ข่าว
หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: + ข้อคิดเกี่ยวกับการเพาะเมล็ดมะละกอฮอลแลนด์ +  (อ่าน 103804 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 5 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:00:29 PM »

หลังจากที่กระทู้แรกหายไป เพราะไปโพสต์ตรงช่วงหลุมดำพอดี แหะๆ
ทางสวนวสาก็ได้พยายามไปรวบรวมข้อคิดเกี่ยวกับการเพาะเมล็ดมะละกอฮอลแลนด์มาใหม่นะคะ

เรารวบรวมจากคำถามที่ได้รับทั้งจากคนที่ซื้อเมล็ดมะละกอจากสวนวสาไป
และเพื่อนๆ ท่านอื่นที่ตั้งคำถามบนเวบบอร์ด และเราเห็นว่ามีประโยชน์

คำถาม-ตอบ ในกระทู้นี้อยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์ของสวนวสาที่มีไม่มากนัก
อาจจะน้อยกว่านักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์อีกหลายท่านค่ะ
ซึ่งหากท่านอื่นมีคำชี้แนะเพิ่มเติม ขอเชิญตอบในกระทู้ได้เลยนะคะ
จะเป็นประโยชน์มากสำหรับสมาชิกเวบ และสำหรับเราด้วยค่ะ
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันค่ะ

นอกจากนี้ ประสบการณ์ของเรายังจำกัดเพียงมะละกอฮอลแลนด์เท่านั้น
ซึ่งผู้ปลูกมะละกอพันธุ์อื่น อาจนำไปเป็นอุทธาหรณ์ได้ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะต่างกันก็ได้ค่ะ
เราจึงแนะนำให้ท่านสอบถามจากผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์และกล้าพันธุ์นั้นๆ โดยตรงค่ะ




สำหรับการเพาะเมล็ดมะละกอฮอลแลนด์ที่ซื้อจากสวนวสา
เนื่องจากเมล็ดมะละกอของเราผ่านการคัดเลือก และทำให้แห้ง เพื่อนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์โดยเฉพาะ
ดังนั้น หากซื้อมาแล้วยังไม่เพาะ กรุณาเก็บในที่ๆ อุณหภูมิปกติ ไม่โดนแดด อย่าเปิดถุงหากเปิดแล้วควรปิดให้สนิทค่ะ

ขั้นตอนการเพาะ มีดังนี้
1. เตรียมถุงเพาะ โดยใช้ถุงดำขนาด 2  x  6   นิ้วแบบมีช่องระบายน้ำ สามารถหาซื้อได้
ตามร้านขายต้นไม้ทั่วไป

2. เตรียมดินเพาะโดยใช้ดินร่วน 4 ส่วน  ผสมแกลบข้าวขาว (ผสมเปลือกถั่ว หรือใบก้ามปูสับ) 6 ส่วน หรือ ในหน้าฝนหากต้องการให้การระบายน้ำดี ใช้ดิน 3 ส่วน แกลบ 7 ส่วน (หากสามารถหาจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์มามาผสมได้จะดีมาก)

3. กรอกดินเพาะที่เตรียมไว้ใส่ถุง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม  ควรเรียงถุงเพาะไว้ในที่ร่ม ไม่โดนฝน และไม่ควรมีแดดจัดจนร้อนเกินไป

4. แช่เมล็ดในน้ำสะอาด 1 คืน (กรุณาอย่าใส่น้ำยาอะไรเพิ่มเติมลงไป ถ้าไม่เชื่อกรุณาอ่านประสบการณ์ลูกค้าท่านอื่นด้านล่างต่อไป)

5. นำเมล็ดที่แช่น้ำ ใส่ลงในถุงเพาะ โดยกดเมล็ดให้จมลงไปในดินประมาณ 1 เซนติเมตร ใส่เมล็ดถุงละ 3 ถึง 5 เมล็ด

6. รดน้ำพอให้ชุ่มวันละ 2 ครั้งช่วงเช้ากับบ่าย

7. ประมาณ 2-4 อาทิตย์ (แล้วแต่ฤดูกาล) ต้นอ่อนจะโผล่ขึ้นมา ให้ระวังมด แมลง นก และหนูมากินต้นอ่อน

8. ในแต่ละถุงอาจจะมีต้นอ่อนได้ตั้งแต่ 1 ถึง 5 ต้น ห้ามแยกต้นในถุงเดียวกันออกจากกันโดยเด็ดขาด

9. ในช่วงที่เป็นต้นอ่อน ให้ระวังอย่ารดน้ำมากเกิน จะทำให้รากเน่าตายได้ สังเกตใบจะเหลืองและต้นเหี่ยวลงไป และอย่าให้โดดแดดจัดเกินไป จะทำให้ต้นแห้ง ใบไหม้  และอย่าให้ปุ๋ยหรือฉีดปุ๋ยทางใบ

10. เมื่อต้นอ่อนโตได้ประมาณ 3 อาทิตย์ ใบจริง 3-4 ใบ ให้นำไปปลูกในแปลงต่อไป

11. ควรนำต้นอ่อนลงปลูกในช่วงอายุไม่เกิน 1-1.5 เดือน (ใบจริง 3-4 ใบ ภาพอยู่ด้านล่างค่ะ) หากต้นอ่อนอายุมากกว่านั้น อัตราการรอดหลังจากปลูกจะต่ำ และโตช้ากว่าต้นอ่อนที่อายุไม่เกิน 1 เดือน


Liked By: korjaa, nuyelec, iamnatee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 21, 2009, 09:45:01 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า


สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:04:26 PM »

Q1 ใช้ดินจากจอมปลวกมาเพาะเมล็ดมะละกอ ทำไมผ่านไป 4 เดือนมะละกอที่งอกมาแล้ว 3 นิ้วไม่โตขึ้นเลย

A1  ผมพึ่งเคยได้ยินเรื่องเอาดินจอมปลวกมาเพาะต้นไม้เป็นครั้งแรกในชีวิตจากผู้ที่ซื้อเม็ดมะละกอของเราไปเพาะแล้วผ่านไป 4 เดือนแล้วยังไม่โต  ผมเองก็อึ้งๆ ว่าทำไมช่างสรรหาวัสดุแปลกประหลาดเอามาเพาะต้นไม้ได้ปานนี้ ฮิฮิฮิ…..

ที่สวนผมมีจอมปลวกขนาดมหึมาอยู่มากมาย  เวลาจะทำลายจอมปลวกต้องเอารถแมคโครขุดลงไป เพราะมันแข็งมากๆ แม้จะเป็นช่วงกลางฤดูฝนก็ยังแข็งโป้ก ขนาดเอาจอบฟันลงไปแล้วจอบกระเด้งออกมาเหมือนฟันลงบนปูนซิเมนต์   จึงต้องเอาเครื่องทุ่นแรงอย่างรถแมคโครขุดลงไป  เสร็จแล้วใช้น้ำยาฆ่าปลวก อย่างอิมิดา แลนเนท คาร์บาริลราดลงไปรอบรังเพื่อให้ปลวกตาย  หรือจะใช้วิธีโยนลงน้ำเพื่อให้ปลวกเป็นอาหารปลาก็ได้ ปลาชอบกินปลวกมากๆ   ดินที่ปลวกนำมาสร้างรังจะเป็นดินเหนียวผสมกับน้ำลายของปลวกซึ่งมีสภาพเป็นกรด   ดินจอมปลวกจึงเป็นดินเหนียวที่เป็นกรดค่อนข้างมาก มีธาตุอาหารต่ำมากๆ  สิ่งที่มีมากในดินจอมปลวกคือ โปแตสเซียม
(http://kroo.ipst.ac.th/teacher/result/file_link/12125592711.pdf)

คุณสมบัติของดินที่เป็นดินเหนียว เป็นกรด มีโปแตสเซียมสูง ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสต่ำมากๆ ไม่เหมาะจะนำมาเป็นดินเพาะต้นไม้โดยลำพัง  ควรนำไปปรับสภาพความเป็นกรดด่างเสียก่อน และเติมธาตุอาหารเข้าไปเพื่อให้ดินมีประโยชน์ต่อพืช   โดยเฉพาะไนโตรเจนที่เป็นธาตุสำคัญในการเติบโตของพืช  หากใช้ดินจอมปลวกล้วนๆ พืชคงไม่โตหลังจากใช้อาหารในใบเลี้ยงหมดแน่ๆ ครับ เพราะไม่มีธาตุอาหาร แถมยังเป็นกรดอีก (มะละกอชอบดิน PH 6-6.5)

ผมคิดว่าดินจอมปลวกเป็นเรื่องของการตลาด สร้างจุดขายมากกว่าจะใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง   เอาเงินไปซื้อใบก้ามปูสดๆ มาสับละเอียด คลุกกับดินร่วนเพาะต้นไม้ดีกว่า   รับรองว่ามีประโยชน์กว่ากันมากมายมหาศาลครับ







Liked By: nuyelec
บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:10:35 PM »

Q2 ใช้ทรายขี้เป็ดเพาะเมล็ดมะละกอ ทำไมมะละกอที่งอกออกมาแล้ว แม้ว่ารากจะแน่นถุงแต่ต้นโตช้ามาก

A2  ทรายขี้เป็ดคือทรายแม่น้ำหรือทรายทะเลที่มีตะกอนดินผสม นำไปใช้งานผสมปูนก่อสร้างไม่ได้ จึงใช้ในการถมที่เป็นหลัก   ปริมาณธาตุอาหารต่ำมาก เหมาะกับพืชเช่น หญ้า  ไม่เหมาะกับปลูกไม้ผลหรือไม้ที่ต้องการธาตุอาหารมากๆ  ถ้าใช้ผสมกับดินเพื่อต้องการความร่วนระบายน้ำได้ดีสามารถใช้ได้ แต่ต้องผสมกับดินที่มีธาตุอาหารสูง  โดยรวมแล้วมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าทรายขี้เป็ดในการเพาะต้นไม้

ภาพทรายขี้เป็ดที่ดอนหอยหลอด


บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:19:39 PM »

Q3 ใช้ขุยมะพร้าวเพาะเมล็ดมะละกอ ทำไมมะละกอมีอัตราการงอกต่ำ และที่งอกแล้วโตช้ามาก

A3  คุณสมบัติของขุยมะพร้าวคืออุ้มน้ำ ร่วนซุย แต่มีธาตุอาหารต่ำมากๆ โดยเฉพาะไนโตรเจนจะถูกดูดซับโดยขุยมะพร้าวได้สูงมาก (จะทำให้พืชขาดไนโตรเจนเพราะขุยมะพร้าวดูดไปหมด)

การเพาะด้วยขุยมะพร้าวน่าจะมีอัตราการงอกสูงนะครับ แต่อัตราการรอดตายต่ำ  สาเหตุเพราะขุยมะพร้าวอุ้มน้ำมาก จะทำให้เมล็ดมะละกองอกได้ดี   แต่ที่รอดตายต่ำเพราะความชื้นสูงอุ้มน้ำจะทำให้เป็นโรครากเน่าได้ง่ายหากควบคุมปริมาณน้ำได้ไม่ดีพอ   

ที่สวนวสาใช้ขุยมะพร้าวในการอนุบาลต้นอ่อนของมะนาว โดยการผสมกับดิน และแกลบขาว  มะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงต้นกว่าการใช้ดินล้วนหรือแกลบดำ

ส่วนมะละกอเราผสมขุยมะพร้าวสำหรับการเพาะในช่วงหน้าแล้ง  เพื่อหวังผลเรื่องการอุ้มน้ำและทำให้ดินโปร่ง แต่ไม่แนะนำสำหรับหน้าฝน เพราะขุยมะพร้าวจะอุ้มน้ำไว้ ทำให้รากเน่า หน้าฝนเราเน้นให้ผสมดินกับแกลบขาวมากขึ้นเพื่อให้ดินระบายน้ำได้ดี



ภาพขุยมะพร้าว


ภาพแกลบขาว

บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:27:32 PM »

Q4 หว่านเมล็ดมะละกอลงกระบะเพาะไว้ก่อน แล้วถอนออกมาลงถุงในภายหลังได้ไหม

A4  ไม่แนะนำโดยเด็ดขาดครับ  เราพบว่าการถอนมะละกอออกจากกระบะทำให้กล้ามะละกอเสียหายมากทั้งส่วนรากและลำต้น  ส่วนมากจะไม่รอดเมื่อลงดิน ที่รอดใช้เวลาตั้งลำนานมาก  แนะนำเพาะถุงดำ และกรีดถุงลงดินเมื่ออายุประมาณ 1 เดือนหรือสูงประมาณ 3 นิ้ว


Q5 กล้ามะละกองอกในถุงเพาะ 4-5 ต้น จะแยกออกมาปลูกทีละต้นดีไหม

A5 ไม่แนะนำโดยเด็ดขาดเช่นกันครับ การแยกมะละกอออกจากถุงทำให้รากมะละกอที่พันกันจะเสียหายเมื่อลงปลูกในแปลง เช่นเดียวกับการเพาะในกระบะ อย่าเสียดายครับ ค่าเมล็ดมะละกอ คือ ต้นทุนที่ถูกที่สุดแล้ว หากแยกต้นอ่อน แล้วนำไปลงแปลง แล้วเสียหาย ทำให้ต้องเสียทั้งเวลา แรงงาน และต้นทุนอื่นๆ อีกครับ

ให้ปลูกทั้งถุงเลยครับ โดยการกรีดถุงเอาพลาสติกออก แล้ววางลงไปในหลุมปลูกพยายามอย่าให้ดินในถุงแตกออกจากกัน พยายามอย่าสัมผัสรากมะละกอ หรือสัมผัสให้น้อยที่สุดครับ




Liked By: nuyelec
บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:29:40 PM »

Q6 สวนวสาแนะนำให้ใส่เมล็ดในถุงเพาะ 4-5 เมล็ดต่อถุง ถ้าใส่น้อยกว่านั้นได้ไหม

A6 ได้ครับ จะถุงละเม็ดก็ได้  แต่สุดท้ายเราแนะนำให้ปลูกหลุมละ 3 ต้นเพื่อมาคัดเลือกต้นกระเทยที่สมบูรณ์ที่สุดในภายหลัง   หากหยอดน้อยกว่า 4-5 เมล็ด จะเสียเวลาและเสียถุงดำเป็นจำนวนมากกว่าการหยอด 4-5 เมล็ด และในที่สุดก็ใช้จำนวนต้นอ่อนเท่ากัน


Q7 เอาเมล็ดมะละกอฝังลงดินตรงจุดที่จะปลูกเลยได้ไหม ไม่ต้องลงถุงเพาะก่อน

A7  ไม่แนะนำเช่นกันครับ  ปัญหาของการนำเมล็ดปลูกลงดินเลยคือ จะมีมดและแมลงแอบมาโขมยกินเม็ดมะละกอของเรา  และการควบคุมน้ำ ความชื้น อุณหภูมิในช่วงต้นเป็นไปได้ยากมาก โอกาสรอดต่ำมากๆ และขาดความสม่ำเสมอ จึงไม่แนะนำให้เพาะเม็ดในหลุมปลูกโดยตรง



Liked By: nuyelec
บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:40:01 PM »

Q8 ดินผสมสำหรับการเพาะเมล็ดมะละกอ ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง

A8 หน้าฝน แนะนำให้ใช้ดินจากแปลงที่จะปลูก 3-4 ส่วน แกลบขาว 5 ส่วน  ใบก้ามปูสับหรือเปลือกถั่วแห้งอีก 1 ส่วน จะให้ผลดี  ต้นงอกไว แข็งแรงมาก โตเร็ว  ในหน้าฝนแนะนำให้งดใส่ขุยมะพร้าว แต่หากเป็นหน้าแล้งควรลดปริมาณแกลบขาวลง แล้วทดแทนด้วยขุยมะพร้าวเพื่อการอุ้มน้ำ   


Q9 ตอนแช่เมล็ด ได้แช่กับน้ำยาปู...ไคโตซาน ผลคือเมล็ดมีอัตรางอกต่ำมาก (แทบไม่งอกเลย) เทียบกับการแช่น้ำธรรมดา ทำไมเป็นเช่นนั้น

A9 อันนี้ทางสวนวสาก็ตอบไม่ได้ครับว่าทำไม เพราะเราไม่ทราบว่าน้ำยาดังกล่าวมีส่วนผสมอะไรบ้าง และสัดส่วนการนำไปแช่นั้นเป็นอย่างไร  ทั้งนี้ทั้งนั้น สูตรของสวนวสาคือแนะนำว่าให้แช่เมล็ดในน้ำสะอาดธรรมดาๆ นี่หละ 1 คืน แล้วนำไปใส่ลงในถุงเพาะ โดยกดเมล็ดให้จมลงไปในดินประมาณ 1 เซนติเมตร ใส่เมล็ดถุงละ 3 ถึง 5 เมล็ด
รดน้ำพอให้ชุ่มวันละ 2 ครั้งช่วงเช้ากับบ่าย ประมาณ 2 อาทิตย์ ต้นอ่อนจะโผล่ขึ้นมา



Liked By: nuyelec
บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:46:57 PM »

Q10 มะละกอที่เพาะไว้ ควรสูงขนาดไหนจึงจะลงปลูกได้

A10  แนะนำปลูกที่ขนาดอายุ 1 เดือน หรือสูงประมาณ 3-4 นิ้ว สังเกตที่มีใบแท้ (ใบที่มีหยัก) ประมาณ 4 ใบ อย่ารอนานกว่านี้เพราะจะโตช้าเมื่อลงปลูก และไม่แข็งแรง ส่วนคนที่ซื้อต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์ พยายามอย่าซื้อต้นใหญ่มาก เช่นสูงเกิน 1 ฟุต เพราะมะละกอไม่เหมือนพืชชนิดอื่น ยิ่งต้นกล้าโตมาก เวลาลงปลูกจะโตช้า ใช้เวลาตั้งหลักนานเพราะรากขดอยู่ในถุงหรือวัสดุเพาะนานเกินไป หรือดีไม่ดีอาจจะเหลืองตายไปเพราะรากโดนกระทบกระเทือนเวลาลงปลูก



บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:50:57 PM »

Q11 กล้ามะละกอที่เพิ่งงอก โดนฝนตกหนักมาก มีคําแนะนําอะไรบ้างมั๊ยครับ

A11 ถ้าเพาะเมล็ดช่วงฤดูฝน แนะนำให้เพาะในที่มีหลังคาครับ หรือไม่ก็ทำหลังคาชั่วคราวขึ้นมา โดยใช้ไม้ไผ่มุงด้วยพลาสติกใสแบบม้วน เพื่อไม่ได้โดนฝนโดยตรง ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องโดนฝนทำให้รากเน่าได้ครับ

แต่ถ้าโดนฝนไปแล้ว วิธีแก้คือ ไปซื้อยาที่มีตัวยาเคมีชื่อว่าเมทาเลกซิล (Metalaxyl) ชื่อการค้าอาจจะเป็นอะไรก็ได้ (ส่วนมากเป็นผงสีม่วงๆ แต่แบบน้ำก็มี) ผสมน้ำราด (ผสมอัตราส่วนอ่อนที่สุด เพราะต้นกล้ามะละกอยังเล็ก เปรียบเสมือนเด็กทารก)  จะช่วยเรื่องโรครากเน่าได้ แต่จะทันการหรือเปล่านี่ผมไม่แน่ใจครับ ยังไงรีบราดยาให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน  แล้วถ้ามีแดด ให้เอามะละกอไปโดนแดดโดยด่วน  ให้ดินในถุงแห้งสักสองวัน แล้วราดด้วยเมธาเลกซิลซ้ำอีกรอบ ใส่ปุ๋ยยูเรียถุงละนิดหน่อย ประมาณ 3 เม็ด แล้วดูอาการครับ ถ้ารอดก็จะแข็งแรงอีกยาว

ระวังเรื่องมดด้วยนะครับ  มันจะนำเพลี้ยมา พอเพลี้ยดูดน้ำเลี้ยง ใบจะหงิกเลย คอยสังเกตด้วยนะครับ



Liked By: t-cha
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2009, 10:34:27 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:52:18 PM »

Q12 มะละกอเพิ่งงอกมา มีขาดโคนบางต้น ใช้ยาพวกกันราราดแล้วครับ ใช้แคบแทนใด้มั๊ยครับ ผสมจางๆราดบางๆไปแล้ว (พอดีที่บ้านมี) ตรวจดูถุงมันก็ไม่ใด้แฉะมากแต่ก็ไม่แห้งครับ

A12 ถ้าขาดโคนก็รากเริ่มเน่าแล้วละครับ ถ้าไม่มีแดด ให้แยกถุงแต่ละถุงให้ห่างออกจากกัน อย่าเรียงติดกันเป็นแนวชิด ให้ห่างเพื่อให้การระบายน้ำออกด้านข้างได้ ส่วนแคปเทนยังไม่เคยใช้ครับ คิดว่าไม่น่าใช้ได้ แคปเทนจะใช้กำจัดเชื้อราทางใบเป็นหลัก ส่วนทางรากจะใช้เมธาเลกซิลครับ


Liked By: nuyelec
บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:53:20 PM »

Q13 มะละกอที่เพาะไว้เริ่มมีใบหงิก อาการใบยอดอ่อนที่กําลังแตกใหม่แล้วมันย่นตั่งแต่เล็ก พอมันใหญ่ขึ้นมันก็ดูจะไม่แผ่ออก ดูย่นๆหงิกๆหละครับ เป็นไวรัสหรือเปล่าครับ เกี่ยวกับวัสดุปลูกเป็นกรดเป็นด่างมากไปรึป่าวครับ เคยดูจากรายการเกษตรทิดบ่วน เค้าว่าพอเป็นอย่างนั้นรากส่งอาหารไปเลี้ยงยอดไม่ดีอะครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?action=dlattach;topic=5593.0;attach=21982;image

(รูปต้นมะละกอมันหายไปกับหลุมดำอะค่ะ รบกวนคนถามกรุณาส่งรูปมาใหม่ หากมีเวลานะคะ)


A13 ดูแล้วมันเหมือนโดนเพลี้ยครับ ลักษณะคือโดนดูดน้ำเลี้ยง ลองดูที่ใต้ใบ เอาแว่นขยายส่องดีๆ ครับ น่าจะพอเห็น ให้แยกต้นที่ใบหงิกออกด้วยนะครับ เรื่องไวรัสต้นเล็กจะไม่เป็นครับ  จะไปเป็นเอาช่วง 3-4 เดือนไปแล้วโน้นละ



รูปเพลี้ยอ่อน


Liked By: nuyelec
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2009, 10:37:04 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:55:14 PM »

Q14 เมล็ดมะละกอที่ชำถุงและปลูกลงหลุมที่มี3ต้นต่อหลุมกว่าจะรู้ว่ามันเป็นเพศ อะไรก็ใช้เวลานานมันจะมีผลทำให้มันไม่โตไหมครับเพราะมันเบียดกัน

A14 เวลาปลูกลงดิน เราแนะนำให้ปลูกลงดินตั้งแต่ตอนต้นเล็กๆ (มีใบประมาณ 4-6 ใบ สูงไม่เกิน 5 นิ้ว) จะเติบโตเร็วค่ะไม่ ต้องห่วงว่ามะละกอจะไม่โตเพราะเบียดกัน เพราะจากต้นขนาดนี้จนถึงขนาดที่ออกดอกพอที่จะระบุเพศได้ มะละกอจะยังไม่แย่งอาหารกันมากค่ะ บางคนจะเห็นว่าตอนต้นโตขึ้นมาราวๆครึ่งเมตรแล้ว บางต้นใน 3 ต้นนั้นจะใหญ่ บางต้นจะเล็กเรียว แล้วเลยรีบตัดต้นที่เล็กออกก่อนที่จะระบุเพศได้ ซึ่งไม่แนะนำแบบนั้นค่ะ เพราะจากที่เราสังเกตจากการในหลุมเดียวกันต้นมะละกอที่เป็นเพศเมียมักจะเติบ โตเร็วและดูแข็งแรงกว่าต้นสมบูรณ์เพศ แต่เมื่อเกษตรกรตัดต้นเพศเมียออกไปแล้ว ต้นสมบูรณ์เพศจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ

เกษตรกรบางคนมีความ เสียดาย ปลูกมะละกอหลุมละต้น ทีนี้พอออกมาเป็นต้นเพศเมียก็ต้องฟันทิ้งไปและเพาะมาปลูกใหม่ทดแทน ซึ่งจะทำให้การเจริญเติบโตในแต่ละต้นไม่เท่ากัน จะมีปัญหาเวลาจัดการผลผลิตและปุ๋ยยาค่ะ สุดท้ายเวลามะละกอหมดอายุเราก็ฟันทิ้งพร้อมๆ กันอยู่ดี อย่าลืมว่าต้นทุนเมล็ดมะละกอเป็นต้นทุนที่ต่ำที่สุด (ราคาจำหน่ายของสวนวสาประมาณ 5 เมล็ดต่อ 1 บาท) ดังนั้นต่อให้ปลูกหลุมละ 5 เมล็ดก็แค่บาทเดียวค่ะ แต่หากต้องมาปลูกใหม่ รอไปอีก 2-3 เดือนกว่าจะออกดอก ค่าปุ๋ยยาที่ลงไปจะเกินกว่าค่าเมล็ดพันธุ์แน่นอนค่ะ


กล้ามะละกอ ขนาดพร้อมปลูก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2010, 05:36:23 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:55:27 PM »

Q15 มะละกอที่เพิ่งลงปลูกได้ 1 อาทิตย์ มันดูเหลืองๆ เลยฉีดปุ๋ยสูตรเสมอไปสองหน มันเลยเหลืองกว่าเดิม และเหี่ยวแล้ว

A15 ใบเหลืองต้องพิจารณาก่อนครับว่าเพราะอะไร หากเป็นรากเน่าเพราะน้ำมากไป ส่วนมากจะไม่รอดครับ แต่มะละกอที่เพิ่งลงปลูกแรกๆ บางทีต้องใช้เวลาสักพักครับกว่าเขาจะตั้งหลักได้ ช่วงแรกจะเหี่ยวๆ ดูเหมือนจะไม่รอด อย่าเพิ่งไปใส่ปุ๋ยหรือยาอะไรเพิ่มเติมนะครับ ให้รดน้ำธรรมดารอดูผลไปก่อน  พวกปุ๋ยนี่ให้ฉีดทางใบเมื่อต้นแข็งแรงแล้ว (อายุราวๆ 3 เดือน) โดยให้ผสมอ่อนมากๆ ครับ อย่าไปทำตามสัดส่วนข้างขวดเพราะสัดส่วนนั้นใช้กับต้นไม้ที่โตเต็มที่แล้วครับ  ยิ่งฉีดกับต้นอ่อนมากๆ ยิ่งต้องผสมในสัดส่วนน้อยมากครับ เช่น 10 กรัม/น้ำ 20 ลิตร เป็นต้น



Liked By: nuyelec
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2009, 10:58:33 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า

สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1231


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:56:19 PM »

Q16 เมล็ดมะละกอที่สั่งซื้อมา ได้นำมาแช่น้ำอุ่น ใส่ยากันเชื้อราเข้าไปด้วย และห่อผ้าบ่มไว้สองอาทิตย์ให้แตกราก (ตามคำแนะนำที่อ่านมาจากที่อื่น) ทำไมอัตราการงอกต่ำมาก

A16 วิธีเพาะเมล็ดมะละกอของสวนวสาที่เราทดลองแล้วได้ผลนั้นปรากฏตามเอกสารที่เราแนบไปกับเมล็ดพันธุ์ที่จำหน่ายค่ะ ซึ่งเหมือนกับที่ลงไว้ด้านบนค่ะ คือเราให้แช่น้ำ 1 คืนแล้วเพาะลงถุงเลย อัตราการงอกจะดีมาก สวนวสาเองตอนได้เมล็ดพันธุ์รุ่นแรกที่ซื้อเขามา ก็ทำตามวิธีที่นักวิชาการบอกมาแบบนั้นแหละค่ะ ให้แช่น้ำอุ่น 50 องศาแล้วห่อผ้าไว้ในที่มืด บ่มไปจนกว่าเมล็ดจะแตก ผลปรากฏว่า เน่าค่ะ โกรธ  เราก็ลองใหม่อีกสามสี่หน เปลี่ยนอุณหภูมิน้ำ กลัวจะร้อนไป เอาใหม่พออุ่นๆ เปลี่ยนภาชนะที่เก็บบ่ม ทำยังไงก็ยังเน่าค่ะ  ร้องไห้ เพราะเราสังเกตว่าเมล็ดมะละกอนั้นต่างจากเมล็ดพืชอื่นตรงที่มันยังมีความหวานอยู่ค่ะ ทีนี้พอบ่มแล้วจะเกิดแก๊ซและความร้อนเพิ่มขึ้น มันเลยอบกันอยู่อย่างนั้นจนทำให้เมล็ดในที่ควรจะแตกรากกับยอดอ่อนออกมาเน่าอะค่ะ

ถ้าซื้อเมล็ดจากเรา กรุณาทำตามเอกสารที่เราแนะนำค่ะ




--------------------

จบแค่นี้ก่อนค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ  จุมพิต


Liked By: nuyelec, t-cha
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2009, 12:07:32 PM โดย สวนวสา » บันทึกการเข้า

Pandaman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3

Get it By your Hand --> อย่าเฝ้ารอ จงไปคว้ามันมา!


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2009, 12:35:53 PM »

มาช่วยดันครับ  ยิ้ม
ผมจะเริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จากสวนวสาวันพรุ่งนี้แล้ว วันนี้จะไปซื้อแกลบที่โรงสีข้างบ้านซัก10กระสอบ(กระสอบละ8บาท)วันนี้ผสมดิน พรุ่งนี้จะเริ่มลงเมล็ด
ขอบคุณคุณศุภฤกษ์ครับกับคำแนะนำการเพาะช่วงหน้าฝน อวยพรให้ลูกสาวแข็งแรงนะครับ ช่วงนี้อาการเปลี่ยนบ่อยอยู่ใกล้หมอก็ดีครับ
ผมยังปลูกมะละกอไม่ค่อยเก่งแต่เรื่องเลี้ยงลูกผมพอคุยได้นะ  ยิงฟันยิ้ม

โอ๊ตครับ
บันทึกการเข้า

พา Microcontroller เข้าสวนกันดีกว่าแล้วดูซิว่ามันทำอะใรได้บ้าง
jcman78
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2009, 12:52:44 AM »

วิธีแยกเพศดูยังไงครับ อยากสั่งเมล็ดพันธุ์จากสวนวสา มาลองเพาะดูครับ แต่กลัวแยกเพศไม่ถูก
เพราะยังไม่มีประสบการณ์ ช่วยแนะนำเรื่องการสั่งเมล็ดและการแยกเพศด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

สมาชิกใหม่ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: