หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)  (อ่าน 7790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« เมื่อ: กันยายน 16, 2011, 01:09:33 PM »

 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากกระบวนการภายในและภายนอกหรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ บรรยากาศ หรือพื้นดิน ที่มาจากกิจกรรมต่อเนื่องของมนุษย์ โดยการเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ชัด เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ, การเปลี่ยนแปลงของกระแสลม, การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน
                        วิกฤติหรือโอกาสของการพัฒนาการเกษตร
บันทึกการเข้า

vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 16, 2011, 01:35:10 PM »

      วิกฤติที่เห็นชัดเจนตอนนี้ก็คือ ฝนตกหนัก ถึงหนักมาก มาตั้งแต่เดือนมีนาคา   จนกระทั่งบัดนี้ ( ขณะที่โพสกระทู้) ยังตกอยู่ ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดเดือนไหน ผลกระทบต่อการเกษตรเราแทบไม่ต้องบรรยายเพราะกระจายข่าวผ่านสื่อต่างๆทั้งวันทั้งคืน
บันทึกการเข้า
พัฒนกิจ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2952



« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 16, 2011, 01:54:12 PM »

ผมเห็นว่าเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาส แห่งการเปลี่ยนแปลงครับพี่vud
ทุกภาคส่วนจะได้สำนึก รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
ร่วมรับผิดชอบในส่วนที่ตนกระทำ แล้วแก้ไขในส่วนตนที่จะแก้ไขได้
หากไม่แก้ไข ก็จะต้องพบกับวิกฤติที่ร้างแรงยิ่งขึ้น
เช่น ฝนตกหนักตกนาน น้ำท่วม ดินถล่ม ลมพายุ ที่รุ่นแรงขึ้น
แผ่นดินไหวรุ่นแรงขึ้น จากการปรับตัว คลื่อนตัวของแผ่นดินที่เกิดจาก
การที่มนุษย์สูบเอาน้ำมันและแก๊สมาใช้ ทำให้เกินหลุมเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ใต้แผ่นดิน
อุณหภูมิสูงขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่า การใช้สารเคมีที่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศของโลก

น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ สารเคมีในพื้นดินได้ถูกชะล้างไปมาก
เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนมาเป็น เกษตรอินทรีย์ชีวะภาพ
โดยเริ่มนับหนึ่งให้ถูก ตั้งแต่แช่เมล็ดพันธุ์ กับเชื้อราไตรโคเดอร์มา
ตามอย่างที่ คุณชัยพร พรหมพันธุ์ ทำนาอินทรีย์ชีวะภาพ


ชาวนาเงินล้าน (1) 24May11 1/3


ชาวนาเงินล้าน (1) 24May11 2/3


ชาวนาเงินล้าน (1) 24May11 3/3


ชาวนาเงินล้าน (2) 31May11 1/3


ชาวนาเงินล้าน (2) 31May11 2/3


ชาวนาเงินล้าน (2) 31May11 3/3


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 17, 2011, 12:21:19 PM โดย amata » บันทึกการเข้า

จิตที่เป็นกุศล ดึงดูดพลังความสุข จิตเป็นสุขทันที
จิตที่เป็นอกุศล ดึงดูดพลังทุกข์ จิตเป็นทุกข์ทันที
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10906



« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 16, 2011, 05:31:56 PM »

ดูกลุ่มฝนจากเรดาร์  ได้ที่นี่นะครับ

http://www2.tmd.go.th/radar/
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 17, 2011, 05:45:41 AM »

           อนุมัติการจัดตั้งสำนักงานประสานการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (สปอ.) ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นผู้เสนอ ให้เป็นหน่วยงานหลักแห่งชาติ (National Focal Point) ในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพิธีสารเกียวโต โดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานในฐานะสำนักงานเลขานุการของผู้มีอำนาจตามพิธีสารเกียวโตของประเทศไทย
            มติชน: 17 กันยายน  2554

บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 10:40:35 AM »

ภูมิอากาศของโลกเกิดจากการไหลวนของพลังงานจากดวงอาทิตย์ พลังงานนี้ส่วนใหญ่เข้ามาสู่โลกในรูปแสงแดด ประมาณร้อยละ 30 ของพลังงานที่เดินทางมาสู่โลกได้ สะท้อนกลับไปสู่ห้วงอวกาศ แต่อีกร้อยละ 70 ได้ถูกดูดซับโดยผ่านชั้นบรรยากาศลงมาให้ความอบอุ่นกับพื้นผิวโลก

โลกต้องส่งพลังงานเหล่านี้กลับสู่อวกาศในรูปของแสงอินฟราเรด เนื่องจากโลกมีบรรยากาศที่เย็นกว่าดวงอาทิตย์มาก จึงไม่สามารถส่งพลังงานในรูปแสงได้เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์ แต่จะส่งกลับพลังงานในรูปของอินฟราเรดหรือรังสีความร้อน การที่โลกได้สะท้อนเอาความร้อนออกไปบ้างช่วยทำให้โลกไม่ร้อนจนเกินไปซึ่งคล้าย ๆ กับการที่เราดึงเอาถ่านร้อน ๆ ออกจากเตาก่อนที่เหล็กที่วางอยู่บนเตาจะร้อนจนแดงนั่นเอง
    ภาวะโลกร้อน  เป็นปัญหาใหญ่ของโลกในปัจจุบัน สังเกตุได้จากอุณหภูมิ ของโลกที่สูงขึ้น มีสาเหตุหลักของมาจากก๊าซเรือนกระจก ปรากฏการณ์เรือนกระจก มีความสำคัญกับโลก เพราะก๊าซจำพวก คาร์บอนไดออกไซด์ หรือมีเทน จะกักเก็บความร้อนบางส่วนไว้ในในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่บรรยากาศทั้งหมด มิฉะนั้น โลกจะกลายเป็นแบบดวงจันทร์ ที่ตอนกลางคืนหนาวจัด ตอนกลางวันร้อนจัด เพราะไม่ม ีบรรยากาศกรองพลังงานจากดวงอาทิตย์ ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับหลักการของเรือนกระจก จึงมักเรียกว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) การเพิ่มขึ้นของ ก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ชั้นบรรยากาศมีความสามารถในการกักเก็บรังสีความร้อนได้มากขึ้น
   ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีอินฟาเรดได้ดี ก๊าซเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษาอุณหภูมิในบรรยากาศของโลกให้คงที่ ซึ่งหากบรรยากาศโลกไม่มีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ดังเช่นดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะแล้ว จะทำให้อุณหภูมิในตอนกลางวันนั้นร้อนจัด และในตอนกลางคืนนั้นหนาวจัด เนื่องจากก๊าซเหล่านี้ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวัน แล้วค่อยๆ แผ่รังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศโลกไม่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
  มีก๊าซจำนวนมากที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน และถูกจัดอยู่ในกลุ่มก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีทั้งก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคั ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N20) ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFC) ก๊าซเพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFC) และก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) ทั้งนี้ ยังมีก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ สารซีเอฟซี (CFC หรือ Chlorofluorocarbon) ซึ่งใช้เป็นสารทำความเย็นและใช้ในการผลิตโฟม
   
    ก๊าชเหล่านี้เกิดขึ้นจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือถ่านหิน โดยเมื่อเราใช้พลังงานต่างๆ เช่าน การขับเคลื่อนรถยนต์ เท่ากับเป็นการเพิ่มกระบวนการสร้างโลกร้อน นอกจากนี้ภาวะโลกร้อนยังเกิดจากการสูญเสียงป่าธรรมชาติ เพราะไม่มีต้นไม้ดูดชับคาร์บอนไดออกไซค์ ตลอดจนการทำเกาตรและปศุสัตว์ที่ก่อให้เกิดก๊าชมีเทนซึ่งเป็นก๊าชที่ทำให้โลกร้อนได้เช่นกัน
ภาวะโลกร้อนมีผลต่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต เนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้ฤดูกาลต่างๆ เปลี่ยนแปลง สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ก็จะค่อยๆ ตายลง ส่วนผลต่อมนุษย์เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น อาจทำให้บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย ประชาชนขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มแต่บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก เนื่องจากฝนตกรุนแรงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกและบนยอดเขาสูงละลายทำให้ปริมาณน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ชายฝั่งทะเลได้รับผลกระทบ บางพื้นที่อาจจมหายไปอย่างถาวร
     นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า โลกมีเวลาเพียงสิบปีเท่านั้นที่จะจัดการการความหายนะครั้งใหญ่ ที่อาจทำให้ระบบอากาศของโลกกลายเป็นเครื่องมือทำลายล้าง อาทิ สภาพอากาศอันรุนแรง น้ำท่วม ความแห้งแล้ง โรคระบาด และคลื่นความร้อนที่มีอำนาจทำลายล้างแรงกว่าที่เคยพบมา
ขณะที่ประเทศไทยมีปรากฏการณ์ด้านโลกร้อนเกิดขึ้นที่เห็นแล้ว โดยศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์และฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า จากการสำรวจล่าสุดพบว่าระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยเพิ่มขึ้น 1 – 2 มิลลิเมตรต่อปี ยังอยู่ในระดับปกติ แต่ในทะเลฝั่งอันดามันสูงขึ้น 8 –12 มิลลิเมตรต่อปี มีผลอย่างมากต่อการกัดเซาะชายฝั่ง เนื่องจากที่ผ่านมาปริมาณน้ำทะเลที่สูงเพียง 50 เซนติเมตร สามารถกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างรุนแรง   
   
     


Liked By: love_vgb
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2011, 06:10:05 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
p4fd
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 25, 2011, 05:04:34 PM »

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2011, 03:28:34 PM »

 จากผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็มาจากสภาวะโลกร้อนดังนั้นเราอาจจะต้องมีการทบทวนเรื่องการปลูกพืชต่างๆ ให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากขึ้น ตัวอย่างเช่นพันธุ์ข้าว แต่เดิมนั้นเราพยายามปรับปรุงข้าวให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีผลผลิตสูง ตอยสนองต่อปุ๋ย ในพื้นที่นาที่มีการเตรียมการอย่างดี  โดยไม่มีการคิดถึงสภาพแวดล้อมที่มามีผลต่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต พอน้ำท่วมแต่ละครั้งในพื้นที่ลุ่มก็เสียหายโดยสิ้นเชิง
  ถ้าเรามาคิดใหม่ว่าในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงต่อน้ำท่วมทุกปีอาจจะต้องหาพันธุ์ข้าวที่ ทนต่อน้ำท่วมมาปลูก  หรืออาจจะต้องหวนกลับไปคิดถึง ข้าวฟางลอย  ซึ่งเราไม่ปลูกกันมานานแล้ว  และในพื้นที่แล้งซ้ำซากเราก็อาจจะต้องมีพันธุ์ข้าวไร่ที่ทนได้ให้แก่พื้นที่นั้น เพราะอย่างน้อยก็จะให้ผลผลิตพอได้หุงกินไม่อดอยาก เราอาจจะต้องกลับมามียุ้งข้าวประจำบ้านกันอีกครั้งหลังจากที่ได้ขายไม้ยุ้งข้าวให้คนเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์หมดแล้ว
  ที่ว่ามานี้ไม่ได้บอกว่าต้องทำทั้งหมดแต่ทำเฉพาะผู้ที่คิดว่า พออยู่พอกิน ไม่ลำบาก ไม่ต้องรอกินข้าวกล่องที่เขาเอามาแจกทุกครั้งที่น้ำท่วม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2011, 12:46:42 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2011, 12:46:08 PM »

 วิกฤติการณืน้ำท่วมหนักครั้งนี้คงจะเป็นบทเรียนที่ล้ำค่าในการเตรียมการต้อนรับสภาวโลกร้อนได้อย่างดี ทุกหน่วยงานต้องมาประชุมศึกษาหาข้อมูล โดยนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดมาวางแผนร่วมกัน อย่างเช่นปริมาณฝน ต้องมีข้อมูลว่า มีพายุมากน้อยกี่ลูก พายุเข้าต้นฤดูฝน ช่วงกลาง หรือท้ายฤดู ต้องมีข้อมูลนี้อย่างแน่ชัดก่อน ถ้าเรารู้ข้อมูลนี้แน่ชัดเราสามารถวางแผนรับมือได้ เช่นถ้าพายุเข้าต้นฤดูฝน ก็จะมีการคำนวณน้ำในเขื่อนว่าจะเก็บน้ำไว้เท่าไหร่ เพื่อให้ช่วงปลายฤดูฝนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนได้ไม่เช่นนั้น ถ้าพายุเข้า น้ำมามากในช่วงฤดูฝน แต่ช่วงปลายฤดูน้ำมาซ้ำก็จะส่งผลน้ำท่วม เพราะไม่ได้บริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้มีที่ว่างเก็บ ไม่ต้องปล่อยให้ล้นเขื่อนและไหลออกมาภาคกลางตอนล่าง การวางแผนสถานการณ์น้ำฝนล่วงหน้าทั้งหมดว่าพายุจะมากี่ลูก และไปในทิศทางใด ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนที่จะมามีเท่าไหร่ ซึ่งเมื่อมีการคำนวณจากการพยากรณ์ล่วงหน้าได้ก็จะมาบริหารน้ำในเขื่อนช่วงต้น กลาง ปลายฤดูฝนทั้งหมดจะช่วยลดการสูญเสียได้มาก
   แผนระยะยาวคือหาแหล่งเก็บกักน้ำ การสร้างเขื่อนเลิกพูดได้ เราควรทำสิบปีที่แล้ว ทำตอนนี้ไม่ได้แล้วเพราะในพื้นที่เหนือเขื่อนหมู่บ้านน้ำจะท่วมมากทำให้เขาเดือดร้อนแต่ถ้าเรา ทำแหล่งกักเก็บน้ำเป็นแก้มลิงสามารถทำได้ อาทิ  บึงบรเพ็ด ตั้งอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ประมาณ 30,100    กว๊านพะเยา ในจังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 12,100 ไร่    หนองหาน  จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคนี้ คือมีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ สามารถปรับเป็นแก้มลิงอย่างดีตามธรรมชาติเพียงขุดลอกให้ลึกไม่ตื้นเขินอย่างปัจจุบัน ก็จะสามารถใช้เก็บกักนั้าได้อย่างมหาศาล และเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งได้  สำหรับในพื้นที่อื่นๆที่มีศักยภาพทำแก้มลิงเก็บกักน้ำได้ยังมีอีกมากในประเทศไทย
    การปรับปรุงเส้นทางน้ำที่มีปัญหาเช่นคดเคี้ยวมากๆ ประตูน้ำที่ก่อสร้างมานานๆ  คันกั้นน้ำถาวรตามแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ จะต้องรีบดำเนินการ อุทกภัยปีนี้จะเป็นกรณีศึกษาได้อย่างดีในการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย
   
 
บันทึกการเข้า
Chatrudee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2011, 01:33:43 PM »

ขอบคุณข้อมูล แน่น ๆ
บันทึกการเข้า
adisak123456
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 31


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2011, 01:48:37 PM »

ขอบคุณครับ  ขอให้การสร้างเขื่อนเป็นทางเลือกสุดท้ายน่ะครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2011, 07:21:55 PM »

     ภัยจากน้ำท่วม  เป็นภัยที่เกิดขึ้นได้ทุกแห่ง  มีลักษณะและความรุนแรงแตกต่างกันออกไป  ดังนี้คือ

 1  การเกิดน้ำท่วมขังในที่ราบลุ่ม  เนื่องมาจากความไม่สมดุลระหว่างปริมาณน้ำฝนซึ่งเมื่อตกลงมาแล้วส่วนหนึ่ง ซึมลงสู่ใต้ดิน และบางส่วนระบายไหลออกจากพื้นที่  ถ้ามีปริมาณฝนมาก น้ำระบายออกจากพื้นที่ไม่ทัน และซึมลงสู่ใต้ดินได้น้อย ก็จะมีการท่วมขัง ความรุนแรงของน้ำที่ท่วมขึ้นอยู่กับความสมดุลของทั้งสามปัจจัย 

2  น้ำท่วมที่เกิดน้ำป่าบริเวณป่าเขาที่มีความลาดชันสูง  ถ้าปริมาณฝนในพื้นที่รับน้ำมีมาก  จนทำให้ปริมาณน้ำผิวดินที่ระบายออกจากพื้นที่มีมาก  ด้วยอัตราที่รุนแรงเรียกว่า  น้ำป่า  ยิ่งถ้าป่าบริเวณนั้นถูกทำลายและปราศจากพืช  ต้นไม้ปกคลุมดิน  ก็จะพัดเอาเศษต้นไม้  กิ่งไม้  ตะกอน  ดิน  ทราย  และหินลงมาด้วย  ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่บริเวณท้ายน้ำเป็นอย่างมาก  อุทกภัยจากน้ำป่ามีความรุนแรงกว่าประเภทแรก  และจำเป็นต้องใช้เวลานานในการแก้ไขจนกว่าพื้นที่นั้นจะกลับฟื้นคืนสภาพดังเดิมได้

 3  น้ำล้นตลิ่งของลำน้ำ  เนื่องจากปริมาณและอัตราน้ำหลากที่เกิดขึ้นในบริเวณต้นน้ำ  มีมากเกินกว่าความสามารถของแม่น้ำในบริเวณดังกล่าวที่จะรับได้ ถ้าเป็นแม่น้ำขนาดเล็กและปริมาณของน้ำหลากไม่มากนำ  หรือเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุมอัตราการไหลที่ดี  เช่นมีเขื่อน  อ่างเก็บน้ำ  ฝายทดน้ำ  หรือประตูระบายน้ำฯ  ความรุนแรงและความเสียหายอันเกิดขึ้นจากอุทกภัยอาจไม่มากนำ  แต่ถ้าเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ปราศจากระบบควบคุมจะก่อให้เกิดความเสียหายมาก  และเป็นวงกว้าง

 4  น้ำท่วมอันเกิดจากความบกพร่องของระบบควบคุม  เช่น  เขื่อนพัง  อ่างเก็บน้ำแตก  ประตูระบายน้ำไม่อาจทำหน้าที่ได้  จะก่อให้เกิดน้ำหลาก  มีความรุนแรงมากกว่าน้ำป่า  และความเสียหายที่เกิดขึ้นก็มากกว่าเช่นกัน

 5 น้ำท่วมที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของมวลน้ำหรือกำแพงน้ำจำนวนมหาศาล มีความรวดเร็ว  และรุนแรงที่สุด  ปรากฏการณ์นี้  เป็นการเพิ่มมวลน้ำด้านเหนือน้ำที่มีการสะสมน้ำจำนวนมาก  และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องกัน   ภายใต้สภาพที่ลำน้ำไม่สามารถรับไว้ได้จนเอ่อท่วมออกไปนอกลำน้ำในทุกทิศทุกทางและมีการเคลื่อนตัวด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกลงสู่ที่ต่ำ   น้ำท่วมจากสาเหตุนี้จะมีความรุนแรง ทะลุทะลวงสูง พัดพาสิ่งที่ขวางหน้าด้วยกำลังมหาศาล  และเป็นไปอย่างรวดเร็ว  จนไม่อาจอพยพคน  สัตว์เลี้ยง  สิ่งของได้ทัน  สภาพของความเสียหายจะเป็นไปอย่างกว้างขวาง
บันทึกการเข้า
terdsak
ถูกแบน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1684



« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2011, 10:40:07 AM »

บางทีน้ำท่วม  บางทีหนาว  คนในบ้านเมืองไทยจะต้องผจญ 

ยื่ง  เดือน  พย. ที่จะถึง 
น้ำท่วม  อากาศหนาว  ทรมานร่างกายสุด
ปากเเห้งเเตก  ขาก็เเผลจากการเเช่น้ำนานยาว


ภาคเกษตรเเน่นอนกว่าภาคอุตสาหกรรม

อนาคต  คนงานในโรงงานน้ำท่วม  บางโรง  ก็คงจะต้องตกงาน
คนงานมีที่ทาง  ไม่ต้องกล้ว  กลับบ้าน  ทำการเกษตร  สุดยอดกว่าเป็นลูกจ้างเค้าอีก
อาชีพอิสระ  ตนเป็น หน. งานตน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 22, 2011, 10:50:41 AM โดย เทอดศักดิ์ » บันทึกการเข้า

มุมเเสตมป์ไทย  ควรเเก่การสะสม
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27108.0
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 733


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 10:53:23 PM »

ตอนนี้ก็ต้องรอลุ้น ปี 2012 แหละครับ เห็นว่าประมาณเดือนธันวา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: