หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มีวิธีใดเอาผิด กับผู้ขายที่ดิน สปก ได้ บ้าง ขอผู้ รู้จริงๆน่ะคับ  (อ่าน 20260 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tk_clubs
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 203


« ตอบ #32 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 11:32:39 PM »

ถ้าอยากได้ทั้งเงินที่ให้กู้และที่ดินถูกต้องตามกฏหมายผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้คุณฟ้องร้องไปเลยสัญญาอยู่แล้วพร้อมพยานหลักฐานคุณมีสิทธิ์ชนะค่อนข้างมาก ต่อไปเป็นกรณีสปก ถ้าคุณอยากมีสิทธิ์เต้มที่ในการเข้าทำประโยชน์เฉกเช่นคุณได้รับการจัดสรรมาแบบตรงๆ คุณตกลงกับลูกหนี้แล้วไปที่ ธกส แจ้งว่าคุณจะรับเป็นผู้ชำระหนี้โดยโอนหนี้มาเป็นของคุณแทน แล้ว ธกส จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ สปก มาให้คุณ คุณก้จะมีสิทธิ์ในที่สปกนั้นตามกฏหมายครับ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่ต้องการแค่ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้คืน ก้ฟ้องร้องเลยครับก่อนอื่นแนะนำว่าคุยกับผู้ใหญ่บ้านดูก่อนนะครับ  ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อที่ สปก แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสัญญาซื้อขายที่เราก็รู้ๆว่าผิดกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก้ใช่ว่าจะถุกกฏหมายนะครับที่ผมทำสัญญากู้ยืมเพียงแต่เราต้องการให้มีพยายหลักฐานเท่านั้นเองเป็นการขู่เขาในตัวว่าทุกคนในหมู่บ้านรวมถึง ผญบ รู้กันหมดว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้เข้าไปทำประโยชน์ตัวจริง แต่ถ้าพูดในหลักกฏหมายแล้วถ้าผู้กู้จะบิดปลิ้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเหมือนสัญญาใจกันเท่านั้นคือเชื่อใจกัน สปก เองก็รู้ถึงปัญหาพวกนี้ดีครับแต่เขายังไม่ขยับทำอะไรแค่นั้น ข้อมูลนี้ ผมคุยกับ จนท ของ สปก และ ธกส เองเลยครับ ถ้าเจ้าของที่ไม่เข้าทำประโยชน์หรือทำประดยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจะโดนยึดคืนแล้วจัดสรรให้คนอื่นต่อและเราก็อาจจะได้รับพิจารณาเพราะเราเข้าไปทำเกษตรจริงและเราก้เป็นผู้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองด้วย ผมว่านะ สปก เขารู้ว่าใครทำประโยชน์จริงหรือแค่ครอบครองแต่ใช้ไม่คุ้มค่า เพราะเขาทำงานประสานกันหลายส่วนทีเดียว
มีแบบนี้ด้วยหรอครับ น่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะครับ ธกส.ไม่มีอำนาจในการจัดการที่ดิน สปก.  การจะให้ใครได้รับที่ดิน สปก. จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการในระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน และคณะกรรมการระดับจังหวัด  ส่วนการซื้อขายที่ดิน สปก. โดยทำสัญาเงินกู้ สัญยาไม่สามารถบังคับได้เนื่องจากไม่มีการส่งมอบเงินที่ยืมกันจริงครับ คนที่ฟ้องอาจผิดฐานฟ้องเท็จครับ
ลองถาม ธกส แล้วรึยังครับ อันนี้ผมฟังเจ้าหน้าที่ ธกส เขามาอบรมที่หมู่บ้านเลยครับ ถ้าจะให้แน่ใจลองสอบถามเข้าไปที่ ธกส อีกทีนะครับส่วนเงินกู้เราส่งมอบลูกหนีเป็นเงินสดโดยมีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารไปแล้วครับ เหมือนกับว่าเงินที่เราส่งมอบเป็นค่าที่เราเข้าไปใช้ประโยชน์เมื่อเขามีเงินมาคืนครบจำนวนเราก็จะออกจากที่ทันที่ เพราะอย่างที่บอกสัญญาใจและไม่มีกฏหมายใดๆมาสนับสนุน

ถ้า ธกส  สามารถทำให้ครอบครอง ที่ สปก แบบถูกกฎหมายได้จริงๆ ป่านนี้ พวกนายทุน เขาทำไปหมดแล้วล่ะครับ และก็คงไม่มีข่าว รื้อถอนรีสอทในที่ สปก บนวังน้ำเขียวให้เห็นหรอกครับ
บันทึกการเข้า

jay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 730


อินทผลัมปลอดสารเคมี


« ตอบ #33 เมื่อ: ธันวาคม 12, 2011, 07:51:21 AM »

ถ้าอยากได้ทั้งเงินที่ให้กู้และที่ดินถูกต้องตามกฏหมายผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้คุณฟ้องร้องไปเลยสัญญาอยู่แล้วพร้อมพยานหลักฐานคุณมีสิทธิ์ชนะค่อนข้างมาก ต่อไปเป็นกรณีสปก ถ้าคุณอยากมีสิทธิ์เต้มที่ในการเข้าทำประโยชน์เฉกเช่นคุณได้รับการจัดสรรมาแบบตรงๆ คุณตกลงกับลูกหนี้แล้วไปที่ ธกส แจ้งว่าคุณจะรับเป็นผู้ชำระหนี้โดยโอนหนี้มาเป็นของคุณแทน แล้ว ธกส จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ สปก มาให้คุณ คุณก้จะมีสิทธิ์ในที่สปกนั้นตามกฏหมายครับ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่ต้องการแค่ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้คืน ก้ฟ้องร้องเลยครับก่อนอื่นแนะนำว่าคุยกับผู้ใหญ่บ้านดูก่อนนะครับ  ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อที่ สปก แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสัญญาซื้อขายที่เราก็รู้ๆว่าผิดกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก้ใช่ว่าจะถุกกฏหมายนะครับที่ผมทำสัญญากู้ยืมเพียงแต่เราต้องการให้มีพยายหลักฐานเท่านั้นเองเป็นการขู่เขาในตัวว่าทุกคนในหมู่บ้านรวมถึง ผญบ รู้กันหมดว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้เข้าไปทำประโยชน์ตัวจริง แต่ถ้าพูดในหลักกฏหมายแล้วถ้าผู้กู้จะบิดปลิ้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเหมือนสัญญาใจกันเท่านั้นคือเชื่อใจกัน สปก เองก็รู้ถึงปัญหาพวกนี้ดีครับแต่เขายังไม่ขยับทำอะไรแค่นั้น ข้อมูลนี้ ผมคุยกับ จนท ของ สปก และ ธกส เองเลยครับ ถ้าเจ้าของที่ไม่เข้าทำประโยชน์หรือทำประดยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจะโดนยึดคืนแล้วจัดสรรให้คนอื่นต่อและเราก็อาจจะได้รับพิจารณาเพราะเราเข้าไปทำเกษตรจริงและเราก้เป็นผู้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองด้วย ผมว่านะ สปก เขารู้ว่าใครทำประโยชน์จริงหรือแค่ครอบครองแต่ใช้ไม่คุ้มค่า เพราะเขาทำงานประสานกันหลายส่วนทีเดียว
มีแบบนี้ด้วยหรอครับ น่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะครับ ธกส.ไม่มีอำนาจในการจัดการที่ดิน สปก.  การจะให้ใครได้รับที่ดิน สปก. จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการในระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน และคณะกรรมการระดับจังหวัด  ส่วนการซื้อขายที่ดิน สปก. โดยทำสัญาเงินกู้ สัญยาไม่สามารถบังคับได้เนื่องจากไม่มีการส่งมอบเงินที่ยืมกันจริงครับ คนที่ฟ้องอาจผิดฐานฟ้องเท็จครับ
ลองถาม ธกส แล้วรึยังครับ อันนี้ผมฟังเจ้าหน้าที่ ธกส เขามาอบรมที่หมู่บ้านเลยครับ ถ้าจะให้แน่ใจลองสอบถามเข้าไปที่ ธกส อีกทีนะครับส่วนเงินกู้เราส่งมอบลูกหนีเป็นเงินสดโดยมีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารไปแล้วครับ เหมือนกับว่าเงินที่เราส่งมอบเป็นค่าที่เราเข้าไปใช้ประโยชน์เมื่อเขามีเงินมาคืนครบจำนวนเราก็จะออกจากที่ทันที่ เพราะอย่างที่บอกสัญญาใจและไม่มีกฏหมายใดๆมาสนับสนุน

ถ้า ธกส  สามารถทำให้ครอบครอง ที่ สปก แบบถูกกฎหมายได้จริงๆ ป่านนี้ พวกนายทุน เขาทำไปหมดแล้วล่ะครับ และก็คงไม่มีข่าว รื้อถอนรีสอทในที่ สปก บนวังน้ำเขียวให้เห็นหรอกครับ
สิทธิทำกินบนที่ดินสปก ครับ สปก ก็บอกอยู่แล้วว่า "สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร"แล้วบ้านตึกที่เขาสร้างรีสอร์ทก็ไม่ได้จัดเป้นพืชตระกูลไหนแล้วจะครอบครองได้อย่างไร และจุดประสงค์หลักที่เขาจัดสรรที่ดินให้ก้เพื่อเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินรายย่อยไม่ใช่นายทุน แสดงว่ารู้ยังไม่จริง ส่วนคำว่า"ถูกต้องตามกฏหมาย"ที่ผมกล่าวถึงหมายถึงถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของ สปก ที่วางไว้ ก่อนออกมาทักท้วงผมอยากให้สอบถามกับ สปก ก่อนนะว่าเขามีโปรเจคร่วมกับ ธกส อย่างไร สิทธิที่ สปก ให้ก็คือสิทธิทำกิน ห้ามจำหน่ายจ่ายโอน ยกเว้นทายาท และสปก ก็สามารถยึดคืนได้ถ้าผิดวัตถุประสงค์ของเขา หรือได้รับจัดสรรไปแล้วแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า สปก ก็ยึดคืนแล้วไปจัดสรรให้คนที่เหมาะสมต่อไป การครอบครองอย่างถูกต้องตามกฏหมายที่ผมอ้างถึง หมายถึงการมีสิทธิเข้าไปทำกินตามกรอบที่ สปก วางไว้ ดังนั้นการให้สิทธิครอบครองที่ทำกินของ สปก จึงไม่ใช่ให้แล้วให้เลยเมื่อไหร่ก็ตามที่ผิดวัตถุประสงค์ที่เขาวางไว้เมื่อนั้นก็อาจถูกถอนสิทธิได้เช่นกัน
บันทึกการเข้า
warin59
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #34 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2011, 08:40:49 AM »

อยากเป็นเกษตรกรเหมือนกัน กำลังเข้ามาหาความรู้
ขอบคุณมากนะคะ ที่เอาประสบการณ์มาแชร์
เพราะตอนแรกมองว่าที่ดิน สปก. น่าสนใจดีเหมือนกัน
เพราะราคาถูก แต่ถ้าเจอคนขายที่ตั้งใจหลอกลวงเรา ก็แย่เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
kamakinji
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 128


« ตอบ #35 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2011, 10:21:17 PM »

ถ้าเป็นแบบที่คุณ jay บอกไว้ก้อน่าสนอยากทราบขั้นตอนรายละเอียดได้ไหมครับ รึหลังไมค์ก้อได้ ผมกะลังจะซื้ออยู่เหมือนกันยังชั่งใจอยู่
บันทึกการเข้า
jay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 730


อินทผลัมปลอดสารเคมี


« ตอบ #36 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2011, 03:27:01 PM »

[ขออนุญาตตอบตรงนี้นะครับบางทีอาจเป็นประโยชน์กับบุคคลท่านอื่นด้วย ถ้าคิดจะซื้อขายเหมือนที่ดินที่มีโฉนดหรือหนังสือสำคัญอื่นๆ กระทำไม่ไม่ได้นะครับกฏหมายไม่รับรอง ลองคิดตามดีๆนะครับผมเอากรณีของผมเป็นตัวอย่าง โดยถือเอาความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นพื้นฐาน สำคัญเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฏหมายใดๆนะครับ กรณีของผมก็คือ ผมขอแบ่งที่ดิน สปก จากเจ้าของเดิมเขามาห้าไร่ ทำสัญญากู้ยืม โดยเจ้าของเป็นผู้กู้ ผมเป็นผู้ให้กู้ สมมุตินะครับ ราคาที่ดินที่ตกลงจะซื้อขายกัน 5 ไร่ คิดเป็นเงิน 100 บาท ผมก็ทำสัญญากู้ยืมกันที่ 300 บาทคือเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าเพื่อเป็นการประกันว่าถ้าผู้กู้คือเจ้าของที่อยากได้ที่คืนก็เอาเงิน 300 บาทมาชำระผู้ให้กู้ อย่าพึ่งงงนะครับ หลังจากตกลงเรียบร้อยแล้ว เจ้าของที่ดินหรือผู้กู้นั้นเองครับ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ให้กู้ก็คือตัวเรานี่ละครับ ว่าให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่แปลงดังกล่าวได้จนกว่าผู้กู้จะมีเงินมาชำระหนี้ ธุระกรรมที่กล่าวมานี้ผมทำต่อหน้าพยานคือ ผู้ใหญ่บ้าน และพยานอีกสองคน สรุปแล้ว เอกสารทั้งหมดของสัญญาจะมี
1)สัญญษฏุ้ยืม
2)ใบมอบอำนาจ
3)สำเนา สปก
เก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งสองฝ่าย โดยได้ส่งมอบเงินกู้เป็นเงินสดในวันทำสัญญาครบจำนวน
และโปรดเข้าใจไว้ด้วยนะครับว่า กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฏหมายยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่ ดังได้แสดงไว้ด้านหลังของ สปก ว่า"ห้ามซื้อขาย"นั้นเอง
เจ้าของยังคงถือครองกรรมสิทธิ์ไปตามขั้นตอน กฏหมายกำหนด จนกว่า สปก เขาจะมีมาตรการออกมาอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไรในกรณีนี้หรือกรณีอื่นๆที่เกิดขึ้นกับที่ดิน สปก อย่างไม่ถูกต้องตามกฏมาย ซึ่งตอนนี้ สปก ก็รู้นะครับว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่เขายังไม่ได้เคลื่อนไหวทำอะไร อาจเป็นด้วยว่าคนที่ซื้อไปเขาก็ยังทำกิน ทำการเกษตร ไม่ได้เอาไปทำอย่างอื่นหรือกว้านซื้อทีละเยอะๆจนผิดสังเกตุ ไม่แน่นะครับในอนาคตเขาอาจมีนโยบายโอนกรรมสิทธิ์ให้กับบุคคลที่ทำประโยชน์บนพื้นที่จริงๆก็ได้
แต่ถ้าให้ผมแนะนำแบบให้แน่นอนไปเลยซื้อที่ที่มีโฉนดที่สามารถเปลี่ยนมือกันได้ตามกฏหมายจะดีกว่า แต่ถ้าทุนน้อยก็ย่อมเสี่ยงเป็นธรรมดาครับ ถ้ารัฐ มองในแง่เอาใจเขามาใส่ใจเรา เขาจะรู้ว่าคนที่ซื้อที่แค่ไม่กี่ไร่เพื่อทำมาหาเลี้ยงปากท้องดิ้นรนเอาชีวิตให้รอด กับอีกพวกที่โกงกินบ้านเมืองกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ใครน่าให้ความเห็นใจกว่ากัน ถ้ารัฐคิดไม่ได้แก้ปัญหาที่ดินไม่ได้ เกิดปัญหาใหญ่แน่นอนครับ
ท้ายที่สุดผมอยากให้ข้อคิดไว้นะครับ คนคิดดี พูดดี ทำ ดี ถ้าไม่มีเวรกรรมมากจนเกินไป ก็ต้องได้ดีสักวันครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: