หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนถามเรื่อง ที่ดินตาบอด หน่อยคับ  (อ่าน 5384 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NooFee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: กันยายน 10, 2011, 03:44:43 PM »

    ขอรบกวนถามเกีั่ยวกับเรื่องที่ดินตาบอดนิดนะคับ คือ บ้านผมนั้นได้ปลูกอยู่บนที่ดินแปลงนึง ซึ่งน่าจะเป็นที่ดินตาบอด ซึ่ง ที่ดินที่บ้านผมได้ปลูกอยู่นั้นได้ทำการซื้อต่อมาจากเจ้าของที่ดินเก่า ซึ่งที่ดินของเจ้าของที่ดินเก่า นั้นเองละคับที่ ปิด ที่ดินของบ้านผมไว้ จำทำให้เป็นที่ดินตาบอด  ตามรูปภาพนะคับ

   ถนนลาดยาง 2 เลน

1115552255553777777
1115552255553777777
1115552255553777777
1111118888883337777
1111118888883337777
1111118888883337777
1111118888883337777

   แม่น้ำแม่กลอง

    จากรูปภาพนะคับ ที่ดินบริเวณนั้น ด้านหน้าติดกับถนนลาดยาง 2 เลน ส่วนด้านหลังติดกับ แม่น้ำแม่กลอง ซึ่งที่ดินทั้งหมดนี้ในรูปภาพเดิมทีเป็นของเจ้าของที่เก่าทั้งหมด( 1,2,3,5,7,8 ) แล้วได้ทำการแยกขายไปหมดแล้วตามหมายเลขที่ผม ได้แยกไว้แต่ละเจ้าของ ซึ่งในปัจุบันเจ้าของที่ดินเดิมเหลือที่ดินอยู่คือ หมายเลข 2 และ 5 ส่วนที่ดินของบ้านผมนั้น คือ หมายเลข 8 คือ โดยปกติแล้วบ้านของผมนั้น ได้ทำการ เข้า-ออก ผ่านในส่วนที่ดินในหมายเลข 2 ( สีเหลือง ) มาเป็นเวลาประมาณ 25 ปี+ ซึ่งที่ดินบริเวณนี้ หน้ากว้างประมาณ 3.5 เมตร ลึกยาวจนมาถึงที่ดินบ้านของผมนั้น ประมาณ 10 เมตร ซึ่งบ้านผมได้เข้าออก ทั้ง เดินเท้า มอเตอร์ไซด์ และ รถยนต์ ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา ซึ่ง อดีตในได้ตกลงกันไว้ว่าขอที่ดิน หมายเลข 2 เป็นทาง เข้า-ออก ให้สำหรับบ้านผมนั้น ในการพูด แบบ ปากเปล่า เพราะเป็นคนคุ้นเคยกันเอง สนิทกัน แต่พอมาในระยะหลังเริ่มมีปัญหาเพราะว่า ตัวเจ้าของที่ดินเก่านั้น ได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แล้วให้ ลูกสาว มาอยู่ แทน ( ยกที่ดินให้ลูกสาวตัวเอง ในแบบปากเปล่า เพราะยังไม่ได้มีกานโอนชื่อ ที่ดินให้เป็น ของลูกสาว ) ซึ่ง เจ้าของที่ดินเก่าที่เป็นลูกสาวนั้น ระยะหลังได้มีการ ตั้งของให้ เกะกะ เอากระถางต้นไม้มาวาง ก่อปูนยาวออกมาจาก ที่ดินหมายเลข 5 ประมาณ20 เซนติเมตร เพื่อปลูกต้นไม้ แบบประมาณกลั่นแกล้งให้ รถยนต์ ของบ้านผมนั้น เข้าออกได้ยากที่สุด -*- ซึ่งยากมากจิงๆ แบบแถบจะพอดีกับกับความกว้างของรถเลย จากเดิมที่พอจะวิ่ง เข้า-ออก ได้ไม่ค่อยสะดวกอยุ่เท่าไหร่แล้ว จนปัจจุบัน จู่ๆ เจ้าของที่ดินเก่านั้นซึ่งเป็นลุกสาว ได้ทำการ ถมที่ดิน หมายเลข 2 นั้น ให้สูงขึ้น เหลือที่ดินของบ้านผม ประมาณ 60-70 เซนติเมตร ทำให้ รถยนต์บ้านผม เข้าออกไม่ได้ จนบ้านผม ต้อง ถมที่ดินของบ้านผมให้สูงเท่ากับ ที่เค้าได้ถมไว้ เพื่อให้ รถยนต์ เข้า-ออก ได้ แต่พอบ้านผม ถมที่ดิน ตามเค้า เจ้าของที่ดินเก่า ( ลูกสาว ) ก็ โวยวาย บ้านผม ว่า ถมที่ดินได้ยังไง ทำไม ไม่บอกกัน -*- ( ที่ดินบ้านผม ผมถมที่ต้องบอกด้วยรึ - -" ) แล้วเค้าก็โวายวายอะไร ไม่รู้ต่อ ประมาณว่า ถมที่ดินให้มาสูงติดกับที่ดินของเค้าได้ยัง ฯ พอเสด อีก 2 วันถัดมา เจ้าของที่ดินเก่า ( ลูกสาว ) ได้ทำ การ ก่อสร้างประตูรั้ว แบบ ปิด-เปิด ได้ที่บนที่ดินหมายเลข 2 ทางด้านหน้าที่ติด กับ ถนนลาดยาง ซึ่งทำให้ บ้านผม ไม่สามารถ เข้าออกได้ แบบตลอดเวลาอีกแล้ว ( แต่ก่อนที่ดินหมายเลข 2 ไม่มีอะไร ขวางรึปิดกั้นเลย ) แบบประมาณว่า ถ้า เจ้าของที่เดิมอยู่บ้าน เค้าอาจจะเปิด รึ ปิด ประตูรั้ว นั้นเวลาไหนก็ได้ คือถ้าบ้านผม ขับรถจากกลับเข้าบ้านถ้า มาเจอ ประตูปิดก็ต้องไป เรียกเค้าให้เปิดประตูให้หน่อย ( ประมาณต้องไปขอร้องให้เค้าเปิดประตูให้อะ -*- ) นี่ คือส่วนของใน เวลากลางวัน แล้ว ถ้าเป็นเวลากลางคืนละ ที่เค้านอนแล้ว บ้านผม จะเข้าออกกันยังไง เพราะเค้าคงปิดประตูรั้ว แน่ๆ นี่ยังไม่นับถ้าเผอิญวันไหน เจ้าของที่เดิม เค้า ไม่อยู่ บ้านละ ทีนี้บ้านผมจา เข้า-ออก ยังไง ดี ละนิ

    ปล. ที่ดิน หมายเลข 1 และ 3 นั้นที่ ติดกับที่ดินบ้านผม( เลข8 ) เป็นกำแพงหมดนะคับ ผมออกได้ ทางเดียวจิงๆ จากที่ดินหมายเลข 2

    ดังนั้นผมควรทำยังไง ดีคับ เกี่ยวกับด้าน กฎหมาย ที่จะทำให้ที่ดิน หมายเลข 2 นั้นเป็นทาง เข้า-ออก ได้ดังเดิม โดยที่เจ้าของที่ดินเก่า จะไม่สามารถ มาแกล้ง ให้เข้า-ออก แบบลำบากได้อีก รึ จะบังคับให้เค้าขายที่ดินหมายเลข 2 ให้ บ้านผมได้ไหม ? บ้านผมพร้อมที่จะซื้ออยู่แล้ว เคยติดต่อขอซื้อแล้วแต่เค้ามะขาย *-*
บันทึกการเข้า

Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 10, 2011, 07:46:27 PM »

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05080150754&srcday=2011-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 23 ฉบับที่ 507

ฎีกาชาวบ้าน

โอภาส เพ็งเจริญ lungmenuad@hotmail.com

มรดกจำยอม

คุณเงือบเป็นเจ้าของที่ดินแปลงใหญ่แปลงหนึ่ง

คุณเงือบแบ่งที่ดินแปลงใหญ่นั้นเป็นแปลงเล็กๆ นับแล้วรวม 9 แปลง พอดี

ทั้งนี้ โดยแบ่งขนาดเท่าๆ กัน 8 แปลง

นอกจากนั้น ยังได้กันพื้นที่ให้เหลือที่ดินนอกจากที่แบ่งแล้ว อีก 1 แปลง มีเนื้อที่ 1 งาน 39 ตารางวา มีสภาพเป็นถนนพาดผ่านหน้าที่ดินทุกแปลง ด้วยเจตนาใช้เป็นทางเข้าออก ใช้วางท่อระบายน้ำ ใช้ปักเสาไฟฟ้า พาดสายโทรศัพท์สำหรับที่ดิน 8 แปลง

นึกตามไปเป็นภาพหรือนึกภาพตามไปได้เลยว่า เมื่อแบ่งแล้วจะเกิดเป็นที่ดินขนาดเท่าๆ กัน แปลงยืนเบียดชิดกันอยู่ 8 แปลง แล้วมีที่ดินแปลงนอนพาดที่ส่วนหัวหรือส่วนท้ายหรือที่สุดที่ดินด้านหนึ่งของทั้ง 8 แปลงนั้น มีสภาพเป็นถนนนำคนที่อยู่ในที่ดินแปลงยืน 8 แปลง ออกสู่ถนนสาธารณะ

หรือ อาจนึกคิดเห็นเป็นภาพที่ดิน 1 แปลง ยืนอยู่ แล้วมีที่ดิน 8 แปลง นอนเอาด้านหนึ่งชนกับที่ดินแปลงที่ยืนอยู่นั้นก็ได้

ในปี 2530 คุณโผงสนองตอบการนำเสนอเชิญชวนจากคุณเงือบ ว่าให้ซื้อที่ดินที่แบ่งนั้นสักแปลงสองแปลงหรือไม่

จะด้วยคุณโผงดูแผนผังแล้วเห็นเข้าท่า หรือว่าได้เดินไปดูสถานที่จริงๆ แล้วเห็นเข้าที หรือว่าทนแรงคะยั้นคะยอจากคุณเงือบไม่ได้ ทานแรงอ้อนวอนไม่ไหวก็ไม่แน่ ที่สุดจึงตกลงใจซื้อที่ดินแปลงด้านในสุด 2 แปลง

ที่ว่าด้านในสุดนั้น อาจเป็นได้ทั้งสองทาง คือยืนมองจากริมถนนสาธารณะแล้วมองเข้าไป ยังที่ดิน 2 แปลง หรืออาจเป็นการยืนอยู่ที่หน้าที่ดิน 2 แปลง ที่ซื้อไว้ แล้วมองมายังถนนสาธารณะ

แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีมองจากจุดใดก็ตาม ที่ดินที่คุณโผงซื้อไว้มีเพียง 2 แปลง เท่านั้น หาได้กลายเป็น 4 แปลง แต่อย่างใดไม่

คุณโผงซื้อชำระเงินเสร็จ คุณเงือบรับเงินไป จดทะเบียนโอนที่ดินเรียบร้อย

คุณอะไรอื่นซื้อไปอีก 2 แปลง คุณเงือบจดทะเบียนทางภาระจำยอมให้คุณอื่นๆ ที่ซื้อ

คุณเงือบคงเหลือเก็บไว้อีก 4 แปลง

คุณเงือบเสียชีวิตลงในปี 2542 ที่ดิน 4 แปลง และที่ดินส่วนที่เป็นถนนจึงเป็นมรดกแก่คุณงามงอนลูกสาวสุดที่รัก

มาปี 2544 คุณงามงอนลูกสาวคุณเงือบผู้ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมา ได้ทำรั้วปิดส่วนที่เป็นถนนเสีย

คุณโผงเดือดร้อนเข้าสู่ที่ดินออกสู่ถนนสาธารณะไม่ได้ จึงนำความไปฟ้องศาล ขอให้คุณงามงอนเปิดทาง กับขอให้ไปจดทะเบียนทางนั้นเป็นทางภาระจำยอม

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คุณโผงอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

คุณโผงฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คุณเงือบเสนอขายที่ดินโดยนำรูปแผนที่หลังโฉนดมาแสดงเพื่อยืนยันรับรองว่า หากคุณโผงซื้อที่ดิน คุณโผงก็มีสิทธิใช้ทางเป็นทางเข้าออก และใช้ประโยชน์เกี่ยวแก่สาธารณูปโภคสำหรับที่ดินที่ซื้อได้ อันเป็นเหตุให้คุณเงือบต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตนเพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น

เมื่อคุณโผงตกลงซื้อที่ดินตามที่คุณเงือบเสนอ จึงเกิดเป็นสัญญาก่อให้เกิดภาระจำยอม การที่คุณเงือบไม่ได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้คุณโผงเหมือนอย่างที่ดินที่แบ่งแยกพร้อมกับแปลงอื่นๆ คงมีผลเพียงทำให้ภาระจำยอมดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ก็เป็นบุคคลสิทธิใช้บังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญา และไม่ใช่สิทธิตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วเป็นการเฉพาะตัวของคุณเงือบโดยแท้ เมื่อคุณเงือบถึงแก่ความตาย สิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ ตามสัญญาภาระจำยอมย่อมตกทอดแก่ทายาท ตามมาตรา 1599 และ1600

ศาลฎีกาพิพากษากลับว่า ที่ดินของคุณงามงอนตกเป็นภาระจำยอมเรื่องถนน ทางเดิน ทางรถ ท่อระบายน้ำ ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์และสาธารณูปโภคอื่นๆ แก่ที่ดินของคุณโผง ให้คุณงามงอนไปจดทะเบียนภาระจำยอมดังกล่าวแก่คุณโผง



(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2975/2553)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1299 ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ท่านว่าการได้มาโดยนิติกรรม ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่นิติกรรมจะได้ทำเป็นหนังสือและได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่

ถ้ามีผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม สิทธิของผู้ได้มานั้น ถ้ายังมิได้จดทะเบียนไซร้ ท่านว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้และสิทธิอันยังมิได้จดทะเบียนนั้น มิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว

มาตรา 1599 เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท

ทายาทอาจเสียไปซึ่งสิทธิในมรดกได้แต่โดยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น

มาตรา 1600 ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
RJF
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 348


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 07:02:24 PM »

ถามเรื่องที่ตาบอดเสริมนะครับ

กรณีที่ไปซื้อที่มาแล้วเป็นที่ตาบอด หรือกรณีที่เป็นที่ดั้งเดิมแต่ตาบอด
เราสามารถร้องต่อศาลให้พื้นที่ข้างเคียงเปิดทางเข้าได้หรือไม่
และถ้าได้ กรณีที่ ที่ดินติดต่อกับที่แปลงอื่นหลายแปลง และสามารถเข้าได้จากหลายๆ แปลง
จะบังคับแปลงไหนให้ยอมเปิดทางให้
บันทึกการเข้า
เบิ้มอ่างทอง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 07:48:21 PM »

แนะนำให้ไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยคุยในเบื้องต้นโดยอ้างทางใช้เข้าออกอย่างเปิดเผยเกินสบปี ถ้าไม่ยอมให้ปรึกษาทนายเพื่อร้องศาลขอให้เปิดทางในทันที(คุ้มครองชั่วคราวจนกว่าศาลจะตัดสินเป็นอื่น ทนายจะรู้ดี)

แค่ให้ผู้ใหญ่บ้านไปคุยก็น่าจะตกลงกันได้นะ ขอซื้อทางไปเลย ถ้าคุยดีๆไม่ยอม ก็คุยกับทนาย สนง.ทนายความ มีเยอะครับ
บันทึกการเข้า
Nititep
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 330


คนตายเท่านั้น ที่ไม่มีความฝัน


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 09:35:10 PM »

ตามตัวอย่างของคุณ โผง กะ คุณเงือบ ใช้เวลากี่ปีครับ กว่าศาลฎีกาจะตัดสิน
บันทึกการเข้า
Nititep
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 330


คนตายเท่านั้น ที่ไม่มีความฝัน


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 09:38:41 PM »

ขอซื้อทางไปเลย ถ้าคุยดีๆไม่ยอม ก็คุยกับทนาย สนง.ทนายความ มีเยอะครับ

เห็น จขกท. ได้เจรจาซื้อแล้วแต่ไม่เป็นผล ผมว่านะ "อาจต้องใช้บริการของ ไอ้ปึ๊ด ดีกว่า" รวดเร็วยิ่งกว่าพายุ
บันทึกการเข้า
dada2010
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 23


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 10:08:32 PM »

ถามเรื่องที่ตาบอดเพิ่ม

ในกรณีที่ดินเป็นที่นา ซึ่งบริเวณดียวกันก็เป็นที่นามาหลายสิบปี จนความเจริญมาถึง มีการตัดถนน แล้วเจ้าของที่ดินใกล้เคียงก็ขายให้นายทุนไปแทบทั้งหมดแล้ว เหลือที่ของเราอยู่เจ้าเดียวที่ยังไม่ขาย และที่ของเราก็ไม่ได้มากมาย ประมาณ 7 ไร่  (ที่มรดกขายไม่ได้) ทำให้ที่ของเราเป็นไข่ดาวอยู่ตรงกลาง ไม่มีทางออก ขอคำแนะนำด้วย
บันทึกการเข้า
เบิ้มอ่างทอง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 196


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 10:33:17 PM »

ถามเรื่องที่ตาบอดเพิ่ม

ในกรณีที่ดินเป็นที่นา ซึ่งบริเวณดียวกันก็เป็นที่นามาหลายสิบปี จนความเจริญมาถึง มีการตัดถนน แล้วเจ้าของที่ดินใกล้เคียงก็ขายให้นายทุนไปแทบทั้งหมดแล้ว เหลือที่ของเราอยู่เจ้าเดียวที่ยังไม่ขาย และที่ของเราก็ไม่ได้มากมาย ประมาณ 7 ไร่  (ที่มรดกขายไม่ได้) ทำให้ที่ของเราเป็นไข่ดาวอยู่ตรงกลาง ไม่มีทางออก ขอคำแนะนำด้วย

กฏหมายคุ้มครองที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ สามารถร้องศาลขอทางจำเป็นผ่านที่ดินแปลงที่สามารถออกทางได้สะดวกที่สุด โดยอาจต้องจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของที่ดินแปลงที่เราผ่าน สมควรแก่ความจำเป็น ระวังไอ้ปื๊ดด้วยนะ เหอๆ
บันทึกการเข้า
Nititep
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 330


คนตายเท่านั้น ที่ไม่มีความฝัน


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 10:48:02 PM »

สมควรแก่ความจำเป็น ระวังไอ้ปื๊ดด้วยนะ เหอๆ

จริงด้วยครับคุณเบิ้ม ตอนนี้ไม่รู้ไอ้ปึ๊ดไปอยู่ที่ไหน ยังหาตัวไม่พบเลย จะโผล่มาเมื่อไหร่ ก็ยังมะรู้ แล้วปึ๊ดจะรู้ไหมน้อ...ว่ามีคนคิดถึงเยอะแยะเลย 555555

ขอเป็นกำลังใจให้ จขกท. สู้ต่อไปตามกฎหมายนะครับ ที่เขียนไปนอกสาระบ้างเพื่อไม่ให้เครียด หากเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ขอโทษ และลบทิ้งได้ครับผม
บันทึกการเข้า
jiratok
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 12


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2011, 11:26:47 PM »

เรื่องราวไปถึงไหนแล้วครับอยากรู้ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้ครับ
บันทึกการเข้า

จิรัฏฐ์ ตู้ปณ.46 ปณ.อ่าวอุดม ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: