กระแสไฟฟ้ารั่ว

(1/2) > >>

Bryan:

เราจะมีวิธีสังเกตุ หรือทราบได้อย่างไรว่า บริเวณในบ้านของเรา หลังน้ำลดแล้วจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมาหรือไม่

ถามต่อว่า ถ้าในกรณีที่ตรวจพบว่า มีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมาในบริเวณบ้าน เราควรปฏิบัติอย่างไรให้ปลอดภัยครับ  :( :(

konthain(นพ):
ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า เป็นพลังงานที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นครับ ถ้าไม่มีสัตว์น้ำลอยตายในบริเวณนั้น  ;D
แต่กระไฟฟ้าที่รั่วปกติเขาจะรั่วลงดินที่ใกล้ที่สุด รัศมีหรือพื้นที่ๆอาจโดนไฟดูดจะไม่กว้างถ้าปริเวณนั้นเป็นดิน
คือเราไม่ควรเข้าไปใกล้จุดที่สันนิฐานว่ามีไฟรั่วประมาณ 1-2 เมตรครับ อยู่ให้ห่างๆไว้ก่อน
ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟรั่วหรือไม่ให้หาช่างหรือคนที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้า มาทำการปลดสายไฟจากสายเมนที่เข้าตัวบ้าน
เช่นปลดที่ เบรคเก้อร์หรือคัดเอาท์ หรือให้การไฟฟ้าฯมาปลดสายไฟที่เสาไฟเลยครับ
ถ้าไม่แน่ใจและไม่มีความรู้ความเข้าใจไม่ควรเสี่ยงครับ ปลอดภัยไว้ก่อน

KENETIC_E®:
ลองทำไขควงเช็คไฟแบบในรูปไว้สักอันหนึ่งครับ แบบต่อด้ามยาวน่ะครับ พอดีเจอใน FB มาน่ะครับ
เผื่อจะเป็นประโยนช์บ้าง


จริงๆ แล้วก่อนที่จะเข้าบ้านหรือถ้าสามารถเข้าไปในบ้านได้แล้วหลังจากน้ำลด
สิ่งที่ควรจะปฏิบัติเลยคือ
1. ปลดสะพานไฟ หรือคัทเอาท์ เบรคเกอร์ต่างๆ ภายในบ้านลงให้หมดเป็นสิ่งแรก
    1.1 หากว่าไม่แน่ใจว่าไฟจะรั่วหรือไม่ และไม่กล้าที่จะเข้าไปปลดสะพานไฟภายในบ้าน ให้ปลดสายเมนที่หลังมิเตอร์ก่อนแล้วถึงจะเข้าไปปลดภายในบ้านอีกที แล้วค่อยต่อสายเมนกลับ
2. ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ต่ออยู่ในบ้าน
3. หากว่ามีอุปกรณ์เช็คการไหลของกระแสไฟฟ้า(แคล้มมิเตอร์) ก็สามารถเช็คได้โดยการคล้องเพื่อตรวจการไหลของกระแส ทั้งสายเมน และวงจรย่อย
4. หากว่าเราถอดอุปกรณ์ไฟฟ้าออกจากปลั๊กในบ้านทั้งหมดแล้ว และปลดเบรคเกอร์ลงทั้งหมด สามารถสังเกตุจากมิเตอร์ไฟฟ้านอกบ้านได้ว่ายังหมุนหรือไม่? ได้อีกทางหนึ่ง หากว่าเราปลดแล้วทุกอย่าง แต่มิเตอร์ยังคงหมุนอยู่ช้าๆ ให้สันนิษฐานได้เลยว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลเกิดขึ้นภายในบ้าน เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้เสียบอยู่ แต่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่นั่นเอง (ต้องแน่ใจว่าถอดปลั๊กหมดแล้วด้วยนะครับ)
5. ในกรณีที่ไม่มีแอมป์มิเตอร์แบบแคล้ม ก็ต้องใช้ไขควงเช็คไฟแบบที่ต่อด้ามยาว สวมร้องเท้าป้องกัน และยืนอยู่บนที่แห้ง แล้วยกเบรคเกอร์ ขึ้นที่ละโซน เพื่อตรวจสอบทีละจุดๆ ไป
6. หากว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วแล้วท่านก็ต้องทำการปลดวงจรนั้นออกก่อน แล้วค่อยแจ้งให้ช่างมาแก้ไขอีกที
(กรณที่ตรวจพบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลภายในบ้านแล้วนั้น ต้องรีบตัดวงจรไฟฟ้าภายในบ้านทันที)
7. หากตรวจสอบและหมั้นใจแล้วว่าไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วภายในบ้านแล้ว ท่านก็สามารถใช้งานระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ตามปรกติ

สิ่งที่ควรระมัดระวังสำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วม คือ
1.  สายเมนเข้าบ้านที่เดินท่อร้อยสายฝังดินเข้าตัวบ้าน ต้องลองสังเกตดูก่อนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้ามิเตอร์ไฟ หรือก่อนจะเข้าบ้านหลังจากผ่านน้ำท่วมมา
2. สังเกตดูว่าระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่บริเวณไหน ท่วมปลั๊กไฟ สวิทช์ไฟหรือไม่?
3. สังเกตที่อุปกรณ์ป้องกันหากว่าก่อนออกจากบ้านแล้ว เราไม่ได้ปลดออกหรือปิดลงไว้ แล้วกลับเข้าไปอุปกรณ์ป้องกันเหล่านี้( เมนเบรคเกอร์,เบรคเกอร์,เซฟทีคัท,อุปกร์ป้องกันไฟรั่วต่างๆ ) ถ้ามันทำงานเอง(คือปลดวงจรออกเอง) ให้ตังสันนิษญานไว้ก่อนว่ามีระบบไฟฟ้าภายในบ้านมีปัญหา ค่อยๆ ตรวจสอบด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบยกหรือต่ออุปกร์เหล่านี้โดยทันที เด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นอันตรายได้
4. ไฟรั้ว ไฟสนาม ที่ต่อจากตัวบ้านออกไป จะเป็นแบบเดินท่อฝังดินไป ควรระมัดระวัง
5.. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมขัง เช่นปั้มน้ำ เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์(ชุดคอยล์ร้อนหรือ คอมเพรสเซอร์) ปลั๊กไฟที่อยู่ระดับต่ำๆ

เอาคร่าวๆ เท่านี้ก่อนนะครับ ภาวนาขออย่าให้มีไฟฟ้ารั่วไหลเลยนะครับ หรือว่าหากมี ขอให้อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ทำหน้าที่ด้วยครับ

Nirvana:
น้ำท่วมครั่งนี้กทมท่วมแค่เอวแค่อกไม่มีจมน้ำตายแต่ไฟดูดตายไปแล้ว2ราย กลัวกว่าน้ำท่วมอีกกฟผออกมาบอกแล้วมีไฟใช้แน่ๆๆ  :-\

Mahajoan:
 :-[ ขอบคุณครับพี่เอก ไอเดียง่ายๆแต่เจ๋ง  :-[

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป