM โดย sara_psu » บันทึกการเข้า
ชอลิ่วเฮียง (P7)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #47 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2011, 10:31:53 AM »


เยี่ยมเลยครับอาจารย์....ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากทางใต้ครับ....

คราวนี้ก็มีทั้งสองรูปแบบแล้วนะครับ....คือปลูกก่อนต้นยาง  และปลูกหลังต้นยาง

ไผ่ที่อาจารย์นำเสนอ มาปลูกเอาหลังจากที่ต้นยางโตจนกรีดได้แล้ว

ดูจากรูปแล้วผมคิดว่ายังมีช่องว่างให้ปลูกพืชกินหัวได้อีกนะครับ เช่น ขมิ้น กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ

ซึ่งจะช่วยในการตรึงความชื้นไว้ในดิน  และปรับปรุงดินทรายจัดให้ดีขึ้นอีก  แล้วก็ยังเป็นรายได้เข้ามาเพิ่ม
 
แต่ แค่ไผ่ ก็สร้างรายได้เพิ่ม(นอกจากยางที่ยังได้ตามปกติ) อย่างน่าสนใจแล้วครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: