หน้า: 1 ... 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 [190] 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 ... 595   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มือใหม่ลองเพาะ อินทผลัม  (อ่าน 3452893 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 7 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #3024 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 03:21:54 PM »

ช่วงนี้เมล็ดที่ใส่ถุงดำเริ่มจะขึ้นราตรงสะดือนำมาล้างหลายครั้งแล้ว คงต้องรีบนำมาหมกทรายบ้างแล้วไม่รู้จะทันไหม ลังเล ช่วงก่อนหนาวงอกไปชุดเป็นเมดจูล แต่บราฮีที่เป็นผลสดที่สั่งซื้อมาทางปณ. กับผลสดอื่นๆ ไม่ยอมงอกเลย แปลกที่กลับเป็นเมล็ดแห้งเมดจูลงอกก่อน ตอนนี้นำลงดินไปแล้ว..


คุณMinja ครับ


        สั่งซื้อผลสดบราฮีทางปณ. สั่งซื้อที่ไหนพอจะบอกได้หรือไม่   ขอบคุณมากครับ


สั่งซื้อจากบอร์ดงานรวมพลคนพอเพียง คุณmommam น่ะจ้ะ พอดีไม่แน่ใจว่าจะได้ไปงาน อยากชิมผลสดบ้าง จึงสั่งส่งทางปณ.น่ะจ้ะ ถ้ามีโอกาสแวะไปงานเลย จะได้ชิมสดๆ(ตามบอร์ดแจ้ง)อิๆ ยิงฟันยิ้ม เห็นว่าเลื่อนจัดมีนาคมจ้ะ ดูที่บอร์ดนี้จ้า

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48435.0

  ผลสดที่แช่ฟรีซ ที่ป้อนนำไปจำหน่ายนั้น มีผลกับการเพาะมากพอสมควรเลยคะ อีกทั้งอากาศช่วงนี้ก็ยังเย็นอีกด้วยคะ นี่ขนาดป้อนแช่ฟรีซเพียงอาทิตย์เดียวนะคะ ยังมีผลขนาดนี้เลย อิอิ ยังไงถ้าคุณMinja นำไปหมกทรายแล้วงอก กรุณาแจ้งป้อนด้วยนะคะ เดี๋ยวป้อนเองก็จะกลับไปสำรวจที่บางแสน ป้อนเอาหมกไว้ในแกลบน่ะคะ ตื่นเต้ลลลลลคะ ลุ้นๆด้วยคะ
 สำหรับเดือน มีค ในวันงาน ท่านใดที่พลาดผลสด(แบบน่วมๆ  ยิงฟันยิ้ม ;Dด้วยความด้อยประสบการณ์ของป้อน) เชิญมาชิมได้เลยในวันงานนะจ้ะ ป้อนคงไม่กล้าส่ง ปณ อีก หากไม่ใช่ผลสดๆจากไร่นัวร่าห์- อามิน ณ แก่งกระจานคะ  จุมพิต
บันทึกการเข้า

Chonpratan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6139


« ตอบ #3025 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 09:50:43 PM »

เอาต้นอินทผลัมสายพันธุ์ Medjool มาให้ชมกันครับ



อายุ 4-5 ปี กำลังออกผลงามเชียว...ที่สำคัญหน่อที่แตกออกมาจากลำต้น...เหมือนแบงค์พันงอกออกมาเลย



ผลใหญ่ตั้งแต่ยังเขียวๆอยู่...กว่าจะสุกคงโตได้อีกมากที่เดียว

บันทึกการเข้า

กลอง...จะเสียงดังเสียงดีได้...ต้องมีคนตี
หากกลองดังเองได้...เรียกกลองผีสิง จ๊า.
wannanoit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


« ตอบ #3026 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 10:13:04 PM »

ขอถามหน่อยครับ  LIKE  มีจำกัดหรือเปล่าครับ กดมากๆเดี๋ยวกลัวหมด....


Liked By: krung_s, friendy
บันทึกการเข้า
mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #3027 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 11:01:07 PM »

ขอถามหน่อยครับ  LIKE  มีจำกัดหรือเปล่าครับ กดมากๆเดี๋ยวกลัวหมด....
ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ สงสัยด้วยคะ เพราะเท่าที่ป้อนออนไลน์มาได้สอง สามวันนี้ ป้อนก็กด LIKE ซะ ระงมเลยคะ
บันทึกการเข้า
tujaba
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 523


« ตอบ #3028 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 11:16:32 PM »

Medjool ที่ไหนเหรอครับ เห็นแล้ว ตาร้อนผ่าวๆ อิอิ
บันทึกการเข้า
rinne.ch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1632



« ตอบ #3029 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 08:51:32 AM »

medjool  งามจิงๆ อยากมีบ้างอ่ะ
บันทึกการเข้า

ยังไม่แน่นอน
Pa ketnet
มิตรภาพไร้พรมแดน
Administrators
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 5219


อย่ารู้สึกท้อในการทำความดี


« ตอบ #3030 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 08:52:55 AM »

medjool  งามจิงๆ อยากมีบ้างอ่ะ


มาต่อแถวเลยค่ะ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

เว็บไซต์ เกษตรพอเพียง.คอม เปิดแฟนเพจแล้วนะคะ ยิ้ม
https://www.facebook.com/share.kasetporpeang
friendy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 164


« ตอบ #3031 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 09:09:49 AM »

ตามเก็บข้อมูลอยู่..ไปป่ะทั่นประธานว่า...ปกติน้องๆควรมีใบขึ้นประมาณ เดือนละ 1 ใบ
เอ....ทำไมเราเกือบ 3 เดือนแระ..ยังมีใบโด่เด่อยู่ว๊า แลบลิ้น แลบลิ้น
โสงสายมือเรามันร้อนแหงมๆ โกรธ โกรธ ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น น้องๆเลยงอนไม่ยอมเพิ่มใบให้ ลังเล ลังเล
 
บันทึกการเข้า
krung_s
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1945


คนล่าฝัน


« ตอบ #3032 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 10:11:34 AM »

น้อง Barhi ของผม 3 เดือนครับ แต่ว่าใบที่  2 นั้นยาวได้แค่ประมาณ 1-2 นิ้วครับ
     หรือว่าเป็นที่สายพันธุ์ครับ.... ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: friendy
บันทึกการเข้า

บ้านสวนทองทิพย์...ผักหวานป่า ไผ่บงหวาน มะนาว สละ และอินทผลัม ณ หนองบัวลำภู
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=39740.0
un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #3033 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 10:24:13 AM »

ตามเก็บข้อมูลอยู่..ไปป่ะทั่นประธานว่า...ปกติน้องๆควรมีใบขึ้นประมาณ เดือนละ 1 ใบ
เอ....ทำไมเราเกือบ 3 เดือนแระ..ยังมีใบโด่เด่อยู่ว๊า แลบลิ้น แลบลิ้น
โสงสายมือเรามันร้อนแหงมๆ โกรธ โกรธ ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น น้องๆเลยงอนไม่ยอมเพิ่มใบให้ ลังเล ลังเล 
ขอแสดงความเห็นประกอบเรื่องนี้นิดหน่อยครับ เผื่อจะเป็นอีกวิธีการหนึ่งจากที่ทดลองเพาะอยู่จากวิธีการของพี่ๆ ที่ได้แนะนำมาหลายท่าน มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเกิดของต้นและการเจริญเติบโต ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่ามีผลต่อการโตของต้นเหมือนกัน เพราะได้บทเรียนจากการเพาะแล้วมันโตต่างคนอื่นมากๆ คือ

เรื่องดินที่เพาะ

- ดินที่เพาะ เป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม่ใช่ดินเหนียว หากได้ทรายหยาบ (ทรายก่อสร้างนี่แหละ) ผสมปุ๋ยคอก หรือ ผสมปุ๋ยหมัก หรือดินเกษตรที่ขายตามร้านต้นไม้ (ที่ไม่ใช่ดินเหนียว) อัตราประมาณ ทราย ๓ ส่วน ปุ๋ยคอกหรือป๋ยหมักหรือดินเกษตร ๑ ส่วน
- หรือไม่ก็เป็นดินปกติในพื้นที่ของเราที่ระบายน้ำได้ดี ในอัตรา ดิน ๓  ส่วน แกลบเผา หรือ ขุยมะพร้าวแบบละเอียด ๑ ส่วน ปุ๋ยคอก ๑ ส่วน ผสมเข้ากัน
- สังเกตการเพาะจากทรายหยาบกับดินขุยไผ่ การเพาะด้วยทรายหยาบ มีรากฝอยเยอะมากๆ ส่วนการเพาะในดินขุยไผ่ รากฝอยน้อย

เรื่องสภาพพื้นที่ของแปลงเพาะ

- ไปเจอของอาจารย์ที่สนิทกัน ท่านเพาะวางบนดินเลย เมื่อต้นโตมาก รากแทงลงดินแบบเต็มที่เลย การเดินของรากเร็วมาก เพื่อป้องกันไม่ให้รากแทงลงดิน ผมใช้วิธีปูผ้าพลาสติกรองเหมือนเพาะผักหวานป่า ป้องกันไม่ให้รากแทงลงดิน เวลาเคลื่อนย้ายจะได้ไม่กระทบต่อรากมาก
- ถ้าวางไว้ในร่มจนไม่ได้แดดเลย หรือร่มมากกว่าแดด มีผลเหมือนกันครับ ต้นจะพุ่งสูงมากๆ แต่จะมีใบเดียว ต้นผอม เรียว เหมือนกับต้นไม้อื่นๆ ที่เราปลูกในร่ม ต้นยาว แต่ใบเดียวยาวเรียวขึ้นไป สภาพแดดรำไรยังพอได้

เรื่องขนาดของถุงเพาะ

- ถุงเพาะหรือภาชนะเพาะขนาดเล็ก มีผลเหมือนกันต่อการเจริญเติบโตของต้นหรือขนาดต้น การเพาะด้วยภาชนะขนาดที่โตขึ้น ต้นก็จะเจริญเติบโตเร็วไปด้วย ที่ผมเพาะอยู่ ใช้ถุงเพาะเล็กบ้าง ถุงใหญ่บ้าง ถุงเล็กมันเกิดเร็ว แต่เจริญเติบโตช้า ต้นเล็ก ถ้าอยู่ในร่มยิ่งเรียวไปเลย ใบก็ไม่ค่อยแตก แต่การเพาะในถุงขนาดที่ใหญ่ขึ้น กลับมีการเจริญเติบโตเร็ว ใบและลำต้นก็ใหญ่ไปด้วย ดังนั้น ถ้าใครมีพื้นที่พอและไม่ลำบากเรื่องดิน ไม่ควรเพาะด้วยถุงเล็ก ควรเพาะด้วยถุงใหญ่ไปเลยในครั้งแรก (พอยกไหวด้วยนะ)

เรื่อง น้ำ
- จริงๆ มันทน แต่ถ้าขาดน้ำ (เหมือนที่ไร่ผม) มันก็จะมีผลต่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน เรื่องน้ำจึงขาดไม่ได้ ควรรดน้ำอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้รดทุกวัน แต่อย่าให้ดินแห้ง

เรื่องการปลูกลงดิน ต้นที่ไร่กับของพี่ที่ให้เมล็ดไปปลูก แตกต่างกันชัดเจน ทั้งที่พี่เขาปลูกทีหลัง พี่ที่ปลูกร่วมกัน ใช้วิธีขุดหลุมไม่ลึกมาก พี่เขาบอกว่า หลุมลึกสักศอกหนึ่งก็พอ ไม่ต้องลึกมาก แต่เน้นความกว้างของหลุมประมาณช่วงแขนหนึ่ง ใส่ปุ๋ยฟอตเฟตประมาณสองกำมือผสมกับแกลบดิบหมักประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ย และขี้วัวประมาณ ๒ กก. ผสมให้เข้ากันแล้วกลบหลุมลงเลย ให้สภาพหลุมเสมอเท่าหน้าดินปกติ แล้วค่อยเอาเสียมมาขุดหลุมขนาดเท่าถุงเพาะ รดน้ำรองพื้นก่อนนำต้นลงวาง โคนต้นเสมอดิน สภาพดินที่พี่เขาปลูกไม่ใช่ดินดี เป็นดินดานและขาวๆ แบบอีสานด้วยซ้ำ ปลูกสามเดือนช่วงต้นฝนปี ๕๔ พุ่งเร็วมากๆ ต่างจากที่ไร่ สภาพดินน่าจะดีกว่า ต้นพันธุ์โตกว่า เพาะมาก่อน แต่แทบไม่เห็นความโตของมัน มันไม่ตาย แต่ก็โตช้าเอาการ (ถ้าปลูกนอกฤดูฝน คงต้องอาศัยน้ำช่วงต้นช่วยด้วย ใครมีระบบน้ำดีๆ หน่อย น่าจะโตได้เร็ว)

เป็นอีกวิธีทางเลือกนะครับ ร่วมแชร์ๆ เผื่อจะเป็นทางเลือกจากวิธีที่พี่ๆ ผู้มีประสบการณ์ได้แนะนำไว้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2011, 11:04:30 AM โดย un2518 » บันทึกการเข้า

krung_s
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1945


คนล่าฝัน


« ตอบ #3034 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 10:51:16 AM »

ด่วนๆๆๆๆ...ช่วยด้วยคร๊าบบบบบ
....แม่โทรมาบอกว่า เมล็ดอินทผลัม Medjool และ Ajwa ที่รากงอกแล้ว นำลงถุงเพาะได้ 2 อาทิตย์ ไม่มีต้นโผล่ แม่ก็เลยล้วงตับดู พบว่าส่วนมาก รากเน่าครับ เน่าจากปลายรากขึ้นมาครับ
    ต้องแก้ยังไงครับ ช่วยที สงสัยแม่ยายรดน้ำเยอะเกินไปครับ.....
บันทึกการเข้า

บ้านสวนทองทิพย์...ผักหวานป่า ไผ่บงหวาน มะนาว สละ และอินทผลัม ณ หนองบัวลำภู
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=39740.0
un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #3035 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 10:57:31 AM »

จากข้อมูลด้านบน มีรูปเปรียบเทียบการเจริญเติบโต

เรื่องการปลูกลงดิน ต้นที่ไร่กับของพี่ที่ให้เมล็ดไปปลูก แตกต่างกันชัดเจน ทั้งที่พี่เขาปลูกทีหลัง พี่ที่ปลูกร่วมกัน ใช้วิธีขุดหลุมไม่ลึกมาก พี่เขาบอกว่า หลุมลึกสักศอกหนึ่งก็พอ ไม่ต้องลึกมาก แต่เน้นความกว้างของหลุมประมาณช่วงแขนหนึ่ง ใส่ปุ๋ยฟอตเฟตประมาณสองกำมือผสมกับแกลบดิบหมักประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ย และขี้วัวประมาณ ๒ กก. ผสมให้เข้ากันแล้วกลบหลุมลงเลย ให้สภาพหลุมเสมอเท่าหน้าดินปกติ แล้วค่อยเอาเสียมมาขุดหลุมขนาดเท่าถุงเพาะ รดน้ำรองพื้นก่อนนำต้นลงวาง โคนต้นเสมอดิน สภาพดินที่พี่เขาปลูกไม่ใช่ดินดี เป็นดินดานและขาวๆ แบบอีสานด้วยซ้ำ ปลูกสามเดือนช่วงต้นฝนปี ๕๔ พุ่งเร็วมากๆ ต่างจากที่ไร่ สภาพดินน่าจะดีกว่า ต้นพันธุ์โตกว่า เพาะมาก่อน แต่แทบไม่เห็นความโตของมัน มันไม่ตาย แต่ก็โตช้าเอาการ (ถ้าปลูกนอกฤดูฝน คงต้องอาศัยน้ำช่วงต้นช่วยด้วย ใครมีระบบน้ำดีๆ หน่อย น่าจะโตได้เร็ว)


พี่เริง พี่ที่ปลูกร่วมกัน แบ่งปันพันธุ์กัน ปลูกมะขามเปรี้ยวยักษ์และปลูกอินผทาลัมลงผสมในสวนมะขาม
ปลูกอยู่ที่บ้านโคกคึม อ.บำเหน็ณรงค์ จ.ชัยภูมิ


ต้นที่ไร่ของพี่เริง ต้นพันธุ์เพาะทีหลังเกือบครึ่งปี ปลูกทีหลังประมาณเดือนหนึ่ง
แต่สภาพต้นโตดีกว่า พุ่งเร็วกว่า เพมะเมล็ดประมาณเดือนกุมภาพันธุ์ ๔๕ ปลูกเมื่อต้นฝนปี ๔๕


ต้นของที่ไร่ที่ดูโตที่สุด มีไม่กี่ต้นที่เห็นแบบนี้ ส่วนมากจะยืนต้นเล็กๆ มากกว่า
แตกต่างเห็นได้ชัดเจน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2011, 12:48:51 PM โดย un2518 » บันทึกการเข้า

un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #3036 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 10:59:59 AM »

ด่วนๆๆๆๆ...ช่วยด้วยคร๊าบบบบบ
....แม่โทรมาบอกว่า เมล็ดอินทผลัม Medjool และ Ajwa ที่รากงอกแล้ว นำลงถุงเพาะได้ 2 อาทิตย์ ไม่มีต้นโผล่ แม่ก็เลยล้วงตับดู พบว่าส่วนมาก รากเน่าครับ เน่าจากปลายรากขึ้นมาครับ
    ต้องแก้ยังไงครับ ช่วยที สงสัยแม่ยายรดน้ำเยอะเกินไปครับ.....

ดินระบายน้ำดีไหมครับ หากใช้ดินเหนียว หรือดินอะไรก็ตามที่ไม่ระบายน้ำ อาจจะเน่าได้ แม้จะเป็นดินแบบนั้น แต่น่าจะเน่าไม่หมดหรอกครับ เพียงแต่จะมีอัตราการเน่าจำนวนหนึ่ง และการเกิดที่ช้าไปกว่าดินปกติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 28, 2011, 11:05:41 AM โดย un2518 » บันทึกการเข้า

mom-mam
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2463


« ตอบ #3037 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 12:21:17 PM »

 อายจัง อายจังเยี่ยมไปเลยคะ คุณun2518 แล้วไม่ทราบว่าตั้งแต่ปลูก จนถึงในขณะนี้คือมีใบขนนก ต้องผจญกับปัญหาเรื่องแมลงหรืออะไรบ้างคะ จริงๆแล้วดินทรายไม่อุ้มน้ำ อินทผาลัมชอบคะ ที่สำคัญดินชนิดนี้ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ศรัตตรูพืช และวัชพืชอีกด้วยคะ
  สำหรับไร่ที่แก่งกระจาน เมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ป้อนเตรียมลงไม้ผลเต็มที่เลยคะ แต่ว่า เป็นอันต้องผิดหวังเพราะ ปริมาณฝนไม่เพียงพอ จึงต้องค่อยๆย้อนกลับไปคิด ตั้งต้นก้าวเดินใหม่อีกครั้งแบบช้าๆแต่ทว่าชัวร์
 อินทผาลัมก็เช่นกัน หากปลูกต้นฝนได้จะช่วยให้ต้น เป็น ได้เร็วมาก แต่ปัญหาที่สำคัญจะตามมาอีกคือ ความชื้นใต้ดิน ที่จะทำให้เกิดรากเน่า แล้วกว่าเราจะทราบจะกินเวลาเป็นเดือนคะ เนื่องจากเค้าเป็นพืชที่มีความอดทนเป็นเยี่ยมและจะไม่แสดงอาการใดๆในช่วงเวลาอันสั้น แต่จะค่อยๆตายไปคะ
    ส่วน เรื่องรากเน่า ในกรณีที่อินทผาลัมของคุณกรุงกำลังเผชิญอยู่ เป้นไปได้2กรณีคะ คือ
  1 รดน้ำมากไป แกลบหรือดินในถุงระบายน้ำไม่ทัน ทางแก้ไขคือ นำออกมาเพาะใหม่ แกลบหรือดินในถุงดำเก่า เอาไปผึ่งให้แห้งและผสมปุ๋ยหมักลงไปคะ เพราะเป็นไปได้ที่ดินนั้นอาจจะติดเชื้อ  และหรือ นำเมล็ดเหล่านั้นไปฝังในแกลบดำ หรือทราย(ไม่ต้องใส่ถุงเพาะชำ) เน้นว่าต้องเป็นบริเวณที่มีแดดส่องถึง เพราะแสงแดดจะเป็นตัวช่วยพืชในด้านการสังเคราหะอาหารและช่วยต้นกล้าในการต่อสู้กับเชื้อโรคคะ
 2 เมล็ดที่ได้มา อาจจะไม่ใช่เมล็ดที่สมบูรณ์ จึงไม่ทนต่อโรคคะ
 ป้อนเอาใจช่วยคะ สู้ๆนะคะ
ด้วยรัก
ป้อนมอมแมม


Liked By: un2518, Guevara, friendy, Auyporn
บันทึกการเข้า
un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #3038 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 12:36:14 PM »

อายจัง อายจังเยี่ยมไปเลยคะ คุณun2518 แล้วไม่ทราบว่าตั้งแต่ปลูก จนถึงในขณะนี้คือมีใบขนนก ต้องผจญกับปัญหาเรื่องแมลงหรืออะไรบ้างคะ จริงๆแล้วดินทรายไม่อุ้มน้ำ อินทผาลัมชอบคะ ที่สำคัญดินชนิดนี้ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ศรัตตรูพืช และวัชพืชอีกด้วยคะ
  สำหรับไร่ที่แก่งกระจาน เมื่อช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ป้อนเตรียมลงไม้ผลเต็มที่เลยคะ แต่ว่า เป็นอันต้องผิดหวังเพราะ ปริมาณฝนไม่เพียงพอ จึงต้องค่อยๆย้อนกลับไปคิด ตั้งต้นก้าวเดินใหม่อีกครั้งแบบช้าๆแต่ทว่าชัวร์
 อินทผาลัมก็เช่นกัน หากปลูกต้นฝนได้จะช่วยให้ต้น เป็น ได้เร็วมาก แต่ปัญหาที่สำคัญจะตามมาอีกคือ ความชื้นใต้ดิน ที่จะทำให้เกิดรากเน่า แล้วกว่าเราจะทราบจะกินเวลาเป็นเดือนคะ เนื่องจากเค้าเป็นพืชที่มีความอดทนเป็นเยี่ยมและจะไม่แสดงอาการใดๆในช่วงเวลาอันสั้น แต่จะค่อยๆตายไปคะ

คงจะจริงอย่างคุณพี่ mom-mam ว่าครับ ต้นที่ไร่ของพี่เริงเขา ไม่มีปัญหาเรื่องแมลงเลย อาจจะเป็นเพราะสภาพพื้นที่และดินเหมาะสมก็ได้ แต่ที่ไร่ผม ช่วงฝนที่ผ่านมา ปัญหาแมลงกินใบมีเยอะมากๆ ครับ คงเป็นผลมาจากป่าที่รกมากในตอนนั้น ถ้าป่ารกมากๆ นอกจากพวกแมลงที่จะรบกวนแล้ว พวกหนูซิงตัวเล็กๆ ก็มารบกนครับ กัดถึงรากเลย ส่วนโรคชนิดอื่นยังไม่ปรากฏให้เห็น

เพิ่มเติมเรื่องการปลุกของพี่เริงนิดหนึ่งนะครับว่า พี่เริงจะเน้นไปที่อาหารใต้ดินเป็นหลัก หลุมไม่ต้องลึก แต่ให้กว้าง มีอินทรีย์วัตถุใต้ดินพอสมควร ตอนนี้ น้ำไม่ได้ให้ ต้นไหนยืนต้นแข็งแรง ก็จะปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าต้นไหนโทรมจากความแล้ง ก็จะใช้วิธีเน้นดูแลต้นนั้นเป็นสำคัญเป็นต้นๆ ไป ดังนั้น ภาคด้านบนในสวนของพี่เริง จึงจะเห็นว่า ดินแห้งมากๆ ดินที่แตกๆ รอบต้น คือ ดินในหลุมที่ยุบตัวลงไป จริงๆ พี่เขาปลูกแบบเสมอดิน แต่มันยุบลงไป ต้นกล้าที่นำลงปลูกก็เล็กนะครับ เพาะไม่ถึงหกเดือน แต่เติบโตรวดเร็ว ต่างจากที่ผมปลูกมากๆ


Liked By: y_manop, Auyporn
บันทึกการเข้า

un2518
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 580


« ตอบ #3039 เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 12:40:30 PM »

ด่วนๆๆๆๆ...ช่วยด้วยคร๊าบบบบบ
....แม่โทรมาบอกว่า เมล็ดอินทผลัม Medjool และ Ajwa ที่รากงอกแล้ว นำลงถุงเพาะได้ 2 อาทิตย์ ไม่มีต้นโผล่ แม่ก็เลยล้วงตับดู พบว่าส่วนมาก รากเน่าครับ เน่าจากปลายรากขึ้นมาครับ
    ต้องแก้ยังไงครับ ช่วยที สงสัยแม่ยายรดน้ำเยอะเกินไปครับ.....
อ้าว ลืมดูชื่อ นึกว่าของใคร งั้นขอเพิ่มเติมอีกนิด
จากรูปทีเห็นใน FB ดินที่นำมาเพาะเป็นดินตลาดทั้งหมด (ดูในรูปเหมือนจะใช่ ไม่รู้จริงไหม) อาจจะเป็นเหมือนคุณพี่ mom-mam พูดไว้ก็ได้ เชื้อโรคมาจากดินที่นำมาเพาะ คงไม่ใช่ดินเหนียวดังตั้งข้อสังเกตไว้ครั้งแรก ใช้ดินทรายขาวในไร่ก็ได้ แต่ผสมขี้วัวและแกลบ (แกลบดิบก็ได้) ในอัตรา ๓ - ๑ - ๑ และเอาออกจากจุดร่มๆ หน่อย เห็นในภาพน่าจะอยู่ในจุดร่มนะ เอามาที่มีแดดสักนิด
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 [190] 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 ... 595   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: