หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ซื้อหมูแม่พันธุ์หรือลูกหมูมาเลี้ยง อันไหนดีกว่ากันครับ  (อ่าน 21797 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jaggapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 386


« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 09:29:46 AM »

ซื้อหมูแม่พันธุ์ หรือ ลูกหมูมาเลี้ยง อันไหนดีกว่ากันครับ  เศร้า
คือว่า มือใหม่นะคับ ผมซื้อลูกหมูมาเลี้ยง 5 ตัวคับ (ที่เลี้ยง5ตัวเพราะมีเงินแค่นี้)
มีพื้นที่ในการเลี้ยงได้ไม่เกิน10ตัว (ต้องขยายก่อนเสียเงินอีก)
มีชาวบ้านมาบอกว่าให้ซื้อแม่พันธุ์มาเลี้ยงเอาลูกจะดีกว่าซื้อลูกมาเลี้ยง
ขอคำแนะนำสำหรับทุกคนด้วยนะคับ เอาทั้งความรู้ทั้งประสบการณ์ได้หมดเลยคับ
ขอบคุณล่วงน่าคับ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2011, 09:17:06 AM โดย jaggapan » บันทึกการเข้า

apichatme
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 01:08:45 PM »

อยู่ทีทุนครับ ถ้าซื้อแม่หมูเลย ราคาก็แพงใช้ได้ครับ ยิ่งถ้าซื้อแม่หมูรุ่นมาก็จะต้องมีทุนสำหรับขุนอาหาร ยา อื่นๆ พอสมควร แต่กำไรเยอะครับ เพราะเลี้ยงขายลูกหมูได้ หรือเลี้ยงลูกขุนได้ ประมาณ 4-5 คอก ครับ แต่ทุนใช้เยอะครับ
ส่วนถ้าเป็นลูกหมู ทุนไม่มาก แต่กำไรไม่เยอะ แต่ความเสี่ยงต่ำครับ
บันทึกการเข้า
infova
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 223


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 09:37:06 PM »

เคยเลี้ยง แต่ว่านานมากแล้วครับ ถ้าทุนและพื้นที่จำกัด หา หมูแม่ด้อง (ภาษาเหนือ) มาเลี้ยงดีกว่าครับ หมูแม่ด้อง หมายถึงหมูตัวเมีย เคยมีลูกแล้ว มีอายุพอสมควร แต่ยังสามารถเป็นแม่พันธ์ให้เราได้อยู่ แต่จะมีลักษณะผอมมาก ซึ่งไม่สามารถเอาไปชำแหละขายได้ ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะเป็นหมูพันธ์ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ตามใต้ถุนบ้าน ให้กินเศษอาหาร ผักบุ้ง หรือหยวกกล้วย มีรำหยาบผสมเป็นบางครั้ง(ต้นเหตุว่าทำไมถึงผอม) เรื่องที่จะเจอรำละเอียดหรือหัวรำและหัวอาหารนั้น ไม่มีตั้งแต่ออกจากฟาร์มแล้ว แต่ข้อดีของหมูประเภทนี้คือ ราคาถูกมาก เนื่องจากมีแต่โครง เราเอามาเลี้ยงขุนสักเดือนนึง อัดรำกับหัวอาหารให้สมบูรณ์ขึ้น ก็จะสามารถทับ(ผสมพันธุ์)ได้ ซึ่งจะมีโอกาสได้ลูกหมูเพิ่ม สรุป อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ซื้อมาเลี้ยง ไม่เกิน 5 เดือนก็ได้ลูกหมูแล้ว หมูตั้งท้อง 3 เดือน 3 อาทิตย์ 3 วัน
แต่ถ้าหมูไม่ท้อง หรือไม่เป็นสัด เราก็เลี้ยงขุนประมาณ 3 เดือน แล้วขายเขียง กำไรดีครับ
บันทึกการเข้า
nawa11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 54


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 03:48:02 PM »

ทั้งกรณีการซื้อลุกหมูขุนมาเลี้ยงหรือซื้อหมูแม่พันธุ์มาเลี้ยง สิ่งที่ต้องระวังคือ ต้องได้หมูพันธุ์ดี ลักษณะดี แหล่งที่มาน่าเชื่อถือ
บันทึกการเข้า
bin2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 07:01:07 PM »

คำตอบครับอยู่ที่ทุนและความพร้อมครับถ้าซื้อแม่พันธุ์แล้วไม่มีพ่อพันธุ์ใช้การผสมเทียมก็ต้องอาศัยฝีมือนิดนึงครับในการตรวจสัดและการผสมเทียมแต่การผสมเทียมไม่ยากหลอกครับการตรวจสัดยากกว่าถ้าหมูไม่มีพ่อพันธุ์ล่อเพื่อตรวจสัด
บันทึกการเข้า
bin2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 07:04:26 PM »

ถ้าซื้อพอหมูมาเลี้ยงด้วยก็ไม่คุ้มทุนค่าเลี้ยงดูครับเพราะเลี้ยงน้อยแล้วอีกอย่างพ่อหมูมีราคาแพงมากๆ
บันทึกการเข้า
jaggapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 386


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 08:36:17 AM »

 ;)ขอบคุนสำหรับความคิดเห็นทุกคนคับ
มีใครช่วย แชประสบการณ์อีกไหมคับ ยิ่งหลายความคิดยิ่ง ดีคับ
รบ กวนด้วยนะคับ เข้าดูตลอดคับทุกวัน
บันทึกการเข้า
TAMKIN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 07:28:55 PM »

ยกตัวอย่าง หมูแม่พันธุ์ ตัวละ 9000 - 10000 ตั้งท้อง 113-115 วัน ตกลูกครั้งละ 10 ตัว 1 เดือนกว่าๆ จับขาย
ตัวละ 1500 อย่างถูกๆ เป็นเงิน 15000  บาท ปีหนึ่งตั้งท้อง 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 30000 บาท 
บันทึกการเข้า
Freedom in mind
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:02:49 PM »

ผมว่าอยู่ที่ความพร้อมครับ เพราะถ้ามีเงินก็สามารถซื้อแม่พันธุ์มาเลี้ยงได้เลย
แต่ถ้าเพิ่งเริ่มเลี้ยงผมว่าเลี้ยงลูกหมูไปก่อนซัก 1-2 ปี ก็น่าจะดีกว่านะครับ 
เพราะการเลี้ยงลูกหมูผมว่ายังไม่ต้องใช้ทุนเยอะเท่าแม่หมู  ไม่ต้องจัดการดูแลเอาใจใส่มาก
โรงเรือนและคอกก็ไม่ต้องเตรียมมาก ซึ่งถ้าเริ่มจากเลี้ยงลูกหมูผมว่าเราจะรู้ว่าหมูมันกินอาหารยังไง
นอนยังไง ขี้ยังไง ให้อาหารยังไง ให้น้ำยังไง อากาศร้อนทำยังไง อากาศหนาวทำยังไง
หมูป่วยทำยังไง ท้องเสียทำยังไง ไอทำยังไง ต้องรักษาหรือจัดการให้หายต้องใช้ยาอะไร
และที่สำคัญสุด ได้กำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ เพราะราคาซื้อขายเรากำหนดเองไม่ได้
แต่ถ้าเลี้ยงแบบไม่หวังผลกำไรก็อีกเรื่องนะครับ (อันนี้ผมพูดเล่นนะครับ 555)
พอเมื่อเรามีประสบการณ์  มีเครือข่าย มองเห็นตลาดแล้ว ผมว่าเราจะเริ่มเลี้ยงแม่พันธุ์
เพื่อขยายก็ไม่สายครับ เพราะประสบการณ์มันหาซื้อกันไม่ได้ ต้องเลี้ยงเองก่อนครับถึงจะรู้
ผมว่าค่อยๆ ก้าวทีละก้าวอย่างมั่นคงน่าจะดีที่สุดครับ
จากเพื่อนคนเลี้ยงหมูมือใหม่เมือนกันครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
auto1984
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 12:49:57 PM »

ถ้าเริ่มเลี้ยงใหม่นะคับ ควรที่จะเริ่มจากหมูขุนก่อนซักสองรุ่นนะคับ เพื่อเป็นการศึกษาและจะได้มีวิธีการจัดการ และแก้ปัญหาได้ถูกต้อง เพราะว่าถ้าไม่เคยเลี้ยงเลยอาจไม่ทราบว่าจะมีวิธีการจัดการและดำเนินการได้ถูกต้อง เพราะหมูแม่พันธุ์ขั้นตอนและการดูแลจะยุ่งยากกว่าการเลี้ยงหมูขุน เดือนแรกควรเริ่มจากการเลี้ยงหมูขุน โดยหาลูกหมูสามสายมาขุนดูซัก5-10ตัวก่อน พอเดือนที่2 ถ้าพอเริ่มเข้าที่ก็ค่อยหามาเพิ่มคับ แนะนำนะครับว่าควรหาลูกหมูพันธุ์ดีมาเลี้ยงนะคับราคาอาจสูงกว่า200-300บาท/ตัว ถ้าลีกเลี่ยงได้ไม่ควรนำหมูที่เลี้ยงขุนตามบ้านแล้วจับมาเป็นแม่พันธุ์ซึ่งราคาอาจจะถูกจริง(อยู่ประมาณ900-1200/ตัว แล้วแต่พื้นที่) แต่ปัญหาจะตามมาอีกมาก เช่นเลี้ยงไปโตช้า ใช้อาหารในการเลี้ยงมาก ระยะเวลาในการเลี้ยงนานอาจมากกว่าสี่เดือนถึงได้ร้อยกิโล (ปกติหมูสามสายเลี้ยงสามเดือนถึงสามเดือนครึ่งจับขายได้ 100กล.)  หรือถ้าชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ไม่มีความรู้พอในการควบคุมโรคที่ดีพอ หมูที่เราซื้อมาอาจติดโรคจากแม่ พอเลี้ยงไปซักพักหมดค่าอาหารไปพอสมควร หมูป่วยต้องเสี้ยเงินค่ายา ถ้าไม่หายอาจตาย เสียทั้งเงินทั้งเวลาคับ และถ้าเลี้ยงไม่ถูกวิธีอาจเป็นหมูมันพ่อค้าไม่จับหรืออาจกดราคาต่ำครับสิ่งที่บอกนี้เคยประสปพบเจอมาด้วยตัวเองจากการเริ่มเลี้ยงครั้งแรกคับ ถ้าพอเข้าใจถึงวิธีการจัดการแล้วค่อยหาแม่พันธุ์สองสายมาเลี้ยงเพื่อไว้ผลิตลูกหมูสามสายไว้ขุนเลี้ยงเองคับ ถ้าเหลือก็จำหน่าย พอเริ่มลงตัวอีกก็ขยายกิจการแล้วหาแม่พันธ์พ่อพันเลือดร้อยเปอร์เซนมาเลี้ยงคับ เพื่อผลิตแม่พันธุ์สองสายคับ แต่ไม่ว่าการเลี้ยงแม่พันธุ์สองสายหรือเลือดร้อย จะมีขั้นตอนในการจัดการยากง่ายขึ้นไปตามลำดับคับ
         แต่หากถามถึงเรื่องราคาในการเลี้ยง หมูขุนจะได้กำไรน้อยที่สุด เพราะเราไม่ได้เป็นคนกำหนดราคาหมูหน้าฟาร์มเอง ราคาขึ้นลงตามช่วงเวลา (มักเป็นไปตาม CP เป็นหลัก) สิ่งที่เราควบคุมได้คือต้นทุนในการเลี้ยงให้ตำ่ที่สุด แล้วเราจะได้กำไรคับ เกษตรกรส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่ผลลับที่เป็นราคาที่สูงหรือหมูราคาดี แต่ราคาเราควบคุมมันไม่ได้เป็นกลไกของตลาด   ส่วนเลี้ยงหมูแม่พันธ์กำไรจะดีกว่าถ้าสายพันธุ์หมูที่เราเลี้ยงเป็นสายพันธ์ที่ดีพอ เช่นให้ลูกดกเลี้ยงลูกเก่ง ทนต่อสภาพแวดล้อมและโรคได้ดี เราสามารถกำหนดราคาเองได้ครับแล้วราคาจะดีดว้ย ถ้าเลี้ยงแม่พันธุ์สองสายไว้เพื่อผลิตเป็นลูกหมูขุนสามสายลูกหมูตอนนี้ราคาจะอยู่ประมาณ1,200-1,500/ตัว ปีนึง1แม่ลูกให้ไม่ต่ำกว่าสองคอกๆละประมาณ9-15ตัว เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า20ตัว/ปี เป็นเงิน12,000-15,000/แม่/ปี ถ้า10แม่ก็แสนกว่า แต่ถ้ามีแม่พัธุ์เลือดร้อยมาผลิตลูกหมู่แม่พันธ์เพื่อจำหน่าย ราคาลูกหมูพันธ์จะอยู่ที่ประมาณ 2,500-4,000/ตัว 1แม่จะให้ลูกน้อยกว่าแม่สองสายเฉลี่ยแล้วประมาณ15-20ตัวต่อปี เป็นเงินเท่าไหร่ลองคำนวนเอาคับ แต่ขอย้ำนะคับว่าความยากง่ายในการเลียงจะเพิ่มขึ้นตามลำดับคับ แม่พันธุ์ถ้าเลี้ยงจากลูกหมูน้อย จะเริ่มขายผลผลิตได้เมื่อครบประมาณ 1ปีคับ ถ้ามีทุนสำรองในการเลี้ยงแม่พันก็โอเคคับ แต่ถ้ามีเฉพาะทุนหมุนเวียนก็เลี้ยงหมูขุนไปก่อนคับประมาณสามเดือนก็ขายได้ แล้วเอากำไรมาเลี้ยงแม่พันธุ์คับ


Liked By: korn-manawudorn
บันทึกการเข้า
auto1984
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 02:02:32 PM »

สุกรสายพันธ์ที่น่าเลี้ยงคับ
     
 สุกรพันธุ์ดูร็อคสายพันธุ์กรมปศุสัตว์ เพศผู้

คุณสมบัติ มีสีแดงตลอดลำตัว ขาแข็งแรง สะโพกใหญ่ หัวไหล่หนา กว้าง หลังเป็นร่องเห็นมัดกล้ามเนื้อชัดเจน โตเร็ว มีเนื้อแดงมาก และใช้อาหารน้อย และปลอดจากยีนเครียด (Halothane gene) ทำให้ลดความสูญเสียในสุกรขุน ใช้เป็นพ่อพันธุ์สุดท้ายผลิตสุกรขุน

ลักษณะทางเศรษฐกิจ อัตราการเจริญเติบโต 820 กรัม/วัน  ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร 2.40

ความหนาไขมันสันหลัง 1.00 เซนติเมตร  พื้นที่หน้าตัดเนื้อสัน (LEA) 36 ตารางเซนติเมตร

อายุเมื่อเกิดถึงน้ำหนัก 90 กิโลกรัม 153 วัน

 

สุกรพันธุ์เปียแตรง เพศผู้

คุณสมบัติ  เป็นสุกรที่ให้เปอร์เซ็นต์เนื้อแดงสูงมาก ไขมันบาง มีกล้ามเนื้อเด่นชัด หูตั้ง สะโพกใหญ่  ไหล่หนา  หลังกว้างเป็นร่อง มีสีขาวดำ พื้นสีขาว มีจุดดำใหญ่กระจายทั่วตัว ใช้เป็นพ่อพันธุ์สุดท้าย เพื่อผลิตสุกรขุนที่ให้ปริมาณเนื้อแดงสูง และนำไปใช้พัฒนาพ่อพันธุ์สุดท้ายที่ให้ปริมาณเนื้อแดงสูง

ลักษณะทางเศรษฐกิจ  อัตราการเจริญเติบโต 780 กรัม/วัน  ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร 2.50

ความหนาไขมันสันหลัง  0.80 เซนติเมตร  พื้นที่หน้าตัดเนื้อสัน  40 ตารางเซนติเมตร

 

สุกรพันธุ์ปากช่อง 3 เพศผู้

 แหล่งพันธุกรรม  เป็นสุกรสายพ่อพันธุ์ที่พัฒนาพันธุ์มาจากสุกรพันธุ์ลาร์จไวท์สา ยพันธุ์ไอร์แลนด์ที่โตเร็ว โครงร่างใหญ่ และสุกรพันธุ์เปียแตรงที่มีปริมาณเนื้อแดงมาก

คุณสมบัติ  มีสีขาวตลอดทั้งลำตัว หูตั้ง มีสะโพกใหญ่กว้าง หัวไหล่และหลังกว้าง เป็นร่องเห็นมัดกล้ามเนื้อชัดเจน ปลอดยีนเครียด (NN) ขาแข็งแรง เหมาะใช้เป็นสุกรพ่อพันธุ์สุดท้ายในการผลิตสุกรขุนที่มีปริมาณเ นื้อแดงสูง

ลักษณะทางเศรษฐกิจ  มีอัตราการเจริญเติบโต (ADG) 820 กรัมต่อวัน  ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) 2.45  ความหนาไขมันสันหลัง 0.90 เซนติเมตร  พื้นที่หน้าตัดเนื้อสัน 38 ตารางเซนติเมตร

 

ปากช่อง 5  เพศผู้

แหล่งพันธุกรรม  เป็นสุกรสายพ่อพันธุ์ที่พัฒนาพันธุ์จากสุกรพันธุ์ดูร็อค และสุกรพันธุ์เปียแตรง (ดูร็อค 62.5% เปียแตรง 37.5%)

คุณสมบัติ  ขนสีเหลืองหรือสีแดง ขาแข็งแรง สะโพกใหญ่ ไหล่หนา ไขมันบาง พื้นที่หน้าตัดเนื้อสันใหญ่ มีเนื้อแดงมาก โตเร็ว ใช้อาหารน้อย ใช้เป็นพ่อพันธุ์สุดท้ายในการผลิตสุกรขุน

ลักษณะทางเศรษฐกิจ  อัตราการเจริญเติบโตมากกว่า 850 กรัม/ วัน  ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารน้อยกว่า 2.50  ความหนาไขมันสันหลังน้อยกว่า 1.00  เซนติเมตร  พื้นที่หน้าตัดเนื้อสันมากกว่า 37 ตารางเซนติเมตร

อายุจากเกิดถึงน้ำหนัก 90 กก.น้อยกว่า 160 วัน
บันทึกการเข้า
auto1984
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 02:10:42 PM »

สายแม่พันธ์นะคับ

    แม่พันธ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์ไอร์แลนด์

 แหล่งพันธุกรรม

นำเข้าจากประเทศไอร์แลนด์ และพัฒนาพันธุ์ด้วยการทดสอบพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ โดยกลุ่มงานวิจัยพัฒนาสัตว์เล็ก กองบำรุงพันธุ์สัตว์ ได้สุกรพันธุ์ลาร์จไวท์ที่มีศักยภาพดีเยี่ยม

 คุณสมบัติ

มีความแข็งแรงทนทาน ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เลี้ยงง่าย เกษตรกรนิยมนำไปใช้ผลิตสุกรพันธุ์แท้ หรือสุกรแม่พันธุ์สองสาย กองบำรุงพันธุ์สัตว์ ได้นำพันธุกรรมไปพัฒนาสุกรสายพันธุ์อื่น เช่น สุกรพันธุ์ลาร์จไวท์สายพันธุ์สระบุรี สุกรพันธุ์ปากช่อง 3

ลักษณะทางเศรษฐกิจ

มีอัตราการเจริญเติบโต (ADG) มากกว่า 800 กรัมต่อวัน

ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) ต่ำกว่า 2.50

ความหนาไขมันสันหลังน้อยกว่า 1.20 เซนติเมตร

ให้ลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี 15 ตัวขึ้นไป


   แม่พันธุ์แลนด์เรชสายพันธุ์ไอร์แลนด์

แหล่งพันธุกรรม

นำเข้ามาจากประเทศไอร์แลนด์ พัฒนาพันธุ์ด้วยการทดสอบพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ โดยกลุ่มงานวิจัยพัฒนาสัตว์เล็ก กองบำรุงพันธุ์สัตว์

คุณสมบัติ

มีความแข็งแรงทนทาน เลี้ยงง่าย ใช้ในการผลิตสุกรพันธุ์แท้ หรือสุกรแม่พันธุ์สองสาย มีการนำไปใช้พัฒนาสุกรแลนด์เรซสายพันธุ์อื่น เช่น สายพันธุ์จีไอหรือราชบุรี

ลักษณะทางเศรษฐกิจ

มีอัตราการเจริญเติบโต (ADG) มากกว่า 800 กรัมต่อวัน

ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (FCR) ต่ำกว่า 2.50

ความหนาไขมันสันหลังน้อยกว่า 1.20 เซนติเมตร

ให้ลูกหย่านมต่อแม่ต่อปี 15 ตัวขึ้นไป

บันทึกการเข้า
auto1984
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 02:23:37 PM »

ถ้ามีอะไรก็มาแลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะคับ ตอนนี้ผมกะลังเลี้ยง แม่พันธุ์เลือดร้อย สายพันธุ์ปากช่อง ของศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์นครราชสีมาอยู่คับ มีสายพันธ์ปากช่อง2 ปากช่อง 3 ปากช่อง3.1 ปากช่อง5 และแม่พันธ์สองสายแลนด์เรชกับลาร์จไวท์ อยู่สิบกว่าตัวคับ    nootapao@live.com
บันทึกการเข้า
jaggapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 386


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 04:17:55 PM »

 ;)ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ แต่ผมอยากทราบว่า เวลาแม่หมูตั้งท้อง
การดูแล มันจะเป็นโรค ยาที่ต้องกิน  อัตราความเสี่ยง ที่มันจะตายสูงมากไหมครับ
(ไม่มีความรู้เลยครับ) อยากไปอยู่บ้านนอกคับ
บันทึกการเข้า
Freedom in mind
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 116


« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2011, 12:07:46 AM »

โรคเหรอครับ  ผมว่าก็ต้องลองเลี้ยงดูก่อนครับ
เพราะเราก็จะเริ่มเรียนรู้เรื่องโรคจากการเลี้ยงหมูขุนได้
โดยปกติโรคในหมูขุนจะแสดงอาการออกมา 2 แบบครับ
คือ โรคระบบทางเดินหายใจ กับระบบทางเดินอาหาร เป็นหลัก
ส่วนการเลี้ยงแม่พันธุ์ก็จะมีโรคระบบสืบพันธุ์เพิ่มขึ้นมาครับ
ซึ่งถ้าเป็นโรคไวรัสก็ต้องใช้วัคซีนป้องกัน 
แต่ถ้าเป็นโรคจากแบคทีเรียก็ต้องใช้ยาปฏิชีวนะรักษาครับ
แต่จุดสำคัญคือการป้องกันอย่าให้ป่วยจะดีที่สุดครับ
เพราะถ้าป่วยจะมีเรื่องที่ต้องแก้ไขตามมาอีกมากครับ
ลองศึกษาข้อมูลในเวบไซต์  ทั่วไปเกี่ยวกับโรคหมูดูก่อนก็ได้นะครับ
แต่ถ้าศึกษามาดีแล้ว  ผมว่าเริ่มเลี้ยงน่าจะเห็นเองครับ
ซึ่งบางทีหมูอาจจะไม่ป่วยเลยก็ได้นะครับ ต้องลองดูครับ  ยิงฟันยิ้ม


Liked By: korn-manawudorn
บันทึกการเข้า
jaggapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 386


« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2011, 10:32:03 AM »

ขอบคุณครับ  สรุปก็คือต้องรองเลี้ยงเองถึงจะได้ประสบการณ์  ใช้ไหมครับ ยิงฟันยิ้ม เศร้า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: