ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากเลี้ยงหมู กับซีพี เบทาโกร  (อ่าน 30901 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tae suni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 07:57:41 PM »

อยากเลี้ยงหมู ร่วมกับ บริษัท ซีพี  หรือ เบทาโกร   ดีค่ะ

แล้วใช้ทุนเท่าไหร่  แล้วรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ค่ะ ยิงฟันยิ้ม


Liked By: airada desmonthee
บันทึกการเข้า

tid_anihus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2011, 09:37:00 PM »

ลองไปคุยกับหมอของ ทั้งสองบริษัทเลยครับ.......แล้วเปรียบเทียบกันดู  ถ้าจะให้ชัวร์ คุยกับเกษตรกรด้วยจะเป็นการดีครับ........
ตอนนี้ สอง บริษัทนี้มีอยู่เกือบทุก จังหวัดทั่วประเทศแล้วครับ...........
บันทึกการเข้า
bandit.pim
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2011, 03:48:22 PM »

อยู่จังหวัดไรคับผม bandit.pim@hotmail.com
บันทึกการเข้า
tae suni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2011, 08:06:48 PM »

ลำปางค่ะ 

บันทึกการเข้า
Pethai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2011, 08:40:19 PM »

ญาติเคยทำมากับบริษัทข้างต้น(ไม่บอกว่าที่ใหน) มีปัญหามากมายครับขอบอก
การเลี้ยงหมูมี 2 แบบ คือ หมูขุนกับ แม่พันธ์
ผมทำแบบหมูขุน คือรับลูกหมูมาเลี้ยงตามที่บริษัทกำหนด
ทุนที่เราต้องมีเริ่ม
1. สร้างโรงเรือนแบบปิด 1 ล้านบาทขึ้นไป
2. ที่ดิน ในทำเลสามารถเลี้ยงหมูได้ไม่รบกวนผู้อื่น ถ้ามีก็แล้วไป ถ้าไม่มีก็ต้องหาซื้อก็เป็นต้นทุนอีก
3. เรื่องไฟฟ้า ประปา ถ้าไม่มีก็ต้องทำเรื่องขอ โดยเฉพาะไฟฟ้ายังงัยก็ต้องขอใหม่เพราะระบบไฟเดิมคงไม่พอใช้สำหรับโรงเรือนเลี้ยงหมู
4. ต้นทุนต่อเดือนก็จะมี ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน
5. ต้นทุนการซ่อมแซมโรงเรือน (ซ่อมหลังจากจับหมูไปแล้ว ต้องซ่อมครับบริษัทบังคับ)
สิ่งที่บริษัทให้เรามา ก็ พันธ์หมู อาหาร ยารักษาโรค ประมาณนี้ครับ จะมีหมอมาตรวจให้

โดยปกติการเลี้ยงหมู  1 ปี จะเลี้ยงได้ 2 รอบ หรือ 2 ปี 5 รอบ ประมาณนี้ แต่ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันอยู่ที่กลไกการตลาดด้วยถ้าหมูถูกบริษัทก็อาจจะไม่ส่งหมูเข้ามาขุน อ้างนูน นี่ ไปเรื่อย แต่ว่าค่าแรงงาน ค่าดอกเบี้ย มันขึ้นทุกวันนะครับ เลี้ยงไม่ดีหมูตาย กำไรก็น้อยลงไปอีก เพราะเรารับจ้างเค้าเลี้ยงคิดเป็นกิโลกรัม จำไม่ได้ละว่ากี่บาท 3 บาทมั่งถ้าจำไม่ผิด
ผมว่ามันจุกจิกมากครับ เพราะเราต้องทำตามเค้าทุกอย่างนะคับ แล้วแต่จะคิดครับ
ถ้ายิ่งเจอช่วงหมูถูก ทางบริษัทอาจจะชะลอ
บันทึกการเข้า
tae suni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 11:22:02 AM »

แต่ถ้าพูดถึงรายได้ที่เข้ามา  มันก้ยังมีอยุ่ใช่มั้ยค่ะ
แล้วค่าอาหารก้ไม่ต้องเสียนิค่ะ
บันทึกการเข้า
กบ ณ บ้านดุง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 844


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2011, 04:17:54 PM »

ผมขอโนคอมเม้นครับ  แต่อยากให้หาข้อมูลให้เยอะๆ ใจเย็นๆ เงินลงทุนค่อนข้างมาก เป็นห่วงครับ
บันทึกการเข้า

"สิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จ คือการเริ่มลงมือทำ"
GoogleGong2009
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 235


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 09:20:44 AM »

ถ้ายังไม่มีประสบการณ์การเลี้ยง การแหล่งวัตถุดิบอาหาร หรือรู้ว่าตลาดอยุ่ไหน ที่คุ้มค่า น่าลองศึกษาเลี้ยงกะ 2 บริษัทนี้ดูก่อน
น่าจะมีหลายออฟชั่นให้ เราเลือก เพื่อความเหมาะสมกับเรา เลี้ยงแบบโรงเรือนเปิดก็มีนะ แต่สำคัญคือ ระบบไบโอเซคเคียวริติ
ทำให้หมูมีสุขภาพแข็งแรง โตดี ทางบริษัทเหล่านี้ มักจะมีเทคโนโลจีการเลี้ยงทันสมัยตลอดเวลา มาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการเลี้ยงดูการป้องกันโรค

ข้อดี ของเลี้ยงกะบริษัท  คือ ลดความเสี่ยงเรื่องตลาดได้เงินตามราคาตลาด(ราคาประกาศ)แน่นอน ลดขั้นตอนการจัดหาอาหาร ยา วัคซีน ถ้าเราเลี้ยงจำนวนน้อยต้นทุนเหล่านี้จะแพงมาก มีนักวิชาการให้คำแนะนำ มีระบบการเลี้ยง การป้องกันมาตรฐาน

ข้อเสีย กำไรต่อรอบน้อยกว่า เลี้ยงอิสระ  ความยืดหยุ่นการขยาย ฟาร์ม และกฏข้อับังคับย่อมมีมากแน่นอน
เพื่อลดความเสี่ยง ความเสียหาย ทั้ง 2 ฝ่าย

โชคดีจัา
บันทึกการเข้า
tae suni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 01:24:00 PM »

ขอบคุนค่าา   
ก็ยังอยากได้ข้อมูลมาก ๆๆ  กว่านี้ค่ะ  คัยพอรู้ช่วยตอบทีนะค่ะ
บันทึกการเข้า
tid_anihus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2011, 06:34:26 PM »

ผมเคยทำงานอยู่ที่ บ.เบทาโกร  ไม่ได้เป็นหมอ น่ะครับ เป็น เซลล์ ขายหมูขุนครับ ได้เจอกับเกษตรกรทุกวัน ก้อ เห็นเค้าบ่นเหมือนกันครับ ว่า ลง ลูกหมูช้าบ้างแหละ ลูกหมูไม่แข็งแรงบ้างแหละ  อาหารไม่ดีบ้างแหละ  แต่ตอนสรุปรุ่น ( คิดค่าตอบแทน ) ก้อเห็นยิ้มแก้มปริ กันทุกคนไป ได้ค่าจ้างเลี้ยงไม่ต่ำกว่าตัวละ 4 ร้อยกว่า กันทั้งนั้น ( ข้อมูล ประมาณ สองปีที่แล้ว ตอนยังทำงานอยู่ ) เกษตรกรบางท่าน ถึงกับเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัท (สาขา) ทุกครั้ง ที่สรุปรุ่นก็มีครับ
........ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่ผมประสบมาโดยตรงน่ะครับ อาจจะเคยพบมาแค่ผมคนเีดียวก้อได้ สุดท้าย ขึ้นอยู่กับว่า พี่จะตัดสินใจอย่างไร ครับ    สุดท้าย อยากให้พี่ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ หาข้อมูลก่อน เยอะ ๆ  ศึกษาข้อมูล จุดแข็ง และจุดอ่อนของ การลงทุนด้วยน่ะครับ   ร่วมเป็นห่วงด้วยอีกคนครับ...........

ทิด แปดริ้ว ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
RIN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2011, 01:22:04 PM »

เลี้ยงหมูกับบริษัทลงทุนสูงแต่ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่า (ถ้าเราตั้งใจเลี้ยงและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท)
ถ้าตั้งใจจะเลี้ยงเป็นอาชีพหลักอย่างจริงจังก็สนับสนุนครับ แต่ถ้าเลี้ยงแบบเป็นงานอดิเรกอย่าทำเลยครับเพราะถ้าผลผลิตไม่ได้
ตามเป้าหมายจะกดดันทั้งสองฝ่าย ในทางกลับกันถ้าเราเลี้ยงดีเราได้เงินเยอะบริษัทก็ได้เยอะ happy ทั้งสองฝ่ายครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
A_DEW
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 23

เรื่องหมู หมู แต่ไม่ หมู


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 01, 2011, 11:10:35 PM »

ปัจจัยโรงเรือนหมูหรือครับ อย่างแรกต้องมีที่ทำเลต้องดีครับ มีอากาศไหลใด้สะดวกไม่เป็นที่อับอากาศ และมีพื้นที่พอที่จะกำจัดของเสีย ระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ต้องพอขาดไม่ได้เลยละครับ เส้นทางคมนาคมสู่ฟาร์มรองรับรถบรรทุกได้  มาเรื่องกฎหมายบ้านเมืองบ้างครับ พื้นที่ ที่จะสร้างต้องใด้รับการประเมิณจากเทศบาลในด้าน ผลกระทบระยะยาว และมาใหม่ล่าสุด มาตรฐานฟาร์มจากกรมปศุสัตว์
ที่สำัคัญต้องมีใจรักที่จะทำจริงๆ เพราะเราลงทุนกับมันไปเยอะมิฉะนั้นมัน จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากหรือน่ารำคาญ เวลาบริษัทสั่งให้เราปรับปรุงโรงเรือน หรือ เพิ่มเติมอะไรอีกหลายอย่างนอกจากโรงเรือน ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็เป็นของเราอยุ่ไม่ใช่ของบริษัท เพราะเขาทำสัญญากันรุ่นต่อรุ่นครับ
ผมเลี้ยงมาเกือบสิบปีครับแรกๆ ทำโรงเรือนแบบเปิดเลี้ยงหมูขุนแค่ 300 ตัว ทุนประมาณ2,3แสนแค่นั้นครับ
จากนั้นเริ่มขยับขยายเ็ป็น 500และุ 600รายได้ต่อรุ่นประมาณ แสนหกแสนเจ็ด เล้าเปิดนะครับ
แต่ตอนนี้ปรับสภาพเป็นโรงเรือนแบบปิด สามารถเลี้ยงหมูขุนได้ประมาณ630-650ตัว
แต่ผมเลือกเลี้ยงแม่พันธุ์จุได้เยอะสุดที่410ตัว ลงบ่อก๊าซชีวภาพขนาด 100 คิว 1 บ่อ
ก๊าซที่ได้นำไปใช้ในครัวเรือน และยังต่อเข้ากับเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นตัวต้นกำลังในการขับพัดลมในระบบอีแว๊ปแทนการใช้มอเตอร์
ช่วยลดต้นทุนในเรื่องค่าไฟใดมากเลยทีเดียวครับ...รวมต้นทุนโรงเรือน ณ ตอนนี้อยู่ที่ ล้านกว่าๆเกือบสองล้านด้วยซ้ำครับ
แต่รายได้ก็ใช่ย่อยเหมือนกันครับ


Liked By: teerawat111
บันทึกการเข้า

k_alongkorn@hotmail.com
Tel.0870455066  ดิว
A_DEW
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 23

เรื่องหมู หมู แต่ไม่ หมู


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 01, 2011, 11:14:41 PM »

ผมเคยทำงานอยู่ที่ บ.เบทาโกร  ไม่ได้เป็นหมอ น่ะครับ เป็น เซลล์ ขายหมูขุนครับ ได้เจอกับเกษตรกรทุกวัน ก้อ เห็นเค้าบ่นเหมือนกันครับ ว่า ลง ลูกหมูช้าบ้างแหละ ลูกหมูไม่แข็งแรงบ้างแหละ  อาหารไม่ดีบ้างแหละ  แต่ตอนสรุปรุ่น ( คิดค่าตอบแทน ) ก้อเห็นยิ้มแก้มปริ กันทุกคนไป ได้ค่าจ้างเลี้ยงไม่ต่ำกว่าตัวละ 4 ร้อยกว่า กันทั้งนั้น ( ข้อมูล ประมาณ สองปีที่แล้ว ตอนยังทำงานอยู่ ) เกษตรกรบางท่าน ถึงกับเลี้ยงพนักงานทั้งบริษัท (สาขา) ทุกครั้ง ที่สรุปรุ่นก็มีครับ
........ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่ผมประสบมาโดยตรงน่ะครับ อาจจะเคยพบมาแค่ผมคนเีดียวก้อได้ สุดท้าย ขึ้นอยู่กับว่า พี่จะตัดสินใจอย่างไร ครับ    สุดท้าย อยากให้พี่ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ตัดสินใจ หาข้อมูลก่อน เยอะ ๆ  ศึกษาข้อมูล จุดแข็ง และจุดอ่อนของ การลงทุนด้วยน่ะครับ   ร่วมเป็นห่วงด้วยอีกคนครับ...........

ทิด แปดริ้ว ยิ้มเท่ห์
ตอนนี้ 5 ร้อยปลายๆละครับพี่ทิด ผมเลี้ยงอยู่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 02, 2011, 09:59:39 PM โดย A_DEW » บันทึกการเข้า

k_alongkorn@hotmail.com
Tel.0870455066  ดิว
tae suni
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 04, 2011, 05:42:24 PM »

ขอบคุณทุกคนนะที่เข้ามาตอบให้นะค่ะ   ข้อมูลดีมากเลยค่ะ

อยากทราบต่อว่า  เราแค่ทำโรงเรือน  แล้วเลี้ยงหมูแค่นั้นหรอค่ะ 
ส่วนอาหารบริษัทเอามาให้ใช่มั้ยค่ะ

แล้วโรงเรือนเราทำโรงเรือนเล็กก่อน สัก 300  ตัวก่อนได้มั้ยค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2011, 05:47:20 PM โดย tae suni » บันทึกการเข้า
natcharat_ch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 17, 2011, 12:55:43 PM »

ทางเดินสู่หายนะ!!
เคยได้ยิน "เครือข่ายเกษตรพันธะสัญญา" ไหมคะ ไม่ได้โจมตีบริษัทนะคะ แต่ไม่อยากเห็นใครเดินทางสู่...
หนทางแห่งความเป็นหนี้


Liked By: ต้อย
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2006


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 18, 2011, 11:40:14 AM »

ขอบคุณทุกคนนะที่เข้ามาตอบให้นะค่ะ   ข้อมูลดีมากเลยค่ะ

อยากทราบต่อว่า  เราแค่ทำโรงเรือน  แล้วเลี้ยงหมูแค่นั้นหรอค่ะ 
ส่วนอาหารบริษัทเอามาให้ใช่มั้ยค่ะ

แล้วโรงเรือนเราทำโรงเรือนเล็กก่อน สัก 300  ตัวก่อนได้มั้ยค่ะ

ท่านเจ้าของกระทู้ครับ  ทำโรงเรือนขนาดเท่าไรขึ้นอยู่กับบริษัท ฯ ครับ  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมาชิกที่ตอบกระทู้
ผมเป็นห่วงท่าน หากลงทุนแล้วไม่เป็นตามที่คาด  สังเกตจากคำถามท่าน เดาว่าท่านกำลังสรุปทางเลือก
เอางี้ไหม ท่านลองสัมผัสพูดคุยกับคนที่เขาเลี้ยงหลายๆ ราย  แล้วประเมินอุปสรรคว่าท่านรับได้หรือไม่

ที่แน่นอน และเป็นไปทุกยุคก็คือถ้าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ล้นตลาด  ก็ชะลอของเข้าโรงงาน(หมู ไก่ ปลา)
นี้เป็นความเสี่ยงที่ผู้เลี้ยงรับไปเต็มๆ  สินค้าเกษตรไม่เคยขายดีตลอดกาล และไม่เคยขายแย่ตลอดกาล
เข้ามาเวปนี้แล้วไม่อยากให้พลาดครับ  เสียชื่อเวปหมด ยิ้มกว้างๆ


Liked By: judjee
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: