หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 120   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมปลูกปาล์มน้ำมัน  (อ่าน 786745 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 11 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #816 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 02:49:38 PM »

ความเห็เพิ่มเติมเพราะมีผู้ตอบแล้วเรื่องพันธุ์ส่วนมากมาจากการอ่านและเป็นความเห็นส่วนตัว เนื่องจากกาฬสินธุ์ค่อนข้างแล้ง บางที่มีดินเค็ม เลยแนะนำเป็นพันธุ์ทนแล้งที่มีเชื้อลาแมน่าจะดี คือสุราษฐ2 ,ซีหราด,เดลี่กาน่า ,ซีพีไอ

พันธุ์ใหม่ที่จะออกใหม่ต้นปีหน้า(เพิ่งอ่านมา)
ตระกูลซีหราด พันธุ์ ดีแอลเอ็มแอดวานซ์ ลูกผสมเดลี่ดูราxลาแม
ตระกูลซีพีไอ พันธุ์ซีพีไอใหม่ ต้นเตี้ยสูงปีละ30ซม.ทนแล้ง 90 วัน
ตระกูลยูนิวานิช ออกพันธุ์ใหม่ ชื่อยูนิวานิชเหมือนเดิม รายละเอียดยังไม่ทราบ
ตระกูลคอมแพ็ค ปีหน้าจะเน้นไปที่คอมแพ็คกาน่า
ตระกูลซีพี ก็จะมีซีพีเทอเนอร่าตัวใหม่

แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเปิดให้จองเลยคาดว่าจะปลายๆปีถึงต้นปีหน้าและรับต้นหลังกุมภาพันธ์-มีนาคมไปแล้ว
ก็เลยต้องรอต่อไป


Liked By: manoon94, JJJJ, pichita, samchoo
บันทึกการเข้า

rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #817 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 02:52:33 PM »

ปุ๋ยหมักจากทางปาล์มที่ใช้ "ราขาว" เป็นตัวเร่งการหมัก
 
       มจธ.-นักศึกษาจุลชีววิทยา บางมด ใช้ “ราขาว” ผลิต “ตัวเร่งปุ๋ยหมัก” จากทางปาล์ม ที่ปกติมีคุณสมบัติไม่เหมาะแก่การผลิตปุ๋ยหมัก และยังร่นเวลาหมักปุ๋ยลงได้ว่า 20 วัน ช่วยเกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการจำกัดขยะทางเกษตร และได้ปุ๋ยที่มีสารอาหารตามมาตรฐาน
       
       ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ลดลง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่หันมาพึ่ง “ปุ๋ย” ซึ่งมีให้เลือกหลายประเภท แม้พืชเจริญเติบโตดี แต่อาจมีสารพิษตกค้าง ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพลง นายณัฐกริช ลิ้มจันทร์ทอง และ น.ส.รัชกร จันทร์ไข่ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ตัดสินใจเลือกทำปุ๋ยหมักชีวภาพแบบเร่งจากทางปาล์มน้ำมัน
       
       ณัฐกริช ให้เหตุผลที่เลือกทางปาล์มน้ำมันมาผลิตปุ๋ยหมักว่า ไทยทำสวนปาล์มอย่างแพร่หลาย และการเก็บเกี่ยวผลปาล์มหนึ่งครั้งต้องตัด “ทางปาล์ม” ทิ้งจำนวนมาก และเกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนย้ายไปทิ้งที่อื่น จึงเลือกทางปาล์มน้ำมันมาผลิตปุ๋ยหมัก ซี่งพวกเขาสามารถลดเวลาในการหมักปุ๋ยจาก 60 วัน เหลือเพียง 35 วัน โดยได้สารอาหารไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) ตามมาตรฐาน
       
       อย่างไรก็ดี รัชกรกล่าวว่าในความเป็นจริงทางปาล์มนั้นไม่เหมาะต่อการทำปุ๋ยหมัก เพราะย่อยสลายยาก เนื่องจากมีส่วนประกอบของลิกนิน เซลลูโลส และเฮมิเซลลูโลส พวกเขาจึงประยุกต์วิธีหมักปุ๋ยโดยใช้ ราขาว (White rot fungi) เพราะสามารถย่อยสลายส่วนประกอบทั้ง 3 ของทางปาล์มน้ำมันได้ ช่วยให้การผลิตปุ๋ยเร็วขึ้น
       
       ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยหมักนั้น เริ่มจากการนำทางปาล์มน้ำมันมาบด แล้วนำไปหมักกับราขาวที่เพาะเลี้ยงบนเมล็ดข้าวฟ่าง จากนั้นนำไปหมักร่วมกับ “หัวเชื้อ พด.1” ของกรมพัฒนาที่ดิน สามารถลดระยะเวลาในการหมักเหลือเพียง 35 วัน และได้ปุ๋ยหมักที่มีธาตุอาหารครบตามมาตรฐาน โดยปุ๋ยหมักที่ได้มีลักษณะคล้ายดินและใช้ได้เหมือนกับปุ๋ยทั่วไป
       
       ณัฐกริชกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้นำเมล็ดผักกาดขาวไปเลี้ยงในสารละลายที่สกัดจากปุ๋ยหมักทางปาล์มน้ำมันที่ผลิตได้ เพื่อทดสอบความเป็นพิษต่อพืช ซึ่งนอกจากจะพบว่าปุ๋ยทางปาล์มไม่มีความเป็นพิษต่อพืชแล้ว ยังช่วยให้อัตราการเจริญของพืชดีขึ้นอีกด้วย โดยสังเกตและคำนวณจากอัตราการงอกของรากเมล็ดผักกาดขาว ที่นำมาทดสอบพบว่า มีอัตราการงอกของรากสูงเกิน 100 % ซึ่งปุ๋ยที่ดีจะมีมาตรฐานการงอกของรากพืชอยู่ที่ 80 %
       
       “ปุ๋ยหมักจากทางปาล์มนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร เนื่องจากมีการนำราขาวมาประยุกต์ใช้ สามารถช่วยลดระยะเวลาในการหมัก ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนย้ายทางปาล์มไปทิ้ง และผลดีที่สุดสำหรับเกษตรกรที่นำไปใช้คือช่วยบำรุงดิน ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น และไม่มีอันตรายจากสารพิษตกค้าง” ณัฐกริช กล่าว
       
       รัชกร เสริมว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งผลงานผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพนี้ เข้าประกวดในการแข่งขันนวัตกรรมและการวิจัยสิ่งใหม่ (Novel Research and Innovation Competition 2012 (NRIC 2012) ภายใต้โครงการงานวิจัยและนวัตกรรมระดับโลกเพื่อความยั่งยืนของอนาคต (World Class Research and Innovation for Tomorrow’s Sustainability) ที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย และคว้ารางวัลรองชนะเลิศ (เหรียญเงิน) ในสาขาวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (Life Science) มาได้ และหวังว่าเกษตรกรจะได้ใช้ประโยชน์จากโครงการนี้


http://mgr.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9550000120811


Liked By: manoon94, JJJJ, pichita, chalermm
บันทึกการเข้า
mermai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 172


« ตอบ #818 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 03:30:01 PM »

ความเห็เพิ่มเติมเพราะมีผู้ตอบแล้วเรื่องพันธุ์ส่วนมากมาจากการอ่านและเป็นความเห็นส่วนตัว เนื่องจากกาฬสินธุ์ค่อนข้างแล้ง บางที่มีดินเค็ม เลยแนะนำเป็นพันธุ์ทนแล้งที่มีเชื้อลาแมน่าจะดี คือสุราษฐ2 ,ซีหราด,เดลี่กาน่า ,ซีพีไอ

พันธุ์ใหม่ที่จะออกใหม่ต้นปีหน้า(เพิ่งอ่านมา)
ตระกูลซีหราด พันธุ์ ดีแอลเอ็มแอดวานซ์ ลูกผสมเดลี่ดูราxลาแม
ตระกูลซีพีไอ พันธุ์ซีพีไอใหม่ ต้นเตี้ยสูงปีละ30ซม.ทนแล้ง 90 วัน
ตระกูลยูนิวานิช ออกพันธุ์ใหม่ ชื่อยูนิวานิชเหมือนเดิม รายละเอียดยังไม่ทราบ
ตระกูลคอมแพ็ค ปีหน้าจะเน้นไปที่คอมแพ็คกาน่า
ตระกูลซีพี ก็จะมีซีพีเทอเนอร่าตัวใหม่

แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเปิดให้จองเลยคาดว่าจะปลายๆปีถึงต้นปีหน้าและรับต้นหลังกุมภาพันธ์-มีนาคมไปแล้ว
ก็เลยต้องรอต่อไป

ขอบคุณมากครับพันธุเทอเนอร่เของชีพีอายุ8เดือน150แพงไหมครับระหว่างสั่งเมล็ดพันธุ์จากในเวปนี้มาชำเองอย่างคุ้มและน่าลงทุนมากกว่ากัน ขอบคุณอีกครั้งครับ

บันทึกการเข้า
thep_343@hotmail.com
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #819 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 04:29:56 PM »

ผมเคยโทรไปถามจากแหล่งที่เพราะพันธ์ซีพี ถ้าซื้อเเยะเค้าจะคิดต้นละ120 ครับ แล้วหนึ่งร้อยต้น แถม 5 ต้น ลองค้นในเว็ปครับพอดีผมได้พันธ์ของ ซี ที พันปาล์มแล้ว


Liked By: pichita
บันทึกการเข้า
vongsiri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #820 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 07:55:51 PM »

ใครพอจะทราบบ้างว่าพันธุ์ยูนิวานิชกับคอมแพคท์ข้อดี-ข้อเสียเป้นอย่างไร  ที่ดินที่ต้องการปลูกน้ำท่วมบางปี  ที่ลาดจากสูงลงสู่ที่ต่ำมุมประมาณไม่เกิน  15 องศา  ความยาวพื้นที่ประมาณ360 เมตรกว้าง120 เมตร  ที่ยาวตามทิศเหนือใต้  มีหนองน้ำใกล้(น้ำไม่น่าจะขาด)  เพื่มเติม  ใครพอจะทราบสุราษฎร์  7  ดี-ไม่ดีอย่างไร  ขอคำตอบจากกูรู  ขอบคุณคับ
บันทึกการเข้า
manoon94
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 518


« ตอบ #821 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2012, 10:20:28 PM »

ใครพอจะทราบบ้างว่าพันธุ์ยูนิวานิชกับคอมแพคท์ข้อดี-ข้อเสียเป้นอย่างไร  ที่ดินที่ต้องการปลูกน้ำท่วมบางปี  ที่ลาดจากสูงลงสู่ที่ต่ำมุมประมาณไม่เกิน  15 องศา  ความยาวพื้นที่ประมาณ360 เมตรกว้าง120 เมตร  ที่ยาวตามทิศเหนือใต้  มีหนองน้ำใกล้(น้ำไม่น่าจะขาด)  เพื่มเติม  ใครพอจะทราบสุราษฎร์  7  ดี-ไม่ดีอย่างไร  ขอคำตอบจากกูรู  ขอบคุณคับ
ตอบแบบ ไม่ใช่กูรู You pay what you get ?    หรือไม่ก็ลองไปเที่ยวสวนปาล์มที่เขาปลูกกัน แล้วก็เอาข้อมูลมาตัดสินใจเอานะครับ ข้อดีข้อเสีย ไม่ขอตอบ ต่างพื้นที่ ต่างคนดูแล ต่างผลผลิต ต่างกรรมต่างวาระ ลองเอาผลวิจัยไปอ่านดู  http://librae.mju.ac.th/office/librae/boxer/14755.pdf
บันทึกการเข้า
pichita
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


« ตอบ #822 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 01:01:27 PM »

ขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลหน่อยครับ........ ผมกำลังจะปลูกปาล์มที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครับ แต่ยังไม่ทราบว่าจะส่งโรงงานที่ไหนที่ใกล้ๆกับพื้นที่เพาะปลูก เลยอยากขอความกรุณาจากท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ที่อำเภอศรีเทพมีจุดรับซื้อไปส่งโรงงานอีกทีหนึ่งครับ มีพันธุ์ปาล์มจำหน่ายด้วย มีโกลเด้นเทอเนอร่าและซีหราดตอนนี้กำลังเปิดจองกล้าพันธุ์อยู่ ถ้ามาจากเพชรบูรณ์จะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ มีป้ายบอกชื่อแสงประทีปพันธุ์ปาล์ม ก่อนถึงตัวอำเภอศรีเทพประมาณ7กม.ครับ แถวพุเตย ศรีเทพกำลังให้ผลผลิตตัดขายกันแล้วครับ
บันทึกการเข้า
esan-palm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #823 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 01:54:40 PM »

ใครพอจะทราบบ้างว่าพันธุ์ยูนิวานิชกับคอมแพคท์ข้อดี-ข้อเสียเป้นอย่างไร  ที่ดินที่ต้องการปลูกน้ำท่วมบางปี  ที่ลาดจากสูงลงสู่ที่ต่ำมุมประมาณไม่เกิน  15 องศา  ความยาวพื้นที่ประมาณ360 เมตรกว้าง120 เมตร  ที่ยาวตามทิศเหนือใต้  มีหนองน้ำใกล้(น้ำไม่น่าจะขาด)  เพื่มเติม  ใครพอจะทราบสุราษฎร์  7  ดี-ไม่ดีอย่างไร  ขอคำตอบจากกูรู  ขอบคุณคับ
ตอบแบบ ไม่ใช่กูรู You pay what you get ?    หรือไม่ก็ลองไปเที่ยวสวนปาล์มที่เขาปลูกกัน แล้วก็เอาข้อมูลมาตัดสินใจเอานะครับ ข้อดีข้อเสีย ไม่ขอตอบ ต่างพื้นที่ ต่างคนดูแล ต่างผลผลิต ต่างกรรมต่างวาระ ลองเอาผลวิจัยไปอ่านดู  http://librae.mju.ac.th/office/librae/boxer/14755.pdf

  ...เห็นด้วยกับคุณ manoon94 ครับ  ยังไงๆซะ เค้าก็ปาล์มเหมือนกัน เอาข้อแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วกันครับ(พอสังเขป)
        1.ราคา  คอมแพ็ค แพงกว่ายูนิวานิช
        2.จำนวนต้น/ไร่ คอมแพ็คใช้จำนวนต้นมากกว่า ยูนิวานิช
        3.ผลผลิต/ไร่  คอมแพ็คได้มากกว่า (เพราะจำนวนต้นที่มากกว่า)
       4.จำนวนทะลาย/ปี  คอมแพ็คมากกว่า  แต่ นน./ทะลายน้อยกว่า ยูนิวานิช
  ...สุราษ 7 ดีครับ เพราะอย่างน้อยคือ 1.รับรองโดยกรมวิชาการเกษตรของไทย 2.ราคาถูก   ส่วนเรื่องผลผลิต ยังไม่รู้จริง เพราะเกษตรกรปลูก กับศูนย์วิจัยปลูก มันต่างกันครับ (ต่างพื้นที่ ต่างคนดูแล ต่างผลผลิต ต่างกรรมต่างวาระ ... ลอกคุณ manoon94 มา อิๆ)
      ข้อเสีย คือ จองนาน ข้ามปี...แถมไม่รู้เมื่อไหร่จะได้(เพราะแต่ละปี เค้ามีโควต้าจำกัดครับ ว่าเพาะกี่แสนเมล็ด  ถ้าหมดก็ต้องรอปีถัดไปครับ)
       


Liked By: manoon94
บันทึกการเข้า
Palm Phetchabun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #824 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 04:03:23 PM »

ขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลหน่อยครับ........ ผมกำลังจะปลูกปาล์มที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครับ แต่ยังไม่ทราบว่าจะส่งโรงงานที่ไหนที่ใกล้ๆกับพื้นที่เพาะปลูก เลยอยากขอความกรุณาจากท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ที่อำเภอศรีเทพมีจุดรับซื้อไปส่งโรงงานอีกทีหนึ่งครับ มีพันธุ์ปาล์มจำหน่ายด้วย มีโกลเด้นเทอเนอร่าและซีหราดตอนนี้กำลังเปิดจองกล้าพันธุ์อยู่ ถ้ามาจากเพชรบูรณ์จะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ มีป้ายบอกชื่อแสงประทีปพันธุ์ปาล์ม ก่อนถึงตัวอำเภอศรีเทพประมาณ7กม.ครับ แถวพุเตย ศรีเทพกำลังให้ผลผลิตตัดขายกันแล้วครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล ผมใด้ทดลองปลูก ซีหราด ใว้ไม่กี่ต้นเมื่อปีที่แล้ว ลองไม่ให้น้ำ ก็เห็นมันยังโตดีอยู่ก็เลย จะปลูกจริงๆ สัก 20 ไร่ก่อน ขอบคุณอีกครั้งครับ


Liked By: samchoo
บันทึกการเข้า
treererk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #825 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 05:34:45 PM »

ขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลหน่อยครับ........ ผมกำลังจะปลูกปาล์มที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครับ แต่ยังไม่ทราบว่าจะส่งโรงงานที่ไหนที่ใกล้ๆกับพื้นที่เพาะปลูก เลยอยากขอความกรุณาจากท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ที่อำเภอศรีเทพมีจุดรับซื้อไปส่งโรงงานอีกทีหนึ่งครับ มีพันธุ์ปาล์มจำหน่ายด้วย มีโกลเด้นเทอเนอร่าและซีหราดตอนนี้กำลังเปิดจองกล้าพันธุ์อยู่ ถ้ามาจากเพชรบูรณ์จะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ มีป้ายบอกชื่อแสงประทีปพันธุ์ปาล์ม ก่อนถึงตัวอำเภอศรีเทพประมาณ7กม.ครับ แถวพุเตย ศรีเทพกำลังให้ผลผลิตตัดขายกันแล้วครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล ผมใด้ทดลองปลูก ซีหราด ใว้ไม่กี่ต้นเมื่อปีที่แล้ว ลองไม่ให้น้ำ ก็เห็นมันยังโตดีอยู่ก็เลย จะปลูกจริงๆ สัก 20 ไร่ก่อน ขอบคุณอีกครั้งครับ

แนะนำว่าถ้าไม่ลำบากให้น้ำได้ให้ไปเลยคับ  ปาล์มนั้นทนแล้งได้ก็จริง เรื่องโตไม่ต้องห่วงคับโตแน่นอน แต่ถ้าต้องการผลผลิต น้ำ/ความชื้นมีผลมากคับ  งานวิจัยของสถาบันเฟลด้ามาเลเซีย ระบุชัดปาล์มใหญ่ใช้น้ำ 200-400 ลิตร ต่อต้นต่อวันคับ พิมพ์ไม่ผิดแน่นอนคับ 200-400 ลิตรต่อต้นต่อวันคับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 04, 2012, 05:36:25 PM โดย treererk » บันทึกการเข้า
manoon94
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 518


« ตอบ #826 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 06:44:23 PM »

   เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสลงไปดูสวนปาล์มของผมเองที่ประจวบฯ  ประจวบฯ เขต อ. เมืองค่อนข้างแล้งมากๆ ปีที่แล้วจัดว่าติดอันดับของประเทศครับ  เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย  แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้  ส่วนผู้รู้ผมขอแย่ง Seen คงไม่ว่ากัน  วันนี้มีเรื่องจะนำเสนอ



เจ้าท่อ pvc ในภาพ เห็นคมมาเที่ยวที่สวนชอบถามว่าเอาใว้ทำอะไร  ผมเอาใว้ใช้ในการแทงจั่น สำหรับต้นปาล์มที่ยังไม่ต้องการไว้ลูก  ขนาดที่ใช้ก็ ใช้ท่อ pvc ขนาด 1 นิ้ว เอาอย่างหนานะครับ  ความยาวก็ แล้วแต่ 1.5 - 2.00 ม.  ปลายด้านหนึ่งตัดเป็นปากฉลามดังรูป



ส่วนวิธีการคงไม่ต้องอธิบายดูรูปน่าจะเข้าใจ แต่อย่าปล่อยให้จั่นมันแก่เกินไป  มันจะเหนียวแทงออกยาก  และออกแรงเยอะ



รอบนี้ต้นนี้แทงใด้ 4 จั่น ตอนนี้ปาล์มอายุได้  1 ปีกับอีก  3  เดือน  อยากจะบอกว่าเวลาแทง  พยายามแทงให้หลุดออกจากต้นเลย  คนงานผมแทงทิ้งไว้คาต้น  มันก่อไห้เกิดมดและแมลง 

 


ส่วนปาล์มสองต้นนี้มีความแตกต่าง  ต้นซ้ายเป็นพันธุ์ อุติเป็นต้นแรกและต้นเดียวเพราะแม่ผมเป็นคนปลูกในวันพืชมงคลปีที่แล้วเพื่อความเป็นศิริมงคล  ต้นขวาเป็นพันธุ์คอมแพค  มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดปลูกอีกวันถัดมา  และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน
สำหรับท่านใดมีอะไรจะเสนอแนะ ขอนอมรับด้วยความยินดีครับ


บันทึกการเข้า
vongsiri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #827 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 06:48:22 PM »

คับถูกต้อง    ขอบคุณทุกๆ คำตอบ  อย่างน้อยที่นี่ก็มีเพื่อนคุยบ้าง
บันทึกการเข้า
ballja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 227


« ตอบ #828 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2012, 07:32:55 PM »

สวนผมมีทั้ง คอมแพ็ค และ ยูนิวานิช
แยกชนิดละแปลง
พอจะสรุป จากข้อคิดเห็นของตัวผมเองได้ว่า
ตอน5ปีแรก คอมแพ็ค จะได้ผลผลิต ต่อไร่ ต่อปี มากกว่า ของยูนิวานิช
หลังจากนั้น ปีที่ 6 เป็นต้นมา ยูนิวานิช จะได้ ผลผลิต ต่อไร่ต่อปีมากกว่า คอมแพ็ค
เพราะ ทลายของยูนิวานิช ใหญ่กว่าคอมแพ็คมาก
ปาล์ม คอมแพ็ค 1 ไร่ ต้องทำงาน 28 ต้น
ปาล์ม ยูนิวานิช 1 ไร่ ทำงาน 22 ต้น
ยูนิวานิชทำงานน้อยกว่า ใส่ปุ๋ยน้อยต้นกว่า แต่ได้ผลผลิต เท่ากัน หรือมีแนวโน้มจะได้ผลผลิตมากกว่า คอมแพ็ค ในปีหลังๆครับ
เพื่อนๆตัดสินใจเองครับ
ps.
นี่คือข้อคิดเห็น อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงครับ เพราะว่าแต่ละคนมีวิธีดูแลบำรุงรักษาไม่เหมือนกัน ผลที่ได้อาจไม่เหมือนกันครับ
แต่ของผมเป็นแบบนี้ครับ
บันทึกการเข้า
somnuksaeyee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #829 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2012, 09:10:01 AM »

เห็นพี่ Manoon เเชร์รูป เลยขอเเจมด้วยครับ รูปนี้ถ่ายมา 2 ปี 3 เดือนครับ ตอนที่ยังไม่กลบหัวร่องครับ (หลังตัดญ้าใหม่ๆเลยดูดีหน่อย)



บันทึกการเข้า
samchoo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« ตอบ #830 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2012, 01:02:44 PM »

ขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลหน่อยครับ........ ผมกำลังจะปลูกปาล์มที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ครับ แต่ยังไม่ทราบว่าจะส่งโรงงานที่ไหนที่ใกล้ๆกับพื้นที่เพาะปลูก เลยอยากขอความกรุณาจากท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ที่อำเภอศรีเทพมีจุดรับซื้อไปส่งโรงงานอีกทีหนึ่งครับ มีพันธุ์ปาล์มจำหน่ายด้วย มีโกลเด้นเทอเนอร่าและซีหราดตอนนี้กำลังเปิดจองกล้าพันธุ์อยู่ ถ้ามาจากเพชรบูรณ์จะอยู่ซ้ายมือติดถนนใหญ่ มีป้ายบอกชื่อแสงประทีปพันธุ์ปาล์ม ก่อนถึงตัวอำเภอศรีเทพประมาณ7กม.ครับ แถวพุเตย ศรีเทพกำลังให้ผลผลิตตัดขายกันแล้วครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล ผมใด้ทดลองปลูก ซีหราด ใว้ไม่กี่ต้นเมื่อปีที่แล้ว ลองไม่ให้น้ำ ก็เห็นมันยังโตดีอยู่ก็เลย จะปลูกจริงๆ สัก 20 ไร่ก่อน ขอบคุณอีกครั้งครับ

แนะนำว่าถ้าไม่ลำบากให้น้ำได้ให้ไปเลยคับ  ปาล์มนั้นทนแล้งได้ก็จริง เรื่องโตไม่ต้องห่วงคับโตแน่นอน แต่ถ้าต้องการผลผลิต น้ำ/ความชื้นมีผลมากคับ  งานวิจัยของสถาบันเฟลด้ามาเลเซีย ระบุชัดปาล์มใหญ่ใช้น้ำ 200-400 ลิตร ต่อต้นต่อวันคับ พิมพ์ไม่ผิดแน่นอนคับ 200-400 ลิตรต่อต้นต่อวันคับ



ผมปลูก ซีหราด 15 ไร่ ที่ขอนแก่นเหมือนกันครับ ปลูกได้ 2เดือน
บันทึกการเข้า
rungrojj
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 444


« ตอบ #831 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2012, 01:18:57 PM »

นางวิวรรณ บุณยะประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มประเทศไทย เปิดเผยหลังนายกสมาคมชาวสวนปาล์ม 6 จังหวัด ตัวแทนเกษตรกรรายย่อย หารือหลังจากราคาลดลงต่ำกว่าต้นทุน โดยมีพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ร่วมสังเกตการณ์ ว่า วันที่ 5 ต.ค.นี้จะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (กนป.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อเสนอให้รัฐบาลรับประกันราคาปาล์มน้ำมันที่ราคา 6 บาท/กก. จากราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.20 บาท/กก. ซึ่งต่ำกว่าราคาทุน ที่ 3.80 บาท/กก.โดยเริ่มรับซื้อตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ หลังนำเข้าปาล์มน้ำมันเมื่อปลายเดือน ส.ค.55 จนส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันในประเทศตกต่ำลง รวมถึงปัจจัยด้านวิกฤติเศรษฐกิจโลก ที่ครั้งนี้น่าจะยาวนานและยังไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่ เกษตรกรชาวสวนปาล์มต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะราคา 3 บาท/กก. เกษตรกรอยู่ไม่ได้ อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องของราคาปาล์มน้ำมันบ้าง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลก็ช่วยเหลือผู้บริโภคมาตลอด เกษตรกรก็ไม่เคยที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับรัฐบาล แต่การที่ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ นโยบายรัฐบาลที่ให้มีการนำเข้าไม่ถือเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร

“เกษตรกรชาวสวนปาล์มไม่อยากก่อม็อบ และเป็นเครื่องมือให้นักการเมือง ที่ผ่านมาเกษตรกรพยายามพบนายกิตติรัตน์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด แม้จะเข้าใจว่าสถานการณ์น้ำมันปาล์มตกต่ำเป็นเรื่องของกลไกตลาด ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจโลก และปัญหาภายในประเทศ ซึ่งราคาตกทั่วโลก ส่งผลให้ผลผลิตล้นสต๊อกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ 2.18 แสนตันในเดือน ส.ค. เพราะจีนและอเมริกาไม่ซื้อ ส่งออกก็ไม่ได้ ขายในประเทศก็ราคาตก และราคาน้ำมันปาล์มไทยอยู่ที่ 24-25 บาท/กก. มาเลเซียมีผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำอยู่ที่ 21-22 บาท/กก. แต่รัฐบาลก็ต้องดูแลชาวสวนปาล์มบ้าง”.

http://m.thairath.co.th/content/eco/296113
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 120   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: