หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอทราบวิธีกำจัดหญ้าแห้วหมูโดยไม่ใช้สารเคมี  (อ่าน 9895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
surairak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 489


« เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 04:49:16 PM »

เคยขุดออกมาตั้งหลายครั้ง คิดว่าถอนรากถอนโคนแล้ว พอผ่านไปสักพักก็กลับขึ้นมาใหม่ ท่านใดมีวิธีการที่ดีๆ รบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ
บันทึกการเข้า

technocrat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 04:53:58 PM »

ผมเคยใช้วิธีล่อหญ้าครับ คือสังเกตว่ามันตายยากจริงเผายังไม่ตายเลย
วิธีการคือถอนเท่าที่ถอนได้ก่อนเลย แล้วเอาทรายหรือแกลบดิบโรยให้ทั่วบริเวณเลยหนาประมาณ 2 นิ้ว มันจะค่อยๆ งอกและดันหัว
ขึ้นมาแล้วค่อยถอนจะถอนง่ายมาก และมันจะหมดไปเองในที่สุด
ออ....หัวที่ถอนมาเอามาล้างตัดรากให้สะอาด ตากแดดให้แห้งขายร้านยาจีนได้น่ะครับอย่าทิ้งไหนๆ ก็เสียแรงถอนไปแล้ว
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 08:20:48 PM »

ผมเคยใช้วิธีล่อหญ้าครับ คือสังเกตว่ามันตายยากจริงเผายังไม่ตายเลย
วิธีการคือถอนเท่าที่ถอนได้ก่อนเลย แล้วเอาทรายหรือแกลบดิบโรยให้ทั่วบริเวณเลยหนาประมาณ 2 นิ้ว มันจะค่อยๆ งอกและดันหัว
ขึ้นมาแล้วค่อยถอนจะถอนง่ายมาก และมันจะหมดไปเองในที่สุด
ออ....หัวที่ถอนมาเอามาล้างตัดรากให้สะอาด ตากแดดให้แห้งขายร้านยาจีนได้น่ะครับอย่าทิ้งไหนๆ ก็เสียแรงถอนไปแล้ว

สาระเอามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม
หญ้า แห้วหมู มักถูกมองเป็นวัชพืชที่ไร้ค่า ขึ้นบ้านไหนเป็นต้องตัดต้องถอนทิ้ง แต่รู้ไหมว่าในตำรายาแผนโบราณทั้งของไทยและต่างประเทศต่างประจักในสรรพคุณ ของหญ้าแห้วหมูเป็นอย่างดี ถือเป็นยาดีราคาถูก

หญ้า แห้วหมูหรือหญ้าขนหมู เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ นิยมนำส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินมาใช้ทำยา มีรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ มีฤทธิ์ยับยั้งการหดเกร็งและการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อมาลาเรีย ต้านเชื้อไวรัส ฆ่าแมลง แก้ไข้ แก้ปวด ต้านมะเร็ง แก้อาเจียน ทำให้น้ำหนักตัวลดลง กดการทำงานของหัวใจ กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีการนำหญ้าแห้วหมูไปเข้าตำรับยาแก้ปวด แก้โรคกระเพาะ แก้ปวดประจำเดือน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีการวิจัยพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ในตำรับยาไทย หัวหญ้าแห้วหมูมีสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงครรภ์ แก้ธาตุพิการ ช่วยให้เจริญอาหาร ขับพยาธิไส้เดือน ขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้บิด ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ใช้พอกดูดพิษ ทาแก้แมลงกัดต่อย แก้กระษัย ส่วนใบ ใช้ห้ามเลือด

การ ใช้หญ้าแห้วหมูบำรุงสุขภาพ จะใช้แบบเดี่ยวในรูปชาชง หรือแบบตำรับยาก็ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ มีผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการใช้หญ้าแห้วหมูเล่าว่า ท่านใช้แบบบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนรับประทาน ตั้งแต่อายุ 40 กว่าปี จนย่างเข้าวัย 60 ปีแล้วยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย หูตาสว่างไสว ไม่มีโรคเบียดเบียน

ใช้ ในรูปแบบชาชงหรือต้ม ถ้าทำเป็นชาก็นำส่วนหัวมาบดเป็นผงให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม หรือนำเอาหัวแห้วหมูทุบให้แหลก ต้มดื่ม เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย ช่วยให้หูตาสว่าง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ลดไขมัน ลดความดันโลหิต ลดไข้ แต่ต้องระวังอย่าให้มีปริมาณเข้มข้นมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ จะไปบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

สำหรับ ตำรับยาที่มีสรรพคุณลดไขมันในร่างกาย คือ แห้วหมูทั้ง 5 (ถอนเอาทั้งต้นจนถึงราก) จำนวนมากน้อยตามต้องการ ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปคั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นชาลดไขมันในร่างกาย

ใช้ลดความอ้วน มีตัวยา หัวแห้วหมูหนัก 5 บาท หัวกระชายหนัก 5 บาท บอระเพ็ดหนัก 4 บาท มะตูมอ่อนแห้งหนัก 4 บาท เหงือกปลาหมอหนัก 10 บาท พริกไทยล่อนหนัก 10 บาท ส่วน ผสมทั้งหมดบดละเอียด นำไปปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา เก็บไว้รับประทานก่อนนอนทุกคืน นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย

ตำรับ ยาอายุวัฒนะของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ตัวยาประกอบด้วย พริกไทยดำ 10 เม็ด ดีปลี 10 ดอก หัวแห้วหมู 10 หัว ตัวยาทั้งหมดบดเป็นผงละเอียด ชงกับน้ำผึ้งแท้ รับประทานก่อนนอน ตำรากล่าวว่า ยาตำรับนี้ให้ทำเฉพาะในวันเสาร์เท่านั้น และรับประทานให้หมดในวันนั้นด้วย มิให้เหลือทิ้งไว้ และเสาร์ต่อไปค่อยทำใหม่ ผู้ใช้ยาตำรับนี้ร่างกายจะปราศจากโรคภัย มีอายุยืนยาวนับ 100 ปี

แก้ ลมสลักอก อาการแน่นอก จุกอก รับประทานอาหารไม่ได้ มีตัวยา หัวแห้วหมู ใบมะตูม ผักคราดหัวแหวน ขิงแห้ง เถาบอระเพ็ด ใบหนาด ดอกดีปลี พริกไทย น้ำหนักเสมอภาค บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำต้มสุก หรือผสมกับสุรา รับประทานเช้า-เย็น

นี่ เป็นเพียงตัวอย่างตำรับยาจากหญ้าแห้วหมู ไม่น่าเชื่อว่าหญ้าแห้วหมูที่เรามักถอนทิ้ง จะมีประโยชน์และคุณค่าของยาสมุนไพรอย่างน่าทึ่ง คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้หรอกว่าของดีๆ มักอยู่ใกล้ตัวทั้งนั้น กรณีหญ้าแห้วหมูก็เช่นกัน ครั้งต่อไปที่หญ้าแห้วหมูมาเยือนสนามหญ้าในบ้านก็ถอนได้ แต่เก็บมาตากแห้งหรือคั่วให้เหลืองทำชาไว้ชงดื่มบำรุงร่างกายดีกว่าโยนทิ้ง.


หญ้าแห้วหมู

ชื่อวิทย์   Cyperus  rotundus Linn.
ชื่อวงศ์   CYPERACEAE
ชื่ออื่น    หญ้ากกดอกขาว หญ้าขนหมู
หัว
      รสเผ็ด หอมปร่า บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น อืดเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงทารกในครรภ์ ขับลม เป็นยาอายุวัฒนะ ขับความเย็น ระงับปวด แก้หวัดลม หวัดหนาว แก้ปวดท้องเนื่องจากเสพกามกิจมาก ปวดเมื่อยขา หลังคลอด แน่นหน้าอก บวมลม ใช้หมักทำให้เกิดแป้งข้าวหมาก แป้งเหล้าได้ดี ใช้ร่วมกับเถาสะค้าน กระวาน ดีปลี ผสม ทำแป้งเหล้า นำมากลั่นได้เหล้ายาบำรุงกำลัง

ความลับของหัวหญ้าแห้วหมู
๑.   แก้ไข้ได้ดี  ทั้งต้นทั้งหัว ล้างสะอาดต้มน้ำดื่ม

๒.   แก้โรคบิด  เอาหัวแห้วหมู บดกับขิงแก่ปั้นเป็นลูกยาลูกกลอน ผสม น้ำผึ้งแท้

๓.   แก้ปัสสาวะขัด  หัวหญ้าแห้วหมูสดๆ ล้างให้สะอาด ตากแห้งบด ละเอียดปั้นลูกกลอนกิน แก้ปัสสาวะขัดดีมาก

๔.   แก้ผื่นคัน  หัวแห้วหมูบดละเอียด ผสมน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย ทา ที่เป็นบ่อยๆ จะทุเลาลง จนหายไปในที่สุด

๕.   รักษาแผลสด  ใช้ต้นและใบหญ้าแห้วหมู โขลกใส่น้ำปูนใสเล็กน้อยเอามาพอกแปะกดที่แผลเลือดจะหยุดไหล

๖.   บำรุงธาตุ  ใช้หัวแห้วหมู ๑ ฝ่ามือ ต้มเอาน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขาวเปอร์เซียร์ใช้หัวแห้วหมู ๖-๘ หัวบดกับขิงแก่ ๔-๕ แว่น ผสมกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ ปวดท้อง

๗.   ยาอายุวัฒนะ   ใช้หัวหญ้าแห้วหมูล้าง น้ำให้สะอาด เคี้ยวกินหรือ ทุบให้แหลกและไปคั่วไฟ ชงกินต่างน้ำชา จะทำให้หายปวดเมื่อย ฟันแน่นแย็งแรง ไม่ชรา ดวงตาสว่างไสวดี แม้อายุจะมาก หรือไข้หัว แห้วหมูแห้ง ๔ ส่วน พริกไทย ๑ ส่วน ลูกแป้ง ๑ ส่วน โขลกละเอียดปั้น น้ำผึ้งเม็ดเท่าพุทรา กินวันละ ๒ เม็ด เช้าและก่อนนอน

๘.   ลดไขมัน  เอาหัวแห้วหมูทั้งหัว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนกินต่างน้ำชา

๙.   ระงับอาการหอบหืด  เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน

๑๐.  ลดความดันโลหิต  ยาชงหัวแห้วหมู ทำให้ ความดันโลหิตลดลง ใช้หัวแห้วหมู ๑ ส่วน กับน้ำร้อน ๑๐ ส่วน จะได้ผลดีที่สุด

๑๑   แก้อาเจียน 

๑๒.   ลดอาการปวดเกร็งในลำไส้

๑๓.   แก้นิ่วกรดในทางเดินปัสสาวะ  หัวแห้วหมูมีสารชนิดหนึ่ง สามารถละลายก้อนนิ่วกรด ที่เกิดจากการกินอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก เกินไป

๑๔.   บำรุงหัวใจ  ถ้ากินน้อยเป็นยาบำรุงหัวใจ ถ้ากินมากเกินไป จะบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้น

๙.   ระงับอาการหอบหืด  เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน

๑๐.  ลดความดันโลหิต  ยาชงหัวแห้วหมู ทำให้ ความดันโลหิตลดลง ใช้หัวแห้วหมู ๑ ส่วน กับน้ำร้อน ๑๐ ส่วน จะได้ผลดีที่สุด

๑๑   แก้อาเจียน 

๑๒.   ลดอาการปวดเกร็งในลำไส้

๑๓.   แก้นิ่วกรดในทางเดินปัสสาวะ  หัวแห้วหมูมีสารชนิดหนึ่ง สามารถละลายก้อนนิ่วกรด ที่เกิดจากการกินอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก เกินไป

๑๔.   บำรุงหัวใจ  ถ้ากินน้อยเป็นยาบำรุงหัวใจ ถ้ากินมากเกินไป จะบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้น

๑๕.   ระงับเชื้อแบคทีเรีย   น้ำมันหอมระเหย ที่มีอยู่ในหัวแห้วหมู สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ สแต๊ฟ    ได้แต่เพียงอย่างเดียว   ( เชื้อนี้ทำให้เกิดฝีเจ็บคอและท้องเสีย)

๑๖.  ระงับเชื้อรา  หัวหญ้าแห้วหมูนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สาร ที่ต้านเชื้อราได้

๑๗.  ปวดท้องเพราะมากในกามกิจ   แห้วหมู หญ้าเปลือกหอย ใบบัวบก อย่างละครึ่งตำลึง ตำแหลก เอาน้ำชงเหล้า รับประทาน ใช้กาก พอกที่สะดือ

 ยาลดความอ้วน

๑.    บอระเพ็ด              ๔   บาท
๒.   มะตูมอ่อนแห้ง         ๔   บาท
๓.   หัวกระชาย             ๕    บาท
๔.   หัวแห้วหมู             ๕    บาท
๕.   เหงือกปลาหมอ        ๑๐  บาท
๖.   พริกไทยอ่อน           ๑๐   บาท
   

วิธีทำ

บดเป็นผงผสมน้ำผึ้ง ปั้นลูกกลอนขนาดเม็ดพุทรา

วันละ ๑ เม็ด ก่อนนอนทุกคืน

ลดความอ้วน  บำรุงร่างกายให้แข็งแรง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

ข้อมูล จากสารศิลปยาไทย(๒๓)
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
jumbo99
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 486

เลี้ยงลูกเป็นงานหลัก ถึงเวลาพักค่อยปลูกเฟิน


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 09:09:32 PM »

ถ้าพื้นที่ไม่ใหญ่นัก  ก็ถอนครับ ดีที่สุด
พยายามใช้เสียม หรือจอบ เล็ก ๆ ขุดมาทั้งยวง
แล้วปล่อยสักพักให้มันแทงยอดใหม่ แล้วก็ขุด ๆ ๆ
จะลดลงจนหมดครับ แต่ต้องใช้เวลาพอควร
บันทึกการเข้า

เมาเบียร์เมียไม่ว่า  เมาแล้วซ่าจะหาน้องเมีย
atsk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 935


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 09:12:11 PM »

เทแกลบ กลบหนาๆ ปล่อยให้งอกเป็นต้น แล้วหัวจะลอยครับ ค่อยๆถอนทิ้ง ตามที่ข้างบนบอก  

บันทึกการเข้า
น้าหริ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1451



« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 09:29:10 PM »

ถ้าไม่ลำบากต้อง..เลี้ยงห่านสักตัวครับ เมื่อก่อน ในวัดแห้วหมูเต็ม เลี้ยงห่านแล้วหายเรียบ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ตัดง่ายกว่าปลูก  ก็เลย ปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก
 แต่ ตรูยังไม่ตาย  ใครก็ ห้ามตัด
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 09:41:28 PM »

ถ้าไม่ลำบากต้อง..เลี้ยงห่านสักตัวครับ เมื่อก่อน ในวัดแห้วหมูเต็ม เลี้ยงห่านแล้วหายเรียบ ยิ้มเท่ห์
ตัวเดียวห่านมันจะเหงาหรือเปล่าครับน้าหริ หาคู่ให้มันด้วยดีไหมครับจะได้ไม่่เหงา  ยิงฟันยิ้ม
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
น้าหริ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1451



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 07:30:39 AM »

ถ้าไม่ลำบากต้อง..เลี้ยงห่านสักตัวครับ เมื่อก่อน ในวัดแห้วหมูเต็ม เลี้ยงห่านแล้วหายเรียบ ยิ้มเท่ห์
ตัวเดียวห่านมันจะเหงาหรือเปล่าครับน้าหริ หาคู่ให้มันด้วยดีไหมครับจะได้ไม่่เหงา  ยิงฟันยิ้ม
 ยิ้มเท่ห์
จัดไป.
บันทึกการเข้า

ตัดง่ายกว่าปลูก  ก็เลย ปลูกทุกอย่างที่อยากปลูก
 แต่ ตรูยังไม่ตาย  ใครก็ ห้ามตัด
surairak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 489


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 09:45:38 AM »

ผมเคยใช้วิธีล่อหญ้าครับ คือสังเกตว่ามันตายยากจริงเผายังไม่ตายเลย
วิธีการคือถอนเท่าที่ถอนได้ก่อนเลย แล้วเอาทรายหรือแกลบดิบโรยให้ทั่วบริเวณเลยหนาประมาณ 2 นิ้ว มันจะค่อยๆ งอกและดันหัว
ขึ้นมาแล้วค่อยถอนจะถอนง่ายมาก และมันจะหมดไปเองในที่สุด
ออ....หัวที่ถอนมาเอามาล้างตัดรากให้สะอาด ตากแดดให้แห้งขายร้านยาจีนได้น่ะครับอย่าทิ้งไหนๆ ก็เสียแรงถอนไปแล้ว

เทแกลบ กลบหนาๆ ปล่อยให้งอกเป็นต้น แล้วหัวจะลอยครับ ค่อยๆถอนทิ้ง ตามที่ข้างบนบอก  



ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำ เดี๋ยวจะลองดู....ว่าแต่ใช้เวลานานแค่ไหนครับ หัวถึงจะลอยขึ้นมา
บันทึกการเข้า
vichai laoo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 189


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 09:59:33 AM »

ขอออกความคิดเห็นบ้างนะครับผมเคยใช้ โซดาไฟ หาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรก่อสร้าง 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ1ส่วน3ของถังน้ำคนให้ละลาย
แล้วรดให้ทั่วต้นไม้ที่จะกำจัดตายสนิดครับลองแล้วกับหญ้ารกๆ ใช้แค่2ครั้งครับ
บันทึกการเข้า
khundong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1676


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 10:21:49 AM »

อยากทราบว่า ท่านต้องการเอาพื้นที่ที่มีหญ้าแห้วหมูไปทำอะไรต่อครับ ในส่วนตัวผมแล้ว ไม่เห็นโทษของหญ้าแห้วหมูเลย มันช่วยคลุมดินและรักษาความชื้นได้ดี ครับ เว้นแต่ว่า ต้องไม่ต้องการอะไรเกิดขึ้นในดิน
1. หากท่านต้องการปลูกพืชที่มีความสูงเกิน  50 ชม. สามารถปลูกได้เลย เพียงขุดดิน แล้วก็ปลูก หญ้าแห้วหมูจะเป็นพี่เลี้ยงให้ครับ
2. หากท่านต้องการปลูกผักอาจจะไถและตากใว้นานหน่อยในหน้าแล้ง หญ้ามันก็จะตายหรือลดจำนวนลงครับ


Liked By: konthain(นพ)
บันทึกการเข้า
minja
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4560


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 10:24:23 AM »

เคยเอาแห้วหมูมาลงกระถาง เนื่องจากอ่านตำราว่า สามารถใช้ลดคอเรสตอรอลได้อย่างดีเยี่ยม โดยใช้แห้วหมูทั้งห้า คือ ต้น ใบ ดอก ราก หัว (ครบยัง ฮืม) ประมาณนี้มาตากแห้ง แล้วชงเป็นน้ำชาดื่ม ครั้นจะเก็บตามริมทางก็ไม่รู้มีอึ ฉี่เจ้าตูบมาปล่อยไว้หรือเปล่า แต่ก็ไม่รอด ยิงฟันยิ้ม ที่ไม่ตั้งใจปลูกนี่งามดีนัก
บันทึกการเข้า
surairak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 489


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 10:45:34 AM »

อยากทราบว่า ท่านต้องการเอาพื้นที่ที่มีหญ้าแห้วหมูไปทำอะไรต่อครับ ในส่วนตัวผมแล้ว ไม่เห็นโทษของหญ้าแห้วหมูเลย มันช่วยคลุมดินและรักษาความชื้นได้ดี ครับ เว้นแต่ว่า ต้องไม่ต้องการอะไรเกิดขึ้นในดิน
1. หากท่านต้องการปลูกพืชที่มีความสูงเกิน  50 ชม. สามารถปลูกได้เลย เพียงขุดดิน แล้วก็ปลูก หญ้าแห้วหมูจะเป็นพี่เลี้ยงให้ครับ
2. หากท่านต้องการปลูกผักอาจจะไถและตากใว้นานหน่อยในหน้าแล้ง หญ้ามันก็จะตายหรือลดจำนวนลงครับ

เป็นพื้นที่หน้าบ้านครับ อยากให้หน้าบ้านดูสวยงามสักหน่อย และน่าจะดูแลง่ายกว่า ก็เคยขุดเอาหญ้าแห้วหมูออก...คิดว่าน่าจะออกหมดแล้ว เพราะเอาทั้งหัว ราก ใบ ไปทิ้ง ปรับดินจนเรียบได้ที่ แล้วก็เอาหญ้านวลน้อยลงปลูก...พอผ่านไปประมาณเดือนกว่าๆ พบว่าหญ้านวลน้อยเริ่มถูกหญ้าแห้วหมูกลืนหายไปเรื่อยๆๆ  จนในที่สุดก็เหลือแต่หญ้าแห้วหมูครับ
บันทึกการเข้า
BTLพ่อน้องเจษ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 151


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 11:33:10 AM »

เป็นปัญหาเดียวกันกับผมเลย ครับ แรกๆ ก็ขุดออกพอเผลอ มันก็ขึ้นมามากกว่าเดิม ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ อยากอยู่ก็อยู่ไม่ว่ากัน แล้วผมก็ปลูกหญ้ามาเลใส่เลยครับ ตอนนี้หญ้ามาเลงามมากมาย เห้วหมูก็พอมีหรอมแหรม

สรุปว่า หญ้ามาเล ชนะ เฮๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Ed
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1866


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 12:05:29 PM »

อยากทราบว่า ท่านต้องการเอาพื้นที่ที่มีหญ้าแห้วหมูไปทำอะไรต่อครับ ในส่วนตัวผมแล้ว ไม่เห็นโทษของหญ้าแห้วหมูเลย มันช่วยคลุมดินและรักษาความชื้นได้ดี ครับ เว้นแต่ว่า ต้องไม่ต้องการอะไรเกิดขึ้นในดิน
1. หากท่านต้องการปลูกพืชที่มีความสูงเกิน  50 ชม. สามารถปลูกได้เลย เพียงขุดดิน แล้วก็ปลูก หญ้าแห้วหมูจะเป็นพี่เลี้ยงให้ครับ
2. หากท่านต้องการปลูกผักอาจจะไถและตากใว้นานหน่อยในหน้าแล้ง หญ้ามันก็จะตายหรือลดจำนวนลงครับ
เป็นพื้นที่หน้าบ้านครับ อยากให้หน้าบ้านดูสวยงามสักหน่อย และน่าจะดูแลง่ายกว่า ก็เคยขุดเอาหญ้าแห้วหมูออก...คิดว่าน่าจะออกหมดแล้ว เพราะเอาทั้งหัว ราก ใบ ไปทิ้ง ปรับดินจนเรียบได้ที่ แล้วก็เอาหญ้านวลน้อยลงปลูก...พอผ่านไปประมาณเดือนกว่าๆ พบว่าหญ้านวลน้อยเริ่มถูกหญ้าแห้วหมูกลืนหายไปเรื่อยๆๆ  จนในที่สุดก็เหลือแต่หญ้าแห้วหมูครับ
หัวอกเดียวกันกับคุณsurairak เลยครับ แรกเริ่มเดิมทีผมก็ใช้วิธีการขุดออก ถอนต้นพร้อมหัวออก คิดว่าหมดแล้วผ่านไม่กี่วันพอได้ฝนหน่อย แย่งกันชูใบเต็มสนามหญ้าเลยครับ ตอนนี้สนามหญ้าผมเต็มไปด้วยแห้วหมู "หมดปัญญาจะเหนี่ยวรั้ง หมดพลังจะเดินต่อไป...."

ผมเคยลอกหญ้าเก่าออกแล้วถมทรายขึ้นมาประมาณครึ่งฟุตคิดว่าจะช่วยได้ แต่ไม่ได้ผลครับ เขายัง happy กับสนามหญ้าผมอยู่ดี ไม่มีการตายแถมงอกมามากกว่าเดิมอีก คิดว่ารากของเขามีการแตกตัวเป็นหัวแล้วก็งอกเป็นต้นใหม่ ในความเห็นผมคิดว่าคงต้องลอกหญ้าออกพร้อมกลับหน้าดินแล้วตากดินไว้สักระยะค่อยลงหญ้าใหม่ครับ เจ๋ง








Liked By: manoon94
บันทึกการเข้า
เอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 08, 2011, 08:06:05 PM »

เป็นปัญหาเดียวกันกับผมเลย ครับ แรกๆ ก็ขุดออกพอเผลอ มันก็ขึ้นมามากกว่าเดิม ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ อยากอยู่ก็อยู่ไม่ว่ากัน แล้วผมก็ปลูกหญ้ามาเลใส่เลยครับ ตอนนี้หญ้ามาเลงามมากมาย เห้วหมูก็พอมีหรอมแหรม

สรุปว่า หญ้ามาเล ชนะ เฮๆๆๆ

ใช่ครับ ที่บ้านตอนแรกหญ้าแห้วหมูเยอะมาก แล้วตอนหลังมีหญ้ามาเลขึ้น(โดยบังเอิญ) ไม่ได้ถอนทิ้ง ถึงตอนนี้หญ้าแห้วหมูหายไปเลยครับ(ในที่หญ้ามาเลขึ้นถึงครับ) แปลกดีครับ หรือว่ามันแพ้ทางกันก็ไม่รู้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: