หาวิธีแก้โรคเน่าโคนเน่าด้วย สมุนไพรอะคับ

(1/1)

tong5555:
ใครพอมีวิธีแก้โรครากเน่าโคนเน่า ด้วยการใช้สมุนไพรบ้างคับ
 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

tomy:
สมัย อาจารย์สำรวล ท่านใช้น้ำหมัก และการคลุมโคนด้วยเปลือกถั่ว

บทความส่งเสริมการเกษตร

เรื่อง

ใช้ปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่...รักษาโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน

เกษตรกรในบ้านเราไม่ว่าจะทำนา ทำสวน หรือทำไร่ ถ้าได้ลงมือลงแรงไปแล้วก็จะต้องหวังในผลผลิตที่จะออกมามีคุณภาพและได้ราคาดี นั้นหมายถึง รายได้ที่เป็นกอบเป็นกำสำหรับใช้จุนเจือครอบครัว แต่ในบางครั้งเกษตรกรไม่น้อยที่ต้องประสบกับปัญหาการระบาดของโรคและแมลงเข้าทำลายจนไม่ได้ผลผลิต หรือถ้าได้ก็ไม่มีคุณภาพ ขายไม่ได้ราคา แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็เช่นกัน ปัญหาเรื่องรากเน่าโคนเน่าได้สร้างความหนักใจให้เกษตรกรมาโดยตลอด บางรายก็ต้องโค่นต้นทิ้ง ทำให้เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทอง

นายสมชาย สาระเจริญ อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นเกษตรกรชาวสวนทุเรียนท่านหนึ่งที่ต้องประสบกับปัญหาต้นทุเรียนเป็นโรครากเน่าโคนเน่า ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาสวนทุเรียนของตนเองเป็นโรครากเน่าโคนเน่าจนต้องโค่นทิ้งไปกว่า 300 ต้น จากที่ปลูก 1,000 ต้น ส่วนต้นทุเรียนที่เหลือก็กำลังเป็นโรครากเน่าโคนเน่าเช่นกันแทบจะไม่เหลือความหวังจนกระทั่ง นายสำรวล ดอกไม้หอม หัวหน้ากลุ่มงานสัตว์ศัตรูพืช กองป้องกันและกำจัดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร ได้แนะนำให้ฟื้นฟูต้นทุเรียนที่เหลือ โดยใช้ปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่จนต้นทุเรียนหายจากโรครากเน่าโคนเน่า

สำหรับขั้นตอนก็ทำได้ไม่ยาก โดยให้ใส่ปุ๋ยขี้วัวและเปลือกถั่วลิสงในอัตราส่วน ขี้วัว 30 กิโลกรัมต่อต้น เปลือกถั่วหนาประมาณ 5 นิ้วต่อต้นพร้อมทั้งราดและฉีดปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากหอยและพืช ซึ่งใช้อัตราส่วนของปุ๋ย 1 : 1 : 1 พร้อมทั้งมีอาหารรองและอาหารเสริมที่ได้จากการหมักพืชและสัตว์ จะทำให้มีเกลือแร่และวิตามินเช่นกัน มีผลทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีมีรากใหม่ใช้ดูดอาหารได้ทันที ตลอดจนผลของการหมักมูลวัวและเปลือกถั่วจะเกิดกรดฮิวมิก แอซิด ซึ่งมีโครงสร้างใหญ่สามารถจับอนุภาคของปุ๋ยและแร่ธาตุต่าง ๆ แล้วจึงค่อยปล่อยสู่รากพืช โดยต้นพืชเอาไปใช้ได้ทันทีในส่วนของปุ๋ยหมักยังสามารถลดความเป็นกรดในดินเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเชื้อรากเน่าโคนเน่าของทุเรียนจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินที่เป็นกรด เมื่อดินเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นกรดมาเป็นกรดอ่อน ๆ ทำให้เชื้อรากเน่าโคนเน่าไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ประกอบกับเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติที่ได้จากการหมักเจริญเติบโตรวดเร็วกว่าจนสามารถกำจัดเชื้อราไฟทอปเทอร่าได้ทั้งในดินและลำต้น หลังจากนั้นประมาณ 21-28 วัน รากที่เคยเห็นว่าเป็นโรครากเน่า ได้แตกรากอ่อนและใบอ่อนโดยแผลที่ลำต้นก็จะแห้ง สำหรับใบที่แตกขึ้นมาใหม่ก็จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

นายสำรวล ดอกไม้หอม ได้เปิดเผยถึงเคล็ดลับการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพว่า ในขั้นแรกให้ทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ โดยหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติจากตาเปลือกสับปะรด ในแปลงปลูกสับปะรดที่อยู่ระยะการเจริญเติบโตเต็มที่ ซึ่งสับปะรดดังกล่าวจะต้องไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชมาก่อนไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยให้เฉือนหรือปอกเปลือกสับปะรดให้ติดตาจากผลสับปะรดสุก จำนวน 3 ส่วน สับหรือบดให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำตาลโมลาสจำนวน 1 ส่วน นำทั้ง 2 ส่วนมาคลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นอย่างดี พร้อมทั้งใส่น้ำมะพร้าวด้วย จำนวน 1 ส่วน แล้วนำใส่ภาชนะปิดด้วยผ้าขาวบางทิ้งไว้ 7-10 วัน ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใช้น้ำตาลโมลาสเติมไปพอสมควรแล้วคนให้เข้ากันจนกลิ่นหายไป

ในขั้นตอนที่สองให้ทำน้ำปุ๋ยหมักจากหอยเชอรี่ โดยการนำตัวหอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียด จะได้เนื้อหอยเชอรี่พร้อมเปลือกและน้ำจากตัวหอยเชอรี่ แล้วนำไปผสมกับน้ำตาลโมลาส และน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ในอัตราส่วน 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากันแล้วนำไปบรรจุในถังหมักขนาด 30 ลิตร หรือ 200 ลิตร ทิ้งไว้ให้สังเกตุดูว่ามีการแบ่งชั้นหรือเปล่า ถ้ามีจะต้องคนให้เข้ากัน ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใส่น้ำตาลโมลาสเพิ่มขึ้น และคนให้เข้ากันจนหายเหม็น ทำอย่างนี้เรื่อยไปจนไม่เกิดแก๊ซให้เห็นบนผิวหน้า แต่จะเห็นความระยิบระยับอยู่ที่ผิวน้ำหมักดังกล่าว ในบางครั้งอาจจะพบว่ามีตัวหนอนลอยบนผิวหน้าหรือบริเวณข้างถังภาชนะ ควรรอจนกว่าตัวหนอนดังกล่าวตัวใหญ่เต็มที่และตายไป ถือว่าการหมักหอยเชอรี่เสร็จสิ้นขบวนการสามารถนำไปใช้ได้

ด้วยความคิดที่จะคอยช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจังของนายสำรวล ดอกไม้หอม ที่ได้อาศัยการระบาดของหอยเชอรี่ศัตรูร้ายของชาวนา คิดค้นปุ๋ยน้ำหมักหอยเชอรี่กลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ต้นพืช เป็นการช่วยลดการระบาดของหอยเชอรี่ ลดการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตและผลผลิตที่ได้มีคุณภาพ ขายได้ราคา เห็นอย่างนี้แล้ว เกษตรกรไทยคงยิ้มกันได้ทั่วหน้า สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณสำรวจ ดอกไม้หอม กลุ่มงานสัตว์ศัตรูพืช กองป้องกันกำจัดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. (02) 561-4876 และ (02) 579-3839 ได้ในวัน เวลาราชการ

http://previously.doae.go.th/report/last/bt67.htm

tong5555:
ขอบคุณมากนะคับ
 :) :) :) :) :)

noom530:
ในความคิดของผมนะคับ
โรครากเน่าโคนเน่าเกิดจากเชื้อรา Phytophthora plamivora ในทุเรียน
ในพืชตระกูลส้มจะเป็น Phytophthora parasitica ซึ่งทั้งสองตัวเป็นปัญหาที่เกษตรกรหนักใจ
และผมจึงอยากแนะนำให้ใช้เชื้อรา ไตรโคเดอร์มา ซึ่งเป้นเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ซึ่งสามารถควบคุมเชื้อโรคได้หลายชนิด
 ผมจึงคิดว่า ถ้าเราใช้เชื้อจุลินทรีย์ให้ควบคุมกันเองน่าจะดีกว่านะคับ
เนื่องจากไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและก็มนุษย์ด้วยนะคับ
หรือจากจจะใช้ควบคู่กันไประหว่างสมุนไพรแล้วก็เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ก็น่าจะได้นะคับ


tong5555:
ขอบคุณมากสำหรับคำแนำนำนะครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ