ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถามผู้รู้หน่อยครับ เกี่ยวกับการใส่ปุ๋ยยูเรีย  (อ่าน 9464 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Chef moo slice
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 10:15:33 PM »

ถ้าเราใช้ปุ๋ยเคมี พวกยูเรียไรพวกนี้ มันจะมีผลต่อสัตว์เล็กๆที่อยู่ในดินไหมครับ พวกไส้เดือนพวกนี้ กลัวมันจะโดนปุ๋ยแล้วตายอะครับ
บันทึกการเข้า

pungpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 651


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 10:29:02 PM »

มันคงไม่ตายครับ คงจะหนีไปทันมากกว่า เพราะปุ๋ยยูเรียเวลาเริ่มดูดความชื้นจากดินมันก็จะค่อยๆละลายออกมา

ทำให้ดินบริเวณดังกล่าวเป็นเบส พอพืชดูดไปหมดก็จะกลายเป็นกรด
บันทึกการเข้า
Chef moo slice
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 10:33:01 PM »

แล้วถ้าเป็นไม้กระถางน่ะครับ
บันทึกการเข้า
pungpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 651


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 08:34:50 PM »

ไม้กระถางก็ปุ๋ยละลายช้าเลยครับ ปลอดภัยชัวร์
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3230


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 08:51:22 PM »

แล้วถ้าเป็นไม้กระถางน่ะครับ
ไม้ดอกไม้ประดับไม่ควรใช้ปุ๋ยเคมีเลยครับ หาปุ๋ยอินทรีย์ที่เชื่อถือได้ใส่ก็เพียงพอแล้ว เวลาเลือกซื้อเอาเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ใส่ฝ่ามือเอาน้ำใส่ลูบฝามือไปมาจนปุ๋ยละลาย  ถ้ามีคราบดินเหนียวไม่ต้องซื้อครับ
บันทึกการเข้า
ydde
ในปี 55 จะขอรวบรวมฟิกส์ให้ได้อย่างน้อย 30 สายพันธุ์
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7111


ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน+Stay Hungry, Stay Foolish+


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 09:10:56 PM »

การใส่ปุ๋ยยูเรียโดยตรงนั้นผมจะไม่ค่อยทำเพราะเคยใส่ไปแล้วกะปริมาณไม่ถูกใส่เยอะเกินไปทำให้ต้นไม้ตายไปหลายต้น
แต่วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลคือผมใช้ยูเรีย 1 ช้อนแกงพูนๆผสมกับน้ำ 1 ถังสีใบใหญ่ประมาณ 20-22 ลิตร  คนให้ปุ๋ยละลายก่อนนำไปรดต้นไม้ แต่ต้องใช้ถี่หน่อยคือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง  ใช้น้อยๆแต่บ่อยครั้ง ต้นไม้งามดี  ไม่เป็นอันตรายต่อไส้เดือน
หรือใช้ออสโมโค้ทก็ได้ครับ

แต่ถ้าเป็นพืชที่เราปลูกเพื่อรับประทาน ถ้าเป็นไปได้น่าจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอก   เวลาใส่ขี้วัวให้ต้นไม้ผมก็ขยำๆให้เป็นก่อนเล็กๆแล้วเปิดน้ำสายยางให้น้ำไหลผ่านเพื่อที่ว่าจะให้ธาตุอาหารที่อยูในขี้วัวละลายไปกับน้ำพืชสามารถใช้ได้เร็วกว่าการใส่โรยปกติ หรือถ้ามีเศษผลไม้ที่เราทานเหลือก็ใส่เข้าไปในโคนต้นเลยครับ พวกนี้จะมีฮอร์โมนอยู่เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นธาตุอาหารให้แก่พืช

อีกทางเลือกคือทำน้ำหมักชีวภาพใช้เองครับ  ที่สวนผมมีกล้วยเยอะก็เลยทำไว้  พวกน้ำหมักผลไม้จะมีไนโตรเจนและโพแสเซียมสูงกว่าฟอสฟอรัส  ยิ่งใช้ร่วมกับปุ๋ยคอกแล้ว  ปุ๋ยเคมีไม่ต้องถามถึงครับ แทบไม่ต้องใช้  เพราะจุลินทรีย์ในน้ำหมักก็จะช่วยเร่งปฏิกริยาการย่อยสลายธาตุอาหารในปุ๋ยคอกให้เร็วขึ้น พืชก็สามารถนำไปใช้ได้เร็ว
แต่ข้อเสียของการใช้ปุ๋ยคอกคือต้องใช้ในปริมาณที่เยอะกว่าปุ๋ยเคมีหลายเท่าตัว

ต้นไม้ปลูกใหม่หรือกำลังอนุบาลก็ใช้เครื่องดื่มชูกำลังประมาณ 1-2 ฝาต่อน้ำ 1-1.5 ลิตร (ไม่มีสูตรตายตัว)  รดบ้างเพราะในเครื่องดื่มชูกำลังจะมีกลูโคสพืชสามารถนำไปใช้ได้เลย  อีกทั้งยังมีวิตามีนบี ช่วยในการเร่งราก  เมื่อพืชมีระบบรากที่แข็งแรง รากเยอะก็จะดูดซึมธาตุอาหารจากดินได้เร็วครับ   วิธีที่ผมใช้ก็มีประมาณนี้ลองปรับใช้ดูนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2011, 09:22:52 PM โดย ydde » บันทึกการเข้า

ณฐนน (Eddy)  135 ม.9  ต.ข่วงเปา  อ.จอมทอง  จ.เชียงใหม่  50160



+++ปลูกมะเดื่อฝรั่งจนชิน  ขอเปลี่ยนไปเล่นลิ้น(มังกร)ดีฝ่า  อิอิ+++
Chef moo slice
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2011, 10:43:54 PM »

ชอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลเลยครับ พอดีผมปลูกผักสมุนไพรนิดๆหน่อยๆน่ะครับ บนระเบียงคอนโด ^^
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9510


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2011, 09:27:42 PM »

ลองมองอะไรใกล้ตัว แบบพอเพียงไม่ต้องซื้อหาดูไหมครับ  ยิงฟันยิ้ม

เอามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม

น้ำปัสสาวะ คือ ปุ๋ยชั้นดี
ผมได้อ่านจากหนังสือเกษตรกรรมธรรมชาติ เขียนโดย คร.อานัฐ ตันโช
ผมทำความเข้าใจ แล้วสรุปเขียนมาอีกทีเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ
นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าปัสสาวะคนปรกติไม่มีเชื้อโรคสามารถดื่มได้
พุทธเจ้าท่านสอนมานานแล้วว่าเป็นยานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเริ่มเข้าใจ
สิ่งต่างๆที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ เช่น สิ่งเล็กๆๆ,นอนตระแคงขวา,น้ำปัสสาวะ
อีกไม่นานน่าจะมีเรื่อง เดินจงกรม(ผมคิดว่าดีที่สุดของการออกกำลังกาย) ,เรื่องผีเปรตว่ามีจริง,นรกสวรรค์มีจริง,การฝึกจิตทำได้จริง
น้ำปัสสาวะมีธาตุอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อพืช โดยเฉพาะ ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส

คนเราจะถ่ายปัสสาวะวันละ1-1.5 ลิตรต่อวัน
ตารางองค์ประกอบของน้ำปัสสาวะของผู้ใหญ่ 1 คนต่อวัน
ยูเรีย(ไนโตรเจน) 6-180 กรัม
ครีเอไทน์(ไนโตรเจน) 0.3-0.8 กรัม
แอมโมเนีย(ไนโตรเจน) 0.4-1.0 กรัม
กรดยูลิค(ไนโตรเจน) 0.008-0.2 กรัม
โซเดียม 2.0-4.0 กรัม
โปแตสเซียม 1.5-2.0 กรัม
แคลเซียม 0.1- 0.3 กรัม
แมกนีเซียม 0.1-0.2 กรัม
คลอไรด์ 4.0-8.0 กรัม
ฟอสเฟต(ฟอสฟอรัส) 0.7-1.6 กรัม
อนินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์) 0.6-1.8 กรัม
อินทรีย์ ซัลเฟต(ซัลเฟอร์) 0.006-0.2 กรัม


ธาตุอาหารเหล่านี้สามารถนำไปปลูกพืชผักโดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
สรุปว่า น้ำปัสสาวะที่มนุษย์ขับถ่ายและทิ้งในแต่ละวันสามารถตอบสนอง
ต่อความต้องการปุ๋ยในการปลูกพืชของโลกทั้งหมด
โดยธรรมชาติ
-สัตว์กินเนื้อทั้งหลาย ปัสสาวะ เป็นกรดอ่อนๆเลย
-สัตว์กินพืช ทั้งหลาย ปัสสาวะเป็นด่างเลย
- ปัสสาวะของคนเวลาถ่ายใหม่ๆมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆก่อน
แต่พอทิ้งสักพักจะกลายเป็นด่างเพราะแบคทีเรีย ซึ่งเป็นข้อดี
เพราะยูเรียกลายเป็นแอมโมเนียจะอยู่ในรูปพร้อมใช้ได้กับพืช
แต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆ
โดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการ
เจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้
เพราะความเข้มข้นสูง
นึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ
(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)
ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมัน
ปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนีย
และกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยน
สารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้

แต่ข้อเสียมีกลิ่นฉึ่งๆ
โดยปรกติสัตว์ถ่ายลงดิน,ลงน้ำ,บนใบไม้กิ่งไม้แห้ง เป็นการ
เจือจางก่อนที่พืชจะนำไปใช้ ถ้ารดต้นไม้สดๆพืชอาจตายได้
เพราะความเข้มข้นสูงนึกภาพควายเวลายืนปัสสาวะ
(นานมากยังไม่มีใครจับเวลาแล้วเหม็นมากแสดงว่ามีไนโตรเจนสูง)
ลงบนฟางในนาข้าวคงให้ปุ๋ยยูเรียแก่ดินเพื่อต้นข้าวต่อไปนอกจากมูลของมัน
ปัสสาวะจะเป็นสารประกอบไนโตรเจน เป็น ยูเรีย,ครีเอไทน์,แอมโมเนีย
และกรดยูริค ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในดินเข้ามากินแล้วเปลี่ยน
สารประกอบเหล่านี้เป็นสารประกอบที่พืชต้องการใช้เป็นอาหารได้
เราเรียกว่า “วงจรไนโตรเจน” (NITROGEN CYCLE)

จุลินทรีย์ในดินมีมากแต่ที่พบมี แบคทีเรีย 2 ตัวคือ
-ไนโตรแบคเตอร์ (Nitrobacter)
-ไนโตรโซโมนาส(Nitrosomonas)

ปรกติ ปัสสาวะ จะมีไนโตรเจน ในรูป ยูเรีย แล้วเปลี่ยนเป็น แอมโมเนีย(NH3)
อย่างรวดเร็วในสภาพดินที่มีอากาศเกิดกระบวนการณ์ออกซิไดซ์ เรียกว่า
“NITRIFICATION” คือ

ยูเรียและแอมโมเนีย----------------->ไนไตรท์(NO2) โดย ไนโตรโซโมนาส
ไนไตรท์(NO2)---------------------->สารประกอบไนเตรท(NO3)โดย ไนโตรแบคเตอร

ซึ่งสารประกอบอนินทรีย์ไนเตรทจะเป็นอาหารของพืชจะถูกสังเคราะห์
โดยขบวนการสังเคราะห์แสงเป็นสารประกอบอินทรีย์ไนโตรเจน
เช่น กรดอะมิโน และโปรตีนของพืชต่อไป

เมื่อพืชถูกกินจากสัตว์ก็นำกรดอะนิโมไปสร้างโปรตีนของสัตว์ต่อไป
ส่วนที่ไม่ได้ใช้จะถูกขับถ่ายออกมา

แต่การที่แบคทีเรียนำยูเรียและแอมโมเนียมาเป็นอาหารเพื่อเพิ่มจำนวนนั้น
ต้องอาศัยธาตุคาร์บอนด้วยเพื่อสร้างผนังเซลล์และเอนไซม์

ถ้าคาร์บอนไม่พอจะทำให้ยูเรียและแอมโมเนียเหลือ
ซึ่งสัดส่วน คือ คาร์บอนต่อไนโตรเจนหรือ C:N = 25:1
แต่ในปัสสาวะมี คาร์บอนต่อไนโตรเจน หรือ C:N =0.8:1
แหล่งคาร์บอนที่สำคัญ คือ ใบไม้แห้ง ,กิ่งไม้

นี่คือการรังสรรค์จากธรรมชาติเพื่อย่อยใบไม้กิ่งไม้ให้เข้าระบบธรรมชาติ
ที่มิให้ศูนย์เปล่าทุกอย่างมีค่าทั้งหมด
การนำปัสสาวะมาใช้ประโยชน์เราเติมคาร์บอนไปด้วยให้ได้ 25:1
อาจใช้ใบไม้แห้ง,ขี่เลื่อย,เศษกระดาษและน้ำตาล

น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมาก
ใช้อัตรส่วน น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยต่อน้ำปัสสาวะ1-1.5
ลิตร
หมักในที่มีอากาศก็จะได้ไนเตรทที่เป็นประโยชน์กับพืช

วิธีการใช้น้ำปัสสาวะมาเป็นปุ๋ย

1.เจือจางด้วยน้ำใช้รดพืช
นำน้ำปัสสาวะ 1 ส่วน ต่อน้ำ 8 ส่วนแล้วรดลงบนดิน รอบๆพุ่มไม้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
ถ้าหากจะรดปัสสาวะ100%เลยผิวดินควรมีเศษไม้ใบไม้หนาอย่างน้อย 3 นิ้ว

2.ผสมกับน้ำทิ้งในครัวเรือน
น้ำทิ้งจากครัวเรือน น้ำอาบจากสบู่แชมพู,น้ำล้างจาน,น้ำซักผ้า จะมีคาร์บอนสูงส่งไปตามท่อที่มีการเติมอากาศไปยังแปลงผักจุลินทรีย์ในดินจะเปลี่ยนน้ำปัสสาวะ>>
ไปเป็นอาหารพืชได้

3.หมักน้ำปัสสาวะ
น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีคาร์บอนมาก.ในปริมาณน้อยๆ
ใช้น้ำปัสสาวะ 1 ลิตรผสมน้ำตาล 1/3 ถ้วย
ใส่ในท่อหรือภาชนะทรงสูงประมาณ 10 นิ้วแล้วเติมถ่าน,ขี้เลื่อย
เศษกระดาษ หรือทรายหยาบ หมัก เมื่อนำไปใช้เจือจางด้วยน้ำ
ไปรดต้นไม้

4.นำน้ำปัสสาวะเทใส่ถังหมักปุ๋ยที่ใช้พวกเศษไม้กิ่งผลต่างๆ
จะช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเหล่านี้ให้เป็นปุ๋ยหมักได้เร็วขึ้น
การใช้น้ำปัสสาวะให้ปลอดภัยต้องได้จากคนไม่เป็นโรคถ้าให้ดีเก็บไว้นาน 6 เดือนก่อนนำไปใช้รดลงดินจุลินทรีย์ในดินจะทำลายเชื้อโรค
ข้อมูลการทดลองใช้ต่างๆจากต่างประเทศ

*การวิจัยจากสถาบันวิจัยต่างๆในหลายประเทศยืนยันว่าปลอดภัย
ปราศจากเชื้อโรคสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยปลูกพืชเป็นอาหารคนได้
*ในสวีเดนการประปานำมาปลูกธัญพืช
*เม็กซิโกรวบรวมจากหลายสถานที่ใส่เก็บไว้หลายสัปดาห์
นำไปปลูกข้าวโพด,ข้าวสาลี,ข้าวโอ๊ต ได้ผลดี
*องค์การนาซ่า ปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิคได้ผลดีเยี่ยม
*มหาวิทยาลัยสวีเดนรายงานว่าน้ำปัสสาวะผู้ใหญ่1คน
สามารถเป็นปุ๋ยเพียงพอต่อการปลูกพืชผักเลี้ยงตัวเอง
ได้50-100 %เลยทีเดียว

ที่มา: http://board.palungjit.com

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: