หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวธรรมชาติ พิชิตลานสนสามใบภูสอยดาว ระดับความสูง 1,633 เมตร  (อ่าน 8667 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:36:41 AM »

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ท้องที่ตำบลม่วงเจ็ดต้น ตำบลนาขุม ตำบลบ้านโคก อำเภอบ้านโคก อำเภอห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ที่มีสภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ปกคลุมไปด้วยป่าธรรมชาติที่สวยงาม เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีจุดเด่นที่น่าสนใจและเป็นที่ดึงดูดใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกภูสอยดาว เป็นน้ำตก 5 ชั้น มีเนื้อที่กว้างประมาณ 1,000 ไร่ มีความสวยงามมาก มีถนนลาดยาง เข้าถึงพื้นที่ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีเนื้อที่ 48,962.5 ไร่ หรือ 78.34 ตารางกิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยว
• ลานสนสามใบภูสอยดาว เป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติ มีพื้นที่ประมาณ 1,000 กว่าไร่ เป็นที่ราบบนเทือกเขาภูสอยดาว ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,800 เมตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด พื้นที่ของลานสนสามใบจะเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไป เป็นป่าสนสามใบ พืชชั้นล่างเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ช่วงฤดูฝน เดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายนของทุกปี กลางทุ่งหญ้ามีดอกไม้ดินออกดอกสีม่วงขึ้นเป็นกลุ่มหนาแน่น เช่น ดอกหงอนนาค ดอกกุง ซึ่งจะมีดอกสีเหลือง และดอกหญ้ารากหอมจะมีดอกสีม่วงเข้มสวยงามมาก ต้องเดินทางเท้าจากน้ำตกภูสอยดาวริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 4-5 ชั่วโมง โดยระหว่างเดินเท้าขึ้นสู่ลานสนสามใบภูสอยดาวจะพบ สภาพป่าที่สวยงามมาก
• น้ำตกภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติน้ำปาด ท้องที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีน้ำตกทั้งหมด 5 ชั้น อยู่ริมเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1268 มีน้ำไหลตลอดปี
• น้ำตกสายทิพย์ ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างป่าดิบชื้นกับป่าสนเขา มีทั้งหมด 7 ชั้น ความสูงแต่ละชั้นประมาณ 5-10 เมตร ฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมองดูสวยงามมากและมีน้ำไหลตลอด เมื่อขึ้นเที่ยวบนลานสนสามใบภูสอยดาวสามารถเที่ยวน้ำตกแห่งนี้ได้ด้วย
• ลานหินลำน้ำภาค ตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีป่าภูสอยดาวท้องที่ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เป็นหินธรรมชาติที่เกิดขึ้นสองริมฝั่งลำน้ำภาคไหลลงแม่น้ำแดงน้อย ที่อำเภอชาติตระการ มีความกว้างของลานหินฝั่งละประมาณ 10-15 เมตร ยาวประมาณ 100 เมตร


ระยะเวลาเดินทางคือวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมาค่ะ เราเดินทางกันโดยรถโค้ชปรับอากาศ 2 ชั้น สมาชิกทั้งหมด 40 คน เรามาเริ่มชมภาพ ท่องไปตามใจฝัน กับบังอรกันเลยดีกว่าค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2008, 01:17:43 PM โดย bangon » บันทึกการเข้า

bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:41:33 AM »

ภาพที่ทุกคนเห็นอยู่นี่ คือทิวเขาที่บัง กับ เพื่อนในทริปนี้ร่วมกันเดินฟันฝ่ามาค่ะ ระยะทางค่อนข้างไกล แต่หัวใจไม่เคยหยุดเดินทางค่ะ
ในทริปนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมชีวิตทั้งหมด 40 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านดูแลกันเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาที่เราได้เดินทางร่วมกัน ส่งที่ได้กลับ
มาในครั้งนี้ คือ มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:44:28 AM »

ภาพที่เห็นคือ ผลของ ไก่ฟ้าพญาลอค่ะ หลายๆ คนอาจเคยเห็น แต่อีกหลายๆ คนก็อาจจะไม่เคยเห็น บังจึงขออนุญาตนำเสนอนะค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:45:48 AM »

รูปนี้เป็น ตัวไก่เลยค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:48:41 AM »

ดอกสีแดงสดที่เห็น มีชื่อว่า กระโถนพระฤาษี ค่ะ บังค่อนข้างตื่นเต้นมากที่ได้เห็น สีสันช่างเย้ายวนใจยิ่งนักค่ะ อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพกลับมาให้สมาชิกท่านอื่นได้ชมกัน
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:50:57 AM »

ส่วนภาพนี้ ไม่ทราบว่าต้นอะไรเหมือนกันนะค่ะ หากใครทราบก็ช่วยบังด้วยนะค่ะ แต่มันสวยดี ขึ้นอยู่บนภูค่ะใกล้กับบ้านพักของ เจ้าหน้าที่อุทยาน เลยเก็บภาพมาให้ช่วยกันหาชื่อให้มันหน่อยค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:54:28 AM »

เจ้าภาพนี้ บังชอบเป็นการส่วนตัวถ่ายมาหลายช็อต เลยตั้งชื่อให้มันว่า อะ-รู-มี-ไร้
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:55:36 AM »

กล้วยไม้ป่า สวย มากๆๆ ดอกโต ต้นอวบ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 11:58:39 AM »

สวยใช่ม่ะ ยิ่งมีความอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่ พวกเราก็จะได้เห็น พวกเขาเหล่านี้มากเท่านั้น
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:01:06 PM »

สีสด ซ่อนดูตามพุ่มไม้ มีให้เห็นตลอดเส้นทางที่เดินขึ้นภู ใครรู้ช่วยบอกทีค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:03:31 PM »

ถ้าสังเกตให้ดีรูปที่ถ่ายมาให้ชม ดอกไม้ส่วนใหญ่จะมีแต่สีแดง ไม่รู้เป็นไร สีอื่นไม่ค่อยจะมี ป่าผืนนี้ คงชอบความสดใสมั้งค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:05:50 PM »

ไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย สวยมากค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:12:38 PM »

ในที่สุดก็หาเจอค่ะ ดอกไม้ที่ไม่ใช่สีแดง กว่าจะหาเจอก็เหนื่อยค่ะ แต่ถึงแม้จะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน บังก็จะพยายามเพื่อให้ได้ภาพต้นไม้สวยๆๆ มาให้สมาชิกได้ชมกันค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:16:32 PM »

เห็นเจ้าสองต้นที่ยืนต้นเด่นเป็นสง่า บังก็อดไม่ได้ที่จะยกกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์ เก็บภาพมาให้ชมกันอีกแล้ว เจ้าคู่นี้ทำให้บัง ได้เห็นความจริงของชีวิต ขนาดต้นไม้ยังต้องเกื้อกูลกัน แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์ หากต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเห็นแก่ตัว แล้วสังคมจะสงบสุขได้อย่างไร
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:21:34 PM »

ภูเขาเบื้องหน้าที่เห็น อนาคตอันใกล้ มันจะกลายเป็นรีสอร์ตของพวกนายทุน แล้วจะเหลือธรรมชาติให้เราได้เห็นกันอีกแค่ไหน ลูกหลานรุ่นต่อไป จะรู้จักหรือป่าวหนอ ภูสอยดาวต้องเดินขึ้นถึงจะประทับใจ ไม่ใช่นั่งรถไปพอถึงถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกสัก 2 -3 รูปแล้วก็นั่งรถกลับ ความลำบากที่แฝกมากับมิตรภาพ มันจะมีอีกมั้ยนะ คิดแล้วเศร้าใจจริงๆ ค่ะ
บันทึกการเข้า
bangon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2008, 12:26:17 PM »

พระอาทิตย์ยามอัสดง สวยไปอีกแบบ บังชอบนะเวลาพระอาทิตย์ตกดินลับขอบฟ้าเนี่ย มันสามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่าง
"วันเวลาไม่เคยหวนกลับ ตะวันลับขอบฟ้าไกล   
 วันเวลาช่างยาวไกล     แต่หัวใจไม่เคยหยุดเดินทาง"
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: