กลับมาเป็นเถ้าแก่ที่บ้านเกิดกันเถอะ ตอน ลัด-ทะ-ประ-หาน หน้า 138

<< < (55/449) > >>

sittisart:
ผมขออนุญาติชื่นชมจากใจจิงครับ
อ่านทั้งวันเลยวันเนี่ย ชอบตอน อบต..อะไรเนี่ยครับ

sittisart:
รบกวนลบกระทู้ผมนะครับเดี๋ยวจะทำให้พี่เสียหาย รบกวนลบครับ ผมอ่านเเล้วอินกับพี่ครับ

เรารักในหลวงครับ

kmsmily:
อ้างจาก: sittisart ที่ ธันวาคม 11, 2011, 11:50:36 PM

รบกวนลบกระทู้ผมนะครับเดี๋ยวจะทำให้พี่เสียหาย รบกวนลบครับ ผมอ่านเเล้วอินกับพี่ครับ

เรารักในหลวงครับ
ขอบคุณจากใจจริงเช่นกันครับ 
การแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ดีมากครับ  ดีเสียอีกที่อย่างน้อยเผื่อจะไปสะกิดต่อมความรู้สึกชั่วดี  ของพวกเค้าออกมาเป็นตัวหยั่งก่อนที่เค้าคิดจะทำครับ  ผมไม่กลัวเรื่องเสียหายหรอกครับ สิ่งเหล่านั้นมันเกินขีดที่ผมอยากได้ เพราะชื่อเสียงหรือสิ่งต่างๆเราเอาไปด้วยไม่ได้  สิ่งที่ผมกำลังทำช่วงบั้นปลายของชีวิตคือ บุญกุศลเท่านั้นที่ผมคิดว่าจะเอาติดดวงจิตไปได้

kmsmily:
                                                          บทที่  15  แสวงกรรม

       ชาวบ้านแถวๆ โรงปุ๋ยนอกจากจะปลูกข้าวแล้ว ยังปลูกหอมและกระเทียมด้วย  ต้นปีจะปลูกหอมแบ่งเพื่อหารายได้เสริม  ส่วนช่วงหน้าหนาวก็เตรียมพื้นที่เพื่อปลูกหอมแดงและกระเทียมเก็บไว้กิน  คนที่มีกำลังก็ปลูกเยอะเอาไว้ขายด้วย  ตั้งแต่ต้นปี 52  ชาวบ้านที่ปลูกหอมแบ่ง  ต้องเผชิญกับโรคใบจุดสีม่วงระบาดอย่างรุนแรง   ถ้าใครมาหาผม ๆ ก็จะเพาะเชื้อชีวภาพแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทีลีส เอพี-01 พร้อมสูตรบำรุงให้ได้เก็บหอมขายทุกราย  และหน้าหนาวของปีนี้ชาวบ้านที่ปลูกหอมแบ่งและหอมแดงเจอปัญหาหนักอีกครั้ง  เล่นเอามือปราบโรคอันดับหนึ่งในหมู่บ้านอย่างผมงงเหมือนกัน  :-\ โรคนั้นคือราแป้งในใบหอม  ผมเพาะเชื้อชีวภาพแบคทีเรีย  บาซิลลัส ซับทีลีส (คนละตัวกับตัวแรกครับ)  ฉีดพ่น 2-3 ครั้ง ไม่หายครับพี่น้องแสดงอาการแค่ดีขึ้นแล้วใบหอมกลับมาขาวโพนอีก  ผมใช้เวลาค้นคว้ากับปรมาจารย์ของผมอยู่นานมากๆ ตอนแรกคิดจะยอมแพ้แล้ว  :-X ในที่สุดผมได้พบปรมาจารย์ท่านใหม่ที่ห้างคลังพล่าซ่า คือ หนังสือ “โรคของผักและการควบคุมโรค” เขียนโดย ศศิธร  วุฒิวณิชย์  บอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับโรคของผักได้ดีมาก ซึ่งบางโรคที่เกิดกับผักตำราเล่มอื่นไม่ได้เขียนไว้  พร้อมทั้งบอกวิธีรักษาไว้ด้วย ทำให้ผมต้องนำสารเคมีมาร่วมในการรักษาโรคราแป้งในใบหอม สารนั้นคือ benomyl  ผมเปลี่ยนวิธีโดยการช็อคโรคให้อ่อนแอก่อน  ครั้งแรกผมจะฉีดพ่นสารเคมี หลังจากนั้นอีก 3 วัน ผมจะใช้เชื้อชีวภาพแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทีลีส  ฉีดพ่นซ้ำ อีก 7 วันใช้เชื้อชีวภาพผสมสูตรบำรุงต้นหอม   สำเร็จครับพี่น้องเหตุการณ์ครั้งนี้เกือบทำให้มือหนึ่งอย่างผมสิ้นท่าเพราะการยึดติดของผมที่จะมุ่งเกษตรปลอดภัยท่าเดียว  :-[ สารเคมีนั้นถ้าเราศึกษาและเรียนรู้ในการใช้ให้เข้าใจแล้วมันไม่อันตรายอย่างที่คิดหรอกครับ  แต่ขอให้เป็นทางเลือกตัวสุดท้ายและจำเป็นจริงๆอย่างกรณีที่ผมเล่าให้ฟัง  สารในกลุ่มนี้มีอีก 2 ตัว คือ dinocap และ triforine  ใช้แทนกันได้   ที่ชาวบ้านต้องเผชิญโรคของพืชผักรุนแรงและเกิดการดื้อยาของโรค  สาเหตุมาจากตัวของพวกเค้าเองที่ขาดความรู้ด้านการทำเกษตร  ทำไมผมถึงกล้าพูดเพราะผมอยู่กับพวกเค้าผมเห็นผมรู้ที่เค้าทำกัน  พันธุ์หอมแบ่งหอมแดงที่นำมาแต้มนั้นมันถูกหมุนเวียนไปมา  อยู่แถวนี้หรือซื้อมาจากที่อื่นแต่ไม่รู้ว่าปลอดจากโรคหรือไม่  พี่น้องคิดดูซิครับเวลาหอมเป็นโรคเอาสารเคมีมารักษาก็เป็นสารไม่ถูกกับโรค หรือถูกก็ใช้สารตัวเดียวซ้ำซาก  โรคเลยดื้อยาแล้วยังเอาหัวหอมที่เกิดโรคไปขยายพันธุ์ต่อ  เจ๊งตั้งแต่คิดปลูกแล้วครับพี่น้อง :( :( :(
           ตั้งแต่เริ่มออกพรรษาบรรดาเซียนไก่ชนทั้งหลายเริ่มอุ้มไก่ชนของตัวเองออกปล้ำ  หากเป็นไก่หนุ่มที่อายุประมาณ 7-9 เดือน  จะนำมาเช็คว่ามีอนาคตหรือไม่   หรือจะเป็นได้แค่ไก่ต้มแกล้มเบียร์และเหล้าขาวเท่านั้น  :'(  ถ้าเป็นไก่ลูกถ่าย(ผลัดขนหลังจากปีที่ผ่านมาคัดออกตีมาแล้ว  พวกนี้ถือว่าเป็นไก่เก่งประเภทแก่สังเวียน)  จะนำมาทดลองปล้ำดูชั้นเชิงอีกครั้ง  ดูว่าลีลาการตียังเหมือนเดิมหรือเปล่า  ถ้าไม่เหมือนเดิมก็จะเลื่อนตำแหน่งลงมาเป็นไก่ครู    (เอาไว้ปล้ำกับไก่ตัวอื่นที่เค้าคัดแล้วเตรียมออกชน  กระสอบทรายเราดีๆนี่เองพี่น้อง) :'(   ไอ้ขาด่างลูกรักของผม........ลูกชายผมจะเก่งไหมตามต่อนะครับ

kmsmily:
         ไอ้ขาด่างลูกรักของผมอายุครบ 1 ปีพอดี   มันโตขึ้นมาเป็นไก่หนุ่มหล่อเหลาเอาการ  (เสียดายรูปไอ้ขาด่างที่ถ่ายไว้ถูกลบหมดแล้วครับ)  ก่อนหน้านี้ผมได้หาเมียมาเตรียมไว้ให้มัน 2  ตัว  ภรรยาผมตั้งชื่อให้ว่า “ดาวเรือง และ เฟื้องฟ้า” แล้วยังได้ตัวผู้มาใหม่อีก 1  ตัว เป็นประดู่หางดำ ตั้งชื่อให้ว่า    “เด่นดัง”   แม่ของมันทั้งสามตัวเป็นไก่ชนก๋อย  จากจังหวัดลำพูน  เซียนไก่ซื้อมาราคา  16,500  บาท  ผสมกับพ่อพันธุ์ประดู่หางดำที่เคยชนะเดิมพันธุ์เป็นแสนมาแล้ว(ฮื่อ...ได้เมียเหล่าดีด้วยนะไอ้ขาด่าง) :P  คงจำได้นะครับที่ผมไปไหนมาไหนต้องเอามันไปด้วยเพราะเป็นห่วงมันสารพัด  แถมตั้งแต่ได้มันมาผมจะไปไหนก็ลำบาก  พูดได้ว่าแทบไม่ยากไปไหนเลยถ้าไม่ได้เอามันไปด้วย ต้องจ้างคนในหมู่บ้านช่วยดูมันให้(บ้าไปใหญ่แล้วหมอแดง  ครับเหมือนคนบ้าจริงๆ) ::)  การดูแลเลี้ยงมันอย่างดีชนิดที่แทบไม่เคยตีกับไก่ตัวไหน   ตั้งแต่มันโตขึ้นมาเคยตีกับพี่มันครั้งเดียวคือไอ้ตัวใหญ่พี่มันเท่านั้น     คำสุภาษิตที่ว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” เกิดขึ้นกับผมจริง ๆ  ครับ   วันหนึ่งผมอุ้มมันออกไปทดลองปล้ำเพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นไก่ชน    ที่เก่งไหม  โดยมีเซียนไก่ชนเป็นคนเช็คให้(เซียนคนนั้นไม่ใช่คนอื่นไกลเค้าเป็นคณะกรรมคนหนึ่งที่อยู่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเกษตร) หลังจากเช็ดน้ำให้มันเรียบร้อยเอามันลงสังเวียน  ในใจหวังอยู่ลึกๆว่ามันต้องเป็นไก่ชนที่เก่งๆ จริงครับพี่น้อง  มันตีกับเค้า 1 อัน (20 นาที) หน้าตามันไม่มีรอยตีหนักๆเลย  ไก่ชนคู่ต่อสู้แทบจะตีมันไม่ได้เลย  8) เพราะขณะที่เข้าพันตรูกัน  ไอ้ขาด่างเข้าไปใช้คอกอดทับโคนคอคู่ต่อสู้อยู่ตลอด  และเดินชิดติดไก่  เข้ามัดใต้ปีกบ้าง  กัดบ่าบ้าง  มุดทะลุลอดหว่างขาออกไปด้านหลังบ้าง  ทำให้คู่ต่อสู้ไม่มีโอกาสตีมันได้  มันเป็นไก่ชนชั้นเชิงสุดยอดเอาตัวรอดได้ดีจริงๆ  พอได้โอกาสมันบินขึ้นตีเสียงบินขึ้นตีดังมาก  หากแข้งมันตีถูกคู่ต่อสู้จังๆคงต้องลงไปดิ้นพาดๆ  พี่น้องครับการขึ้นตีของมันแต่ละครั้งตีถูกแต่ลมครับ  มันตีไก่ไม่เม่น  ตีแบบสะเปะสะปะไม่เป็นชิ้นเป็นอัน  มันสอบไม่ผ่านครับ  :'( มีแต่เชิงดี(เหมือนสมรักษ์  คำสิงห์)  เซียนไก่บอกเชิงมันดีเอาเป็นพ่อพันธุ์หาตัวเมียตีเม่นๆลองผสมดูลูกมันออกมาอาจจะเก่งก็ได้  และเค้าแนะนำว่าการเลี้ยงไก่ชนต้องให้มันเคยจิกตีกันบ่อยๆตั้งแต่เล็กๆเป็นการฝึกไปในตัว(สมน้ำหน้าพ่อมันเลี้ยงประคบประหงบดีนัก)  >:(  หลังจากวันนั้นผมเอามันออกกำลังกายเช็ดน้ำกราดแดด  เพื่อทดลองมันอีกครั้ง  เมื่อมันพร้อมผมอุ้มมันไปเช็คอีกครั้งคราวนี้ติดเดิมพัน 300  บาท กำหนด  2 อัน  พอตีถึงกลางอัน 2  ไก่ทั้งคู่ยังทำอะไรกันไม่ได้เพราะเหมือนเดิมครับไอ้ขาด่างเอาแต่เล่นเชิงขึ้นตีไก่ไม่ถูกเป้าสำคัญ  ไก่คู่ต่อสู้แก้เชิงมันไม่ได้  พวกบ่างเริ่มออกลายบอกผมว่าตีอัน 3 ซิไก่พี่ไม่แพ้หรอกมันเอาตัวรอดจะได้แข็งๆ  บ่างมากันหลายตัวเลยครับเลยตอบตกลง  พอกลางอัน3  ไอ้ขาด่างผมหมดแรงเหมือนเซียนไก่ชนพูดกันว่า “ไก่เชิงหมดเชิงก็หมดตังค์”  โดนไก่คู่ต่อสู้ตีเอาออกอาการจะแพ้ผมเลยยกมันออกยอมแพ้  เสียค่าหน่วยกิจลงเรียนวิชาไก่ชนไป 300 บาท  ตอนหลังมารู้บ่างทั้งหลายเค้าทำกันเป็นขบวนการ  ถึงแม้จะรู้จักกับเราและพวกนี้ไม่เคยคบกันแบบจริงใจ  ??? เพราะมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง  ยิ่งผมอยู่ในวงการนี้ยิ่งเห็นสิ่งที่เลวร้ายมากมาย  อยากบอกทุกๆคนว่าถ้าไม่อยากมีทุกข์อย่าได้แวะเวียนเข้ามาเลยครับ  ผมปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรเพราะผมเคยอ่านเจอในตำราเลี้ยงไก่ชนว่า  หากใครสามารถเพาะไก่ชนที่มีเชิงชน 4 เชิง  จะขายได้  เซียนไก่ชนต้องการแต่ถ้าใครเพาะไก่ชนเชิงชน 5 เชิง  ถือว่าเป็นสุดยอดไก่ชนยิ่งกว่ามีลูกสาวสวยเสียอีก  รับรองหัวบันไดไม่แห้ง  ไอ้ขาด่างผมมีเชิงชน 4 เชิง  เพิ่มตีนเปล่าเข้าไปอีกก็ครบ 5 เชิง  คงไม่ยาก ;D  หมอแดงซะอย่าง  ใจยังคิดอีกว่า “ถ้าเราคิดดีทำดีสิ่งดีๆต้องมาหาเรา”  ต้องพิสูจน์และพัฒนาต่อ  เมียก็หามาให้มันแล้วตั้ง   2  ตัว    เหล่าตัวเมียก็ดี   มันต้องลอง............      ตามไปดูกับผม

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว