หน้า: 1 ... 359 360 361 362 363 364 365 366 367 368 [369] 370 371 372 373 374 375 376 377 378 379 ... 595   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มือใหม่ลองเพาะ อินทผลัม  (อ่าน 3443173 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phitchakon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #5888 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 02:59:29 AM »

 สวนอิทผาลำกลางทเลทรายครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 03:02:56 AM โดย phitchakon » บันทึกการเข้า

phitchakon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #5889 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 03:04:12 AM »

บันทึกการเข้า
mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #5890 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 04:36:41 AM »

/ii604/phitchakon1/130720121451.jpg[/IMG] รูปต้นกล้าอิทผาลำที่หล่นใต้ต้นอิทผาลำครับ มีเยอะครับ

   ระบบการดุแล ต้นที่งอกด้วยเมล็ดเองบางส่วน ตอนแรกจะถูกปล่อยปะละเลย ให้โตมาเองกับธรรมชาติ อาศัยเพียงเศษน้ำหยดจากต้นใหญ่ๆ แต่เมื่อต้นเล็กออกใบขนนกแล้ว จึงเจาะรูน้ำหยดเพิ่ม ตรงจุดนี้ทำเหมือนกันกับประเทศในแถบอาหรับเลยคะ ส่วนใบที่ริดออกนั้น  ก็มาจากเมล็ดที่หล่นใต้ต้น น่าจะอายุประมาณ2ปีนะคะ  ไม่ทราบว่าที่อิสราเอล มีการย้ายต้นเพาะเมล็ดเหล่านี้ออกมาปลูกใหม่อีกที่หรือเปล่าคะ   ต้นกล้าที่ได้จากเมล็ดจะมีข้อดีตรงที่ความอึด เพราะมีรากแก้ว ต่อให้เอาลงปลุกในบ่อซีเมนต์ รากก็สามารถทะลุออกมาได้ ป้อนจึงไม่สงสัยเลย ทำไมเวลามีพายุทะเลทราย ต้นไม้พวกนี้กลับอยู่เฉย ทั้งนี้เนื่องจากรากแก้วนั้นเอง จะมีวิธีกันลมแรงๆและพายุทะเลทราย ก็เพียงแต่มัดรวบใบไว้เท่านั้น  แต่ถ้าต้นเล็กๆรากยังไม่แข็งแรงพอ จะใช้วิธีริดใบออก เพื่อกันลมแรงๆ แบบรูปด้านบน ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ขอบคุณที่คุณphitchakon นำรูปพวกนี้มาให้ชมนะคะ ถือเป็นการทบทวนบทเรียนของป้อนเลยคะ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 04:46:32 AM โดย mom-mam » บันทึกการเข้า
YUMMYDEN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272


« ตอบ #5891 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 06:07:42 AM »

To คุณ ddd2u
รบกวนถามหน่อยครับว่า ที่จะเอาเข้ามา เป็นแบบตามรูปที่  7 ใช่หรือไม่??

รูปจาก Zemach Tissue Culture Laboratory and Zvieli Nursery ประเทศ อิสราเอล



รูปที่ 1.shoot tip


รูปที่ 2.embrygenic callus


รูปที่ 3.Germinating embryos


4.Tiny plantlets


5.Developed plantets


6.Striking roots

อ้างถึง

7.plantlet ready for hardening


8.Plant in nursery - 0.7liter


9.Plant in nursery -2 liter


10.Plant exposed roots
....................................................................................


ขออนุญาติยกคำพูดของพี่คนที่หนึ่งที่นำเข้า อินทผาลัมเพาะเนื้อเยื่อมาจากอินเดีย  420 ต้น มาปลูกตั้งแต่ปี 2010 น่ะครับ..
 
ความแตกต่างระหว่างเพาะเมล็ดกับเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ถ้ามีจำนวนพอสมควรอาจจะซัก 20-30 ต้นในorderเดียวกันน่าจะเห็นความแตกต่างได้ไม่ยาก  เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นจะใกล้เคียงกันมาก


ส่วนเรื่องพันธุ์แท้หรือไม่ ต้นกล้าที่เป็นใบเลี้ยงอยู่ ส่วนใหญ่จะยัง
คล้ายกันมาก แยกไม่ออก ถ้ามีใบจริงซัก 4-5 ใบ ถ้าเราสังเกตุจะเริ่มมีลักษณะเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์
สรุปว่า ไม่ว่าจะเป็นแล็ปไหน ก็ไม่มีใครรับประกันอะไรได้หรอก ก็ต้องเสี่ยงเอา ทำอะไรๆก็มีความเสี่ยง ถ้าไม่เสี่ยงก็จะต้องเป็นผู้ตามตลอดไป

ก็ต้องดูศักยภาพของเราว่าจะเสี่ยงได้แค่ไหน จริงๆต้นกล้าอินทผาลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็แพงเอาการอยู่

แต่ถ้าเราได้ลองทำ สิ่งที่เราตั้งใจจะทำ ที่เราฝันจะทำ
 
ก็น่าจะพอใจแล้ว ถ้าเกิดได้ผลดีก็ถือเป็นกำไรชีวิต

------------------------------------------------------------------
สำหรับท่านสมาชิกทุกๆท่าน ที่จะสั่งเพาะเนื้อเยื่อเข้ามาปลูก
อีกอย่างหนึ่งที่อยากให้คำนึงถึง คือ สัมพันธ์ภาพที่ดีของผู้ขาย และการบริการหลังการขาย

เช่น  ผม(ความรู้สึกเฉพาะส่วนตัวน่ะครับ)ที่ตัดสินใจสั่งมาจากอังกฤษ เพราะว่า ตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา (รวมถึงระยะเวลาก่อนที่จะสั่งด้วย)ไม่ว่าผมถามเรื่องอะไรๆ ทางอังกฤษพร้อมที่จะตอบให้หมด หรือไม่ก็ส่งเอกสารในหน้าที่เกี่ยวกับปัญหานั้นๆ มาให้เราอ่านวิเคราะห์เอง...

ซึ่งต่างไปจากประเทศอื่นๆ ที่จะขายอย่างเดียวไม่ค่อยตอบคำถามหรือให้คำแนะนำ...
ลองดูซิครับ อาจเพราะเขาเห็นเราเป็นรายเล็กๆ(สั่งแค่100ต้น)ก็ได้เลยไม่ค่อยสน...

ในระยะยาว เรายังต้องมีปัญหาเกี่ยวกับ การปลูก โรค แมลงต่างๆ
ฉนั้นการที่เรามีใครสักคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญกว่า คอยให้คำปรึกษานั้น
ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก...
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 10:11:19 AM โดย YUMMYDEN » บันทึกการเข้า
un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #5892 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 08:30:09 AM »

เอาต้นอินทผลัม สายพันธุ์ Ajwa จากมาดินะ ที่ปลูกในกระถางหน้าบ้านมาอวดครับ
เอาเมล็ดฝังลงดินเลยโดยไม่ได้เพาะก่อน...ก็งอกงามดี


ลองฝัง 2 เมล็ดคู่กัน...ปรากฏว่างอกทั้ง 2 เม็ด...ตอนนี้อายุ 5 เดือนแล้ว


ส่วนสองต้นนี้...กระถางวางไว้ใต้ต้นไม้เลยโตไม่ทันกัน...สรุปได้ว่าแสงแดดมีผลต่อการเติบโตของเค๊าอย่างแรงเลย


ขอบคุณคุณพี่ Chonpratan ที่ได้นำข้อเปรียบเทียบอันเป็นการสร้างความรู้มาให้ชมครับ ทุกวันนี้ ผมก็ใช้วิธีนี้มากขึ้น จุดวางถุงเพาะตั้งแต่เริ่มแรก พยายามวางชนแดดแบบไม่กลัวต้นตาย ดูแลน้ำได้ไม่ให้แห้งเกินไป ต้นชุดที่วางชนแดดก็ถือว่าโอเคครับ
บันทึกการเข้า

anat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1064


« ตอบ #5893 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 08:31:05 AM »

/phitchakon1/130720121448.jpg[/img]MG] รูปต้นกล้าอิทผาลำที่หล่นใต้ต้นอิทผาลำครับ มีเยอะครับ

   ระบบการดุแล ต้นที่งอกด้วยเมล็ดเองบางส่วน ตอนแรกจะถูกปล่อยปะละเลย ให้โตมาเองกับธรรมชาติ อาศัยเพียงเศษน้ำหยดจากต้นใหญ่ๆ แต่เมื่อต้นเล็กออกใบขนนกแล้ว จึงเจาะรูน้ำหยดเพิ่ม ตรงจุดนี้ทำเหมือนกันกับประเทศในแถบอาหรับเลยคะ ส่วนใบที่ริดออกนั้น  ก็มาจากเมล็ดที่หล่นใต้ต้น น่าจะอายุประมาณ2ปีนะคะ  ไม่ทราบว่าที่อิสราเอล มีการย้ายต้นเพาะเมล็ดเหล่านี้ออกมาปลูกใหม่อีกที่หรือเปล่าคะ   ต้นกล้าที่ได้จากเมล็ดจะมีข้อดีตรงที่ความอึด เพราะมีรากแก้ว ต่อให้เอาลงปลุกในบ่อซีเมนต์ รากก็สามารถทะลุออกมาได้ ป้อนจึงไม่สงสัยเลย ทำไมเวลามีพายุทะเลทราย ต้นไม้พวกนี้กลับอยู่เฉย ทั้งนี้เนื่องจากรากแก้วนั้นเอง จะมีวิธีกันลมแรงๆและพายุทะเลทราย ก็เพียงแต่มัดรวบใบไว้เท่านั้น  แต่ถ้าต้นเล็กๆรากยังไม่แข็งแรงพอ จะใช้วิธีริดใบออก เพื่อกันลมแรงๆ แบบรูปด้านบน ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ขอบคุณที่คุณphitchakon นำรูปพวกนี้มาให้ชมนะคะ ถือเป็นการทบทวนบทเรียนของป้อนเลยคะ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์




สวัสดีครับ คุณป้อน ตา่มอักษรสีแดง เกิดความสงสัยครับ ที่คุณป้อนว่า รากแก้ว รากแก้วของคุณป้อนเป็นอย่างไรครับ
เพราะอินทผลัมจะเป็นพืชตระกลูปาล์มและมะพร้าว ซึ่งไม่มีรากแก้ว เดี๋ยวสมาชิกจะรับข้อมูลที่ คาดเคลื่อนครับ

ขอบคุณครับ
ิ  อาณัติ



Thanks:   ฝากรูป

ภาพประกอบ
บันทึกการเข้า

อาณัติ โชติช่วง 402 ม.8 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร 86120
kamnikom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #5894 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 11:19:12 AM »

เพื่อให้ตรงกับหัวข้อ และไม่ทำให้เจ้าของกระทู้และสมาชิกที่เพาะเมล็ดไม่สบายใจ
สมาชิกที่สนใจอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ เชิญแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์
เพื่อความสะดวกในการหาข้อมูล ที่อยู่ในหัวข้อเดียวกันให้เป็นหมวดหมู่
จะช่วยให้ผู้ศึกษาอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ ได้ข้อมูลที่ง่ายยิ่งขึ้นครับ
ทุกท่านยังเป็นสมาชิก"ชมรมผู้ปลูกอินทผลัมแห่งประเทศไทย"เหมือนเดิมครับ
การปลูกอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ ที่กระทู้นี้ครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70534.msg1585022


Liked By: un2518, anat, MANA1908, skb_ku50
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 22, 2012, 01:01:55 AM โดย kamnikom » บันทึกการเข้า
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1778


« ตอบ #5895 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 11:49:30 AM »

เพื่อให้ตรงกับหัวข้อ และไม่ทำใจเจ้าของกระทู้อึดอัดใจ
สมาชิกที่สนใจอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ เชิญที่กระทู้นี้ครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70534.msg1585022


งะ แยกหัวข้อไปซะอย่างนั้น ผมว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอินทผลัม สมาชิกเราสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองได้ในกระทู้นี้
จะเหมาะสมกว่านะครับ  พวกเรามันพึ่งเริ่มต้นข้อมูลต่าง ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน
องค์ความรู้ต่าง ๆ บางแง่มุมไม่หลากหลายอาจทำให้เราเดินหลงทางได้
ฉนั้นการได้รับข้อมูลที่แตกต่าง ไม่ตรงใจบ้างก็เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ
บันทึกการเข้า
kamnikom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 85


« ตอบ #5896 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 11:54:15 AM »

เพื่อความสะดวกในการหาข้อมูล ที่อยู่ในหัวข้อเดียวกันให้เป็นหมวดหมู่
จะช่วยให้ผู้ศึกษาอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ ได้ข้อมูลที่ง่ายยิ่งขึ้นครับ
ทุกท่านยังเป็นสมาชิก"ชมรมผู้ปลูกอินทผลัมแห่งประเทศไทย"เหมือนเดิมครับ

สมาชิกที่สนใจอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ เชิญที่กระทู้นี้ครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70534.msg1585022


งะ แยกหัวข้อไปซะอย่างนั้น ผมว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอินทผลัม สมาชิกเราสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองได้ในกระทู้นี้
จะเหมาะสมกว่านะครับ  พวกเรามันพึ่งเริ่มต้นข้อมูลต่าง ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน
องค์ความรู้ต่าง ๆ บางแง่มุมไม่หลากหลายอาจทำให้เราเดินหลงทางได้
ฉนั้นการได้รับข้อมูลที่แตกต่าง ไม่ตรงใจบ้างก็เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ

เพื่อความสะดวกในการหาข้อมูล ที่อยู่ในหัวข้อเดียวกันให้เป็นหมวดหมู่
จะช่วยให้ผู้ศึกษาอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ ได้ข้อมูลที่ง่ายยิ่งขึ้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2012, 11:55:25 AM โดย kamnikom » บันทึกการเข้า
mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #5897 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:03:37 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ;)สวัสดีคะ คุณอาณัตและเพื่อนๆสมาชิกทุกๆท่าน รูปภาพในรูปนั้น ถูกต้องทุกประการคะ ตามหลักวิชาการของหนังสือ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แต่ก่อนนี้ป้อนก็เข้าใจแบบที่คุณอาณัตและเพื่อนๆสมาชิกเข้าใจน่ะคะว่าอินทผาลัมนั้นไม่มีรากแก้ว หาอ่านตามอินเตอร์เน็ตก็บอกไว้อย่างนั้นเหมือนกัน
   จนวันที่ป้อนเริ่มเข้าศึกษาในสถานที่จริง ปฏิบ้ติจริง  ต้นที่ขุดหน่อมาปลูกมีรากแก้วคะ ส่วนต้นที่งอกจากเมล็ด เมื่อขุดขึ้นมาดูก็จะมีรากแก้วและรากฝอยเช่นกัน(อันนี้จะเห็นได้ชัดเจน) ให้สังเกตุนะคะ จะมีเพียงรากเดียวลักษณะอวบอ้วนกว่ารากอื่น รากนั้นเป็นรากที่หลักที่คอยหาเลี้ยงรากเล็กๆที่ค่อยๆเกิดตามาเป็นรากฝอยอีกทีหนึ่งคะ
   มาพูดถึงเรื่องหน่อขุดกันก่อนนะคะ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังสั่งนำเข้าหน่อ(ในกรณีที่นำเข้ามาได้) ตามที่ป้อนบอกไปว่า30%ของการปลูกที่ไร่นัวร่าห์-อามิน จะใช้หน่อ หน่อที่ป้อนสั่งเข้ามาจะเป็นหน่อดิน ไม่ใช่หน่อลอยคะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดให้สังเกตุที่รากคะ จะเห็นได้ว่าเค้าจะตัดรากจนกุดหมด ยกเว้นรากเดียวที่ตัดไว้ให้เหลือขนาดประมาณ1นิ้ว เพราะนั้นคือรากแก้ว หรือรากหลัก รากนี้ต้องห่อพัน ประคบประหงมมาอย่างดี ป้อนใช้วิธีพันสก๊อตเทปใสเลยละคะ เพราะอาจารย์ที่สวนอินทผาลัมบอกว่า รากนี้คือรากหลักหรือรากแก้ว ห้ามกระทบกระเทือนมาก ที่สำคัญถ้ารากหลักนี้เน่าหรือติดเชื้อ อินทผาลัมจะยืนต้นตายเลยทีเดียวคะ ด้วยความอึดของเค้า จะใช้เวลา4เดือนในการตัดสิน ว่าจะปรับสภาพตัวเองได้แล้วรอด หรือว่าค่อยๆเน่าและไม่สามารถหาอาหารมาเลี้ยงหน่อและลำต้นได้ จนทำให้แห้งสนิทไปทั้งต้น ดังนั้นเมื่อเราเอาหน่อที่แยกมาลงปลูกจงให้เวลาพวกเค้าตั้งตัวประมาณ4เดือนคะ และข้อสำคัญ โคนหน่อเราต้องรักษาความชุ่มชื้นไว้ไม่ให้แดดที่แรงจัดช่วยเผาอีกแรง ป้อนใช้วิธีห่อโคนหน่อด้วยผ้าคะ ส่วนปลายใบนั้น แห้งก้ไม่เป็นไรคะ
   ต้นไม้ที่เพาะด้วยเมล็ดแทบทุกชนิดบนโลกนี้จะมีรากแก้วคะ หากยังจำกันได้ถึงบทเรียนก่อนๆ ให้นึกถึงตอนที่รากเริ่มงอกออกจากเมล็ดครั้งแรกคะ แล้วตามมาด้วยยอดที่แทงออกมาทางช่องเดียวกัน แล้วต่อจากนั้นเมื่อเราเลงดิน เราจึงหมดโอกาสที่จะสังเกตุการกระจายของราก จะมีโอกาสเห็นรากของอินทผาลัมอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการย้ายต้นกล้า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อันนี้ความลับที่อาจารย์บอกมานะคะ กระซิบเบาๆกันในชมรมคะว่า ให้ทำการตัดรากอีกครั้งก่อนลงปลูก อย่าได้เสียดายคะ เท่านี้เราก็จะได้ต้นตัวเมีย มากกว่าตัวผู้คะ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 12:29:49 PM โดย mom-mam » บันทึกการเข้า
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1778


« ตอบ #5898 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:10:43 PM »

เพื่อให้ตรงกับหัวข้อ และไม่ทำใจเจ้าของกระทู้อึดอัดใจ
สมาชิกที่สนใจอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ เชิญที่กระทู้นี้ครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=70534.msg1585022


งะ แยกหัวข้อไปซะอย่างนั้น ผมว่าทุกเรื่องเกี่ยวกับอินทผลัม สมาชิกเราสามารถแลกเปลี่ยนมุมมองได้ในกระทู้นี้
จะเหมาะสมกว่านะครับ  พวกเรามันพึ่งเริ่มต้นข้อมูลต่าง ๆ ก็ยังไม่ชัดเจน
องค์ความรู้ต่าง ๆ บางแง่มุมไม่หลากหลายอาจทำให้เราเดินหลงทางได้
ฉนั้นการได้รับข้อมูลที่แตกต่าง ไม่ตรงใจบ้างก็เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ

การแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับอินทผลัมเพาะเนื้อเยื่อ
จะทำให้เจ้าของกระทู้ และสมาชิกเพาะเมล็ด อึดอัดใจได้นะครับ


 ยิ้ม สมาชิกทุกท่านมีความรักในการปลูกอินทผลัมเป็นที่ตั้งอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
เนื้อเยื่อ หรือปลูกจากหน่อ มันก็คือต้นอินทผลัมเหมือนกัน เราควรได้รับข้อมูลในทุก ๆ ด้าน
จากสมาชิกได้ประสบพบเจอมา  นำมาแลกเปลี่ยนในทุกแง่มุม เพื่อเป็นการสร้างมุมมองใหม่ ๆ

ให้กับตัวเอง ไม่ยึดติดอย่างใดอย่างหนึ่ง    สมาชิกเราไม่จำเป็นที่จะปลูกอินทผลัมแบบใดแบบหนึ่ง
เพียงแบบเดียว หากมีโอกาศ และเห็นว่าเหมาะสมก็น่าจะลองปลูกเปรียบเทียบกัน ศึกษาไปพร้อมกัน
จะเป็นการดีต่อองค์ความรู้ของตัวผู้ปลูกเอง    
 


บันทึกการเข้า
kaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 690


« ตอบ #5899 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:15:44 PM »

ขอบคุณคุณป้อนมากเลยครับ ความลับ2 เรื่องนี้ มีประโยชน์มากครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1778


« ตอบ #5900 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:17:58 PM »


 ยิ้มเท่ห์ ;)สวัสดีคะ คุณอาณัตและเพื่อนๆสมาชิกทุกๆท่าน รูปภาพในรูปนั้น ถูกต้องทุกประการคะ ตามหลักวิชาการของหนังสือ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แต่ก่อนนี้ป้อนก็เข้าใจแบบที่คุณอาณัตและเพื่อนๆสมาชิกเข้าใจน่ะคะว่าอินทผาลัมนั้นไม่มีรากแก้ว หาอ่านตามอินเตอร์เน็ตก็บอกไว้อย่างนั้นเหมือนกัน
   จนวันที่ป้อนเริ่มเข้าศึกษาในสถานที่จริง ปฏิบ้ติจริง  ต้นที่ขุดหน่อมาปลูกมีรากแก้วคะ ส่วนต้นที่งอกจากเมล็ด เมื่อขุดขึ้นมาดูก็จะมีรากแก้วและรากฝอยเช่นกัน(อันนี้จะเห็นได้ชัดเจน) ให้สังเกตุดีนะคะ จะมีเพียงรากเดียวลักษณะอวบอ้วนกว่ารากอื่น รากนั้นเป็นรากที่หลักที่คอยหาเลี้ยงรากเล็กๆที่ค่อยๆเกิดตามาเป็นรากฝอยอีกทีหนึ่งคะ
   มาพูดถึงเรื่องหน่อขุดกันก่อนนะคะ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังสั่งนำเข้าหน่อ(ในกรณีที่นำเข้ามาได้) ตามที่ป้อนบอกไปว่า30%ของการปลูกที่ไร่นัวร่าห์-อามิน จะใช้หน่อ หน่อที่ป้อนสั่งเข้ามาจะเป็นหน่อดิน ไม่ใช่หน่อลอยคะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดให้สังเกตุที่รากคะ จะเห็นได้ว่าเค้าจะตัดรากจนกุดหมด ยกเว้นรากเดียวที่ตัดไว้ให้เหลือขนาดประมาณ1นิ้ว เพราะนั้นคือรากแก้ว หรือรากหลัก รากนี้ต้องห่อพัน ประคบประหงมมาอย่างดี ป้อนใช้วิธีพันสก๊อตเทปใสเลยละคะ เพราะอาจารย์ที่สวนอินทผาลัมบอกว่า รากนี้คือรากหลักหรือรากแก้ว ห้ามกระทบกระเทือนมาก ที่สำคัญถ้ารากหลักนี้เน่าหรือติดเชื้อ อินทผาลัมจะยืนต้นตายเลยทีเดียวคะ ด้วยความอึดของเค้า จะใช้เวลา4เดือนในการตัดสิน ว่าจะปรับสภาพตัวเองได้แล้วรอด หรือว่าค่อยๆเน่าและไม่สามารถหาอาหารมาเลี้ยงหน่อและลำต้นได้ จนทำให้แห้งสนิทไปทั้งต้น ดังนั้นเมื่อเราเอาหน่อที่แยกมาลงปลูกจงให้เวลาพวกเค้าตั้งตัวประมาณ4เดือนคะ และข้อสำคัญ โคนหน่อเราต้องรักษาความชุ่มชื้นไว้ไม่ให้แดดที่แรงจัดช่วยเผาอีกแรง ป้อนใช้วิธีห่อโคนหน่อด้วยผ้าคะ ส่วนปลายใบนั้น แห้งก้ไม่เป็นไรคะ
   ต้นไม้ที่เพาะด้วยเมล็ดแทบทุกชนิดบนโลกนี้จะมีรากแก้วคะ หากยังจำกันได้ถึงบทเรียนก่อนๆ ให้นึกถึงตอนที่รากเริ่มงอกออกจากเมล็ดครั้งแรกคะ แล้วตามมาด้วยยอดที่แทงออกมาทางช่องเดียวกัน แล้วต่อจากนั้นเมื่อเราเลงดิน เราจึงหมดโอกาสที่จะสังเกตุการกระจายของราก จะมีโอกาสเห็นรากของอินทผาลัมอีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการย้ายต้นกล้า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อันนี้ความลับที่อาจารย์บอกมานะคะ กระซิบเบาๆกันในชมรมคะว่า ให้ทำการตัดรากอีกครั้งก่อนลงปลูก อย่าได้เสียดายคะ เท่านี้เราก็จะได้ต้นตัวเมีย มากกว่าตัวผู้คะ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์



 ยิ้มเท่ห์ ทุกข้อมูล ถือเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกทั้งหมดเลยครับ 
ช่วงเริ่มต้นอะไร ๆ ก็สับสน  เวลา มันจะทำให้ทุก ๆ เรื่อง ชัดเจนยิ่งขึ้น ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 12:39:38 PM โดย namping » บันทึกการเข้า
mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #5901 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:24:09 PM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ส่วนเรื่องการผสมเกสร ที่ป้อนเคยกล่าวไว้ในตอนต้นๆว่า ที่บาหเรนห์ไม่มีการผสมเกสร อันนั้นเป้นการเข้าใจผิดของป้อนคะ ขยิบตา ขยิบตา เนื่องจากตอนนั้นป้อนใช้วิธีสังเกตุ ไม่ได้เข้าไปศึกษาเป็นรุปธรรม เหมือนกับในขณะนี้ ต้องขออภัยเพื่อนๆสมาชิกด้วยกับความผิดพลาดของป้อนในครั้งนั้นคะ
    การผสมเกสรนั้น จะช่วยให้ผลของอินทผาลัมต้นตัวเมีย มีความสมบูรณ์คะ  และเกสรตัวผู้ที่จำนำมาผสมนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป้นสายพันธุ์เดียวกัน หรือสีเดียวกันคะ ส่วนวิธีการผสมเกสร เพื่อนๆสมาชิกหลายๆท่านได้นำข้อมูลมาแสดงในกระทู้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งป้อนเชื่อว่าทุกท่านน่าจะทำได้ไม่ยากคะ เอาไว้เรามาทำพร้อมๆกันนะคะ จุมพิต จุมพิต
    และโอกาสหน้า ป้อนจะเข้ามาแนะนำวิธีดูเพศของต้นอินทผาลัม ตั้งแต่อายุ8เดือนคะ ตอนนี้ขอฝึกปรือฝีมืออีกสักพักนะคะ เพราะยังสอบไม่ผ่านถึง80%คะ  ยิงฟันยิ้ม ;Dอาจารย์ที่นี่ให้คะแนนที่ถือว่าสอบผ่านคือ85%ขึ้นไปคะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่ให้certificate ใบผ่านการศึกษาคะ ขอให้ทุกท่านช่วยส่งกำลังใจมาให้ป้อนด้วยนะคะ  ยิงฟันยิ้ม ;Dตอนนี้ทั้งผอมทั้งดำคะ แต่สุ้ๆๆๆๆๆๆๆคะ
บันทึกการเข้า
jay
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 730


อินทผลัมปลอดสารเคมี


« ตอบ #5902 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 12:56:58 PM »

สวนอิทผาลำกลางทเลทรายครับ
มีสิ่งหนึ่งที่ชอบทะเลทรายมากคือ ไม่มีหญ้านี่แหละ สะอาดตาดี
บันทึกการเข้า
YUMMYDEN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272


« ตอบ #5903 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2012, 01:01:34 PM »

อ้างถึง
สมาชิกทุกท่านมีความรักในการปลูกอินทผลัมเป็นที่ตั้งอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
เนื้อเยื่อ หรือปลูกจากหน่อ มันก็คือต้นอินทผลัมเหมือนกัน เราควรได้รับข้อมูลในทุก ๆ ด้าน
จากสมาชิกได้ประสบพบเจอมา  นำมาแลกเปลี่ยนในทุกแง่มุม เพื่อเป็นการสร้างมุมมองใหม่ ๆ

ให้กับตัวเอง ไม่ยึดติดอย่างใดอย่างหนึ่ง    สมาชิกเราไม่จำเป็นที่จะปลูกอินทผลัมแบบใดแบบหนึ่ง
เพียงแบบเดียว หากมีโอกาศ และเห็นว่าเหมาะสมก็น่าจะลองปลูกเปรียบเทียบกัน ศึกษาไปพร้อมกัน
จะเป็นการดีต่อองค์ความรู้ของตัวผู้ปลูกเอง

เห็นด้วยครับ...
ความคิดเห็นแตกต่างกันได้ครับ แต่ไม่ควรแตกแยก..
เพราะอย่างไร ผมก็เชื่อว่าทุกคนที่มาในกระทู้นี้ ต่างรักในอินทผาลัม กันทั้งสิ้น..

อย่างนี้ ถ้าผมปลูกทั้งเพาะเมล็ด(บ้างบางส่วน)และเพาะเนื้อเยื่อ(เป็นหลัก)
ซึ่งคิดว่ามีหลายๆคนเป็นแบบนี้คือปลูกทั้งสองแบบจะทำอย่างไร!!!

ความรู้ไม่ควรถูกปิดกั้น เราจะต้องไปด้วยกัน ..
ประสบการณ์ที่แตกต่าง ทั้งจากเพาะเมล็ด และเพาะเนื้อเยื่อนั้น  ในที่สุดก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำให้
วงการอินทผาลัมไทยประสบความสำเร็จทั้งสิ้น...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 14, 2012, 01:31:30 PM โดย YUMMYDEN » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 359 360 361 362 363 364 365 366 367 368 [369] 370 371 372 373 374 375 376 377 378 379 ... 595   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: