หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ........การเดินทางของ......ฟางข้าว.......และเพื่อนพ้อง....  (อ่าน 7819 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
GTstreet
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 04:39:15 AM »

...ผมเองเป็นคนหนึ่งที่รักการเกษตรเป็นชีวิตจิตใจ..มีมุมมองหลายๆอย่างอาศัยแนวความคิดที่ได้อ่านจากหลายท่าน..อยากเริ่มต้น ตั้งเป้าและลงมือทำ ได้ฤกษ์เสียที ทำเลย มุ่งไปที่เป้าหมาย เล็งธนูไปที่ดวงตะวันแม้จะตกที่ภูเขา ก็คงจะได้รับความสุขใจไม่น้อย
...ฟางข้าว..หลังจากที่ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวส่วนใหญ่จะเหลือตอซัง แม้กระทั่ง ฟางจากข้าวที่เราเกี่ยว หรือใช้รถเกี่ยว หรือรถนวดข้าว จะเห็นได้ว่ามีปริมาณฟางเป็นจำนวนมากมาย เกษตรกรบางรายจะปล่อยทิ้งไว้ บางรายก็ไถกลบบ้าง บางรายก็ขายให้รถอัดฟางไปทำอาหารสัตว์เลี้ยงวัวบ้าง  แต่จะสังเกตว่าตามท้องไร่ท้องนา จะมีปริมาณฟางมากมาย หรือแม้กระทั่งตอซังข้าวที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเลยทีเดียว
...ปฐมบทแรกนี้..ขอลำนำเริ่มแรก..เป็นการเดินทางของฟางข้าวว่าจะพบจะเจออะไรบ้าง..ซึ่งในความคิดของผม ตราบใดที่เกษตรกรไทยอาชีพหลักๆคือทำนา ผมน่าจะใช้ประโยชน์จากฟางข้าวให้ได้มากที่สุด..เพราะฟางข้าว..น่าจะเป็นทองคำในความคิดผมตอนนี้
บทที่1  ฟางข้าวใช้คลุมดินสร้างความชุ่มชื้นให้กับพืชไม่ต้องให้น้ำบ่อยที่แน่ๆ เริ่มทดสอบกับพืชผักสวนครัวที่ได้ปลูกไว้ครับ ตอนนี้มีข่า ตะไคร้ มะกรูด ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ดอกแค บวบ มะพร้าวน้ำหอม พริก ไผ่ 1 กอ ค่อยเริ่มๆครับศึกษาทีละเล็กทีละน้อยค่อยๆเป็นค่อยๆไป เริ่มทีละก้าว กินทีละคำ ทำทีละอย่าง ต้องเป้า เฝ้าดู และลงมือทำ ฟางที่หามาได้ ก็เป็นนาของชาวบ้านครับที่เขาทำนาช่วงนี้ปล่อยทิ้งไว้ขอได้ครับไม่ว่ากัน ตอซังก็เยอะครับถ้าขยันเกี่ยวหรือถอนมาคลุมพืชผักสวนครัวถ้าหากเป็นตอซังน่าจะย่อยสลายและเป็นปุ๋ยให้พืชต่อได้เป็นอย่างดีและแล้ว......ฟางข้าวก็ได้สร้างประโยชน์ให้กับพืชผักสวนครัว..สร้างความชุ่มชื้น.รักษาหน้าดิน ห่มดิน ย่อยสลายเป็นปุ๋ย เป็นแหล่งอาศัยของพวกไส้เดือน ทำให้ดินมีแร่ธาตุอาหาร ทำให้พืชผักงาม ผักที่ปลูกก็เป็นอาหารอย่างดี ไม่ต้องซื้อต้องหาจากตลาดลดค่าใช้จ่ายปลอดสารพิษ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้อีกทาง.
การปลูกผักถ้าใช้เศษใบไม้ ฟางแห้ง ขี้วัว ขี้ควาย คลุมต้นไว้ ไม่ต้องรดน้ำบ่อย..สังเกตถ้าเราดายหญ้าพรวนดินใช้ฟางคลุมรดน้ำวัชพืชจะไม่ขึ้นอีกฟางเก็บความชุ่มชื้นไว้..
....เดี๋ยวอัพภาพให้ชมครับ..วันนี้ตื่นแต่เช้า..ตีสามกว่าๆได้เพราะนอนแต่หัวค่ำ..สักหน่อยจะไปให้น้ำผักสวนครัวรั้วกินได้ แล้วก้อไปเอาฟางข้าวที่นารอบๆบ้านพักข้าราชการชำนาญการ..เก่าๆพังแหล่ไม่พังแหล่.มาคลุมผักสักหน่อย.เก็บภาพท้องทุ่งนาสวยๆ ตอนนกออกหากิน..จะลองใช้ชีวิตเหมือนนกดู..ตื่นแต่เช้าจัง..พากันไปไหนน้อ เจ้านกเอย..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2011, 05:18:44 AM โดย GTstreet » บันทึกการเข้า

nok7959
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3671


ทุกสิ่งอย่างกำหนดได้...ด้วย..ใจ.. : )


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 05:08:03 AM »

 ;)มาขอร่วมเดินทางด้วยคนค่ะ : )
บันทึกการเข้า

สวนหินบ่อทอง ยินดีต้อนรับค่ะ... : )
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=63000.96
มาเติมเต็มสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตของท่านค่ะ... : )
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=64691.0
ct1860
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 121


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 08:29:52 AM »

ผมชอบแนวคิดฟางข้าวคือ ทองคำของชาว ทำไมชาวนาต้องเผาทองคำทิ้งด้วย ผมจะรอชมนะครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:15:02 AM »

เข้ามาช่วยเป็นแรงเชียร์อีกคนนึงครับ
เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องที่ว่า ฟางคือทองคำ เพราะถ้าไปซื้อเขาตกก้อนละ 38-40บาทในบางพื้นที่
ส่วนตอซังที่เป็นตอซักจากนาดำ ต้องปล่อยไว้ให้มันล้มและแห้งจนสามารถใช้มือถอนได้แบบ
ง่ายๆ ต่อซังนี้เป็นสุดยอดการทำเห็ดฟางกองเตี้ย เพราะจะมีแร่ธาตุอาหารติดอยู่ที่ดินที่ติดราก ทำให้เห็ด
เจริญเติบโตดี ลองดูนะครับ


Liked By: vigo74, Ekachaiyan
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:22:03 AM โดย James » บันทึกการเข้า
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:20:48 AM »

เห็นฟางกองเตี้ยทำอย่างไร พอแนะนำได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:23:43 AM โดย James » บันทึกการเข้า
takkor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 435


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:24:44 AM »

ทองคำก็คือฟางข้าวจริงๆครับ ที่บ้านผมฟางทุกกองเขาจองกันหมดครับ นวดข้าวเสร็จปักธงชัยประกาศอิสระภาพว่า กองฟางนี้ข้ายืดครองไว้แล้วครับ

ได้อ่านกระทู้นี้แล้วชอบเหมือนกันครับนก นกอิสระภาพครับ ทำตามใจเรียกร้อง

ผมก็เกี่ยวข้าวเสร็จก็ขนฟางไปใส่สวนเหมือนกันครับ ได้7-8รถแล้ว


Liked By: vigo74, Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
krading
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 556


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 11:12:52 AM »

ไก่ได้พลอย เปรียบได้กลับคนชอบเผาฟางเผาหญ้าและเศษใบไม้ วัชพืช ทิ้ง เมื่อก่อนแกลบเคยไปขอโรงสีใหญ่ได้ เดี๋ยวนี้ราคา กก.ละ๗๐สตางค์ แกลบดำกระสอบปุ๋ยละ๓๕บาท ทุกอย่างโรงสีขายเป็นเงินเป็นทองหมด  เหลือฟางที่เขายังไปขนเอามาขายเป็นเงินเป็นทองได้  นี่คือแนวคิดของเจ้าของโรงสียุคปัจจุบัน  แต่ทำไมชาวนาชอบเผาฟางทิ้ง  คำตอบที่เคยได้รับคือเกะกะ ทำนาต่อไม่ได้ไถพรวนยาก  ท่านพักไถพรวนทำปุ๋ยคืนให้แก่ดินบ้างเถอะ  ท่านทำนาหลายรอบเพื่อให้พ่อค้าคนกลางรวยไปถึงไหนครับ

[/quote]


Liked By: vigo74, Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 11:29:13 AM »

พูดถึงเรื่องนี้ ก็เอามาฝากให้อ่านกันอีกรอบนะครับ  ยิงฟันยิ้ม



ฟางมีค่ากว่าทองคำ

เคล็ดที่(ไม่)ลับบนความสำเร็จของการทำกสิกรรมธรรมชาติ ในยุคที่ประเทศไทย กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ฟางคือชิ้นส่วน ของต้นข้าว ที่ชาวนาเก็บเกี่ยว เอาเมล็ดข้าวเปลือกไปแล้ว ส่วนมากชาวนาเผาทิ้ง การเผาฟางทิ้ง เป็นการสูญเสีย ทรัพยากรในประเทศ โดยเปล่าประโยชน์ เคยมีผู้รู้ และผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง กล่าวเปรียบเปรยเอาไว้ว่า

ผู้ใดเผาฟาง ผู้นั้นกำลังเผาธนบัตร ฉบับละ ๑๐๐ บาท ฉบับละ ๕๐๐ บาท จำนวนมาก ของตนเองทิ้ง


ฟังท่านพูดดูเหมือนจะสมเหตุสมผลมากที่สุด เพราะฟางมีประโยชน์มากมาย นับอนันต์จริงๆ โดยเฉพาะ เป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการบำรุงดิน และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

ประโยชน์ของฟาง
๑. เป็นหัวปุ๋ยชั้นดี ฟางอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และไนโตรเจน ฯลฯ ถ้าหากเรานำฟาง ไปคลุมดิน จะทำให้พืชผัก เจริญเติบโต แข็งแรง ทนต่อศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ท่านที่ไม่ชอบฟาง อาจทำให้ระคายผิวบ้าง จึงหันไปใช้มูลวัว มูลควายแทน ท่านเคยสังเกตไหมครับว่า วัวควายกินอะไรพวกมันกินหญ้า กินฟาง ก็นำไปบำรุงร่างกาย ของมันทั้งหมด ส่วนที่เหลือ ก็ขับถ่ายออกมา ซึ่งเป็นกากเดนของฟาง ประโยชน์ก็มีน้อย จึงมีผู้เปรียบเทียบเอาไว้ว่า มูลวัวมูลควาย ๑๐ ส่วน จึงจะเท่าฟาง ๑ ส่วน หรือเปรียบเทียบ ให้ชัดเจนเข้าไปอีกว่า ฟางเปรียบเหมือนรถมือหนึ่ง หรือรถใหม่ มูลวัวมูลควาย เปรียบเสมือน รถมือสอง ท่านจะเลือกเอาอะไร ฟางเป็นส่วนหนึ่ง ของแม่โพสพ (ข้าว) นอกจากฟางแล้ว ยังมีแกลบ รำ ละอองข้าว (คายข้าว) ทั้งหมดคือผลผลิต ที่ออกมาจากข้าว เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อดิน และมนุษย์เป็นอย่างมาก ถ้าหากชาวไร่ชาวนา หันมาใช้วัตถุดิบเหล่านี้ แทนปุ๋ยเคมีแล้ว จะทำให้ ประเทศไทย ไม่ต้องสั่งซื้อปุ๋ยเคมี จากต่างประเทศ ซึ่งทำให้เราขาดดุลการค้า อย่างมากมายมหาศาล

๒. ฟางช่วยปรับโครงสร้างของดิน ที่เป็นกรดหรือเป็นด่าง ให้เกิดความสมดุล ในตัวของมันเอง ดินที่เป็นกรด (Acid Soils) หมายถึง ดินที่มีค่า PH ต่ำกว่า ๗.๐ ดินที่เป็นด่าง (Alkaline Soils) หมายถึง ดินที่มีค่า PH สูงกว่า ๗.๐ ไม่ว่าดินจะเป็นกรดหรือเป็นด่าง ถ้าหากท่านเอาฟาง ไปคลุมดินไว้ สิ่งเหล่านี้ จะค่อยๆ หายไปเองทันที ช่วยรักษา หน้าดิน ตามธรรมชาติของดิน ถ้าหากไม่มีอะไรปกคลุม หรือกั้นเอาไว้ หน้าของดิน จะเสื่อมสลาย และสูญเสีย ไปกับสายลม น้ำและแสงแดด ซึ่งจะทำให้ดิน เป็นดินด้าน อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากเรานำฟาง ไปคลุมดินเอาไว้ จะทำให้เกิด ชั้นหน้าดินอีกทีหนึ่ง ช่วยคลุมหญ้า และวัชพืชต่างๆ เมื่อเรานำฟาง ไปคลุมหญ้า และวัชพืชหนา พอสมควร โดยไม่ให้อากาศ หรือแสงแดด ส่องถึงพื้นดิน จะทำให้หญ้า และวัชพืชเน่า เป็นปุ๋ยหมัก ตามธรรมชาติ อย่างดี หลังจากนั้น เราก็จะสามารถแหวกฟาง ออกปลูกพืชผักต่างๆ ได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก ฟางรักษาความชื้น ให้แก่ดิน เป็นการสร้างดินให้มีชีวิต

๓. สร้างระบบนิเวศ ถ้าหากเราทำกสิกรรมที่ใช้ฟางเป็นหลัก จะทำให้ประหยัดน้ำมากขึ้น ช่วยให้เกิด วัฏจักรชีวิตของสัตว์ ที่มีประโยชน์ต่อดิน ตามธรรมดาดินที่ว่างเปล่า หรือดินโล้น จะเป็นดินป่วยดินดาน ดังนั้น ถ้าหากเราปลูกพืชลงไป พืชผักก็จะอ่อนแอ ไม่เจริญเติบโต ศัตรูของพืช ก็จะมาทำลาย แต่ดินที่คลุมด้วยฟาง จะเป็นดินที่ร่วนซุยเพราะไส้เดือน จุลินทรีย์และสัตว์ต่างๆ ช่วยกันพรวนดิน ดินที่คลุมด้วยฟาง ก็จะเป็นอาณาจักร ของสัตว์ต่างๆ เพราะระบบนิเวศวิทยาอุดมสมบูรณ์ เช่น คางคก แย้ จิ้งเหลน แมงมุม ฯลฯ การระบาด ของแมลงศัตรูพืช ก็จะค่อยๆ หายไป โดยที่เราไม่ต้องไปใช้ สารขับไล่แมลง ดังนั้น การทำลายชีวิต ของสัตว์ต่างๆ ในไร่นา นอกจากจะผิดศีลธรรม ตามหลักของพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ที่เราอาศัยอยู่ให้เสื่อมลงไป อย่างน่าเสียดายเป็นที่สุด

ถ้าหากเรานำไปคลุมสวนผัก ของเราทุกๆ ปี จะเกิดความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ พืชผักนานาชนิด จะเกิดขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปดูแล ประคบประหงม มากนัก ยิ่งไปกว่านั้น จะเกิดเห็ดต่างๆ โดยเฉพาะเห็ดฟาง ให้เราได้มีอยู่ มีกินทั้งปี ดังนั้น จึงขอเชิญชวน ให้พวกเรา เห็นความสำคัญของฟาง เมื่อเห็นกองฟาง หรือเส้นฟาง จงระลึกอยู่เสมอว่า นี่คือทองคำ หรือทรัพยากรอันมีค่า และนำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุด เพื่อประโยชน์ตน และผู้อื่น ในโอกาสต่อไป อีกอย่างหนึ่ง การทำกสิกรรมธรรมชาติด้วยฟาง ควรเริ่มทำในพื้นที่ ขนาดเล็ก ไปหาพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือทำในสิ่งที่ใกล้ๆ ตัวไปสิ่งที่อยู่ไกลตัว พยายามปลูกพืชผัก ที่ปลูกง่าย ไปหาผักที่ปลูกยาก หรือ ถ้าคิดอะไรไม่ออก ขอบอกให้ปลูก พืชตระกูลถั่ว เราจะประสบ ผลสำเร็จในที่สุด

 ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 29, 2011, 11:32:51 AM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9910


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 11:37:34 AM »

ต่อเนื่องอีกหน่อย  ยิงฟันยิ้ม

                                                                                  3  ธันวาคม  2551

                                                                                สมหวัง  วิทยาปัญญานนท์

การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แห้ง

Solids Fertilizer

อย่าไปติดที่ส่วนสัดหรือสารผสม  มูลสัตว์  แกลบ  แกลบไม่มีเอาใบหญ้าฟางมาทดแทนได้  รำข้าวหากไม่มีก็เอาขี้เค้กอ้อยก็ได้   ใช้มันสัมปะหลัง  หรือกากมะพร้าวหรือขี้มันทดแทนก็ได้

               เอา  3  อย่าง  มาผสมกัน  ผสมน้ำอีเอ็ม  กากน้ำตาล  น้ำสะอาด

               เริ่มต้นจุลินทรีย์จะกินกากน้ำตาลก่อน แล้วมากินรำ  กินแกลบ แล้วกินมูลสัตว์ เป็นท่อนๆ  เหมือนยานอวกาศ

               ทำอย่างไรจึงจะทำให้ดินมีจุลินทรีย์ใช้

               ผสมมูลสัตว์แกลบก่อนจนเข้ากัน

               ผสมน้ำอีเอ็มลงในฝักบัว

               ผสมคลุกเคล้าใส่น้ำอีเอ็มจนใช้มือกำ ของผสมแน่นแล้วน้ำไม่ไหลออกตามง่ามมือ  จะได้ความชื้นประมาณ  50%  มากไปไม่ดี

               สุดท้ายเอารำ  หรือกากมะพร้าวใส่  แล้วความชื้นจะลดลงเหลือ  40%

               น้ำกะทิ  1  ลิตร  น้ำเปล่า  1  การามัง   รดน้ำต้นมะนาว  แตกใบอ่อนได้ดี

               นม  น้ำกะทิ  น้ำผึ้ง  เร่งยอดอ่อนได้

               ปุ๋ยทำผ่านไป  5  ชั่วโมง  จะเริ่มร้อนแต่ละวันก็มากลับได้  หมักโดยการใส่กระสอบก็ได้  หรือผ้าพลาสติกเจาะรูให้ระบายความร้อนได้  หรือใช้กระสอบป่าน  อย่าใส่กระสอบแล้วกระแทกอัดแน่น

               การทำปุ๋ยอัดเม็ดก็เหมือนกัน  ก็จะมีบด  คัดขนาด  และขึ้นเม็ด  ราคาจะแพงขึ้น

               การเดิมสารกรด นั้นกรดไม่จำเป็น   ให้ดูธรรมชาติดูที่ป่าจะเอากรดอะไรมาใส่

               หมักไว้  7-15  วัน  จนหมดความร้อน  หากใช้กระสอบวางยืนให้อากาศถ่ายเท  ก็ไม่ต้องกลับปุ๋ยเพราะระบายความร้อนแล้ว

               หากวางนอนจะร้อน

               ขยะเศษอาหารต่างๆ  ก็มาทำปุ๋ยได้  เอาอีเอ็มมาช่วย

               ปลูกมันใช้ขี้มันสำปะหลังหรือขี้ส่าเหล้า  เอาไปใส่เป็นรถบรรทุกแล้วไถกลบได้ ไร่ละ  20  ตัน  แต่ซื้อหมดแล้ว

               ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์                                1           ส่วน

               รำละอองข้าว                       1           ส่วน

               ฟางหญ้าให้ใช้                   10           ส่วน

               ปุ๋ยหมักฟาง                        24           ส่วน

               เอาปุ๋ยหมักจุลินทรีย์

               นำน้ำอีเอ็มราด  กองไปได้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์

               เอาฟางไปชุบน้ำอีเอ็ม

               เอาปุ๋ยหมักชีวภาพโปรยสลับ

               ทำอย่างไรให้หญ้าฟางข้าวเปียกน้ำจุลินทรีย์   แล้วเอาปุ๋ยหมักไปผสม

               การทำนา  1  ไร่  มีตอฟางในนามาก  ข้าวได้  500  กก.  ก็มีฟางข้าว  500  กก.  เอาปุ๋ยหมัก  6-7  กระสอบ   หว่านรดน้ำจุลินทรีย์  4-20  ปีบ  ต่อไร่  แล้วไถกลบตอซังข้าว ก็เป็นเรื่องเดียวกัน  ก็จะมีฟาง  600  กก.  ฟางก็เป็นอาหารให้ข้าว

               การเผาฟางทิ้งก็ต้องเอาปุ๋ยมาใส่

               ใครถืออาหารหรือข้าวมีแต้มต่อ

               สักวันหนึ่งเงินทองจะไม่มีค่า

               ฟางมีค่ามากกว่าทองคำ

               ช่วงไถดะก็เอาปุ๋ยไปใส่  300-500  กก./ไร่  ใส่อีเอ็มแล้วไถกลบ

               ทำนาแบบนี้ไม่มีแมลงรบกวน  เอาน้ำจุลินทรีย์ไปสาดใส่นาก็จะมีภูมิป้องกันโรค

               ครู  อจ.มังกร  อุดมฤทธิ์   สอนทำปุ๋ย  ทำปุ๋ยในนาข้าวเลย  ก็เอาใช้วิธีหว่านปุ๋ยหมักจุลินทรีย์  น้ำจุลินทรีย์สาดไถกลบคลุกตีฟางข้าวเลย

               การปลูกมันก็เอาขี้มันกิน  ข้าวก็กินฟางข้าว

               ความสุขคนอยู่ที่สุขภาพ   ครอบครัวมีสุข ไม่ใช่เงินทอง

               ทำเกษตรนาข้าว  3  ครั้ง/ปี  ใช้แต่สารเคมี  ชีวิตสุขภาพแย่  ใกล้ตายแล้ว  สู้จนเหนื่อย  อายุยืนจะดีกว่า

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
รับจ้างล้างรถ และแจกจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง

 ยิงฟันยิ้ม
takkor
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 435


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 09:02:50 PM »

ความรู้อีกแล้ว เกี่ยวข้าวเสร็จทีนี้มาเกี่ยวความรู้กัน


Liked By: vigo74, somjit_nong
บันทึกการเข้า
vigo74
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 392



« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2018, 04:59:55 PM »

ผมอีกคนหนึ่งครับ ที่กำลังหาความรู้เพื่อใช้ประโยชน์จากฟางในนาข้าว อยากรวบรวมฟางข้าวทำปุ๋ยกองหมักไว้ก่อน รูดซิบปาก
แล้วค่อยขนปุ๋ยไปใช้ประโยชน์ในที่แปลงอื่นๆอีกที  แต่การขนย้ายฟางข้าวโดยใช้เครื่องอัดก้อน ต้นทุนมากจริงๆ แลบลิ้น
รอท่านผู้รู้ มาสานต่ออีกน่าจะดีนะครับ เศร้า


Liked By: mochivan, somjit_nong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2018, 05:27:10 PM โดย vigo74 » บันทึกการเข้า

พืช  สวน นา  ป่า  วนเกษตร  ในท้องทุ่งที่บ้านนาทองคำ อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร
somjit_nong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 145


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2018, 08:14:49 AM »

ฟางข้าวใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ดี หากเรานำมาทำปุ๋ยขาย ทำตาม ORDER คงสร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้ดี น่าจะมีคนทำและขาย เพื่อให้ชาวบ้านได้เห็นว่าสิ่งที่เผาทิ้งสามารถทำรายได้ให้กับชาวบ้านได้


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: