หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 120   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมปลูกปาล์มน้ำมัน  (อ่าน 746094 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
worrawut28
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


« ตอบ #288 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 04:33:25 PM »

สวัสดีพี่ๆทุกคนครับ คือที่สวนปลูกมาได้ 3 ปีกว่าก็ไม่ค่อยได้ดูแลไม่ได้บำรุง ตอนที่ปลูกใหม่ๆทำธุรกิจอื่นอยู่ครับ ตอนนี้เห็นว่าอายุเริ่มเยอะเลยอยากดูแลให้เต็มที่ อยากถามเรื่องโบรอนนะครับไม่เคยให้โบรอนเลยสังเกตุทะลายที่ออก ต้นก็ใหญ่แต่ทะลายเล็ก คือแบบ 4-5 โล ปุ๋ยเคมีก็ใส่เต็มที่ ตามสูตร น้ำนี่ไม่ขาดแน่ๆ เป็นสวนเงาะเก่า มีระบบน้ำ pvc แต่ปีนี้ฝนยังไม่ขาดเลย ดันน้ำไป 2 ครั้งเองอยากทราบว่าเกี่ยวกับที่ผมไม่ได้ใส่โบรอนรึเปล่าครับ ถ้าใส่ควรใส่แบบ ผงหรือน้ำผสมฉีดดีครับ ยากันราก็ยังไม่ได้ฉีดเลยฝนตกทุกวันเลย สวนผมอยู่ที่ตราดน่ะครับ แล้วมีเพื่อนให้ใส่ปุ๋ยอินทรียเคมีเป็นปุ๋ยเม็ดน่ะครับ สูตร6-3-9 ใส่ต้นละโลเป็นตัวเสริมปุ๋ยเคมีอีกที อยากถามว่าถ้าใส่ทุกเดือน ดินจะมีปัญหามั๊ยครับ ไม่ค่อยรู้เรื่องจริงๆ
ตอบหน่อยนะครับพี่ๆๆ ขอบคุณมั่กๆๆ
บันทึกการเข้า

yanmar
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203


« ตอบ #289 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2011, 08:17:36 PM »

ปาล์มน้ำมันขาดโบรอนไม่ได้เ้ด็ดขาดครับ ถ้าขาดจะแสดงอาการไปต่างๆ นาๆ ที่คุณพบว่าไม่ค่อยออกทะลายหรือออกมาทะลายเล็กก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่แสดงถึงปาล์มน้ำมันกำลังขาดโบรอน

การให้โบรอนที่ดีที่สุดคือการฉีดโบรอนน้ำ 15% ไปที่ยอดและใบ  หากไม่สามารถทำได้ก็ใช้โบรอนผงให้ทางดิน  แต่การให้ทางดินจะตอบสนองช้ากว่า เพราะโบรอนเป็นโลหะหนักเคลื่อนที่ช้า

การใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีทุกเดือนไม่มีปัญหาครับ ใส่ไปโลด   ยิ่งใส่ปาล์มยิ่งออกดี 

อยู่ส่วนใหนของตราดครับ ผมมีเพื่อนปลูกอยู่เขาสมิง 200 กว่าไร่ มีอะไรจะได้ปรึกษากันได้ครับ
บันทึกการเข้า
worrawut28
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


« ตอบ #290 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 05:08:08 PM »

ขอบคุณครับ ฝนตกทุกวันเราทำงานลำบากมาก หญ้านี่ก็เอากันแทบไม่อยู่ ตกลงซื้อโบรอนน้ำมา กำลังจะฉีดแต่เจอฝนแบบนี้ยอมครับรอก่อน เอาไงกะหญ้าหน้าฝนดีครับพี่ๆแนะนำหน่อยโตเร็วกว่าปาล์มอีก
บันทึกการเข้า
O_oStudent^_^
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #291 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 08:58:54 AM »

ขอรบกวนสอบถามหน่อยครับ
เราจะสามารถปลูกปาล์มน้ำมันหลายๆพันธ์เช่น ซีราด เทเนร่า สุราษฎ์ธานี เป็นต้น ในสวนเราได้หรือไม่ครับ
จะมีผลดีผลเสียอย่างไรบ้าง(คืออยากทดสอบดูว่าพันธ์ไหนดีกว่ากัน)
บันทึกการเข้า
O_oStudent^_^
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #292 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 06:50:28 PM »


ต้นกล้าปาล์มแบบนี้ถือว่าผิดปกติหรือไม่ครับ


Liked By: chinfak, wisan. datedew
บันทึกการเข้า
O_oStudent^_^
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #293 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 06:54:44 PM »


อีกรูป


Liked By: chinfak, wisan. datedew
บันทึกการเข้า
O_oStudent^_^
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #294 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 07:01:56 PM »


แถม
รบกวนท่านผู้มีประสบการณ์ช่วยแนะนำทีครับ
คือว่าซื้อกล้าปาล์มมาปลูกแต่เกิดความไม่มั่นใจว่าเป็นต้นกล้าที่สมบูรณ์รึเปล่า
(กลัวว่าจะเป็นปาล์มตัวผู้ครับ)


Liked By: chinfak
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #295 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2011, 10:05:58 PM »

ธาตุอาหารพืช ที่จำเป็น สำหรับปาล์มน้ำมัน

ข้อมูลโดย กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร


   ปาล์มน้ำมัน

        ปาล์มน้ำมัน ต้องการธาตุอาหารที่จำเป็นทั้ง 16 ธาตุ เหมือนกับพืชชนิดอื่น ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มตามลักษณะความต้องการของปาล์มน้ำมัน ได้แก่

   กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้ในปริมาณมาก หรือค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น ได้แก่ ไนโตรเจน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโบรอน

   กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่พืชได้รับจากน้ำและอากาศ ได้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน

  กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ปาล์มน้ำมันไม่ต้องการมากนัก และมักไม่แสดงอาการขาดธาตุอาหารในดินทั่วๆ ไป ได้แก่ แคลเซียม กำมะถัน คลอรีน ทองแดง แมงกานีส โมลิบดีนัม สังกะสี และเหล็ก

   อย่างไรก็ตาม ปาล์มน้ำมันต้องการธาตุอาหารในกลุ่มที่ 1 มากที่สุด ธาตุอาหารทั้ง 5 นี้ มีปฏิกิริยาสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีอิทธิพลต่อกระบวนการต่างๆ ซึ่งส่งผลให้มีการเจริญเติบโต และให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มในขั้นสุดท้าย


  1. ไนโตรเจน

    ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบของโปรตีน มีความสำคัญต่อกระบวนการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันเป็นอย่างมาก มีผลต่อพื้นที่ใบ สีของใบ อัตราการเกิดใบใหม่ และการดูดซึมธาตุอาหาร โดยเฉพาะในระยะที่ต้นปาล์มน้ำมันยังมีอายุน้อย เพราะในระยะดังกล่าวต้นปาล์มน้ำมันจะตอบสนองต่อธาตุไนโตรเจนมากกว่าต้นขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องให้ไนโตรเจนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมัน ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงอายุ 6 ปี อาการขาดธาตุไนโตรเจน มักจะพบมากในต้นปาล์มน้ำมันเล็กที่ปลูกในดินทรายตื้นๆ ดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี หรือดินที่มีการระบายน้ำเร็ว รวมทั้งหน้าดินมีการชะล้างพังทลาย แก้ไขได้โดยการระบายน้ำก่อนแล้วจึงใส่ปุ๋ยไนโตรเจนตาม และพบในพื้นที่ที่มีวัชพืชปกคลุมหนาแน่นบริเวณรากของปาล์มน้ำมัน เนื่องจากไปลดการตรึงไนโตรเจนของปาล์มน้ำมัน ปาล์มน้ำมันที่มีอาการขาดธาตุไนโตรเจน จะมีอัตราการเจริญเติบโตช้า โดยเฉพาะอัตราการผลิตใบใหม่จะลดลง อาการที่พบได้ชัดเจน คือ ใบย่อยของทางใบล่างจะเหลือง ใบมีขนาดเล็กลง ถ้าขาดรุนแรงใบจะมีสีเหลือง

   อัตราการใส่ไนโตรเจนในแต่ละท้องถิ่นขึ้นอยู่กับอายุ และศักยภาพการให้ผลผลิต และมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ ชนิดของดินและสภาพภูมิอากาศ โดยทั่วไปแนะนำให้ใส่ไนโตรเจน ในอัตรา 1.5-8.0 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี ในรูปของแอมโมเนียมซัลเฟต

   วิธีใส่ปุ๋ยไนโตรเจน ต้นปาล์มน้ำมันขนาดเล็กให้หว่านไนโตรเจนรอบๆ โคนต้น ส่วนในปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ให้ใส่บริเวณระหว่างแถวปาล์มน้ำมัน ควรกำจัดวัชพืชทุกครั้งก่อนใส่ปุ๋ย ไม่ควรใส่ไนโตรเจนในปริมาณที่มากเป็นแถบๆ รอบโคนต้น เพราะเป็นการสูญเสียไนโตรเจนได้ง่าย และความเข้มข้นของไนโตรเจนที่สูงอาจเป็นอันตรายต่อรากได้

   ช่วงเวลาที่เหมาะสม ช่วงเวลาของการใส่ไนโตรเจนนับว่ามีความสำคัญมากกว่าธาตุอาหารอื่น เนื่องจากไนโตรเจนสูญเสียได้ง่ายจากการระเหิดและการชะล้างของน้ำบริเวณผิวดินและใต้ดิน ดังนั้น เพื่อลดการสูญเสียจากการระเหิดควรใส่ยูเรียในขณะที่ดินมีความชื้น ไม่ควรใส่มากกว่า 1 กิโลกรัม ต่อต้น ในครั้งเดียวกัน ควรแบ่งใส่หลายครั้ง


   2. ฟอสฟอรัส

    มีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ประกอบของเซลล์และการสืบพันธุ์ ทำหน้าที่เป็นตัวรับและถ่ายทอดพลังงานระหว่างสารต่างๆ ในกระบวนการที่สำคัญ เช่น การสังเคราะห์แสง การหายใจ เป็นต้น

    ผลกระทบจากปาล์มน้ำมันที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส จะทำให้มีการชะงักการเจริญเติบโต หรืออัตราการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันต่ำ ทางใบสั้น ลำต้นเล็ก และขนาดของทะลายเล็ก ในกรณีที่มีฟอสฟอรัสที่ละลายได้ในดินมากเกินไป ซึ่งมักพบในดินทรายจะเป็นสาเหตุทำให้ขาดธาตุทองแดง และสังกะสีในปาล์มน้ำมันได้

    การขาดธาตุฟอสฟอรัสอาจเกิดจากในดินมีฟอสฟอรัสน้อย หรือฟอสฟอรัสจากอินทรียวัตถุถูกชะล้างไป หรือหญ้าคาขึ้นมาก ซึ่งสังเกตการขาดฟอสฟอรัสของปาล์มน้ำมันได้จากวัชพืชที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เช่น หญ้าคา มีสีม่วงอมแดง วัชพืชแคระแกรน พืชคลุมดินจะมีใบเล็กกว่าปกติ

    อัตราการใส่ฟอสฟอรัส ในปาล์มเล็กอายุไม่เกิน 3 ปี ควรใส่ฟอสฟอรัสที่ละลายน้ำได้ดี เช่น ทริบเปิ้ลซุปเปอ์ ฟอสเฟต (TSP) หรือไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) หรือหินฟอสเฟตที่มีคุณภาพดี ละลายน้ำได้สูง ส่วนปาล์มน้ำมันใหญ่ใช้หินฟอสเฟต เพราะมีความเหมาะสมในด้านการจัดการดิน และด้านเศรษฐกิจ

    วิธีใส่ฟอสฟอรัส ในปาล์มน้ำมันเล็กให้หว่านบริเวณรอบโคนต้นหรือรอบทรงพุ่ม ส่วนปาล์มน้ำมันต้นใหญ่ให้ใส่ระหว่างแถว

    ช่วงเวลาการใส่ฟอสฟอรัส ควรใส่ในช่วงที่มีฝนตกพอเพียง หรือดินมีความชื้นพอที่รากพืชจะดูดฟอสฟอรัสไปใช้ประโยชน์


  3. โพแทสเซียม

    โพแทสเซียม เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง การหายใจ กระบวนการสร้างแป้งและน้ำตาล ตลอดการเคลื่อนย้ายแป้งและน้ำตาลในพืช ช่วยให้น้ำในพืชมีความสมดุล และควบคุมการเปิดปิดของปากใบในเซลล์พืช ดังนั้นปาล์มน้ำมันที่ได้รับโพแทสเซียมเพียงพอ จะทนทานต่อความแห้งแล้ง และโรคได้ดี และช่วยให้ทะลายปาล์มน้ำมันมีขนาดใหญ่ และจำนวนเพิ่มขึ้น ในดินทรายและดินพรุมักมีปัญหาขาดโพแทสเซียมอย่างรุนแรง ทำให้การเจริญเติบโตและผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง

    อาการขาดโพแทสเซียม ลักษณะอาการขาดโพแทสเซียมค่อนข้างแปรปรวน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และชนิดของพันธุ์ อาการที่พบโดยทั่วไป คือ

      1. ลักษณะเป็นจุดสีส้มตามใบ บางครั้งพบเป็นจุดสีเหลืองซีด อาการเริ่มแรกจะเป็นจุดเหลืองซีดรูปร่างจุดไม่แน่นอน พบในใบย่อยของทางใบล่าง เมื่ออาการรุนแรงจุดเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม อาการรุนแรงมากขึ้นจุดเนื้อเยื่อตายตรงส่วนกลางของจุดสีส้ม และถ้าพบว่าใบปาล์มน้ำมันทางใบล่างมีลักษณะอาการจุดส้มดังกล่าว แต่แสดงอาการเพียงต้นเดียวในขณะที่ต้นข้างเคียงไม่แสดงอาการให้พิจารณาว่าน่าจะเป็นผลทางพันธุกรรมมากกว่าอาการขาดธาตุโพแทสเซียม

      2. อาการใบเหลืองหรือกลางทรงพุ่มเหลือง มักพบในดินทรายและดินอินทรีย์หรือดินพรุ โดยเฉพาะในช่วงที่ขาดน้ำอย่างรุนแรง ใบย่อยของทางใบกลางจนถึงทางใบล่างมีอาการสีเหลืองส้ม ถ้าอาการขาดโพแทสเซียมรุนแรงจะพบใบย่อยของทางใบล่างแห้งเพิ่มขึ้น และตายในที่สุด

      3. อาการตุ่มแผลสีส้ม อาการเริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นแถบสีเขียวมะกอกในใบย่อยของทางใบล่างของปาล์มน้ำมัน เมื่ออาการขาดโพแทสเซียมอย่างรุนแรง สีใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม น้ำตาลอมส้ม และตายในที่สุด

      4. แถบใบยาว มีลักษณะคล้ายแท่งดินสอ มักพบตรงส่วนกลางของใบย่อยปาล์มน้ำมัน อายุ 3-6 ปี อาการนี้อาจมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของธาตุอาหาร เนื่องจากปาล์มน้ำมันได้รับไนโตรเจนมากไป หรือได้รับโพแทสเซียมน้อยไป

    การใส่โพแทสเซียมคลอไรด์ควรอยู่ในช่วง 1-5 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี ขึ้นอยู่กับอายุของต้นปาล์มน้ำมัน ชนิดของดิน และผลผลิตที่ต้องการ ซึ่งการตอบสนองต่อการใส่โพแทสเซียมจะลดลงถ้าปาล์มน้ำมันได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ เนื่องจากปลูกปาล์มน้ำมันแน่นมากเกินไป

    การใส่โพแทสเซียมสามารถใส่ในขณะดินแห้งได้ การสูญเสียโพแทสเซียมส่วนใหญ่เกิดจากการชะล้างจากหน้าดิน การลดการสูญเสียสามารถทำได้โดยการหว่านปุ๋ยโพแทสเซียมรอบๆ ต้นปาล์มน้ำมันเล็กบริเวณที่กำจัดวัชพืช ส่วนปาล์มน้ำมันใหญ่ให้หว่านโพแทสเซียมระหว่างแถวหรือบริเวณทางใบที่นำมากองระหว่างแถว


  4. แมกนีเซียม

    บทบาทสำคัญของธาตุแมกนีเซียมในปาล์มน้ำมัน คือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในกระบวนการต่างๆ เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์ และมีบทบาทในการสังเคราะห์กรดไขมัน อาการขาดแมกนีเซียม มักพบในบริเวณพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะในดินทรายและดินกรวด หรือบริเวณที่หน้าดินถูกชะล้าง ลักษณะอาการขาดธาตุแมกนีเซียมสังเกตุได้ง่าย อาการในระยะแรก ใบย่อยของทางใบตอนล่างจะมีสีซีดคล้ายสีเขียวมะกอก โดยเฉพาะใบที่รับแสงอาทิตย์โดยตรง แต่ส่วนใบย่อยที่ไม่สัมผัสแสงอาทิตย์จะยังคงมีสีเขียวอยู่ เมื่ออาการรุนแรงขึ้นสีจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจนถึงเป็นสีส้มเข้มทั้งใบ และแห้งตายในที่สุด มักเรียกอาการนี้ว่า "ทางใบส้ม" อาการขาดแมกนีเซียมอาจเกิดจากต้นปาล์มน้ำมันได้รับโพแตสเซียมมากเกินไปก็ได้

    การแก้ไขอาการขาดแมกนีเซียมที่รุนแรง ให้ใส่กลีเซอไรด์ (MgSo4) 2-5 กิโลกรัม ต่อต้น แบ่งใส่ 2 ครั้ง ต่อปี สำหรับการดูแลรักษาทั่วๆ ไป ควรใส่ 0.5-1.5 กิโลกรัม ต่อต้น ต่อปี โดยหว่านรอบๆ โคนต้นบริเวณที่มีการกำจัดวัชพืชแล้ว ต้นปาล์มน้ำมันใหญ่ควรใส่บริเวณระหว่างแถว หรือบริเวณกองทางใบปาล์ม ส่วนหินโดโลไมท์ควรหว่านในบริเวณระหว่างแถว ไม่ควรใส่โดยไม่กำจัดวัชพืช และควรใส่แมกนีเซียมก่อนการใส่โพแทสเซียม ประมาณ 2 สัปดาห์


  5. โบรอน

    โบรอนมีบทบาทในการสังเคราะห์และย่อยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในพืช ช่วยในการลำเลียงน้ำตาลในพืช เกี่ยวข้องกับการดูดและคายน้ำ และกระบวนการสังเคราะห์แสง จำเป็นสำหรับการงอกของหลอดละอองเกสรตัวผู้ในช่วงการผสมเกสร จำเป็นในการแบ่งเซลล์โดยเฉพาะบริเวณปลายยอดและปลายราก เกี่ยวข้องกับการดูดธาตุแคลเซียมของรากพืช ดังนั้นโบรอนเป็นธาตุอาหารที่ค่อนข้างมีความสำคัญต่อาการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันมาก การขาดธาตุโบรอนของปาล์มน้ำมันเป็นปัญหาใหญ่ และค่อนข้างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

อาการขาดธาตุโบรอนจะแสดงออกในส่วนที่อ่อนที่สุดของพืช เนื่องจากเป็นธาตุที่ไม่เคลื่อนย้ายในพืช ดังนั้นการขาดธาตุโบรอนจะส่งผลต่อการพัฒนาของใบ ทำให้ใบมีรูปร่างผิดปกติ ดังนี้

       1. ทางใบยอดจะย่นพับเข้าหากัน ทำให้ใบสั้นผิดปกติ

       2. อาการขาดที่ไม่รุนแรง ปลายใบจะหักงอคล้ายตะขอ

       3. อาการขาดที่รุนแรง ใบยอดจะย่นและปลายใบหัก นอกจากนี้มีอาการใบเปราะและสีเขียวเข้ม

       4. ทะลายปาล์มจะมีเมล็ดลีบ หรือมีเปอร์เซ็นการผสมไม่ติดสูง

    โดยทั่วไปจะใส่โบแรกซ์ 50 กรัม ต่อต้น ต่อปี ให้กับปาล์มน้ำมัน ในปีที่ 4-6 จะเพิ่มเป็น 100 กรัม ต่อต้น ต่อปี ในกรณีที่ปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตสูงจะมีการใส่โบรอนไปเรื่อยๆ โดยใส่ในบริเวณรอบโคนต้น ปริมาณความต้องการธาตุอาหารของปาล์มน้ำมันแปรปรวน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ สมบัติของดิน และสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนระยะปลูก


Liked By: chinfak
บันทึกการเข้า
rat-nan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1802



« ตอบ #296 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 04:42:20 PM »

แนะนำบเว็บบอร์ดสนทนาเกี่ยวกับปาล์มน้ำมัน

http://forums.212cafe.com/ratnan929/

จริงๆ แล้วผมก็เข้ามาดูมาใช้ ในเว็บ เกษตรพอเพียงในชมรมปลูกปาล์มนี้นะครับ แต่ผมเห็นว่าบางหัวข้อของเรา ก็หายาก หากทำ บอร์ดขึ้นมาเพื่อให้หาหัวข้อง่ายๆ จะเป็นการดีขึ้นจึงทำบอร์ดนี้ขึ้นมาครับ
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
yanmar
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203


« ตอบ #297 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 08:34:38 PM »


อีกรูป


ใบย่อยไม่คลี่อ่ะครับ สะโพกที่โคนก็ไม่ขึ้น ถ้าเลือกได้ต้นแบบนี้อย่าเอาครับ
บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2389


« ตอบ #298 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2011, 08:49:42 AM »

ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างน้อยกี่ไร่ถึงจะคุ้มกับการลงทุนครับ
บันทึกการเข้า
worrawut28
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


« ตอบ #299 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2011, 03:47:42 PM »

ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างน้อยกี่ไร่ถึงจะคุ้มกับการลงทุนครับ
ผมก็มือใหม่นะครับ แต่ผมคิดว่า เอาเท่าที่เราดูแลได้จะดีว่านะครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่แรงงานเลยนะครับ ดูแลให้ทั่วถึง เดินดูให้ได้ทุกต้นก้พอ
บันทึกการเข้า
zoom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 120


« ตอบ #300 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2011, 02:55:38 PM »

ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างน้อยกี่ไร่ถึงจะคุ้มกับการลงทุนครับ

ตอบยังไงดี เอาเป็นว่า ต้นเดียวก็คุ้มครับ แต่ถ้ากะให้สวนปาล์มเป็นรายได้หลักของครอบครัว ก็คงต้องหลายไร่หน่อย
ระยะ 0-4ปีแรกก็ไม่ได้อะไรแน่นอน นอกจากทางใบช่วยบังแสง ทำให้หญ้าคาลาจากพื้นที่ และมีที่ว่างกลางแถวให้ทำอย่างอื่น
ระยะ 5-... ปี แล้วแต่สายพันธุ์ ก็เริ่มได้ผลผลิตจากทะลายเล็กๆ 5 กิโล ไปจนถึง 30 กิโล จากรอบละ 1 ทะลาย ถึง 2,3,4 ทะลาย

ราคารับซื้อก็ประมาณ 4 - 6 บาท ตามนโยบาย

คิดแบบน้อยๆก่อน จะได้

1 ไร่ ประมาณ 25 ต้น     อายุ 4 ปี ผลผลิตเฉลี่ย 5 กิโล / ต้น / รอบ  เป็นเงิน 5*25*4 = 500 บาท / รอบ
10 ไร่ ประมาณ 250 ต้น  อายุ 4 ปี ผลผลิตเฉลี่ย 5 กิโล / ต้น / รอบ  เป็นเงิน 5*250*4 = 5000 บาท / รอบ

พออายุมากขึ้นก็ได้เยอะขึ้นนิดนึง

1 ไร่ ประมาณ 25 ต้น     อายุ 5 ปี ผลผลิตเฉลี่ย 8 กิโล / ต้น / รอบ  เป็นเงิน 8*25*4 = 800 บาท / รอบ
10 ไร่ ประมาณ 250 ต้น  อายุ 5 ปี ผลผลิตเฉลี่ย 8 กิโล / ต้น / รอบ  เป็นเงิน 8*250*4 = 8000 บาท / รอบ

รอบนึงก็แล้วแต่ปัจจัย ทั้งสายพันธุ์ การบำรุง น้ำ อื่นๆ อยู่ที่ 15-20 วัน 2 เดือน ก็ได้อย่างน้อย 3 รอบ

ค่าใช้จ่ายก็
1. ใส่ปุ๋ยก็ปนๆกันทั้ง ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยเคมี ทั้งทางดิน ทางใบ บางสวนใส่ปุ๋ยหลังตัดทุกรอบ บางสวนใส่เป็นเดือน แต่ของผมเดือนละครั้ง แต่เน้นปุ๋ยหมักจากทะลายปาล์มโรงเห็ด กับปุ๋ยทางใบ ประมาณ 2000 บาท ต่อ 10 ไร่ (ค่าแรง ค่าปุ๋ย)
2. ถ้าต้องจ้างคนตัด คนขน ส่วนใหญ่จะเหมา หรือ คิดเป็นตันๆ 500 บ้าง 600 บ้าง ตามพื้นที่ ตามการต่อรอง ถ้ามีกำลังก็ทำเอง 20 วันทำครั้งก็ไม่ได้ลำบากมาก
3. การจัดการดูแลในสวน จะต้องดูแลช่วง 0-4 ปี เยอะ โดยเฉพาะหญ้า แต่หลังจากนั้น น้อยมากๆ ยิ่งถ้าตัดแต่ละครั้งเก็บใบเรียบร้อยก็สบาย สำหรับสวนใหม่ ไม่ต้องตัดหญ้าซะเกลี้ยงก็ได้ เฉพาะรอบโคนและทรงพุ่ม ก็พอ แล้วเอาเศษหญ้าไปคลุมโคน ประหยัดน้ำมัน ประหยัดค่าจ้าง รักษาหน้าดิน สวนผม ช่วงปาล์มยังเล็กก็ปลูกผัก แตงกวา ถั่ว กล้วย บลาๆ กลางแถว เป็นรายได้ประทังชีวิต
ได้ตังส์ และไม่ต้องกังวลกับหญ้ามาก พอปาล์มโต ก็ลงผักเหลียง (ช่วงปาล์มอายุ 4 ปีกว่าๆ ก็ลงได้แล้ว)

แต่ละรอบที่ต้องทำงานใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน ก็จบงาน
รอฟังท่านอื่นต่อครับ


Liked By: chinfak, baoyai
บันทึกการเข้า

ลงมือทำ แล้วจะสำเร็จ
worrawut28
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 131


« ตอบ #301 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 12:35:30 PM »

อยากปรึกษาพี่ๆเรื่องการใช้ EM กับปาล์มน่ะครับ พอดีที่สวนอยากจะทดลองใช้ดูไม่ทราบว่าจะใช้แบบวิธีไหนดีครับ แบบผสมน้ำพ่น หรือว่ามาหมักทำปุ๋ยจะดีกว่าครับ แล้วถ้าพ่น ใช้เป็นEMแบบขยายได้มั๊ยครับ แล้วพ่น บ่อยแค่ไหน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะสังเกตุยังไงครับ ช่วยน้องหน่อยนะครับ พี่ tomy พี่yanmar พี่จ๊อจส์ อยากลดต้นทุนน่ะครับ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ทุกเดือนก็จะไม่ไหวเหมือนกันอ่ะครับพี่
บันทึกการเข้า
cherd.y
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #302 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 05:08:20 PM »

มือใหม่ขอร่วมเข้าชมรมด้วย  เพิ่งปลูกปาล์ม เมื่อต้นฝน ใช้พันธุ์ Compact Ni. 750 ต้นที่ อ.ขาณุฯ จ.กำแพงเพชร
กำลังทดสอบระบบมินิสปริยงเกอร์โดยไม่ใส่หัวมินิสปริยงเกอร์ ใช้น้ำจากถังสูง 4 เมตรให้น้ำไหลออกเรื่อยๆ ไม่ต้องใช้ปั้มช่วย
เพื่อประหยัดพลังงานและหัวไม่ตัน คราวหน้าเมื่อกลับไปไร่จะถ่ายรูปมาให้ดู
    ความเห็นถึงการใช้ EM  ซึ่งเป็นจุนลินทรีย์ชนิดที่เป็นประโยชน์ ถ้ามาหมักเองจะดีประหยัด  คุณค่าของปุ๋ยเคมี จะมากกว่า
ปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยหมัก 40-70 เท่า ประหยัดค่าแรงกว่า
    อยากทราบเบอร์โทร. ของสมาชิกแต่ละท่านเพื่อจะได้ติดต่อกัน เบอร์ผม  เชิด โทร.0819301711
 


Liked By: wisan. datedew
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2820

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #303 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2011, 09:51:09 PM »

น้ำหมัก จะประหยัดต้นทุน ก็ ลองเข้าตลาดสดดูนะ

ไปตามร้านขายปลา แล้วดูว่า เข้าเอาไปทิ้งหรือมีคนมาขอไปแล้ว ถ้าเข้าเอาไปทิ้งเราก้ไปขอเขาเลย

พยายยามไปเก็บทุกวัน เข้าก็จะได้รวบไว้ให้เรา

แล้วเอามาหมักกับน้ำตาล จะเป็นน้ำตาลอะไรก้ได้ที่หาง่ายราคาถูก หัวเชื้ออะไร ไม่ต้อง แค่นี้ แหละ

หมักได้สักเดือน สองเดือน ก็กรองเอาน้ำมาใช้

คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าเรา จะมีแรงแค่ไหน

ถ้าฉีดขึ้นยอดก็ดี

ส่วนสูตร ที่ใช้อยู่ ก็ จะประมาณนี้ ปรับให้เข้ากับต้นปาล์มด้วย ว่า ปาล์มช่วงนี้เขาอาการเป็นไง

อย่างสูตร หน้าฝน ใน แปลงที่ลูกหมดคอ

น้ำ ๑๐๐๐
น้ำปลาหมัก ๕๐
๒๑ ๐ ๐   ๕
๐ ๐ ๖๐    ๕
ตัวกลาง มีอยู่ในน้ำหมักแล้ว โดยเติม กรดฟอสฟอริคตอนหมัก
จุลธาตต่างๆๆ (แมก โบ แคล ซิงค์ คอป เหล็ก โม )
ส่วนตอนนี้กำลังทดลอง เลย เพิ่ม พาโคบิวทราโซล+NAA

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางลองเอาไป ปรับใช้ดูนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 120   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: