หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครเคยใช้เครื่องสูบนํ้าติดแกสบ้างครับ  (อ่าน 69996 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pakchong96
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 522


« เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 10:38:19 PM »

อยากรู้ถัาใช้วันละ2-4ชม.จะสิ้นเปลืองค่าแก๊สเท่าไร ดูจากรูปแล้วน่าใช่ดีนะครับ


Liked By: arsun, vigo74
บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 11680


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2009, 11:55:39 PM »

ลองสอบถามพี่จิระวัฒน์ดูนะครับ  กระทู้ด่านล่าง
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4792.16





Liked By: mskh875
บันทึกการเข้า
golfy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 11:19:30 AM »

ผมพอบอกได้คร่าวๆนะคับ เพราะผมใช้รถยนต์ติดแกส ศึกษามาพอควรได้ความว่า เมื่อเราติดแกสกะเครื่องยนต์แล้ว จะจ่ายค่าเชื้อเพลิงแค่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์นะคับ อย่างเคยจ่าย 100 ก็จะจ่ายแค่ 40 ประมาณนี้คับ ผมว่าหลักการนี้ก็คงคล้ายๆกัน เครื่องสูบน้ำหรือปั่นไฟก็คงไม่ต่างกันมากคับ


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
สวนผสม 3 พอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1303


Rome wasn't built in one day.


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 12:34:50 PM »

อยากทราบราคาติดตั้งประมาณเท่าไรเหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า

สวนผสม 3 พอ (เพชร+พิชญ์+ภัส)              http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4648.0
howw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 03:11:49 PM »

เพิ่มเติมนะครับเผื่อเป็นประโยชน์ครับ ดูจากภาพแล้วผมไม่มั่นใจว่าเครื่องยนต์ได้มีการดัดแปลงให้ใช้ทั้งน้ำมันและแก๊สรึเปล่าถ้ามีก็ไม่น่าห่วงครับ แต่ถ้าไม่มีคือ "ใช้แก๊สอย่างเดียว" โดยที่ถอดระบบทางเดินน้ำมันออกเลยผมว่าต้องระวังหน่อยนะครับ เพราะโดยปกติแล้วน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ว่าจะเป็นดีเซลหรือเบนซิน จะมีสารประกอบอยู่ตัวนึงทำหน้าที่คล้ายๆกับน้ำมันเครื่องซึ่งจะช่วยหล่อลื่นและทำความสะอาดชิ้นส่วนในห้องเผาไหม้และชุดกำลังอัด(วาล์วไอดี-ไอเสีย) แต่ในแก๊ส จะไม่มีสารประกอบตัวนี้ซึ่งส่งผลกับเครื่องยนต์ในขณะที่มีการเผาไหม้คือทำให้ชุดกำลังอัดสึกหรอได้ จึงจะเห็นว่าทำไมรถแท๊กซี่ที่ติดแก๊สถึงใช้น้ำมันด้วยในบางครั้ง ลองเช็คดูก่อนนะครับจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องซ่อมที่หลัง  ยิ้ม


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
ลูกพ่อท่าน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 236


« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 06:47:58 PM »

ผมเห็นชาวนาใช้สูบน้ำด้วยพยานาคขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ใช้เครื่องฮอนด้า5.5 แรงม้า สูบน้ำผมสนใจมากเลยสอบถามรายละเอียดไว้ดังนี้
1.ใช้สูบน้ำติดต่อกันได้ 60 ชั่วโมง ต่อแก็ส 1 ถังๆละ 15 กก.(ราคาถังละ 290 บาท) เฉลี่ย ชั่วโมงละ เกือบ 5 บาท
2.การติดตั้งง่ายมาก ใช้จุ๊บยางในของ มอเตอร์ไซด์ มาติดตั้งที่ใต้กรองไอดีเจาะที่ท่อ แล้วเอามาติดตั้งได้เลย(มียางเป็นปะเก็นในตัวอยู่แล้ว)
3.หาซื้อวาร์วแก็ส(เตาแก็ส)จากร้านขายของเก่ามาเป็นตัวบังคับแก็ส ต่อแก็สจากถังผ่านวาร์วแก็ส ต่อตรงเข้าไอดีเลย ไม่ต้องใช้หม้อต้ม เพราะปริมาณแก็สที่ใช้เครื่องเล็กพอไม่ต้องอุ่นให้แก็สร้อนก่อน
4. เทคนิคคือต้องติดเครื่องด้วยน้ำมันเบนซินก่อน เดินเครื่องสักครู่ แล้วปิดวาร์วน้ำมันเบนซิน ค่อยๆเปิดแก็สเร่งเบาได้จากวาร์วแก็ส
5. จะดับเครื่องต้องเปิดน้ำมันเบนซินก่อนแล้วปิดแก็ส ต้องดับเครื่องระหว่างการใช้น้ำมันเบนซิน มิฉนั้นการติดเครื่องต่อไปเครื่องจะติดยาก


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า
Bart_นักท่องเนตบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 09:10:21 PM »

แวะมาศึกษาข้อมูลด้วยคนครับ...

ลูกพ่อท่านให้คำแนะนำที่ดีมากเลยครับ..

ผมเองก็สนใจอยู่เหมือนกัน

ถ้าใครมีภาพประกอบให้ดู จะทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ขอบคุณครับ..

ปล. ถ้าใครมีภาพที่ติดกะรถอีแต๋นรบกวนขอด้วยหน่อยนะครับ
บันทึกการเข้า
ming
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 210

เมื่อยังไม่เริ่มต้น จะถึงจุดหมายได้ไง


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 09:30:33 PM »

น่าสนใจไม่น้อย ในยุคน้ำมันแพง
บันทึกการเข้า
SteamTurbine
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1052


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 09:47:09 PM »

ผมเห็นชาวนาใช้สูบน้ำด้วยพยานาคขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว ใช้เครื่องฮอนด้า5.5 แรงม้า สูบน้ำผมสนใจมากเลยสอบถามรายละเอียดไว้ดังนี้
1.ใช้สูบน้ำติดต่อกันได้ 60 ชั่วโมง ต่อแก็ส 1 ถังๆละ 15 กก.(ราคาถังละ 290 บาท) เฉลี่ย ชั่วโมงละ เกือบ 5 บาท
2.การติดตั้งง่ายมาก ใช้จุ๊บยางในของ มอเตอร์ไซด์ มาติดตั้งที่ใต้กรองไอดีเจาะที่ท่อ แล้วเอามาติดตั้งได้เลย(มียางเป็นปะเก็นในตัวอยู่แล้ว)
3.หาซื้อวาร์วแก็ส(เตาแก็ส)จากร้านขายของเก่ามาเป็นตัวบังคับแก็ส ต่อแก็สจากถังผ่านวาร์วแก็ส ต่อตรงเข้าไอดีเลย ไม่ต้องใช้หม้อต้ม เพราะปริมาณแก็สที่ใช้เครื่องเล็กพอไม่ต้องอุ่นให้แก็สร้อนก่อน
4. เทคนิคคือต้องติดเครื่องด้วยน้ำมันเบนซินก่อน เดินเครื่องสักครู่ แล้วปิดวาร์วน้ำมันเบนซิน ค่อยๆเปิดแก็สเร่งเบาได้จากวาร์วแก็ส
5. จะดับเครื่องต้องเปิดน้ำมันเบนซินก่อนแล้วปิดแก็ส ต้องดับเครื่องระหว่างการใช้น้ำมันเบนซิน มิฉนั้นการติดเครื่องต่อไปเครื่องจะติดยาก
และอาจจะเกิด fire back หรือระเบิด เนื่องจากมีแก็สค้างอยู่ข้างในท่อได้ครับ

พอเราดับเครื่องจะมีแก็สบางส่วนที่ยังตกค้างอยู่ในระบบที่ยังไม่ถูกสันดาป

พอติดเครื่องอีกที แล้วไม่ได้ทำการไล่แก็สออกไปก่อน ซึ่งระบบบ้านๆจะไม่ค่อยได้สนใจตรงนี้กัน  อันตรายครับ

ทางที่ดี จุดด้วยน้ำมัน ดับด้วยน้ำมันครับ


Liked By: vigo74
บันทึกการเข้า

สายพิณ ตึงไป เจ้าจึงขาด

1/76 ม.พลัสซิตี้พาร์ค ถ.หัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240
golfy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 11:02:48 PM »

ผมก็ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์มากนะคับ แต่ที่ศึกษามา และฟังจากผู้ที่รู้จิงเรื่องยานยนต์ เค้าบอกมาคับ ว่าเครื่องไม่ต้องการอะไรไปเลี้ยงบ่าวาวล์ หรือที่บางคนจะเอาน้ำมันเครื่องไปเลี้ยงบ่าวาวล์เพราะกลัวมันแห้ง อันนี้ไม่จำเป็นจิงๆคับ รับประกันได้ ส่วนเรื่องความปลอดภัย ในรถยนต์ผมติดแบบเต็มระบบ ที่สำคัญจะต้องมีตัวตัดแกส ทั้งออกจากถัง และก็ที่หม้อต้มคับ ผมเคยเห็นคนเอามาโพสให้ดู รถเก๋งชนขาดสองท่อน ถังแกสกระเด็นออกมานอกรถยังไม่ระเบิดหรือไหม้เลยคับ เพราะมีตัวตัดทั้งสองจุด ที่สวนอาผมที่นครนายกตอนนี้ก็เครื่องสูบน้ำติดแกสไปหมดแล้วคับ อันนั้นยิ่งกว่านี้อีก เอาเครื่องดีเซลเก่าปาดฝาฝังหัวเทียนจากเครื่องดีเซลเป็นเบนซิลไปเลย เก่งจิงๆคับช่างไทย ญี่ปุ่นเห็นคงงงแย่  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
JARERN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 307


« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 11:36:33 AM »

    อยากเห็นภาพ ตอนใช้จุ๊บยางในของ มอเตอร์ไซด์ มาติดตั้งที่ใต้กรองไอดี และตอนต่อแกสเข้ากับจุ๊บยาง  หรือคำอธิบายที่ชัดเจนอีกสักหน่อย   ขอรบกวนครับ
บันทึกการเข้า
tavid
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2875



« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 02:52:21 PM »

อยากรู้ถัาใช้วันละ2-4ชม.จะสิ้นเปลืองค่าแก๊สเท่าไร ดูจากรูปแล้วน่าใช่ดีนะครับ

คิดง่ายๆครับ น้ำมันเบนซิน1ลิตรให้ค่าความร้อน 25,0312.5 BTU ส่วนแก๊ส LPG 1 ลิตรให้ค่าความร้อน 19,791.7BTU
ฉะนั้นถ้าเอาแก๊นไปใช้แทนน้ำมันจะเปลืองกว่า8% แต่แก๊สราคาถูกกว่าน้ำมันมากจึงประหยัดเงินกว่า

สมัยก่อนที่ยังมีการใช้น้ำมันผสมสารตะกั่วทราบไหมครับว่าผสมตะกั่วทำไม ที่ผสมตะกั่วเพื่อให้ไปเคลือบบ่าวาล์วไม่ให้สึกเร็วแต่เดี๋ยวนี้น้ำมันสารตะกั่วไม่มีแล้วผู้ผลิตรถจึงต้องทำบ่าวาล์วให้ทนขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่มีตะกั่วมาเคลือบแล้วฉะนั้นเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่วเมื่อเปลี่ยนมาใช้แก๊สจึงไม่ต้องเลี้ยงบ่าวาล์วให้เกิดมลพิษและเพิ่มความสกปรกให้เครื่องยนต์อีกต่อไป

ระบบแก๊สที่ติดตั้งในรถยนต์กับเตาแก๊สที่ใช้ในบ้านและเครื่องยนต์ที่มีรอบเครื่องคงที่จะต่างกันครับ
แก๊สรถยนต์ไหลผ่านท่อมีสถานะเป็นของเหลวเมื่อผ่านหม้อต้มซึ่งก็คือ regulator ก็จะถูกลดความดันและเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส การลดแรงดันลงอย่างรวดเร็วและมีอัตราการไหลที่สูงจะทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ LPG แข็งตัวได้จึงต้องมีการต้มแก๊สโดยใช้ความร้อนจากหม้อน้ำ เมื่อได้แก๊สที่ผ่านการต้มแล้วก็จะส่งเข้ามิกเซอร์เพื่อผสมแก็สกับอากาศแล้วเข้าท่อไอดีเพื่อจุดระเบิดต่อไป

ถ้าจะดัดแปลงเอาถังแก๊สในบ้านมาใส่เครื่องสูบน้ำจะง่ายกว่าครับเพราะแก็สที่ผ่านregulatorจากหัวถังจะมีสภาวะเป็นแก๊สอยู่แล้ว และอัตราการไหลต่ำกว่าจึงไม่ต้องต้มแก๊สแต่การต่อแก๊สเข้าท่อไอดีของเครื่องยนต์แล้วใช้วาล์วควบคุมปริมาณแก๊สอาจจะเกิดปัญหาเนื่องจากส่วนผสมระหว่างแก๊สกับอากาศไม่ถูกต้องเพราะเราต้องควบคุมปริมาณแก๊สที่วาล์วที่เราใส่เพิ่มและควบคุมปริมาณอากาศที่ปีกผีเสื้อ(วาล์วเปิดปิดอากาศอยู่ในคาบูเรเตอร์)ทำให้ไม่สะดวกและเกิดอันตรายถ้าเครื่องยนเกิดดับแล้วไม่มีคนอยู่เพราะแก๊สจะยังคงไหลออกจากถังอยู่ตลอด

ให้ปลอดภัยที่สุดควรใช้หม้อต้มให้ไปดูในรูปแรกของกระทู้จะมีหม้อต้มติดตั้งอยู่ข้างเครื่องยนต์แต่ไม่ต้องต่อสายหม้อน้ำนะครับ(เพราะไม่มีหม้อน้ำ)เพราะเราไม่ได้ใช้ต้มแก๊ส ในหม้อต้มจะมีแผ่นไดอะแฟรม เป็นแผ่นยางที่ทำหน้าที่จ่ายแก๊สตามแรงดูดของเครื่องยนต์เร่งเครื่องมากก็จ่ายแก๊สมากเร่งน้อยก็จ่ายน้อยถ้าเครื่องดับก็หยุดจ่ายอัตโนมัติปลอดภัยหายห่วงราคาค่าตัวก็มี600บาทขึ้น แนะเป็นแนวทางครับ ลองดู


Liked By: Only_You, mskh875
บันทึกการเข้า

เยี่ยมร้านตาวิด  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48283.0
ลูกพ่อท่าน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 236


« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 07:35:36 PM »

    อยากเห็นภาพ ตอนใช้จุ๊บยางในของ มอเตอร์ไซด์ มาติดตั้งที่ใต้กรองไอดี และตอนต่อแกสเข้ากับจุ๊บยาง  หรือคำอธิบายที่ชัดเจนอีกสักหน่อย   ขอรบกวนครับ
เครื่องฮอนด้าจะมีกรองอากาศ เอากรองอากาศออก แล้วใช้ดอกสว่านเล็กนำไปก่อน แล้วจึงตามด้วยดอกสว่านขนาดที่ใหญ่พอให้จุ๊บมอเตอร์ไซด์ใส่ได้พอดี แล้วใช้แหวนตัวเมียของจุ๊บมอเตอร์ไซด์ล๊อกอีกที แล้วใช้สายที่ใช้สำหรับเตาแก็สลนไฟพออ่อนแล้วนำมาสรวมจุ๊บด้านหนึ่งอีกด้านหนึ่งก็นำไปสรวมวาร์วแก็ส จากวาร์วแก็สก็นำไปต่อถังแก็ส ถ้ายังสงสัย โทร.คุยกับผมครับ สุรัตน์ 0818633793 ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์นะครับ สำหรับการหล่อลื่นลิ้นไอดีและไอเสียของเครื่อง ใช้กาน้ำมันเครื่องหยอดก่อนติดเครื่องและหลังจากดับเครื่องทุกครั้งก็พอแล้วครับ ชาวสวนจ.ตราดใช้เครื่องยนต์เบนซินสี่สูบสำหรับสวนผลไม้ที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงนะครับ เขาใช้มาแล้วหลายปีแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไร
บันทึกการเข้า
Bart_นักท่องเนตบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 03:43:37 AM »

รบกวนถามผู้รู้หน่อยครับ...

เครื่องยนต์เบนซินกะดีเซล ใช้หลักการแบบเดียวกันได้ไหมครับ

จากคำแนะนำของคุณปากช่อง 96

ที่แนะนำให้ใช้เครื่อง ..ไม่รู้เรียกว่าอะไร ตัวละ 600 บาท น่าสนใจลองครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับข้อมูลนะครับ
บันทึกการเข้า
tavid
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2875



« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:23:22 AM »

รบกวนถามผู้รู้หน่อยครับ...

เครื่องยนต์เบนซินกะดีเซล ใช้หลักการแบบเดียวกันได้ไหมครับ

จากคำแนะนำของคุณปากช่อง 96

ที่แนะนำให้ใช้เครื่อง ..ไม่รู้เรียกว่าอะไร ตัวละ 600 บาท น่าสนใจลองครับ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับข้อมูลนะครับ

ขออธิบายทฤษฎีก่อนนะ
เครื่องยนต์เบนซินกับดีเซล ใช้หลักการต่างกันครับ ต่างกันที่ระบบจุดระเบิดและระบบควบคุมไอดี การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลจะจุดระเบิดโดยการสร้างแรงอัดอากาศในห้องเผาไหม้เพื่อให้เกิดความร้อนสูงซึ่งน้ำมันดีเซลจะสามารถลุกติดไฟได้เอง(salf ignition point)ที่อุณหภูมิ210องศาแต่น้ำมันเบนซินจะติดไฟเองที่อุณหภูมิสูงกว่าดีเซลอยู่ที่246องศา แต่เบนซินจะมีจุดวาบไฟ(flash point)ต่ำกว่าดีเซล หมายถึงถ้ามีประกายไฟน้ำมันเบนซินจะติดไฟได้เร็วกว่าดีเซลฉะนั้นเครื่องยนต์เบนซินจึงต้องมีหัวเทียนจุดระเบิดไงครับ

เอาแบบง่ายๆนะครับ เครื่องยนต์เบนซินสามารถเปลี่ยนไปใช้แก๊สเพียวๆได้เลยโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเพราะLPGมีจุดวาบไฟอยู่ที่23องศา(หมายถึงถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า23องศาLPGจะไม่ติดไฟแต่เบนซินจะสามารถจุดไฟติดที่อุณหภูมิ-40องศาจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องstartด้วยน้ำมันตอนเครื่องเย็นเพราะเบนซินติดไฟได้ดีกว่าที่อุณหภูมิต่ำ ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปทั้งนั้นครับ) ส่วนเครื่องดีเซลเดิมๆไม่สามารถใช้แก๊สเพียงอย่างเดียวได้เพราะมันไม่มีหัวเทียนไปจุดระเบิดให้แก๊สมันติดไฟได้นั่นเองแต่เราก็สามารถติดแก๊สได้เหมือนกันโดยใช้ร่วมกับดีเซลเพื่อให้ดีเซลจุดระเบิดนำก่อนแล้วแก๊สก็ติดไฟตามหลัง นิยมใช้ผสมในอัตราดีเซล40%แก็ส60%

แต่เครื่องยนต์ดีเซลถ้าต้องการให้ใช้LPG100%ก็สามารถทำได้เช่นกันโดยการลดกำลังอัดในห้องเผาไหม้ลงให้เท่ากับเครื่องเบนซินโดยการรองปะเก็นฝาสูบให้สูงขึ้นหรือเปลี่ยนลูกสูบไปใช้ลูกสูบที่ผลิตมาเฉพาะเครื่องยนต์แก๊สซึ่งจะมีหลุมที่หัวลูกสูบเพื่อลดกำลังอัดแล้วเจาะฝาสูบเพื่อติดตั้งหัวเทียนติดตั้งcoilจุดระเบิดและชุดจานจ่ายเหมือนของเครื่องเบนซินแล้วก็ต้องติดตั้งลิ้นปีกผีเสื้อที่ท่อไอดีเพื่อควบคุมอากาศด้วยจึงจะใช้งานได้ ลงทุนสูงครับนิยมดัดแปลงใช้ในพวกรถบรรทุกใหญ่จึงจะคุ้มทุน

ที่คุณ ngomngai ถามตัวละ600น่าจะเป็นหม้อต้ม(Regulator)นะครับลองดูรูปนะครับ



บันทึกการเข้า

เยี่ยมร้านตาวิด  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48283.0
tavid
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2875



« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 09:38:07 AM »

รูปนี้เป็นตัวอย่างของการใช้น้ำมันเครื่องเลี้ยงบ่าวาล์วครับ
บันทึกการเข้า

เยี่ยมร้านตาวิด  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48283.0
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: