หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มีวิธีใดเอาผิด กับผู้ขายที่ดิน สปก ได้ บ้าง ขอผู้ รู้จริงๆน่ะคับ  (อ่าน 9881 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
prtprtza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1102



« ตอบ #16 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2011, 08:51:46 PM »

ผมว่าถ้าเป็นสัญญากู้ยืมเงิน มูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินจริงๆ สัญญาไม่เป็นโมฆะนะครับ ส่วนเรื่องที่ีดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างถ้าไม่ได้จดจำนองกับเจ้าพนักงาน ปรกติก็บังคับเอาโดยตรงไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นที่ดินสปก4-01ยิ่งไม่ได้ชัวร์ แล้วก็จดจำนองไม่ได้ด้วย ผมคิดว่าการจดจำนองคงเป็นอำนาจพิเศษของธกส  แต่ว่าสามารถบังคับเอากับทรัพย์อื่นของผู้กู้และผู้ค้ำประกันได้นะ

ดังนั้น หากครบกำหนดชำระหนี้แล้วผู้ให้กู้ได้ติดตามทวงถามแล้วผู้กู้ปฎิเสธการชำระหนี้ ก็ยังสามารถติดตามทวงถามจากผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันแทนได้ หากผู้ค้ำประกันปฎิเสธการชำระหนี้  ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระหนี้ได้

รายละเอียดลองปรึกษาทนายดู ทนายที่ให้คำปรึกษาฟรีมีเยอะแยะครับลองใช้กูเกิ้ลค้นดู

ข้อควรระวังหากผู้กู้สู้ว่าเป็นสัญญาซื้อขาย และผู้ให้กู้รู้อยู้แล้วว่าที่นั้นเป็นที่ดินสปก สัญญานั้นจะตกเป็นโมฆะ และผู้กู้ชำระหนี้ตามอำเภอใจจะเรียกเงินค่าที่คืนไม่ได้



บันทึกการเข้า

punzaza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11


« ตอบ #17 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2011, 09:45:20 PM »

ผมว่าถ้าเป็นสัญญากู้ยืมเงิน มูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินจริงๆ สัญญาไม่เป็นโมฆะนะครับ ส่วนเรื่องที่ีดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างถ้าไม่ได้จดจำนองกับเจ้าพนักงาน ปรกติก็บังคับเอาโดยตรงไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นที่ดินสปก4-01ยิ่งไม่ได้ชัวร์ แล้วก็จดจำนองไม่ได้ด้วย ผมคิดว่าการจดจำนองคงเป็นอำนาจพิเศษของธกส  แต่ว่าสามารถบังคับเอากับทรัพย์อื่นของผู้กู้และผู้ค้ำประกันได้นะ

ดังนั้น หากครบกำหนดชำระหนี้แล้วผู้ให้กู้ได้ติดตามทวงถามแล้วผู้กู้ปฎิเสธการชำระหนี้ ก็ยังสามารถติดตามทวงถามจากผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันแทนได้ หากผู้ค้ำประกันปฎิเสธการชำระหนี้  ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระหนี้ได้

รายละเอียดลองปรึกษาทนายดู ทนายที่ให้คำปรึกษาฟรีมีเยอะแยะครับลองใช้กูเกิ้ลค้นดู

ข้อควรระวังหากผู้กู้สู้ว่าเป็นสัญญาซื้อขาย และผู้ให้กู้รู้อยู้แล้วว่าที่นั้นเป็นที่ดินสปก สัญญานั้นจะตกเป็นโมฆะ และผู้กู้ชำระหนี้ตามอำเภอใจจะเรียกเงินค่าที่คืนไม่ได้




มันเป็นสัญญากู้ยืมเงินคับและไม่รู้จึงๆว่าที่พื้นนั้นเป็นที่ สปก ถ้ารู้ว่าเป็นที่ สปก ก็ไม่ให้กู้คับเพราะรู้ว่าเอามาทำอะไรไม่ได้เลย
แต่ขอบคุณพี่มากนะคับที่ตอบกระทู้ผมทำให้ผมได้รู้เรื่องมากขึ่น
บันทึกการเข้า
tk_clubs
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193


« ตอบ #18 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2011, 09:30:24 PM »

ผมว่าถ้าเป็นสัญญากู้ยืมเงิน มูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินจริงๆ สัญญาไม่เป็นโมฆะนะครับ ส่วนเรื่องที่ีดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างถ้าไม่ได้จดจำนองกับเจ้าพนักงาน ปรกติก็บังคับเอาโดยตรงไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นที่ดินสปก4-01ยิ่งไม่ได้ชัวร์ แล้วก็จดจำนองไม่ได้ด้วย ผมคิดว่าการจดจำนองคงเป็นอำนาจพิเศษของธกส  แต่ว่าสามารถบังคับเอากับทรัพย์อื่นของผู้กู้และผู้ค้ำประกันได้นะ

ดังนั้น หากครบกำหนดชำระหนี้แล้วผู้ให้กู้ได้ติดตามทวงถามแล้วผู้กู้ปฎิเสธการชำระหนี้ ก็ยังสามารถติดตามทวงถามจากผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันแทนได้ หากผู้ค้ำประกันปฎิเสธการชำระหนี้  ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระหนี้ได้

รายละเอียดลองปรึกษาทนายดู ทนายที่ให้คำปรึกษาฟรีมีเยอะแยะครับลองใช้กูเกิ้ลค้นดู

ข้อควรระวังหากผู้กู้สู้ว่าเป็นสัญญาซื้อขาย และผู้ให้กู้รู้อยู้แล้วว่าที่นั้นเป็นที่ดินสปก สัญญานั้นจะตกเป็นโมฆะ และผู้กู้ชำระหนี้ตามอำเภอใจจะเรียกเงินค่าที่คืนไม่ได้

เห็นด้วยตามนี้ เป็นเรื่องกู้ยืมเงิน สัญญาบังคับได้ แถมมีผู้ค้ำเป็นผู้ใหญ่บ้านอีก ง่ายเลย

เสริมให้อีกหน่อย

แม้ที่ดินจะเป็น สปก แต่ก็จดจำนองได้ครับ แต่จดจำนองเฉพาะตัวบ้าน เวลายึดขายทอดตลาด ก็ขายเฉพาะตัวบ้าน

และถ้าเขาอ้างว่า เป็นการซื้อขายไม่ใช่เป็นการกู้เงิน ก็เอาเจ้าของที่ดินข้างเคียงนั่นล่ะ มาเป็นพยาน ถ้าซื้อขายกันจริง คนข้างที่ดินก็ต้องเห็นเราเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว  เพราะไม่มีใครซื้อที่มาเก็บหรอก ต้องเข้าไปทำอะไรบ้างล่ะ
บันทึกการเข้า
prtprtza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1102



« ตอบ #19 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2011, 06:13:29 PM »

อ๋อ ครับ
บันทึกการเข้า
eak chatarroug
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #20 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2011, 09:01:40 PM »

ที่ดิน สปก.เป็นที่ดินให้เกษตรกรเป็นผู้มีสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งบางพื้นที่บางส่วนเพิ่งมีการประกาศเป็นเขตสปก.โดยให้ชาวบ้านเข้าใจว่าออกเอกสารสิทธิได้  ในการสลักหน้าเอกสารของสปก. จะสลักว่าเป็นผู้มีสิทธิเข้าทำประโยชน์ในนิติกรรมที่ดินซึ่งด้านหลังของเอกสารห้ามจำหน่ายจ่ายโอน เว้นแต่ตกทอดทางมรดกแม้ว่าตกทอดทางมรดกเมื่อไม่ใช่เกษตรกรเป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัททางมีรายได้ทางเกษตรน้อยกว่า  80 % ก็ถูกเพิ่งถอนได้  กรณีที่ซื้อขายที่ดิน  สปก.ถือว่าเป็นโมฆะทุกกรณี แต่มีวิธีถ้าทางผู้ขายฟ้องให้ผู้ซื้อส่งมอบที่ดินคืนอ้างว่าเป็นโมฆะ  แนะนำว่าให้คุณนำคำฟ้องนั้นไปแจ้งสปก.ว่าผู้ขายผิดระเบียบของสปก.ห้ามจำหน่ายจ่ายโอน  สปก.เมื่อได้รับเอกสารคำฟ้องดังกล่าวมีหน้าที่ต้องเพิกถอนสิทธิผู้ขาย ทำให้ผู้ขายไม่มีสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินอีก มิฉะนั้น สปก.จะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  สรุปผู้ซื้อและผู้ขายก็ไม่มีสิทธิเข้าทำประโยชน์ อนึ่งบางรายเข้าใจว่าเป็นสิทธิครอบครองแต่จริงจริงต้องดูเอกสารสิทธิว่าเป็นอะไร
บันทึกการเข้า
adisak123456
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27


« ตอบ #21 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2011, 09:55:23 AM »

ผมว่าน่ะครับ คนพวกนี้อย่าปล่อยเลยครับ ต้องทำให้ถึงที่สุด ผู้ใหญ่บ้านด้วย ต้องเล่นงาน แม้บาดเจ็บก็ต้องยอมครับ เห็นว่าถ้าเรื่องถึงที่สุดก็จะไม่ได้ที่ดินทั้งสองฝ่ายใช่ไหมครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นยิ่งดี ใหญ่เลย มันเสียที่ดินด้วยส่วนเงิน ห้าหมื่น ผมว่า ยังไงเราก็มีสัญญากู้ยืม ศาลคงพิจารณาให้เขาผ่อนชำระให้เราอยู่ดี ได้มากบ้างน้อยบ้างก็ต้องเอาครับถ้าไม่ให้ก็ฟ้องอีก ผมว่ามันหนาวๆ ร้อน ๆ แน่ ๆ  โดยเฉพาะไอ้ผู้ใหญ่บ้านตัวดีนั่น รู้ทั้งรู้ว่าที่ดินค้ำประกันไม่ได้ยังให้เราทำ อยากปล่อยไว้ครับเดี๋ยวมันได้ใจ เคยตัว
มันตั้งใจโกงเรา อย่าให้มันได้ฟรี ความเห็นของผมทำเลย
บันทึกการเข้า
kob1968
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #22 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2011, 02:28:13 PM »

ให้ฟ้องแพ่ง บังคับตามสัญญาเงินกู้โดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน เท่านั้นก็จบ ถ้าชนะ เขาก็คืนเงิน จะเป็นงวดหรือทั้งหมดก็ดี
ส่วนเรื่องต่อไป จะเจรจาอะไรกัน ก็ว่าไป  ถ้าไม่จ่ายก็บังคับกับคนค้ำประกัน ถ้าไม่มีก็ฟ้องล้มละลายทั้งคู่ จบ
บันทึกการเข้า
janjanjan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #23 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 02:25:02 PM »

ขอหน่อยครับ ให้ดูที่ตัวสัญญากู้ยืมด้วยว่าสมบูรณ์สามารถบังคับได้ทางกฏหมายหรือไม่ เช่น สัญญากู้ยืมเงินต้องมีหลักฐานการยืมเป็นหนังสือลงรายมือชื่อผู้กู้ยืม ผู้ให้กู้ยืม ผู้คำ้ประกัน  ถึงกำหนดชำระแล้วหรือยัง สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ สัญญากู้ติดอากรแสตมป์ หรือเปล่า ส่วนเรื่องที่ สปก จากที่ฟังมาการซื้อขายส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการซื้อขายแบบที่ดินมือเปล่าคือที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แค่ส่งมอบการครอบครอง แต่กรณีท่านไม่มีการส่งมอบการครอบครอง ผมว่าหากจะฟ้องร้องกันจริงๆ คงต้องฟ้องร้องเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน น่าจะฟ้องได้ทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำ ผมว่าทางที่ดีควรไปขอรับคำปรึกษาเรื่องข้อกฏหมาย ที่ สำนักงานทนายความ หรือสภาทนายความจังหวัดมีทุกจังหวัดครับ ที่หน้าศาล ส่วนใหญ่มีทนายอาสารอให้คำปรึกษาอยู่ครับ หรือไม่ก็ที่สำนักงานอัยการจังหวัดก็ได้ครับ
บันทึกการเข้า
janjanjan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #24 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2011, 02:39:21 PM »

กรณีการซื้อขายที่่ดินสปกที่ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1417/2542       
    ก่อนทำสัญญาซื้อขายจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าที่ดินพิพาทอยู่ในโครงการกำหนดเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ทั้งหลังจากทำสัญญาซื้อขายแล้วในวันนั้นเองโจทก์ก็ได้ไปยื่นคำขอทำประโยชน์ ในที่ดินพิพาทต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อขอรับหนังสืออนุญาต ให้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทแทนจำเลย แสดงว่าโจทก์ทราบดีว่า ที่ดินพิพาทมิใช่ที่ดินอันอาจโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ดังเช่น ที่ดินมีโฉนด การที่โจทก์ตกลงซื้อที่ดินพิพาทโดยรู้อยู่ว่า จำเลยมีเพียงสิทธิครอบครองและกำลังดำเนินการขอรับหนังสือ อนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินโดยมีเจตนาให้จำเลยโอนการครอบครอง ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์เพื่อที่โจทก์จะสวมสิทธิของจำเลยไปดำเนินการขอออกหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในที่ดินในนามของโจทก์ เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้มอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โจทก์แล้ว โจทก์จะอ้างว่าการที่จำเลยไม่สามารถ โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่โจทก์ได้เป็นการผิดสัญญาซื้อขาย หาได้ไม่
 
อ่านแล้วคงเข้าใจได้ไม่ยากน่ะครับว่ามันซื้อหากันบ่ได้ ที่ทำกันได้มันก็ต้องมีนอกในกันนิดหน่อยล่ะครับพี่น้อง
 
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2011, 02:01:08 PM »

เรื่องมันมีอยู่ว่า ทางญาติของน้องเขยพ่อเขาเดือดร้อนก็ให้เขาไปเป็นเงิน ห้าหมื่น แล้วทำสัญญากันโดยสัญญานี้มีที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวมกันเป็นสิ่งค้ำประกัน แต่ที่ดินทีร่ว่านี้เป็นที่ดิน สปก ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ค้ำประกัน และ ทั้งนี้ ทางพ่อและแม่ของผม ก้ไม่ทราบมาก้่อนว่าที่ตรงนี้เป็น สปก และ หนำซ้ำ ผู้ใหญ่บ้านยังอ้างว่า เขาสงซิกให้แล้วแต่ผมไม่สังเกต ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ก็น่าจะบอกกัน และเขายังไม่บอกด้วยว่า ที่ตรงนี้ เขาได้เอาไปเข้าธนาคาร ธกส ไว้ก่อนแล้ว พ่อจึงถามกำนัน และ ผู้ใหญ่บ้านว่าจะทำยังไงได้บ้าง เขาก็บอกว่าที่ตรงนี้ เราไม่สามารถยึดได้หรอก เพราะเป็นที่ สปก (ผมก็ไม่รู้ แต่ที่เขาบอกเขาบอกว่า มันโอนให้ได้กับลูกหลานของเจ้าของได้เท่านั้น คนอื่นหมดสิทธิ์ที่จะถือสิทธิื ที่ดิน สปก แล้วแบบนี้คนที่เขาไม่รู้ก็ต้องเสียไปฟรี ๆ เลยซิครับ) แล้วพอล่าสุด เมื่อวานนี้ ผมไปมา เขามาบอกกับพ่อผมว่า เขาจะขายสิทธิ์ให้ สี่แสน เป็นที่ สามไร่ พ่อผมเลยเอ๊ะใจขึ้นมาว่า ครั้งที่แล้ว มันไม่สามารถโอนสิทธิ์ ได้นินา แบบนี้ จะเล่นงานยังไงได้บ้างครับ  เพราะผมหมดค่าเดินทางไปตามเรื่องนี้ หลายหมื่นแล้วครับ กำนัน กับ ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ค่อยจะตามเรื่องให้ด้วย ขอบอกก่อนนะครับ ที่นี่คือ ตำบล หนองพันจันทร์ อำเภอ บ้านคา จังหวัด ราชบุรี เผื่อใครไปซื้อที่ดินแถวนี้ก็จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ไม่งั้นจะเป็นแบบกระผมได้(แม่ผมไม่ได้ปล่อยเงินกู้นะครับ แต่ช่วยเหลือเขาตอนเขาเดือนร้อนจริง ๆ เพราะความสงสารเลยให้ไปแต่ก็ยังดีที่มีของค้ำประกันพอไว้ใจได้ แต่กลับเป็นแบบนี้ ซะงั้น รบกวนพี่ ๆ ผู้รู้ช่วยหน่อยนะครับ ไม่ไหวแล้วจริง ๆ)  ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


ตามเรื่องราวที่คุณเล่ามา   คุณให้เขายืมเงินไป 5 หมื่นบาท  มีที่ดิน สปก ค้ำประกัน  และทำสัญญากัน  ที่มีใบสปกที่ใช้ค้ำประกัน  เป็นโมฆะ เพราะ ที่ สปก กรรมสิทธิเป็นของรัฐ    คุณก็ ไปไล่เบี้ยกับผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นคนค้ำประกัน   ให้ดูในสัญญาว่า ผู้ใหญ่บ้าน ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ค้ำประกันไหม   หาก เขาเอ่ยปาก ค้ำประกันด้วยวาจา  คุณไม่สามารถบังคับเขาได้  ...   หากผู้ใหญ่ ลงลายมือชื่อในฐานะ ผู้ค้ำประกัน  คุณก็ไปฟ้องศาล บังคับผู้ใหญ่บ้านให้ชำระเงินให้คุณ พร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันฟ้อง

ขอให้คุณโชดดี
บันทึกการเข้า
chaidan-55
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 789


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2011, 03:38:03 PM »

จากข้อเท็จจริงเป็นเรื่องการกู้ยืมเงินเกินกว่าห้าสิบบาท และมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาครบถ้วนไม่เป็นโมษะแน่นอนครับ
เมื่อมีการผิดสัญญาเราไม่สามารถบังคับเอากับที่ดินที่มาเป็นหลักประกันได้เท่านั้นครับ แต่ยังสามารถฟ้องเป็นคดีแพ่ง (ค่าทนายประมาณห้าพันครับ) เพื่อให้ผู้กู้และผู้คำประกันชำระหนี้ตามสัญญาพร้อมดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละสิบห้าบาทจนกว่าจะชำระเสร็จครับ
ส่วนการเอาที่ ส.ป.ก.มาขายให้ก้อจะเป็นเพียงการเอาเอกสาร ส.ป.ก.มาแลกเปลี่ยนกับเงิน ไม่ทำให้คนที่จ่ายเงินและรับเอกสาร สปก.ไปเกิดสิทธิในที่ดินแต่อย่างใด คนที่มีสิทธิยังเป็นคนที่มีชื่อในเอกสารอยู่ดีครับ มีกฎหมายห้ามซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. แต่ก้อมีคนซื้อคนขายเต็มบ้านเต็มเมือง  การซื้อขายไม่มีบทกำหนดโทษทางอาญาไว้ (เว้นแต่จะเข้าองค์ประกอบว่าเป็นการหลอกลวง หรือปิดบังข้อเท็จจริง
ที่ควรแจ้งเพื่อให้ทรัพย์ไปทำนองนี้ครับ) ถ้าการซื้อขายเรื่องแดงขึ้นมา ส.ป.ก.แปลงดังกล่าวก้อจะถูกเพิกถอนและจัดให้เกษตรกรรายใหม่เข้าไปทำประโยชน์  (ที่ดิน ส.ป.ก.ยังมีฐานะเป็นที่ดินของรัฐนะครับ)
บันทึกการเข้า
amnoey
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #27 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2011, 12:53:15 PM »

ให้ฟ้องแพ่ง บังคับตามสัญญาเงินกู้โดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน เท่านั้นก็จบ ถ้าชนะ เขาก็คืนเงิน จะเป็นงวดหรือทั้งหมดก็ดี
ส่วนเรื่องต่อไป จะเจรจาอะไรกัน ก็ว่าไป  ถ้าไม่จ่ายก็บังคับกับคนค้ำประกัน ถ้าไม่มีก็ฟ้องล้มละลายทั้งคู่ จบ

ถูกต้องนะครับ....ประเด็นไม่ได้อยู่ที่หลักทรัพย์ค้ำประกัน.. แต่อยู่ที่สัญญาเงินกู้...เพราะหลักทรัพย์ค้ำประกัน( เอกสาร สปก.) เราไม่สามารถที่จะยึด จำหน่าย จ่าย โอน ได้อยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
arty_oh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 61


« ตอบ #28 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 04:07:07 PM »

ให้ฟ้องแพ่ง บังคับตามสัญญาเงินกู้โดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องหลักทรัพย์ค้ำประกัน เท่านั้นก็จบ ถ้าชนะ เขาก็คืนเงิน จะเป็นงวดหรือทั้งหมดก็ดี
ส่วนเรื่องต่อไป จะเจรจาอะไรกัน ก็ว่าไป  ถ้าไม่จ่ายก็บังคับกับคนค้ำประกัน ถ้าไม่มีก็ฟ้องล้มละลายทั้งคู่ จบ
ถูกครับ
ยิ่งถ้ามี ลายเซ้นกำกับการ กู้ ยืม ของทั้งคน กู้ และคนค้ำ ผู้ให้กู้ ฟ้องงัยก็ได้เงินคืน
แต่ถ้าเอาให้ชัว คุณ ถ่ายรูป เอกสารการกูยืมเงิน มาให้ดูหน่อย เผื่อ พี่ๆน้องๆในนี้ เขาอาจมีความรู็ช่วยท่านได้
เพราะเชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่กล้าฟันธงว่าคุน จะชนะหรือ แพ้   ถ้ายังไม่เห็นรายละเอียดเป็นลายลักอีักษร ที่ชัดเจนและครบถ้วน
เพราะบางที แพ้หรือชนะ อาจอยู่ที่ ประโยคสั้นๆ สัก1 ประโยค ในเอกสาร ก็เป็นได้
ขอให้โชคดี
บันทึกการเข้า
jay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 727


อินทผลัมปลอดสารเคมี


« ตอบ #29 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 09:30:15 AM »

ถ้าอยากได้ทั้งเงินที่ให้กู้และที่ดินถูกต้องตามกฏหมายผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้คุณฟ้องร้องไปเลยสัญญาอยู่แล้วพร้อมพยานหลักฐานคุณมีสิทธิ์ชนะค่อนข้างมาก ต่อไปเป็นกรณีสปก ถ้าคุณอยากมีสิทธิ์เต้มที่ในการเข้าทำประโยชน์เฉกเช่นคุณได้รับการจัดสรรมาแบบตรงๆ คุณตกลงกับลูกหนี้แล้วไปที่ ธกส แจ้งว่าคุณจะรับเป็นผู้ชำระหนี้โดยโอนหนี้มาเป็นของคุณแทน แล้ว ธกส จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ สปก มาให้คุณ คุณก้จะมีสิทธิ์ในที่สปกนั้นตามกฏหมายครับ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่ต้องการแค่ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้คืน ก้ฟ้องร้องเลยครับก่อนอื่นแนะนำว่าคุยกับผู้ใหญ่บ้านดูก่อนนะครับ  ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อที่ สปก แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสัญญาซื้อขายที่เราก็รู้ๆว่าผิดกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก้ใช่ว่าจะถุกกฏหมายนะครับที่ผมทำสัญญากู้ยืมเพียงแต่เราต้องการให้มีพยายหลักฐานเท่านั้นเองเป็นการขู่เขาในตัวว่าทุกคนในหมู่บ้านรวมถึง ผญบ รู้กันหมดว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้เข้าไปทำประโยชน์ตัวจริง แต่ถ้าพูดในหลักกฏหมายแล้วถ้าผู้กู้จะบิดปลิ้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเหมือนสัญญาใจกันเท่านั้นคือเชื่อใจกัน สปก เองก็รู้ถึงปัญหาพวกนี้ดีครับแต่เขายังไม่ขยับทำอะไรแค่นั้น ข้อมูลนี้ ผมคุยกับ จนท ของ สปก และ ธกส เองเลยครับ ถ้าเจ้าของที่ไม่เข้าทำประโยชน์หรือทำประดยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจะโดนยึดคืนแล้วจัดสรรให้คนอื่นต่อและเราก็อาจจะได้รับพิจารณาเพราะเราเข้าไปทำเกษตรจริงและเราก้เป็นผู้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองด้วย ผมว่านะ สปก เขารู้ว่าใครทำประโยชน์จริงหรือแค่ครอบครองแต่ใช้ไม่คุ้มค่า เพราะเขาทำงานประสานกันหลายส่วนทีเดียว
บันทึกการเข้า
chaidan-55
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 789


« ตอบ #30 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 10:01:49 PM »

ถ้าอยากได้ทั้งเงินที่ให้กู้และที่ดินถูกต้องตามกฏหมายผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้คุณฟ้องร้องไปเลยสัญญาอยู่แล้วพร้อมพยานหลักฐานคุณมีสิทธิ์ชนะค่อนข้างมาก ต่อไปเป็นกรณีสปก ถ้าคุณอยากมีสิทธิ์เต้มที่ในการเข้าทำประโยชน์เฉกเช่นคุณได้รับการจัดสรรมาแบบตรงๆ คุณตกลงกับลูกหนี้แล้วไปที่ ธกส แจ้งว่าคุณจะรับเป็นผู้ชำระหนี้โดยโอนหนี้มาเป็นของคุณแทน แล้ว ธกส จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ สปก มาให้คุณ คุณก้จะมีสิทธิ์ในที่สปกนั้นตามกฏหมายครับ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่ต้องการแค่ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้คืน ก้ฟ้องร้องเลยครับก่อนอื่นแนะนำว่าคุยกับผู้ใหญ่บ้านดูก่อนนะครับ  ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อที่ สปก แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสัญญาซื้อขายที่เราก็รู้ๆว่าผิดกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก้ใช่ว่าจะถุกกฏหมายนะครับที่ผมทำสัญญากู้ยืมเพียงแต่เราต้องการให้มีพยายหลักฐานเท่านั้นเองเป็นการขู่เขาในตัวว่าทุกคนในหมู่บ้านรวมถึง ผญบ รู้กันหมดว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้เข้าไปทำประโยชน์ตัวจริง แต่ถ้าพูดในหลักกฏหมายแล้วถ้าผู้กู้จะบิดปลิ้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเหมือนสัญญาใจกันเท่านั้นคือเชื่อใจกัน สปก เองก็รู้ถึงปัญหาพวกนี้ดีครับแต่เขายังไม่ขยับทำอะไรแค่นั้น ข้อมูลนี้ ผมคุยกับ จนท ของ สปก และ ธกส เองเลยครับ ถ้าเจ้าของที่ไม่เข้าทำประโยชน์หรือทำประดยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจะโดนยึดคืนแล้วจัดสรรให้คนอื่นต่อและเราก็อาจจะได้รับพิจารณาเพราะเราเข้าไปทำเกษตรจริงและเราก้เป็นผู้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองด้วย ผมว่านะ สปก เขารู้ว่าใครทำประโยชน์จริงหรือแค่ครอบครองแต่ใช้ไม่คุ้มค่า เพราะเขาทำงานประสานกันหลายส่วนทีเดียว
มีแบบนี้ด้วยหรอครับ น่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะครับ ธกส.ไม่มีอำนาจในการจัดการที่ดิน สปก.  การจะให้ใครได้รับที่ดิน สปก. จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการในระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน และคณะกรรมการระดับจังหวัด  ส่วนการซื้อขายที่ดิน สปก. โดยทำสัญาเงินกู้ สัญยาไม่สามารถบังคับได้เนื่องจากไม่มีการส่งมอบเงินที่ยืมกันจริงครับ คนที่ฟ้องอาจผิดฐานฟ้องเท็จครับ
บันทึกการเข้า
jay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 727


อินทผลัมปลอดสารเคมี


« ตอบ #31 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 10:19:00 PM »

ถ้าอยากได้ทั้งเงินที่ให้กู้และที่ดินถูกต้องตามกฏหมายผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้คุณฟ้องร้องไปเลยสัญญาอยู่แล้วพร้อมพยานหลักฐานคุณมีสิทธิ์ชนะค่อนข้างมาก ต่อไปเป็นกรณีสปก ถ้าคุณอยากมีสิทธิ์เต้มที่ในการเข้าทำประโยชน์เฉกเช่นคุณได้รับการจัดสรรมาแบบตรงๆ คุณตกลงกับลูกหนี้แล้วไปที่ ธกส แจ้งว่าคุณจะรับเป็นผู้ชำระหนี้โดยโอนหนี้มาเป็นของคุณแทน แล้ว ธกส จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ สปก มาให้คุณ คุณก้จะมีสิทธิ์ในที่สปกนั้นตามกฏหมายครับ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่ต้องการแค่ให้ลูกหนี้จ่ายหนี้คืน ก้ฟ้องร้องเลยครับก่อนอื่นแนะนำว่าคุยกับผู้ใหญ่บ้านดูก่อนนะครับ  ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ซื้อที่ สปก แต่ทำเป็นสัญญากู้ยืมเพื่อหลีกเลี่ยงการทำสัญญาซื้อขายที่เราก็รู้ๆว่าผิดกฏหมาย แต่ถึงกระนั้นก้ใช่ว่าจะถุกกฏหมายนะครับที่ผมทำสัญญากู้ยืมเพียงแต่เราต้องการให้มีพยายหลักฐานเท่านั้นเองเป็นการขู่เขาในตัวว่าทุกคนในหมู่บ้านรวมถึง ผญบ รู้กันหมดว่าใครเป็นเจ้าของและใครเป็นผู้เข้าไปทำประโยชน์ตัวจริง แต่ถ้าพูดในหลักกฏหมายแล้วถ้าผู้กู้จะบิดปลิ้วเราก็ทำอะไรไม่ได้เลย อันนี้เป็นเหมือนสัญญาใจกันเท่านั้นคือเชื่อใจกัน สปก เองก็รู้ถึงปัญหาพวกนี้ดีครับแต่เขายังไม่ขยับทำอะไรแค่นั้น ข้อมูลนี้ ผมคุยกับ จนท ของ สปก และ ธกส เองเลยครับ ถ้าเจ้าของที่ไม่เข้าทำประโยชน์หรือทำประดยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับการเกษตรจะโดนยึดคืนแล้วจัดสรรให้คนอื่นต่อและเราก็อาจจะได้รับพิจารณาเพราะเราเข้าไปทำเกษตรจริงและเราก้เป็นผู้ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเองด้วย ผมว่านะ สปก เขารู้ว่าใครทำประโยชน์จริงหรือแค่ครอบครองแต่ใช้ไม่คุ้มค่า เพราะเขาทำงานประสานกันหลายส่วนทีเดียว
มีแบบนี้ด้วยหรอครับ น่าจะเป็นการเข้าใจผิดนะครับ ธกส.ไม่มีอำนาจในการจัดการที่ดิน สปก.  การจะให้ใครได้รับที่ดิน สปก. จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการในระดับอำเภอซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธาน และคณะกรรมการระดับจังหวัด  ส่วนการซื้อขายที่ดิน สปก. โดยทำสัญาเงินกู้ สัญยาไม่สามารถบังคับได้เนื่องจากไม่มีการส่งมอบเงินที่ยืมกันจริงครับ คนที่ฟ้องอาจผิดฐานฟ้องเท็จครับ
ลองถาม ธกส แล้วรึยังครับ อันนี้ผมฟังเจ้าหน้าที่ ธกส เขามาอบรมที่หมู่บ้านเลยครับ ถ้าจะให้แน่ใจลองสอบถามเข้าไปที่ ธกส อีกทีนะครับส่วนเงินกู้เราส่งมอบลูกหนีเป็นเงินสดโดยมีพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารไปแล้วครับ เหมือนกับว่าเงินที่เราส่งมอบเป็นค่าที่เราเข้าไปใช้ประโยชน์เมื่อเขามีเงินมาคืนครบจำนวนเราก็จะออกจากที่ทันที่ เพราะอย่างที่บอกสัญญาใจและไม่มีกฏหมายใดๆมาสนับสนุน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: