ข่าว
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: “ในหลวง”เตือนเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ของเล่น  (อ่าน 21325 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5518


« เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 11:12:28 AM »

  “ในหลวง” ทรงเตือนสติคนไทยทั้งประเทศ ให้เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ของเล่น ควรศึกษาอย่างถ่องแท้

เมื่อเวลา 17.58 น. วันที่ 5 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นาย สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร นำคณะผู้บริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าฯกราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการสนองพระราชดำริด้านงานวิจัยของสถาบันฯ สรุปสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 53 และม.ค.-ส.ค.54 การคาดการณ์สภาพอากาศประเทศไทย ปี 54 ผลการประกวดจัดการทรัพยากรธรรมชาติชุมชนตามแนวพระราชดำริ ครั้งที่ 4 และการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
   โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระราชดำรัส เกี่ยวกับประโยชน์ของเศรษฐกิจพอเพียง ความว่า ที่คนทั่วๆไปยังมีความสงสัยในคำเศรษฐกิจพอเพียง ท่านทั้งหลายมีความคิดว่าอย่างไร เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้ศึกษามา แต่ว่าอย่างที่ย้ำว่า มีประโยชน์เพราะว่าโดยมากเศรษฐกิจพอเพียงนี้ก็คิดแบบเล่นๆ เกินไป แต่ว่าเป็นการรอคำว่า เศรษฐกิจแล้วก็พอเพียง ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าพอเพียงอะไร ถ้าถามความคิดในตัวพอเพียงก็แปลว่า ทำอะไรไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฟุ้งซ่านแล้วก็ทำด้วยเหตุผล อันนี้ผู้เชี่ยวชาญก็ต้องพยายามที่จะอธิบายว่า เป็นเศรษฐกิจ ความพอเพียงก็คือ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ทำอะไรให้มันเกินไป เมื่อทำอะไรให้ เมื่อทำแล้วได้ผลในการทำ ถ้าได้ผลก็หมายความว่า ประหยัด สำหรับชาวบ้าน สำหรับคนที่ทำเศรษฐกิจนี้เอง

ส่วนสำหรับผู้ที่เป็นหลักทฤษฎีหรือผู้ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญก็ต้องหาเหตุผลของเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ถ้าหาเหตุผลได้ก็เชื่อว่าจะได้ประโยชน์ เมื่อได้ประโยชน์ชาวบ้านในประเทศก็จะได้ประโยชน์ เมื่อได้ประโยชน์แล้วก็จะมีความร่ำรวยขึ้นโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ถ้าทำได้แล้วก็จะเป็นการช่วยประเทศชาติให้อยู่อย่างดี ถ้าไม่เอาใจใส่ในความคิดเหล่านี้งานทั้งหลายที่เราทำก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ต้องมีบกพร่อง เพราะว่าเศรษฐกิจพอเพียงถ้าคิดแบบชาวบ้าน ไม่มีอะไรที่ฝรั่งเรียก เซอร์ฟิซิเคส มันไม่ใช่แบบธรรมดาๆ ไม่ใช่ทำอะไรแบบธรรมดาก็ดูท่าทางไม่มีประโยชน์ใหญ่โตมโหฬาร ถ้าทำไม่เซอร์ฟิซิเคส ชาวบ้านก็ทำเองได้เพราะเท่าที่ฟังดู ชาวบ้านได้ค้นพบการทำเศรษฐกิจพอเพียงได้ตนเองก็ดีใจเป็นอย่างนั้น ฉะนั้นก็ผู้เชี่ยวชาญผู้ที่มีความรู้ก็น่าจะไปค้นดูว่า ชาวบ้านค้นพบว่าอะไรในเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อได้ค้นหาว่าเขาได้จริงๆ หรือไม่จริง ถ้าได้จริงก็จะต้องติดต่อในผลงานที่ชาวบ้านได้ ซึ่งจะทำให้สามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงนี้มีประโยชน์มากขึ้น จนกระทั่งช่วยชีวิตให้ชาวบ้านมีความก้าวหน้าจริงๆ จังๆ

ที่ถามว่า เศรษฐกิจพอเพียงท่านทั้งหลายมีความคิดว่าอย่างไร เศรษฐกิจพอเพียงมีความดีหรือไม่ ก็เพราะว่าจะได้ช่วยชาวบ้านให้ ขยายประโยชน์ของเศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจำวัน แต่ต้องไม่หัวเราะเยาะว่า เศรษฐกิจพอเพียงนี้เป็นของเล่น ไม่ใช่ของเล่น แต่เอาจริงบางทีเอาจริงคนอื่นไม่เข้าใจ แต่ต้องเข้าใจว่า ที่พูดเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้เป็นเศรษฐกิจที่หรูหรา แต่ว่าเป็นเศรษฐกิจที่ได้ผลจริง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:51:41 PM โดย vud » บันทึกการเข้า

nti
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1335



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 04:07:02 PM »

ขอบคุณ พี่วุฒิครับ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:58:28 PM โดย vud » บันทึกการเข้า

บ้านสวนพยุงใจ
๑๒๓ ม.๔ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง สพรรณบุรี ๗๒๒๓๐
T.087-3293576
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8078.0
ชอลิ่วเฮียง (P7)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 07, 2011, 12:32:33 AM »

ทรงพระเจริญ.....พระเจ้าข้า....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:58:40 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
ukrid789
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 20, 2011, 09:41:49 AM »

ทรงพระเจริญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:58:54 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
heam_texas
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2011, 04:33:01 PM »

ทรงพระเจริญ.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:04 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
baan por dee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2011, 04:55:05 PM »

ขอบคุณค่ะพี่
ขอทรงพระเจริญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:16 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
Lookchawna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2011, 07:24:06 PM »

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักที่ยอดเยียมมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:27 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
karo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 58


« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2011, 05:04:45 AM »

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:37 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
chinadoll0561
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 74


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 09:58:42 AM »

ทรงพระเจริญ..
นานาชาติยังให้การยอมรับในทฤษฎีนี้..
ถ้ารัฐรู้จักนำไปใช้ ไปปฏิบัติ ระดับคนรากหญ้าในประเทศไทยคงไม่มีใครยากจนแบบทุกวันนี้


Liked By: Kaew
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:47 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
johnbob
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2011, 07:26:15 PM »

เป็นหลักที่ทำจริง แล้วไม่ยากจนจริงๆ ถ้าเข้าใจ
ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน.... ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 12:59:57 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 20, 2011, 10:01:29 PM »

ในหลวงท่านเป็นพระโพธิสัตย์ ท่านตรัสเมื่อปี ๑๗ เรื่องเศษฐกิจพอเพียง ปีต่อๆมา ท่านตรัสเรื่องการบริหารบ้านเมืองแบบคนจน พึ่งพากันเองได้ ไม่ต้องไปตามความเจริญอย่างมากเพราะจะเกิดความเสียหายอย่างมากตามมา (แค่คนที่ครอบครองที่หลวงฝั่งตะวันออกที่ ร.๕ ร.๖ ทรงเวนคืนให้เป็นที่รับน้ำลงทะเลอ้อม กทม. แต่เอาไปสร้างบ้านจัดสรร ฯลฯ ฯลฯ พอน้ำมากลัวเสียคะแนน เลยทำให้ท่วมกรุงฯ ดือดร้อนกันใหญ่)   และยังตรัสเรื่องขาดทุนของเราคือกำไรของเรา out lost is out gain ตรงตามหลักของพระพุทธศาสนาเรื่อง สันตุถิ อับปจะยะ สัลเลขะ ทานมัย  ที่ชาวพุทธต้องปฏิบัติให้ได้ คือ พอใจที่มีแม้จะน้อย ไม่สะสมกักตุนของกูของญาติของพวกกู มีการขัดเกลาใจที่โลภไม่หยุด มีการให้การสละ

อยากให้ประชาชนฟังท่าน(โดยเฉพาะผู้บริหารและข้าราชการ)และมีความสามัคคีกันทั้งชาติ ชาติอื่นในเอเชียไปถึงไหนกันแล้ว      พอก่อนครับขอบคุณครับ



Liked By: Only_You, aoy99, Jamesmut, Kaew
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:00:08 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
TAMKIN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2011, 02:06:14 AM »

ถ้าคนไทยทุกๆคน น้อมนำมาปฎิบัติ  ไม่ต้องถึงร้อยเปอร์เซนต์ บ้านเมืองเราคงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะครับ


Liked By: saxcano
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:00:27 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
api0601
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 149


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2011, 02:27:54 PM »

ทรงพระเจริญ
 ขอบคุณครับที่อัญเชิญพุทธพจน์มาให้อ่าน ชื่นใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:00:39 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
prasitchai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2011, 04:05:12 PM »

ทรงพระเจริญ ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:00:49 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
somjade
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 395


« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 01, 2012, 11:22:03 PM »

อ่านแล้วโดนใจ ขออนุญาติคัดลอกบทความมาจาก กรุงเทพธุรกิจ

ทุน คืออะไรในโลก Megalopolis
ทุนหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมหลายคนศรัทธา บูชาหรือกลัวจะหดหายหรือบินหนีไป ทุนคือพระเจ้าในโลกสมัยใหม่หรือ? หลายคนเชื่อว่าทุนคือแหล่งที่มาของการพัฒนา ความก้าวหน้า ความมั่งคั่ง อำนาจ หรือแม้กระทั่งผู้เนรมิตความสุข
 ทำไมคนไขว่คว้า พยายามเข้าไปสู่เส้นทางโคจรของทุนและหวั่นไหว หลุมดำของทุน ความร้อน ความแรง ความเร็วในการผันแปรรูปของทุนให้เป็นพลังงานนั้นมหัศจรรย์จริงหรือ?
 หรือแท้จริงแล้วทุนเป็นเพียงมายาแห่งจินตนาการเท่านั้น ไร้ตัวตน เป็นเพียงสัญญะที่โลกเศรษฐกิจสถาปนาขึ้น ใส่คุณค่าเหมือนมงกุฎของราชา
 หรือเอาเข้าจริงแล้ว ทุนเป็นเพียงทาสที่ทำงานรับใช้เจ้าของหรือก็คือนายทุนนั่นเอง
 โดยเฉพาะหลัง พ.ศ. 2500 ที่เราพยายามผลักดันไปสู่สังคมอุตสาหกรรม มีโลกทัศน์มุมมองว่างานคือเงิน เงินคืองานบันดาลสุข เห็นเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือและเป้าหมายของการพัฒนา รวมทั้งอำนาจเชิงปริมาณการผลิตที่สำคัญกว่าแรงงานด้วยซ้ำในบางช่วง สิ่งนี้เป็นตัวกำหนดรูปร่างหน้าตาของยุคสมัยของเราไป
 ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เราอาจได้ยินบ่อยครั้งจากคำสัมภาษณ์ผู้บริหาร การให้ข่าวของชนชั้นนำ นักธุรกิจ และสื่อที่รุกเร้าหรือสะท้อนภาพความหวาดหวั่นการเคลื่อนย้ายทุนให้ไหลไปทำเงินที่อื่น จึงต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นว่าถ้าทุนยังอาศัยอยู่บ้านนี้เมืองนี้ คนของเราก็มีงาน ทุนก็ได้รับการประกันระดับหนึ่งของความมั่นคง แล้วชาวไร่ชาวนาเล่ามีโครงการอะไรประกัน
 โฆษณา ประชาสัมพันธ์จึงเข้ามามีบทบาทชวนให้เชื่อและเข้าใจถึงความสำคัญของทุน ตลอดจนสร้างความมั่นใจเพื่อเป็นโครงสร้าง ผนังในความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์อันทรงคุณค่าในบ้านเมืองนี้สถานที่ที่ยังน่าลงทุนอยู่ของทุนซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างอาณาจักรระดับโลกตัวนี้ต่อไป
 มิเช่นนั้น สื่อระดับโลกก็จะเสนอข่าวแง่ลบ วิพากษ์ถึงการดำรงอยู่บนแผนที่ของทุนและการไหลมาของทุนอย่างยากลำบาก ถ้าสื่อยักษ์เหล่านี้เขย่าแรงๆ ทุนก็จะขยับไหลไปทางอื่นตามรหัสสัญญาณในภาษาเศรษฐกิจ
 การดูดซับกำไรได้สูงสุดเท่านั้น ที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง หรืออุดมการณ์ของทุน ส่วนการสื่อสารก็เป็นไปเพื่อสร้างคุณค่าในจินตนาการและมายาคติความเชื่อของสังคมให้ไหลและเวียนข้ามเวลาและสถานที่ในการสร้างเครือข่ายอีกทั้งปริมณฑลทางอำนาจของเศรษฐกิจข้ามทวีป
 รูปแบบใหม่ด้านเศรษฐกิจนี้ทำให้ทุนถูกเสกปั้นทรงเครื่องหลายลักษณะเพื่อข้อได้เปรียบของทุน และการขับเคลื่อนในวงจรของระบบโลกด้วยการบริหารจัดการให้เร็วที่สุดปานเหยี่ยวเล็งเหยื่อ
 ฉะนั้นการเดินทางของทุนสมัยใหม่นี้ จึงสั้นเพียงกระดิกปลายนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์ ทุนก็เข้าไปแทรกหรือถอนตัวจากตลาดด้วยคำสั่งผ่านเทคโนโลยี นี่จึงดึงดูดให้เศรษฐีนักธุรกิจพยายามผนวกสื่อ เทคโนโลยี และทุนไว้ในมือเพื่อสร้างความงอกงามเจริญพันธุ์ให้กับธุรกิจของตน ขณะเดียวกับที่ถ่างช่องว่างของทุนกับการกำพร้าทุน
 และที่สำคัญเทคโนโลยีสมรรถนะสูงบีบอัดเวลาและสถานที่ชนิดไร้ขีดจำกัด ก็ทำให้ทุนเดินสายได้รอบโลก จากตลาดตะวันออกสู่ตะวันตก หรือตลาดเหนือสู่ตลาดใต้เพื่อทำกำไรให้นายของมัน ภายใต้แนวทางใหม่ของเศรษฐกิจโลกชนิด 24 ชั่วโมง จากอาทิตย์ขึ้นจนจันทร์ดับหรืออีกนัยหนึ่งไร้ตะวันตกดินภายใต้ปริมณฑลของทุนทีเดียว
 นี่คือ โฉมหน้า บทบาท และไมตรีของตลาดที่มีต่อทุน หรือทุนจึงเปรียบเสมือนอำนาจในอาณาจักรทางเศรษฐกิจ ภายใต้สนามสงครามของคุณค่า ที่ถูกสถาปนาจากตลาดเงินและอุตสาหกรรมระดับโลกของเครือข่ายนายทุนใหญ่ที่ใช้ทุนเป็นจักรกลสำคัญในการผลิต

ทุน...ในโลกอุดมการณ์ของเศรษฐกิจพอเพียง
 แต่ทุนในโลกใบเดียวกัน ที่ลดทอนความละโมบ ควบคุมกิเลสและมีความสุข ไม่เอาเปรียบกับธรรมชาตินั้น ไม่ต้องเดินทางไกลไปทำเงินให้นายทุนที่ไหน
 นั่นเพราะ ทุนคือตัวเราเองที่บูรณาการ กำลัง แรงงาน สติ และปัญญาของตัวเรานี่แหละเป็นศูนย์กลาง มิต้องวิ่งรอบโลกจากตลาดนิวยอร์ก ซีเอซี นิกเคอิ หั่งเส็ง หรือตลาดออสเตรเลีย
 ผืนดินแค่ 10 ไร่ บวกกับการรวมกลุ่ม ความพากเพียรอดทน พึ่งพาตนเอง พึ่งพิงอาศัยกันได้ ไม่อดไม่อยาก แข็งแรงเพราะออกกำลังทำงานกลางแดดได้วิตามินดี กินอาหารสดที่ปลูกที่สร้างขึ้นเอง มีน้ำดี อากาศบริสุทธิ์ มีเวลาอยู่กับครอบครัวกับสังคม ไม่ร่ำรวย หรูหราตามนิยามของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ แต่ภูมิทัศน์แคบๆ ของทุนแบบนี้คือความสุข สุขที่ได้จากทุนอันเกิดจากใจที่พอเพียงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการดำรงอยู่อย่างพอดี
ไม่ต้องวิ่งหาเศรษฐกิจสัมพันธ์ตามโครงสร้างรูปแบบและกฎของคุณค่า ที่โลกเสมือนจริงสถาปนาขึ้นมาเป็นมายาคติให้เพ้อฝัน วิ่งไล่จับเงาของเงินและความร่ำรวย
ความเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพในตนนั่นคือความเย็น ความสงบ เป็นสันติที่ไม่ต้องต่อสู้กับใครในสงครามของการกดขี่ แข่งขันเอารัดเอาเปรียบจากทุนอื่น หรือการขูดรีดจากธรรมชาติ แต่ยืนหยัดต่อสู้เอาชนะตน ด้วยเข้าใจว่ากายนั่นคือทุน และใจของตนนั่นแหละ คือนายทุน
โลกใบเล็กที่พ่อหลวงสอนคือโลกที่ให้ที่พักพิงชีวิตสันติสุขด้วยคำเตือนสติสั้นๆ ว่า พอเพียง
โลก Megalopolis นั่นแสนวุ่นวาย ก้าวร้าวและต้องวิ่งรอกไร้จุดจบ เป้าหมายเป็นเป้าวิ่งที่เปลี่ยนไปตามนายและกำไรที่คิดว่าจะได้
นั่นเพราะทุนในรูปแบบแนวคิดเศรษฐกิจยุคเทคโนโลยีนั่นจุดระเบิดพลังงานของกระบวนการผลิตอย่างตลอดเวลา
ไร้จุดหมาย ปราศจากจุดจบ นอกจากวิ่ง นั่นเพราะทุนใน Megalopolis คือจักรกลในกระบวนการผลิตซึ่งมีคุณลักษณะเป็นความต่อเนื่อง แต่ทุนในโลกพอเพียงมีจังหวะอันพอดีพออยู่
นี่ล่ะ โลกสองแง่ ปีใหม่ของใคร ใจเลือกเอาว่าจะเลือกพลังงานแบบใด จังหวะไหนของวิถีชีวิต แต่ไม่ว่าจะไขว่คว้าทุนในตน หรือทุนที่เป็นของนายอันเป็นบัญชาจากเศรษฐกิจโลก Megalopolis ก็ตามย่อมต้องยอมรับในเรื่องของเสรีภาพกับความเป็นทาสใต้อำนาจของ “นาย” (ทุน) ไว้ควบคู่กับผลกระทบของสภาพการขูดรีดทำลายธรรมชาติหรือการเคารพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดย ดร.ทัศนีย์ บุญนาค
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:00:59 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
Tik@18
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2012, 12:44:36 AM »

ทรงพระเจริญ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2012, 01:01:14 PM โดย vud » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: