หน้า: 1 ... 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 [43] 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 ... 120   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมปลูกปาล์มน้ำมัน  (อ่าน 786490 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pichita
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


« ตอบ #672 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 02:15:40 PM »

เพื่อนสมาชิกทางเพชรบูรณ์ ตอนนี้ที่ศรีเทพโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงประทีปปาล์มรุ่งเรืองกำลังเปิดรับจองพันธุ์ปาล์มมีโกลเด้นเทอเนอร่า,ซีหราด ราคาต้นละ120บาท ผมก็จะไปจองไว้ปลูกปีหน้า
บันทึกการเข้า

job2do
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 267


« ตอบ #673 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 08:58:01 PM »

จุดเริ่มต้นของการเข้าชมรมนี้ครับ สั่งซื้อเมล็ดจาก คุณ ชอ ที่ประกาศขายในเวปแห่งนี้ครับ

สภาพกล้องพัสดุ ก็ OK. ครับ ได้รับของวันนี้ครับ โอนเงินไปวันอาทิตย์ก่อนครับ

แกะกล้องดูครับ

ก้นถุงครับ เห็นเมล็ดปาร์มที่งอกแล้วทุกเมล็ดครับ

ปากถุงครับ ไม่มีเอกสารใดๆๆแนบมาครับ มีแต่เมล็ดปาร์มล้วนๆเลยครับ แต่ก็อดส่งสัยไม่ได้ว่า ตามที่คิดถุงเมล็ดปาล์มน้ำมัน CHEMARA DXP หน้าจะเป็นแบบนี้นะครับ


บอกตรงๆ ผมไม่กล้าแกะถุงของเขาครับ.....กลัวจะปิดกลับไม่ได้  แล้วที่แกะออกมาก็จะเสียหายครับ.....

ราคาขายในบ้านเขาแรงกว่านี้อีกนะครับ....สำหรับพันธุ์นี้.....
และนี้คือคำพูดของคุณ ชอ จากถุงที่ผมได้มันไม่น่าจะแกะยากนะครับhttp://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=44571.0
อย่าลืมแนะนำผมด้วยนะครับท่าน สั่งเมล็ดพร้อมกับท่านนั้นแหละครับและก็โทรไปหาท่านด้วย ของผมไม่น่าจะแกะยากนะ
แบบเดียวกันเลยของผมยิ่งหนักมีรากหักด้วยประมาณสัก 10 กว่าเมล็ดและยังไม่งอกอีก 10 กว่าเมล็ดเหมือนกัน ทำอย่างไรล่ะครับทีเนี้ยของท่านล่ะครับลงมือเพาะยัง
บันทึกการเข้า
วิสัณห์ ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #674 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2012, 09:00:00 AM »




ต้นปาล์มที่สวนครับลงแปลงได้ประมาณ3เดือนครึ่ง..มีอาการผิดปกติใบย้อยไม่คลี่.เลยตัดสินใจเปลี่ยน  มีอยู่ประมาณ 3-4 ต้น ไม่ทราบว่าผมตัดสินใจถูกหรือป่าวครับ..


Liked By: pichita, golf2322
บันทึกการเข้า
rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #675 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2012, 12:24:27 PM »

ในรูปต้นปาล์มเห็นเงาไม่แน่ใจว่าเป็นต้นไม้ใหย่หรือเปล่าครับ  กลัวว่าจะถูกบังแสงทำให้พัฒนาการช้ากว่าต้นอื่นๆก็อาจจะเป็นได้นะครับ รอท่านอื่นๆเสริมต่อครับ
บันทึกการเข้า
pisan2522
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #676 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2012, 09:19:53 PM »

อยากรบกวนพี่ๆเพื่อขอความรู้นะครับ...พอดีผมมีที่ดินประมาณ 10 ไร่เป็นดินร่วนปนดินเหนียว(น่าจะเรียกว่าดินนาจะได้มั่งครับ)แถวอ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ในหน้าฝนระดับน้ำใต้ดินประมาณ 2 เมตร ในหน้าแล้งประมาณ 6 เมตรนะครับ เลยอยากขอความรู้ว่าที่ดินผมสามารถปลูกได้ไหม แล้วถ้าจะปลูกควรเป็นลูกผสมพันธ์ไหนครับ ... สนใจจริงๆครับรบกวนพี่ๆในชมรมหน่อยนะครับ


Liked By: golf2322
บันทึกการเข้า
esan-palm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #677 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2012, 11:15:50 AM »

อยากรบกวนพี่ๆเพื่อขอความรู้นะครับ...พอดีผมมีที่ดินประมาณ 10 ไร่เป็นดินร่วนปนดินเหนียว(น่าจะเรียกว่าดินนาจะได้มั่งครับ)แถวอ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ในหน้าฝนระดับน้ำใต้ดินประมาณ 2 เมตร ในหน้าแล้งประมาณ 6 เมตรนะครับ เลยอยากขอความรู้ว่าที่ดินผมสามารถปลูกได้ไหม แล้วถ้าจะปลูกควรเป็นลูกผสมพันธ์ไหนครับ ... สนใจจริงๆครับรบกวนพี่ๆในชมรมหน่อยนะครับ
  ขอแนะนำนะครับ
1.ลักษณะดิน เหมาะสมกับการปลูกปาล์มน้ำมันครับ เพราะดินร่วนปนดินเหนียวเป็นดินที่ปาล์มน้ำมันชอบครับ
2.น้ำ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยทั่วไปสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นแนวเขาเยอะ หน้าฝนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำแน่นอน แต่หน้าแล้งถ้าพื้นที่อยู่ที่ราบหุบเขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงเหมือนกัน เพราะอากาศเย็นจะมีหมอกในตอนเช้า เท่ากับเป็นการให้น้ำทุกเช้าเลยครับ แต่ถ้าไม่ใกล้ภูเขา  ความชื้นในอากาศน้อย  ต้องหาแหล่งน้ำให้เค้าเพิ่มครับ จะได้มีผลผลิตตลอดปี
3.พันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสม พันเทเนร่าก็ดีครับ ทนแล้ง เหมาะสมกับภาคอีสานครับ  ปลูก 22 ต้น/ไร่ หรือคอมแพ็คก็ได้ครับ ผลผลิต/ไร่ อาจจะมากกว่านิดหน่อย(เพราะปลูกต่อไร่มากกว่า 25-28 ต้น/ ไร่) แต่มีข้อเสียคือราคาต้นกล้าแพงครับ ปลูกจำนวนต้น/ไร่มากกว่า  ต้นทุนจะสูงกว่าครับ(ทั้งราคาต้นกล้า และราคาปุ๋ยที่ใส่แต่ละรอบ) แถมทนแล้งได้น้อยกว่าเทเนร่าครับ ...แต่พันธุ์ไหนก็ดีครับ ขอให้มีการรับรองพันธุ์แบบเชื่อถือได้ครับ


Liked By: golf2322
บันทึกการเข้า
pisan2522
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #678 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2012, 07:30:57 PM »

อยากรบกวนพี่ๆเพื่อขอความรู้นะครับ...พอดีผมมีที่ดินประมาณ 10 ไร่เป็นดินร่วนปนดินเหนียว(น่าจะเรียกว่าดินนาจะได้มั่งครับ)แถวอ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ในหน้าฝนระดับน้ำใต้ดินประมาณ 2 เมตร ในหน้าแล้งประมาณ 6 เมตรนะครับ เลยอยากขอความรู้ว่าที่ดินผมสามารถปลูกได้ไหม แล้วถ้าจะปลูกควรเป็นลูกผสมพันธ์ไหนครับ ... สนใจจริงๆครับรบกวนพี่ๆในชมรมหน่อยนะครับ
  ขอแนะนำนะครับ
1.ลักษณะดิน เหมาะสมกับการปลูกปาล์มน้ำมันครับ เพราะดินร่วนปนดินเหนียวเป็นดินที่ปาล์มน้ำมันชอบครับ
2.น้ำ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ โดยทั่วไปสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นแนวเขาเยอะ หน้าฝนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องน้ำแน่นอน แต่หน้าแล้งถ้าพื้นที่อยู่ที่ราบหุบเขาก็ไม่ต้องเป็นห่วงเหมือนกัน เพราะอากาศเย็นจะมีหมอกในตอนเช้า เท่ากับเป็นการให้น้ำทุกเช้าเลยครับ แต่ถ้าไม่ใกล้ภูเขา  ความชื้นในอากาศน้อย  ต้องหาแหล่งน้ำให้เค้าเพิ่มครับ จะได้มีผลผลิตตลอดปี
3.พันธุ์ปาล์มน้ำมันที่เหมาะสม พันเทเนร่าก็ดีครับ ทนแล้ง เหมาะสมกับภาคอีสานครับ  ปลูก 22 ต้น/ไร่ หรือคอมแพ็คก็ได้ครับ ผลผลิต/ไร่ อาจจะมากกว่านิดหน่อย(เพราะปลูกต่อไร่มากกว่า 25-28 ต้น/ ไร่) แต่มีข้อเสียคือราคาต้นกล้าแพงครับ ปลูกจำนวนต้น/ไร่มากกว่า  ต้นทุนจะสูงกว่าครับ(ทั้งราคาต้นกล้า และราคาปุ๋ยที่ใส่แต่ละรอบ) แถมทนแล้งได้น้อยกว่าเทเนร่าครับ ...แต่พันธุ์ไหนก็ดีครับ ขอให้มีการรับรองพันธุ์แบบเชื่อถือได้ครับ
ขอบคุณมากครับพี่...
บันทึกการเข้า
esan-palm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #679 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2012, 09:24:26 AM »

ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าปาล์มน้ำมันจากมาเลเซียครับ คือ
  1.ถ้าเป็นต้นกล้า ห้ามนำเข้าแน่นอน เพราะกฏหมายมาเลย์ เค้าห้ามส่งออกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน(ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ)
  2.ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ กฏหมายมาเลเค้าห้ามส่งออกด้วยหรือเปล่า  ทำไมบางบริษัทเค้าโฆษณาว่านำเข้าเมล็ดพันธุ์มาจากมาเลย์
มันไม่ผิดกฏหมายหรือครับ
    .....รบกวนท่านผู้รู้ตอบให้ทราบด้วยครับ..ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
pam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 163


« ตอบ #680 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2012, 10:21:10 AM »

ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าปาล์มน้ำมันจากมาเลเซียครับ คือ
  1.ถ้าเป็นต้นกล้า ห้ามนำเข้าแน่นอน เพราะกฏหมายมาเลย์ เค้าห้ามส่งออกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน(ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ)
  2.ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ กฏหมายมาเลเค้าห้ามส่งออกด้วยหรือเปล่า  ทำไมบางบริษัทเค้าโฆษณาว่านำเข้าเมล็ดพันธุ์มาจากมาเลย์
มันไม่ผิดกฏหมายหรือครับ
    .....รบกวนท่านผู้รู้ตอบให้ทราบด้วยครับ..ขอบคุณครับ
กฎหมายห้าม แต่สามารถเคลียร์ได้หากผู้นำเข้ามีสายสัมพันธุ์ที่ดีกับผู้เกี่ยวข้อง พูดมากกว่านี้ บ่ได้
บันทึกการเข้า
esan-palm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #681 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2012, 03:48:49 PM »

ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าปาล์มน้ำมันจากมาเลเซียครับ คือ
  1.ถ้าเป็นต้นกล้า ห้ามนำเข้าแน่นอน เพราะกฏหมายมาเลย์ เค้าห้ามส่งออกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน(ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ)
  2.ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ กฏหมายมาเลเค้าห้ามส่งออกด้วยหรือเปล่า  ทำไมบางบริษัทเค้าโฆษณาว่านำเข้าเมล็ดพันธุ์มาจากมาเลย์
มันไม่ผิดกฏหมายหรือครับ
    .....รบกวนท่านผู้รู้ตอบให้ทราบด้วยครับ..ขอบคุณครับ
กฎหมายห้าม แต่สามารถเคลียร์ได้หากผู้นำเข้ามีสายสัมพันธุ์ที่ดีกับผู้เกี่ยวข้อง พูดมากกว่านี้ บ่ได้
     ผมหมายถึงบริษัทที่จำหน่ายต้นกล้าปาล์มจริงๆนะครับ (ไม่ใช่การลักลอบ) ที่มีแปลงต้นกล้าและถูกรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร
เพราะเห็นโฆษณาขายต้นกล้าปาล์มข้างทาง แถวอีสานเขียนว่า "นำเข้าเมล็ดพันธุ์จากมาเลเซีย และได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร" เค้าเขียนอย่างนี้ ...หลอกลวงกันใช่ไหมครับ???


Liked By: manoon94
บันทึกการเข้า
วิสัณห์ ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #682 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 12:35:49 PM »

 ;)ฝากมาให้อ่านแล้วเตรียมรับมือกับผลผลิตทางการเกษตรหลังเปิด AEC ครับ รูดซิบปาก
การขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศต่างๆ จะทาให้ไทยขยายตลาดออกไปกว้างมากขึ้น โดยตลาดอาเซียน+6 ช่วยให้ไทยเข้าถึงตลาด 16 ประเทศ ที่มีจำนวนประชากรกว่า 3,300 ล้านคน หรือกว่าครึ่งของประชากรโลก (6,900 ล้านคน)

เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดเสรีการค้าของอาเซียน ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดยักษ์เข้ามาทำลายร้านของชำ (โชห่วย) ต้องเลิกกิจการไปเป็นจำนวนหมื่นจำนวนแสนราย จุดมุ่งหมายส่วนหนึ่ง ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ การทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรี ในสาขาวิชาชีพ 8 สาขานั้น แรงงานประเทศที่มีทักษะทางด้านภาษาอังกฤษที่เหนือกว่าคนไทยก็จะได้เปรียบ สามารถเดินทางเข้ามาทางานในประเทศไทยได้อย่างเสรี คนไทยอาจจะมีโอกาสตกงาน

อย่างไรก็ตาม หากไทยไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดี การเปิด AEC อาจจะส่งผลกระทบได้ เช่น
1) ผู้ประกอบการต้องแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น
2) สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะเข้ามาวางจาหน่ายในประเทศมากขึ้น และ
3) ขาดแคลนแรงงานฝีมือเนื่องจากแรงงานเหล่านี้เคลื่อนย้ายไปในประเทศที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า

สินค้าที่กังวลว่าอาจจะได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น
 เศร้า-น้ำมันปาล์มที่ไทยต้องแข่งขันกับมาเลเซีย (มาเลเซียเป็นผู้ผลิตน้ามันปาล์มอันดับหนึ่งของโลก) ลังเล
-เมล็ดกาแฟที่ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม (เวียดนามผลิตมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากบราซิล)
-มะพร้าวที่ไทยต้องแข่งขันกับอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ (อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตมะพร้าวอันดับหนึ่งของโลก รองมาคือ ฟิลิปปินส์) และ
- ชาที่ไทยต้องเตรียมแข่งขันกับอินโดนีเซีย(อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตอันดับสี่ของโลก รองจากอินเดีย จีนและศรีลังกา ตามลำดับ)
ส่วนการเปิดเสรีการค้าบริการ ซึ่งธุรกิจบริการไทยมีความเข้มแข็ง เช่นการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ ผู้ประกอบการไทยสามารถรุกออกไปให้บริการในตลาดอาเซียนและขยายการให้บริการภายในประเทศแต่ธุรกิจบริการที่ไทยน่าจะได้รับผลกระทบจากการเข้ามาให้บริการของผู้ให้บริการอาเซียนและต้องแข่งขันสูงในอาเซียน ได้แก่ โลจิสติกส์และสถาปนิก ซึ่งไทยต้องแข่งขันกับสิงคโปร์ที่มีความพร้อมด้านเงินทุนและเทคโนโลยีสูงกว่า





Liked By: manoon94
บันทึกการเข้า
วิสัณห์ ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #683 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 12:57:10 PM »

อ่านดูแล้วผมแทบขาดใจ...
ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม
ปาล์มน้ำมันถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของเกษตรกรของไทย โดยเฉพาะทางภาคใต้ รวมถึง ยังส่งผลให้ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านความมั่นคงทางด้านอาหารประเภทน้ำมัน โดยน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ของไทยถือได้ว่ามีมาตรฐานการผลิตที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก เนื่องจากเป็นน้ำมันที่มีลักษณะใส ไม่มีตะกอน และไม่เป็นไข

สำหรับพันธกรณีการเปิดตลาดสินค้าน้ำมันปาล์มตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ส่งผลให้ประเทศไทยต้องปรับลดอัตราภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์เหลือเพียงร้อยละ
5% ในปี 2556 จากอัตราภาษีภายใต้ข้อผูกพันสินค้าเกษตรขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเดิมภาษีนำเข้าในโควตากำหนดอยู่ที่ร้อยละ 20 หากเป็นภาษีนอกโควตากำหนดอัตราไว้ที่ร้อยละ 143% อย่างไรก็ตาม ในปี 2548 ได้มีการยกเลิกมาตรการโควตาภาษี แต่หันมาใช้มาตรการที่มิใช่ภาษี หรือ NTBs แทนด้วยการกำหนดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ในฐานะหน่วยงานของรัฐเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มในอัตราภาษีร้อยละ 0 ได้เพียงหน่วยงานเดียว

ส่วนการปรับลดภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มภายใต้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2553 ที่ต้องปรับลดภาษีลงเหลือ 0% ประเทศไทยยังคงสงวนการนำเข้าภายใต้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เหมือนกับการนำเข้าภายใต้ AFTA ในทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มดิบ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลโดย อคส.ได้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากประเทศมาเลเซียเข้ามาเป็นระยะๆ

ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนปาล์มอย่างชัดเจน เนื่องจากน้ำมันปาล์มดิบจากประเทศเพื่อนบ้านมีราคาถูกกว่าน้ำมันปาล์มดิบไทย อาจจะมีเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดราคาประกันผลปาล์มทะลายให้กับเกษตรกรภายในประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตน้ำมันปาล์มดิบของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบไทยสูงกว่าน้ำมันปาล์มดิบจากมาเลเซีย

ประกอบกับการทำสวนปาล์มในประเทศไทยเป็นระบบสวนขนาดเล็ก พันธุ์ปาล์มน้ำมันมีการพัฒนาน้อยกว่าพันธุ์ปาล์มของมาเลเซีย ต้นทุนการผลิตของประเทศไทยจึงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น
การปรับลดภาษีนำเข้าน้ำมันปาล์มจึงส่งผลกระทบการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ทั้งอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ และผู้บริโภคในประเทศ ในแง่ที่ว่า จะต้องเผชิญกับสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ มีราคาแพงเป็นระยะๆ เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายไม่ยอมให้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ปรับขึ้นราคาตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้โอกาสที่ประเทศไทยจะพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันให้แข่งขันกับมาเลเซียและอินโดนีเซียคงทำได้ยากขึ้น เนื่องจากเกษตรกรของไทยเป็นเกษตรกรรายย่อย ขาดการบริหารจัดการและนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ทั้งสองประเทศดังกล่าวมีการทำสวนปาล์มแปลงขนาดใหญ่ผ่านการบริหารจัดการสวนที่ดี และอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มยังไม่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาลด้วย จึงกล่าวได้ว่า
น้ำมันปาล์มของไทยเป็นสินค้าที่อยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง หากมีการปรับลดภาษีเป็นร้อยละ 0 และเปิดให้มีการนำเข้าได้โดยเสรี



Liked By: chinfak
บันทึกการเข้า
rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #684 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 01:58:18 PM »

ชาวสวนรายเล็กก็กังวลอยู่ครับแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ถ้าน้ำมันมาเลเซียถูกกว่าจริงทำไมรัฐถึงต้องมีมาตราการเก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์ม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าขึ้นภาษีไปแล้วยังมีส่งออกหรือเปล่า ถ้ามีแสดงว่าคุณภาพน้ำมันบ้านเราดีกว่าใช่ไหม เพราะขนาด+ภาษีแล้วยังขายได้ หรือผู้ส่งออกขายขาดทุน หรือปาล์มน้ำมันมีหลายเกรด ที่ส่งออกไปได้เป็นน้ำมันเม็ดในหรือเปล่า

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรายงาน
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
          ราคาผลปาล์มทะลาย สัปดาห์นี้เฉลี่ย กก.ละ 4.72 บาท ลดลงจาก กก.ละ 5.19 บาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 9.06

ราคาขายส่งนำมันปาล์มดิบในตลาดกรุงเทพฯ 27/8/55

สัปดาห์นี้เฉลี่ย กก.ละ 30.38 บาท ลดลงจาก กก.ละ 31.00  บาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 2.00
ราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 29.99บาท/ลิตร(ลิตรกับกก.น่าจะเท่ากันนะ)โดยได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันลิตรละ 60 สตางค์เมื่อวันที่ 18 ส.ค.55 เท่ากับว่าดีเซลจะต้องลิตรละ 30.59 บาท ไม่รู้ว่าขั้นตอนการเอาน้ำมันปาล์มดิบมาใส่ดีเซลมีต้นทุนอะไรหรือเปล่า  ถ้ามีหรือมีไม่มากน่าจะทำให้ราคาปาล์มทะลายไม่ต่ำลงไปกว่านี้ เพราะราคาปาล์มทะลายเอามาทำเป็นนำมันปาล์มดิบราคายังถูกกว่าน้ำมันดีเซล ก็น่าจะเอาน้ำมันปาล์มดิบมาใส่ดีเซลให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้ราคาปาล์มทะลายลด  แต่ถ้าไม่เอามาใส่ดีเซลแล้วบอกว่ากลัวน้ำมัปาล์มบริโภคไม่พอ กลไกมันก็สวนทางกันยังไงไม่รู้ ร้องไห้

 

บันทึกการเข้า
rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #685 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 05:48:52 PM »

เพ่งเห็นเว็บของบ.อาร์แอนด์ดี เลยเอามาฝากครับเผื่อคนที่ยังไม่ทราบ


บันทึกการเข้า
thep_343@hotmail.com
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #686 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 07:11:42 AM »

ขอบคุณครับบ้านผมอยู่เซกาพอดีเลย กำลังจะปลูกปาล์มต้นฝนหน้าครับ ไม่ทราบว่าว่าใครปลูกปาล์มที่บึงกาฬบ้างครับอยากขอคำแนะนำ
บันทึกการเข้า
วิสัณห์ ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 171


« ตอบ #687 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 12:42:50 PM »

 ;)ฝากมาเป็นข้อมูลครับ... ร้องไห้ ร้องไห้ เป็นกำลังใจให้นะครับ..
ปาล์มไทยไร้อนาคต ต้นทุนแพง-น้ำมันต่ำ-หมดทางแข่งในอาเซียน
ม.หอการค้าไทย เปิดผลวิจัยอนาคตปาล์มน้ำมันของไทยระบุไร้ศักยภาพในการแข่งขันทั้งตลาดอาเซียนและตลาดโลก เนื่องจากต้นทุนสูง และให้น้ำมันต่ำกว่า ห่วงอนาคตนำเข้าเพิ่มกระทบเกษตรกรไทย ย้ำรัฐต้องเร่งแก้ไขการปลูกปาล์มทั้งระบบ โดยเฉพาะการลดต้นทุน

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย กล่าวถึงผลการวิเคราะห์ เรื่อง ปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม สู้หรือเลิกในตลาดอาเซียน ว่าขณะนี้น้ำมันปาล์มของไทยไม่มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในตลาดโลกและตลาดอาเซียน เนื่องจากน้ำมันปาล์ม ไทยมีคุณภาพต่ำ เปอร์เซ็นต์สกัดน้ำมันต่ำเพียง 15-17% ในขณะที่มาเลเซีย สกัดน้ำมันได้ 20.45% และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 23% ในปี 2563 ทำให้ต้นทุนการผลิตของไทย สูงกว่ามาเลเซียถึง 4 เท่า

ทั้งนี้ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข ในอนาคต เมื่อไทยมีการเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คาดว่าไทยจะต้องมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากราคาของน้ำมันปาล์มใน มาเลเซีย และอินโดนีเซียถูกกว่า และคาดว่า จะมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบ ประมาณ 90,000 ตันในปี 2559 ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรไทย

เพื่อเป็นการดูแลเกษตรกรปาล์มน้ำมัน รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ โดยตั้งสถาบันนโยบายและพัฒนาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งชาติ หรือ สปน. ในรูปแบบองค์กรมหาชน ที่ปลอดจากการเมือง แทนคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ หรือ กนป. โดยต้องมีตัวแทน ทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ภาคพลังงานทดแทนและนักวิชาการเข้าร่วม นอกจากนี้ยังจะต้องพัฒนาสายพันธุ์ปาล์มให้มีคุณภาพดีเช่นเดียวกับมาเลเซียเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตให้ถูกลง

นายอัทธ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันไทยมีสต๊อกน้ำมันปาล์มอยู่ที่ 3.5 แสนตัน ซึ่งยังเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ และนอกจากนี้ยังพบว่าปัญหาของการพัฒนาปาล์มน้ำมันในไทย ส่วนหนึ่งคือเกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรอง เนื่องจากเป็นเกษตรกรรายย่อย การขยายพื้นที่ปลูกไม่เหมาะสม โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ที่มีน้ำน้อยทำให้ผลผลิตต่ำต้นทุนสูง ซึ่งปัจจุบันไทยมีต้นทุนไร่ละ 9,895 บาท แต่มาเลเซียมีต้นทุนผลิตเพียงไร่ละ 2,560 บาท

"ไทยคงจะเน้นการส่งออกน้ำมันปาล์มคงไม่ได้ เพราะต้นทุนสูงแต่ที่ต้องเร่งบริหารจัดการคือ การลดต้นทุน พัฒนาพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรที่ปลูกปาล์มอยู่แล้ว กว่า 3 ล้านไร่ สามารถที่จะแข่งขันได้ และไม่เสียหายจากน้ำมันปาล์มนำเข้า เพราะอนาคตจะต้องมีการนำเข้าจากอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป และพลังงานทดแทนแน่นอน เพราะราคาที่ถูกกว่า และไม่ควรเพิ่มพื้นที่ปลูกปาล์มอีกแล้ว"นายอัทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสินค้าที่น่าเป็นห่วงหลังการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคือ ข้าว กาแฟ และปาล์มน้ำมัน ที่จะต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต อย่างเร่งด่วน ส่วนยางพารา และมันสำปะหลัง สามารถแข่งขันได้


Liked By: manoon94, JJJJ, pichita
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2012, 12:54:58 PM โดย วิสัณห์ ม » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 [43] 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 ... 120   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: