หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 158   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กลับมาเป็นเถ้าแก่ที่บ้านเกิดกันเถอะ 090-9325954 ตอน ความผิดหวังมิอาจหยุดความมุ่งมั่น หน้า 158  (อ่าน 1059869 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #816 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2012, 10:09:22 PM »

หมอแตงครับช่วยไปวิเคราะห์วิจารย์ปุ๋ยกระสอบละ 2000 ให้หน่อยครับ ขอบคุณครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=69283.0

เข้าไปอ่านมาแล้วครับ  เราต้องถามตัวเองว่าใส่แล้วมันคุ้มค่าหรือเปล่าครับ
สารที่ช่วยให้ต้นพืชดูดธาตุอาหารได้ดีที่ระบุไว้ใต้ถุงคือ ฮิวมิกแอซิก ตัวนี้ผมใช้อยู่กิโลละ 350 บาท ครับ
คงมีสารอื่นที่เค้าผสมแต่ไม่ระบุไว้  คงเป็นกลุ่มกรดอะมิโนต่างๆเพราะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาขบวนการเมแทบอลิซึมของพืช
อย่าสนใจมากเลยครับ  แพงเกินเหตุ
บันทึกการเข้า

kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #817 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 07:12:04 AM »

         ตี 5.20 น. วันที่ 1 กรกฎาคม 55   นาฬิกาปลุกดังขึ้นตามเวลานัดหมายของผมกับนาฬิกา   ผมต้องรีบไปที่แปลงทดลองแต่เช้าเพราะกลัวลุงสำลีแกขยันเกินเหตุนำรถมาขุดหัวมันฯก่อนฟ้าสาง กลัวไม่ได้รูปหัวมันฯสวยๆมากฝากเพื่อนๆสมาชิก  ยิงฟันยิ้ม  ผมไปถึงแปลงทดลองประมาณ 6.15 น. ยังไม่มาแฮะ....ผมมองหาต้นมันฯ เป้าหมายแล้วลงมือถอนๆ ง่ายหน่อยเพราะดินเป็นดินทรายป่นร่วน  ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักพอสมควร  ต้นที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11….เหนื่อยแฮะ..มีแต่ต้นใหญ่ๆหัวดกและใหญ่ทุกต้น  โอว้าว..... 20 ตันขึ้นแน่ๆ  เหนื่อยก็เหนื่อยแต่อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้  กับความสำเร็จครั้งนี้  ยิ้มเท่ห์ บอกตรงๆว่าแปลงทดลองนี้ทำแบบชาวบ้านจริง ๆ  ผมไม่ได้ดูแลหรือประคบประหงมอะไรเลย ไม่คิดว่าจะได้หัวมันฯใหญ่ขนาดนี้   เริ่มถอนเพิ่มอีก 5 - 6 ต้น  รู้สึกกองใหญ่แล้วพอดีกว่า หักหัวดูเปอร์เซ็นต์แป้งหน่อยดีกว่า  เปาะ.... “กูว่าแล้ว” น้ำฉ่ำเลย  ตกใจ เป็นเพราะตัดต้นทิ้งไว้นานทำให้ต้นมันดึงแป้งจากหัวไปใช้  ผมนึกในใจว่า  25-26 % ก็ยังดีวะ   ทำไงได้เรื่องมันเกิดแล้ว (แต่ก็นึกด่าพี่มงเหมือนกัน)  โกรธ ประมาณ 30 นาที ลุงสำลีก็ขับรถไถติดหางขุดมาถึง แกเริ่มลุยทันที  ผมมองตามยิ้มที่มุมปากทันที่ไม่เสียทีที่คุยไว้กับเพื่อนๆในเว็บ  หัวมันฯทั้งใหญ่ทั้งดกทั้งน๊าน...ผมร้องบอกลุงสำลีแข่งกับเสียงรถไถ “เป็นไงลุงแจ๋วไหม” ลุงสำลีตอบมา “หัวดีๆใช้ได้”  อายจัง ประมาณ  7 โมงกว่าๆ เกือบ 8 โมงเช้า  ทีมงานเก็บกู้มันฯพร้อมพี่มงก็มาถึง  คำแรกที่ผู้ใหญ่สมัย(หัวหน้าทีมกู้)ร้องทัก “หมอแดงมาแอบทำแปลงทดลองอยู่นี่เอง  โอ้....มันฯมีแต่หัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลย  มีวิชาดีไม่บอกนะ” ผมตอบ “ปีทีแล้วก็ทำให้ดูแล้ววันกู้ไม่เห็นมาดูเลย”   :-\คนที่มากับทีมงานกู้เริ่มพูดคุยกันเซ็งแซ่ที่เห็นหัวมันฯ  คนงานเริ่มโยนต้นมันฯ เป็นกองๆ คนมีหน้าที่ตัดหัวก็เริ่มตัด  ผมเดินดูรอบๆไร่ที่รถไถขุดยังบอกตัวเองว่า 20 ตันไม่ขาด  คนงานเริ่มต่อรองว่าแปลงบนประมาณ 1.5 ไร่  จะได้กี่ตัน(เป็นประเพณีหาตังค์ค่าเอ็ม 150 )  หูผมได้ยิน “ฉันว่าไม่ถึง 9 ตัน”  ผมบอกไปว่า “ 10 ตัน น่าจะได้” คนเดิมที่พูดตอบมาว่า “ฉันว่าไม่ถึง 10 ตัน หรอก”  ผมพูด “เอางี้ความเห็นไม่ตรงกันต้องถือหางสัก 100 เป็นไร”  เสียงขานรับตามมาว่า “ตกลงคนละ 100 ดา”  แลบลิ้น เกือบ 10 โมงครึ่งเริ่มขนมันฯขึ้นรถหกล้อ  เพื่อนๆ สมาชิกฯ ทีนัดหมายกันเข้ามาดูเริ่มทยอยมา  คนแรกคือคุณหน่อย เจ้าของสวนมะละกอฮอลแลนด์ที่อยู่ใกล้แปลงทดลองนั่นเอง  ตามมาด้วยคุณเอแก่นตะวัน มากันทั้งหมด 4 คน  อาจารย์รักไทยตามมาติดๆ  ปิดท้ายด้วยน้าหริหนุ่มผมยาวเจ้าของสวนผักหวานแห่งบ้านตะเคียน  11 โมงครึ่ง  หัวมันฯประมาณ 1 ไร่ครึ่ง ถูกขนขึ้นรถหกล้อ ปริมาณหัวมันฯ ความสูงระดับหลังคาเก๋งคนขับ   พอได้ลุ้นหัวมันฯใหญ่คงได้น้ำหนักมาก  บ่ายโมงกว่าๆ รถขนมันฯกลับมาจากการนำหัวมันไปส่งโรงงานฯ  พี่มงยื่นบิลใบส่งให้ผม   ถ้าใครเห็นหน้าผมตอนนี้คงพูดพร้อมกันว่า “หน้าจ๋อยเลยหรือหมอแดง”  เศร้า ไม่จ๋อยได้ยังไงครับพี่น้องเพราะผมเสียเงิน 100  บาท  ที่หนักกว่าการเสียเงินคือ น้ำหนักหัวมันสำปะหลังได้แค่ 7,090 กก.  เปอร์เซ็นต์แป้ง   23.65 % เท่านั้นเอง เข็มขัดสั้น(คาดไม่ถึง) จริง ๆ ครับพี่น้อง    หน้าไม่จ๋อยจะทนไหวหรือครับ  ผลของการตัดต้นพันธุ์ก่อนกู้ 14 วัน ส่งผลเสียมากกว่าที่คาดไว้เยอะทีเดียว  จบเลยครับ  โกรธ โกรธ โกรธ ที่เหลืออีกกว่า 1 ไร่ครึ่งคงหมดหวังซะแล้ว เพราะพื้นที่ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำขัง  3 จุด  ผลผลิตจะสูงกว่าด้านบนไม่ได้แน่นอน (เฮ้อ..คิดแล้วกลุ้มๆๆ กลุ้มใจๆๆ..ชั่วโมงนี้ต้องขอยืมเพลงของราชินีลูกทุ่งพุ่มพวงดวงจันทร์ มาร้องแล้วละครับ)   ประมาณ 6 โมงเย็น ที่ผมได้บิลใบส่งหัวมันฯคันที่ 2  น้ำหนักหัวมันฯ   6,233 กก.  21.75 %  แทบทรุด ร้องไห้
          ผมกลับบ้านมาพร้อมกับบิลเบิกเงินและความรู้สึกเซ็งเป็ด (พึ่งเข้าใจคำว่า “เซ็งเป็ด” ก็วันนี้เอง)   ขยิบตา   ผมลองมานั่งวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้นกับมันสำปะหลังแปลงทดลองก็พอจะรู้สาเหตุแล้วว่า  จากผลการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา ทุกครั้งเวลาที่ผมถอนหัวมันสำปะหลังผมจะต้องนำมาชั่งเพื่อให้รู้น้ำหนักที่ได้ภายในวันที่ถอน มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมถอนต้นมันฯ เพื่อนำออกไปโชว์ ชั่งน้ำหนัก ณ วันที่ถอนได้  31  กก.   หลังจากผมนำมันฯต้นนั้นออกไปตระเวนโชว์ตัว ผ่านไป  3   วัน  นำกลับมาชั่งดูอีกครั้ง ปรากฏว่า น้ำหนักเหลือแค่   29 กก. เท่านั้น  หายไปตั้ง  2  กก.   ขนาดผ่านไปแค่ 3  วัน น้ำหนักยังหายไปตั้ง 2  กก. แล้วผ่านไป  14  วันละครับจะเหลืออะไร  ลังเล  ผมลองคำนวณดูน้ำหนักมันฯจากแปลงทดลองที่คาดว่าหายไปในครั้งนี้ประมาณ 3.5 - 4 ตัน   เปอร์เซ็นต์แป้งหายไปประมาณ  5-7 %   คิดเป็นเงินที่หดหายไปถึง 13,000-15,000 บาทเลยทีเดียว  (ตีแหม่มโพดำ(สะเปโต) ครั้งนี้เสียค่าโง่แพงจัง)   โกรธ นี่ยังดีที่การทำแปลงทดลองของผมแต่ละครั้งจะเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตทำให้ต้นทุนที่ลงทุนในครั้งนี้ไม่มากนัก  ต้นทุนต่อไร่ 3,262 บาท (รวมค่าเก็บกู้แล้ว)   ยังพอเหลือกำไร 11,467 บาท (แทนที่จะได้กำไร 2 – 3 หมื่นบาท) ส่วนต้นพันธุ์มันที่ได้ก็ต้นใหญ่สมบูรณ์ดีมาก  วันเสาร์ที่ 7 ก.ค. นี้  ผมนัดกับ คุณเอ เพื่อนสมาชิกฯ  ว่าจะเอาท่อนพันธุ์มันไปส่งให้ที่อำเภอเทพสถิต  จังหวัดชัยภูมิ  ไร่เขาอยู่ใกล้ ๆ กับทุ่งดอกกระเจี๊ยว  อยากจะทดลองปลูกมันสำปะหลังตามวิธีของผม จะได้ให้ชาวบ้านที่ปลูกมันสำปะหลังแถวนั้นได้เห็นเป็นตัวอย่าง  เพราะการปลูกมันฯแถวนั้นได้ผลผลิตแค่  2-3 ตัน/ไร่  เท่านั้น   หากใครสามารถได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 4 - 5 ตัน ถือว่าสุดยอดแล้ว หาก ใครมาพูดให้เค้าฟังว่าจะทำมันฯ 20-30 ตัน/ไร่  ชาวบ้านจะเบือนหน้าหนีทันที่ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ  ผมเข้าไปที่แปลงทดลองเพื่อเอาต้นพันธุ์ที่ตัดไว้(แต่ไม่ได้ส่งให้คุณเอ เพราะต้นพันธุ์ที่มัดไว้เพื่อนสมาชิกอีกคนมาขนไปเกือบหมด) เห็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ แปลงทดลองกำลังสับหัวมันฯ ที่ไปเก็บเอามาจากแปลงทดลองฯ ซึ่งยังเหลือตกค้างอยู่   กองที่เห็นนั้นน้ำหนักคงประมาณ 300 - 400   กก.  ผมคิดว่าหัวมันฯ เลี่ย  (หัวมันฯที่หลงเหลืออยู่ในดินเก็บไม่หมด) คือการสูญเสียอีกอย่างหนึ่ง       นี่แหละครับการทำการเกษตรมักมีความผันผวนมากมาย  สิ่งที่เกษตรกรทำได้เพื่อความอยู่รอดโดยไม่ให้เกิดการขาดทุน คือ ต้องหาทางลดต้นทุนให้มากที่สุดและทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น  8)เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมเกิดไอเดียร์สร้างธุรกิจ “กลับมาเป็นเถ้าแก่ที่บ้านเกิด”   เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งธุรกิจแล้ว   .............  เอาไว้เล่าให้ฟังตอนหน้านะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 09, 2012, 07:33:09 AM โดย kmsmily » บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #818 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 07:23:29 AM »

พี่มงเจ้าเดิมที่ทำงานร่วมกับผมตั้งแต่ปี 52


คนงานเริ่มเก็บหัวมันฯแบบลวกๆ  ทำให้หัวมันตกค้างในดินเป็นตันๆ


คุณป้าสงบ เจ้าของที่เป้าหมายที่ผมมาทำแปลงทดลองให้เห็น แกทำมันฯ 500-600 ไร่


ต้นพันธุ์มันฯสมบูรณ์เพื่อนสมาชิกที่อยู่อำเภอสูงเนิน โคราช มาเอาไปปลูกพื้นที่ 6 ไร่



บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #819 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2012, 07:31:20 AM »

หัวมันฯที่ชาวบ้านเก็บที่เหลือตกค้างใต้ดิน


หัวมันฯที่ขุดไปโชว์ น้ำหนัก 31 กก.


อีก 3 วัน นำมาชั่งใหม่น้ำหนักเหลือ 29 กก.
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #820 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2012, 09:30:38 PM »

              หลายคนคงจะคิดว่า......เอาอีกแล้วหมอแดง  พี่หมอแดง  ไอ้หมอแดง  อาจารย์แดง  คุณ kmsmily   หรือแม้แต่  “ผีบ้าจอมโปรเจ็ค” (ชื่อนี้ ผบ.ทบ. เธอใช้เรียกผมเวลาที่ผมเล่าโปรเจ็คที่คิดไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องให้ฟัง  แต่ผมก็เถียง(ในใจ)ว่า แบบนี้เขาเรียกว่า “คิดใหม่ทำใหม่” หรือ “คิดนอกกอบ” นะจ๊ะเมียจ๋า)  :-*มีไอเดียอะไรอีกล่ะหน๊อ  ฮืม ผมเคยฝันอยากเห็นเกษตรกรรมมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการเกษตรเหมือนกับต่างประเทศเขา (โดยเฉพาะญี่ปุ่น)  แต่พอได้สัมผัสกับเกษตรกรตัวเป็น ๆ แล้ว รู้เลยว่าคงเป็นไปได้ยาก  :-\แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้   เป็นไปได้ครับ แต่คงต้องรอเกษตรกรรุ่นใหม่หัวใจพัฒนาเข้ามาแทนที่ก่อน (ฟังเผิน ๆ  เหมือนเป็นเรื่องการเมืองยังไงไม่รู้แฮะ)    แลบลิ้น  แต่ถึงจะรู้ว่าเป็นไปได้ยาก ผมก็ไม่เคยหยุดความพยายามที่จะหาทางแนะนำเกษตรกรทุกครั้งที่มีโอกาส   ผมเชื่อว่าการแนะนำที่ดีที่สุดในยุคนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่า  “ทำให้ดู ทำให้เห็น ทำให้เป็น ลูบได้จับได้นะ....อับดุลจ๋า”  ยิงฟันยิ้ม ซึ่งก็คือการทำแปลงทดลองนั่นเอง แต่การทำแปลงทดลองของผมแต่ละครั้งยังมีคนให้ความสนใจน้อยมาก เพราะแปลงทดลองมีจำนวนน้อยจุด   ขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะนำไปเผยแพร่  และที่สำคัญยังไม่เป็นข่าวนั่นเอง   โกรธ (สงสัยต้องแก้ผ้าถอนหัวมันฯ ลง  youtube.com  อย่างที่เมียบอกซะละมั่งเนี๊ย)  ขณะที่นั่งหมดอาลัยตายอยากกับโรคเลื่อนเลื่อนแล้วเลื่อนอีกอยู่นั้น  พลันความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้นในบัดดล  (เหตุการณ์คงเหมือนตอน เซอร์ ไอแซก นิวตัน ค้นพบ กฎแรงโน้มถ่วงของโลก แน่ ๆ  ว่าเข้าไปนั่น)   เจ๋ง อันตัวเราเองนั้นองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวก็หาน้อยหน้าใครไม่  (ลิเกซะ..)  ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาพันธุ์มันฯให้   มีคุณภาพ   อินทรียวัตถุที่ดี  น้ำยาหัวดก น้ำยาระเบิดหัว การใช้ฮอร์โมนและสารอาหารแก้ไขปัญหา  และความรู้เรื่องยาที่ใช้ป้องกันรักษาโรคและแมลงศัตรูพืช (ได้ทีคุยซะเลย 555)  ยิ้มกว้างๆ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับแรงงานที่หายากหาเย็น หาคนปลูกมันฯ ก็ยาก คนกู้มันฯก็ยาก  “กู้ยากกู้เย็นยิ่งกว่ากู้แบงค์ซะอีก”(คุณสุ เจ้าแม่ปลูกป่าริมห้วยเธอบอก)  อายจัง  ว่าแล้วไอเดียธุรกิจ  “รับจ้างปลูกมันสำปะหลังครบวงจร”   ก็ผุดขึ้นในบัดดล 
           อะ....อะ.... อย่าเพิ่งว่าผมบ้าหรือเพ้อเจ้อนะครับ  :Pฟังผมให้จบซะก่อน เมื่อฟังจบแล้วเพื่อน ๆ ค่อยตัดสินว่าผมบ้า เพ้อเจ้อ หรือ กู๊ดไอเดีย กันแน่    ก่อนอื่นต้องระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซะก่อน (ตามหลักการตลาดเป๊ะ)  ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสำหรับธุรกิจนี้ก็คือ  คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือทำการเกษตร  (คนที่ไม่ได้ลงมือทำเองใช้แต่โทรศัพท์สั่งงาน) ยิ้มเท่ห์ เมื่อระบุกลุ่มลูกค้าได้แล้ว ต่อไปเราก็มาวิเคราะห์ SWOT หรือการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค และโอกาสที่มีกันนะครับ   สำหรับจุดแข็งของผม (อย่าคิดมากนะครับ) คือ ความรู้ที่มีอยู่ และยังมีตัวช่วยอื่น ๆ  อาทิ  อินทรียวัตถุ น้ำยาหัวดก น้ำยาระเบิดหัว ฮอร์โมน สารอาหารต่าง ๆ  รวมถึงความรู้เรื่องการป้องกันและกำจัดโรคและศัตรูพืช     แต่ใช่ว่าจะมีแต่จุดแข็งเท่านั้น จุดอ่อนก็มีครับ  สำหรับจุดอ่อนของผมก็คือ  เงินทุนหมุนเวียนซึ่งมีอยู่น้อยนิด  (เรื่องนี้สงสัยต้องหาแนวร่วมมาช่วยกำจัดจุดอ่อนซะแล้ว)  :Dอุปสรรคก็มีครับ อุปสรรคที่ว่าก็คือ อุปสรรคทางความคิด และความเชื่อของเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในแง่ลบ รวมถึงวิธีการทำการเกษตรแบบดั่งเดิมยังไงละครับ (จุดอ่อน และอุปสรรค  ผมเชื่อว่าเราต้องหาทางแก้ไขและฟันฝ่าไปได้)  ทีนี้มาดูโอกาสของธุรกิจนี้กันนะครับ โอกาสที่ผมมองเห็นก็คือ  1. การเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร   2. การขาดความรู้ความเข้าใจในวิธีการปลูกมันสำปะหลังที่แท้จริงของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง    3. การต้องการความสะดวกสบายในการทำการเกษตรของเกษตรกรรุ่นใหม่   ฯลฯ   โอกาสที่มองเห็นมีอีกเยอะครับ  แต่ทำอย่างไรเราถึงจะจัดการกับจุดอ่อนและอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้   และวิธีการทำธุรกิจทำยังไง  เดี๋ยวเอาไว้ตอนหน้าจะเล่าให้ฟัง.........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 12, 2012, 09:33:39 PM โดย kmsmily » บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2388


« ตอบ #821 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 09:00:23 AM »

คุณหมอแดงครับ โดโลไมท์จะใช้โดยใส่พร้อมกับปุ๋ยเคมีหรอปุ๋ยอินทรีย์ในคราวเดียวกันเลยได้ไหมครับ

ขอบคุณครับ


Liked By: yudhapol, vichai sila, TAWUN
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 13, 2012, 03:48:23 PM โดย เอ » บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #822 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 08:50:14 PM »

คุณหมอแดงครับ โดโลไมท์จะใช้โดยใส่พร้อมกับปุ๋ยเคมีหรอปุ๋ยอินทรีย์ในคราวเดียวกันเลยได้ไหมครับ

ขอบคุณครับ
ใส่รวมกันทั้ง 3 อย่าง ได้เลยครับ ขุดฝังกลบจะดีมาก  ข้อดีของโดโลไมท์คือไม่เกิดปฏิกิริยาไล่ปุ๋ยเคมีเหมือนการใส่ปูน ครับ
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #823 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 10:12:41 PM »


มารายงานผลการรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเกษตรสไมล์+ปุ๋ยเคมี ยางเล็ก ครับพี่หมอแดง นี่ผ่านมา 8 วัน ยางแตกยอดขึ้นมาแล้วประมาณนี้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไร ทีแรกกลัวว่าจะเค็มไปเพราะผมใส่ 200 กรัม + 200 กรัม ผสมดิน ตามด้วยเอาดินลงหลุมอีกประมาณ 2 ข้อมือ เหมือนการทำวิจัยไปด้วยลุ้นทุกวัน เทียวไปดูตลอด เพราะผมปลูกยางครั้งแรกแล้วดันไปเล่น 3001 ด้วย คนปลูกช่วยบอกว่ามันสิเป็นตาอยู่บ่  ผมก็บอกว่าก็คอยดูกันไป  คิดว่าปลูกต้นไม้ให้ออกซิเจนแล้วกัน ผิดพลาดมาจะได้ไม่เจ็บมาก ปลูกอาทิตย์ที่ผ่านมา  ณ วันนี้ ช็อกแดดไป 10 ต้น จาก 325 ต้น

ต้นยางเป็นอย่างไรบ้างครับ  ทนความเค็มของปุ๋ย 400 กรัม ได้ไหมครับ  เพื่อนสมาชิกจะได้มีข้อมูล  หากต้นยางเจริญเติบโตดี
เราจะสามารถลดค่าแรงใส่ปุ๋ยได้อีก 2 รอบ ครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
CHAI-KLANG
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #824 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2012, 06:21:38 PM »

แวะมาเยี่ยมชม หาความรู้และให้กำลังใจ ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ที่แบ่งปันคับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณหมอแดงมีปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนาข้าวขายด้วยป่าวคับ


Liked By: yudhapol, kmsmily, TAWUN
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #825 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2012, 07:52:17 PM »

แวะมาเยี่ยมชม หาความรู้และให้กำลังใจ ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ที่แบ่งปันคับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณหมอแดงมีปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนาข้าวขายด้วยป่าวคับ
ถ้าจะใส่นาปีคงผลิตให้ไม่ได้ครับ เพราะผมทำอยู่คนเดียวผลิตได้อาทิตย์ละประมาณ 15-20 กระสอบ ครับ
ผมทำงานแบบอารมย์ศิลปินอยากทำเมื่อไหร่ถึงทำ  ภรรยาผมบ่นกรอกหูประจำเรื่องไม่ยอมผลิตอินทรียวัตถุครับ(ไม่ใช่จริตผมครับ)
ทุกวันนี้ผมผลิตเพื่อให้เพื่อนสมาชิกแบ่งไปทดลองใช้แบบกระจายไปทั่ว
หากต้องการใช้สำหรับฤดูปลูกหน้าต้องหาทางเข้ามาศึกษาดูงาน  ทำปุ๋ยใช้เองเหลือใช้แบ่งขายให้ชาวบ้านครับ
ผมอยากให้เกิดเครือข่ายอย่างนี้มากกว่าที่จะมาสั่งซื้อจากผม  การผลิตขายไม่ใช่แนวทางของผมที่วางเป้าหมายไว้ครับ
ถ้าอยากนำไปทดลองสัก 1-2 กระสอบ พอจัดให้ได้ครับ
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #826 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2012, 09:16:41 AM »

           ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือทำการเกษตร (โทรสั่งอย่างเดียวไม่ได้ลงมือทำเอง) แลบลิ้น ผมว่าสมาชิกเกษตรพอเพียงหลาย ๆ คนก็ใช้วิธีนี้แหละครับ 555 ยิ้มกว้างๆ  กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ไถที่เตรียมแปลงปลูก  จัดเตรียมท่อนพันธุ์  ปลูก ฉีดยาคลุมหญ้า  ใส่ปุ๋ย  ระเบิดหัว  ดูแลวัชพืชโรคและแมลง  เก็บกู้หัวมันส่งโรงงาน  เป็นไงครับพี่น้องมีปัญหาดีนักสร้างธุรกิจเองซะเลย 555 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  หลายคนฟังแล้วอาจสงสัยว่าเราจะสู้คนที่ทำอาชีพรับจ้างปลูกมันสำปะหลังเดิมได้หรือ  สบายมากครับพี่น้อง ผมเชื่อว่าเจ้าเดิมที่รับจ้างเขาไม่ได้มีวิชาและของดี(อินทรียวัตถุ น้ำยาหัวดก และน้ำยาระเบิดหัวให้ยาวขใหญ่....อย่าคิดเป็นอื่นหัวมันสำปะหลังน่ะ...) อย่างที่เรามี เจ๋ง  การรับจ้างทั่วๆไปเป็นแบบแล้วแต่ผู้จ้างสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามนั้น(บางครั้งรู้มากแบบผิดๆเกินคนจ้างเสียด้วยซ้ำ) โกรธ  แต่ธุรกิจเราจะไม่ตามใจผู้ว่าจ้างต้องทำตามวิธีของเราเท่านั้น (อุเม่...หยิ่งซะด้วยแฮะ) ยิ้มเท่ห์ เพราะถ้าหากเราทำตามใจผู้ว่าจ้างก็ไม่ต่างอะไรกับผู้รับจ้างทั่วๆ ไป  ผลผลิตก็คงไม่แตกต่างจากเดิมที่เคยได้ แต่หากทำตามวิธีของเราก็จะสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นและใช้ต้นทุนที่ต่ำลงกว่าเดิม  ข้อสำคัญอีกอย่างวิธีเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังของเราสามารถเพิ่มผลผลิตได้ทุกพื้นที่แม้แต่ในพื้นที่ดินเลวที่เคยได้ผลผลิตต่ำ  เจ๋ง(ผลผลิตที่ได้แตกต่างกันตามพื้นที่ แต่ การันตีว่าได้เพิ่มขึ้นและต้นทุนก็ต่ำลงคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน)  รายได้ของธุรกิจจะเกิดจากค่าบริการเหมาต่อ 1 ไร่ คือ 3,000 บาท(ขึ้นลงตามสถานะการณ์) และเปอร์เซ็นต์จากส่วนต่างของผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิม  ยกตัวอย่าง เช่น  พื้นที่ที่เคยได้ผลผลิต  3.5 ตัน/ไร่  คิดค่าเหมาบริการต่อไร่คือ 3,000  บาท  (ยังไม่รวมเก็บกู้) ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ต่อไร่  ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก  3.5 ตัน/ไร่    เป็น  5 ตัน/ไร่   ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นคือ 1.5  ตัน/ไร่ ผู้ว่าจ้างต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์จากส่วนต่างให้กับผู้รับจ้างด้วย  win win ด้วยกันทั้งสองฝ่ายครับ 
            ผมได้ข้อมูลจากการเข้าร่วมประชุมตัวแทนผู้ปลูกมันสำปะหลังจังหวัดนครราชสีมา ว่าการปลูกมันฯ ในปัจจุบันได้ประเมินต้นทุนการทำมันสำปะหลังอยู่ที่   1.80 บาท/กก.   ครับพี่น้อง  ยังดีว่าราคามันสำปะหลังยังอยู่ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ  2  บาท  แต่ถ้าหากในอนาคตราคามันฯ ตกต่ำกว่านี้เหลือแค่ 1.5  บาท/กก. ละครับ  ร้องไห้ วิธีที่จะทำให้เกษตรกรอยู่ได้วิธีเดียวก็คือการทำให้ต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้   หากเกษตรกร หันมาใช้บริการรับจ้างบริหารจัดการไร่มันสำปะหลังของเราจะมีต้นทุนต่ำมาก   ผมขอยกตัวอย่างเล่น ๆ  หากเกิดวิกฤติการณ์ราคามันสำปะหลังตกต่ำเหลืออยู่แค่  1.5  บาท/กก. (ซึ่งก็ภาวนาขออย่าให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ เลย)  ให้ดูนะครับ 
            ค่าเหมาบริหารจัดการต่อไร่  3,000 บาท (ยังไม่รวมค่าเก็บกู้)  ได้ผลผลิต  3.8  ตัน  ราคามันสำปะหลังประเมินต่ำสุดอยู่ที่    1.50    บาท/กก.     เปอร์เซ็นต์แป้ง   20 % 
                  ขายได้           3,800  x  1.50   =  5,700   บาท
                           ค่าเก็บกู้               3.8  x  230    =  870 บาท
                            ค่ารถขน             3.8   x  150   =  570 บาท                       
                            ค่าส่วนต่าง      300    x  1.50 x 20 %   =   90 บาท
รายได้   -  ต้นทุน   =  กำไร
=   (5,700 –  3,000 – 870 – 570 – 90)   ยังคงเหลือกำไร    =  1,170  บาท 
           
            หลายคนเห็นตัวเลขกำไรสุทธิแล้วอาจจะมองว่ามันต่ำจะมีใครเค้าสนใจ แต่อย่าลืมนะครับนี่คือการประเมินที่ถือว่าเลวร้ายที่สุด  ซึ่งถ้าหากเป็นการปลูกมันสำปะหลังทั่วๆไปขาดทุนแน่นอน  เศร้า และในความเป็นจริงผมมั่นใจว่าผลผลิตที่ได้จะไม่ต่ำกว่า 4 ตัน/ไร่ แน่นอน  หากได้มากกว่านี้ส่วนต่างคือโบนัสที่เราจะนำมาบริหารจัดการกับลูกน้องของเรา เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เค้าทำงานด้วยใจที่อยากจะอยู่อยากจะทำกับเรา   ถ้าธุรกิจใดนำหลักการบริหารแบบพอเพียงไปใช้จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้าแน่นอน
           เพื่อนสมาชิกบางท่านที่อยู่ในวงการปลูกมันสำปะหลังได้อ่านคงคิดว่าไม่เห็นน่าสนใจตรงไหน  ทำมันสำปะหลัง 4 ตัน/ไร่   เขาทำได้ 6 -7 ตัน/ไร่   โปรดอย่ามองแค่จำนวนตันที่ทำได้ครับเพราะการทำการเกษตรจะอยู่รอดและยั่งยืนต้นทุนต้องต่ำ  ทำแล้วต้องมั่นใจว่าไม่ขาดทุนติดลบเป็นหนี้ต่างหาก  เจ๋ง ถ้าถามผมว่า “หมอแดงเทคนิคของหมอแดงทำได้ไหม 6-7 ตัน นะ”   ผมจะบอกว่า “ ทำได้ถ้าปัจจัยสิ่งแวดล้อมปีนั้นๆอำนวย”  นี่ต่างหากคือสัจธรรมที่แท้จริง   จะให้ผมการันตีกับสิ่งที่ไม่มีความแน่นอนของสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนของโลกปัจจุบันได้อย่างไร ลังเล   ผมคิดต่อยอดจากแนวคิดทำธุรกิจรับจ้างบริหารปลูกมันสำปะหลัง  จัดอบรมสัมมนาโครงการ “เถ้าแก่ปลูกมันสำปะหลัง”  หลักสูตรที่คิดไว้
1.แนวทางการดำเนินธุรกิจ
2.การหมักปุ๋ยอินทรีย์
3.การเพาะเชื้อชีวภัณฑ์  สำหรับป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
4.ความรู้เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนและสารอาหารต่างๆ
5.ขั้นตอนการปลูกมันสำปะหลัง
เป็นต้น  จุดประสงค์เพื่อสร้างแนวร่วมพัฒนาด้านการเกษตรมันสำปะหลังให้ดีขึ้น ครับพี่น้อง....... จุมพิต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2012, 09:13:36 PM โดย kmsmily » บันทึกการเข้า
CHAI-KLANG
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #827 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2012, 09:46:52 AM »

อ้างถึง
แวะมาเยี่ยมชม หาความรู้และให้กำลังใจ ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ที่แบ่งปันคับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณหมอแดงมีปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนาข้าวขายด้วยป่าวคับ

ถ้าจะใส่นาปีคงผลิตให้ไม่ได้ครับ เพราะผมทำอยู่คนเดียวผลิตได้อาทิตย์ละประมาณ 15-20 กระสอบ ครับ
ผมทำงานแบบอารมย์ศิลปินอยากทำเมื่อไหร่ถึงทำ  ภรรยาผมบ่นกรอกหูประจำเรื่องไม่ยอมผลิตอินทรียวัตถุครับ(ไม่ใช่จริตผมครับ)
ทุกวันนี้ผมผลิตเพื่อให้เพื่อนสมาชิกแบ่งไปทดลองใช้แบบกระจายไปทั่ว
หากต้องการใช้สำหรับฤดูปลูกหน้าต้องหาทางเข้ามาศึกษาดูงาน  ทำปุ๋ยใช้เองเหลือใช้แบ่งขายให้ชาวบ้านครับ
ผมอยากให้เกิดเครือข่ายอย่างนี้มากกว่าที่จะมาสั่งซื้อจากผม  การผลิตขายไม่ใช่แนวทางของผมที่วางเป้าหมายไว้ครับ
ถ้าอยากนำไปทดลองสัก 1-2 กระสอบ พอจัดให้ได้ครับ

ขอบคุณคับคุณหมอแดงมากคับ
ผมคงต้องหาเวลาไปศึกษากับคุณหมอแดงบ้างแล้ว
ช่วงน้ำท่วม กทม. ผมก็หนีไปนอนศึกษา การทำปุ๋ยหมักที่สีมาอโศกมา อยู่แถวๆหลัง ด่านเกวียน
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #828 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2012, 10:15:55 AM »

ขนมันฯไปส่งสงวนวงษ์
อ้างถึง
แวะมาเยี่ยมชม หาความรู้และให้กำลังใจ ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ที่แบ่งปันคับ
ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณหมอแดงมีปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนาข้าวขายด้วยป่าวคับ

ถ้าจะใส่นาปีคงผลิตให้ไม่ได้ครับ เพราะผมทำอยู่คนเดียวผลิตได้อาทิตย์ละประมาณ 15-20 กระสอบ ครับ
ผมทำงานแบบอารมย์ศิลปินอยากทำเมื่อไหร่ถึงทำ  ภรรยาผมบ่นกรอกหูประจำเรื่องไม่ยอมผลิตอินทรียวัตถุครับ(ไม่ใช่จริตผมครับ)
ทุกวันนี้ผมผลิตเพื่อให้เพื่อนสมาชิกแบ่งไปทดลองใช้แบบกระจายไปทั่ว
หากต้องการใช้สำหรับฤดูปลูกหน้าต้องหาทางเข้ามาศึกษาดูงาน  ทำปุ๋ยใช้เองเหลือใช้แบ่งขายให้ชาวบ้านครับ
ผมอยากให้เกิดเครือข่ายอย่างนี้มากกว่าที่จะมาสั่งซื้อจากผม  การผลิตขายไม่ใช่แนวทางของผมที่วางเป้าหมายไว้ครับ
ถ้าอยากนำไปทดลองสัก 1-2 กระสอบ พอจัดให้ได้ครับ

ขอบคุณคับคุณหมอแดงมากคับ
ผมคงต้องหาเวลาไปศึกษากับคุณหมอแดงบ้างแล้ว
ช่วงน้ำท่วม กทม. ผมก็หนีไปนอนศึกษา การทำปุ๋ยหมักที่สีมาอโศกมา อยู่แถวๆหลัง ด่านเกวียน

อ้าว...แปลงทดลองมันสำปะหลัง 3 ไร่ ที่นำเสนออยู่ถนนเดียวกันกับสีมาอโศกเลยครับ
ตอนขนมันฯไปส่ง บ.สงวนวงษ์ก็ผ่านสีมาอโศกครับ
ยินดีต้อนรับครับ ว่างเมื่อไหร่เชิญที่ศูนย์ฯได้เลยครับ  เรียนรู้หลายๆที่แล้วทดลองเปรียบเทียบหาสิ่งที่ใช่ที่สุดคือความสำเร็จครับ
บันทึกการเข้า
leena
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 58



« ตอบ #829 เมื่อ: กรกฎาคม 17, 2012, 07:40:43 PM »

วันนี้ป่วยการเมืองเนื่องจากพ่อทองขาวเข้าอู่ไม่มีรถไปทำงานเลยถือโอกาศนั่งอ่านกระทู้พี่หมอแดงจนจบทันหน้าปัจุบัน มึนค่ะมึนตึ๊บเลยไม่รู้เรื่องเลยซักอย่าง ไม่ใช่พี่หมอไม่รู้เรื่องนะคะเป็นเพราะลีณ่าไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยแต่อ่านแล้วหยุดไม่ได้รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่อาศัยอ่านเอามันส์ หนุกดีค่ะ มีคำถามเยอะแยะเลยค่ะเกี่ยวกับปุ๋ยเดี๋ยวเจอกันสิ้นเดือนนะคะ อยากได้อะไรจากกรุงเทพอย่าได้เกรงใจนะคร้าาาาา ยิ้ม


Liked By: yudhapol, kmsmily, TAWUN
บันทึกการเข้า
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #830 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2012, 07:57:19 PM »

วันนี้ป่วยการเมืองเนื่องจากพ่อทองขาวเข้าอู่ไม่มีรถไปทำงานเลยถือโอกาศนั่งอ่านกระทู้พี่หมอแดงจนจบทันหน้าปัจุบัน มึนค่ะมึนตึ๊บเลยไม่รู้เรื่องเลยซักอย่าง ไม่ใช่พี่หมอไม่รู้เรื่องนะคะเป็นเพราะลีณ่าไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยแต่อ่านแล้วหยุดไม่ได้รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่อาศัยอ่านเอามันส์ หนุกดีค่ะ มีคำถามเยอะแยะเลยค่ะเกี่ยวกับปุ๋ยเดี๋ยวเจอกันสิ้นเดือนนะคะ อยากได้อะไรจากกรุงเทพอย่าได้เกรงใจนะคร้าาาาา ยิ้ม
คงจะจากบ้านไปอยู่กรุงเทพฯนานเลยไม่เห็นวงจรวิถีชีวิตของคนเกษตร  กลับมาอยู่บ้านเมื่อเจอเหตุการณ์คล้ายที่ผมเล่า  จะถึงบ้างอ้อเองครับ
ก็ยังดีที่อ่านแล้วยังสนุกและมันส์  ไม่นั้นคงไม่อ่านจนจบ  แค่นี้พี่หมอแดงก็ชื่นใจแล้วครับ
อยากได้รถไฟฟ้าใต้ดิน เอามาฝากได้หรือเปล่า  เจอกันสิ้นเดือนครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
CHAI-KLANG
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 167


« ตอบ #831 เมื่อ: กรกฎาคม 18, 2012, 08:40:48 PM »

อ้างถึง
อ้าว...แปลงทดลองมันสำปะหลัง 3 ไร่ ที่นำเสนออยู่ถนนเดียวกันกับสีมาอโศกเลยครับ
ตอนขนมันฯไปส่ง บ.สงวนวงษ์ก็ผ่านสีมาอโศกครับ
ยินดีต้อนรับครับ ว่างเมื่อไหร่เชิญที่ศูนย์ฯได้เลยครับ  เรียนรู้หลายๆที่แล้วทดลองเปรียบเทียบหาสิ่งที่ใช่ที่สุดคือความสำเร็จครับ

กลับไปดูนาข้าวที่สุรินทร์เมื่อไรคงได้แวะไปเยี่ยมชมศูนย์ฯ ของหมอแดงแน่นอนคับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 [52] 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 ... 158   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: