หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปุ่ยเร่งรากจำเป็นแค่ไหนกับการปลูกยางตาเขียวไม่เข้าใจคะ  (อ่าน 2118 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kirati
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 07:45:52 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ;)ขอเชิญผู้รู้แชร์ประสบการดีๆ    ให้กับดิฉันผู้ไม่รู้หน่อยนะคะ  คือไหนๆก็คิดจะปลูกยางแล้วก็อยากจะทำให้ถูก(ปลูกที่พังงา)
บันทึกการเข้า

ชอลิ่วเฮียง (P7)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 08:14:54 AM »


          ถ้าหมายถึง การปลูกยางโดยการใช้ยางตาเขียวที่ถอนจากแปลงเพาะกล้า ตัดแต่งรากเสร็จแล้ว  แล้วนำไปปลูกลงดินเลย  (ข้อดีคือการขนไปปลูกในแปลงทำได้ง่าย โดยเฉพาะสวนที่เป็นที่ลาดชัน  หรือกรณีที่ต้องขนต้นยางเดินไปไกลๆ)  ก็อาจจะกลัวกันว่ายางตาเขียวยังไม่มีรากยึดดิน และหาอาหาร-น้ำได้เอง  จึงอยากจะเร่งให้รากแตกออกมาเร็วๆ
          ที่ผมปลูกมาการใส่ปุ๋ยเร่งราก กับไม่ใส่  ไม่มีความแตกต่างให้เห็นชัดเจนครับ  ยังมีอัตราการตายพอๆ กัน
          แต่ที่เลี้ยงไว้จนออกฉัตรให้ใบแก่ก่อน  แล้วค่อยปลูก  รอดเกิน 80 เปอร์เซนต์ครับ
          ส่วนบัดดิ้ง 1 ฉัตร  รอด 100 เปอร์เซนต์
บันทึกการเข้า
ลุงต้า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2136



« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 09:53:14 AM »



ยางที่บนควน ( ที่เนิน)  ถ้าปลูกแบบตาเขียว ช่วยให้รากเดินได้ไวครับ พอรากเดินไว  การหาอาหารเลี้ยงลำต้นก็ไว
ไปตามลำดับครับ
........
แนะนำว่า  ถ้าปลูกแบบทุนน้อย   ลงยางตาเขียว   ต้นไหนตาย  ค่อยหายางหนึ่งฉัตรมาซ่อมเอา
หรือชำไว้เองตั้งแต่แรกปลูกครับ   เผื่อไว้  ร้อยละยี่สิบใส่ถุงไว้  ซ่อมตอนไหนก็ได้  ยกเว้นหน้าแล้ง

.........

ถ้าทุนหนา  ลงยางหนึ่งฉัตร  ไปเลยครับ  ที่สำคัญมากๆ  อย่าเอายางที่กำลังแตกฉัตรสองอ่อนๆ ไปลงครับ
หลายท่าน  มือใหม่  ยังไม่ทราบตรงนี้   ยอดเหี่ยวแน่ครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

..........

ถ้าปลูกแบบพอเพียง   เคยเล่าไว้แล้ว   ลงกล้ายางสองใบ  หรือลงเมล็ด   ปีหน้าค่อยไล่ติดตา   ทีละต้นๆ
แบบนี้  ถูกสุดๆครับ  แต่ต้องคอยดูแล   ต้นไหนตาไม่ติด  ต้องไปติดซ้ำอีกด้าน   หลังจาก ตาติดแล้ว
ค่อย  ตัดต้นเดิมออกครับ








 
บันทึกการเข้า

ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
kirati
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 10:15:30 AM »



ยางที่บนควน ( ที่เนิน)  ถ้าปลูกแบบตาเขียว ช่วยให้รากเดินได้ไวครับ พอรากเดินไว  การหาอาหารเลี้ยงลำต้นก็ไว
ไปตามลำดับครับ
........
แนะนำว่า  ถ้าปลูกแบบทุนน้อย   ลงยางตาเขียว   ต้นไหนตาย  ค่อยหายางหนึ่งฉัตรมาซ่อมเอา
หรือชำไว้เองตั้งแต่แรกปลูกครับ   เผื่อไว้  ร้อยละยี่สิบใส่ถุงไว้  ซ่อมตอนไหนก็ได้  ยกเว้นหน้าแล้ง

.........

ถ้าทุนหนา  ลงยางหนึ่งฉัตร  ไปเลยครับ  ที่สำคัญมากๆ  อย่าเอายางที่กำลังแตกฉัตรสองอ่อนๆ ไปลงครับ
หลายท่าน  มือใหม่  ยังไม่ทราบตรงนี้   ยอดเหี่ยวแน่ครับ

..........

ถ้าปลูกแบบพอเพียง   เคยเล่าไว้แล้ว   ลงกล้ายางสองใบ  หรือลงเมล็ด   ปีหน้าค่อยไล่ติดตา   ทีละต้นๆ
แบบนี้  ถูกสุดๆครับ  แต่ต้องคอยดูแล   ต้นไหนตาไม่ติด  ต้องไปติดซ้ำอีกด้าน   หลังจาก ตาติดแล้ว
ค่อย  ตัดต้นเดิมออกครับ








 
ลังเล :-\ช่วยบอกวิธีใช้ปุ๋ยเร่งรากให้หน่อยนะคะลุงต้าคือก่อนปลูกยางต้องทำยังไงขอบคุณคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 18, 2011, 10:25:29 AM โดย kirati » บันทึกการเข้า
kirati
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 10:30:24 AM »


          ถ้าหมายถึง การปลูกยางโดยการใช้ยางตาเขียวที่ถอนจากแปลงเพาะกล้า ตัดแต่งรากเสร็จแล้ว  แล้วนำไปปลูกลงดินเลย  (ข้อดีคือการขนไปปลูกในแปลงทำได้ง่าย โดยเฉพาะสวนที่เป็นที่ลาดชัน  หรือกรณีที่ต้องขนต้นยางเดินไปไกลๆ)  ก็อาจจะกลัวกันว่ายางตาเขียวยังไม่มีรากยึดดิน และหาอาหาร-น้ำได้เอง  จึงอยากจะเร่งให้รากแตกออกมาเร็วๆ
          ที่ผมปลูกมาการใส่ปุ๋ยเร่งราก กับไม่ใส่  ไม่มีความแตกต่างให้เห็นชัดเจนครับ  ยังมีอัตราการตายพอๆ กัน
          แต่ที่เลี้ยงไว้จนออกฉัตรให้ใบแก่ก่อน  แล้วค่อยปลูก  รอดเกิน 80 เปอร์เซนต์ครับ
          ส่วนบัดดิ้ง 1 ฉัตร  รอด 100 เปอร์เซนต์

ขอบคุณคะ ลังเล :-\คือเราจะใส่หรือไม่ใส่ก็ค่าเท่ากันไม่ได้ช่วยอะไรมากไช่เปล่าคะ
บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2287


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 01:22:05 PM »

    เมื่อต้นเดือนผมไปซื้อยางตาเขียวจากคนขายกล้ายาง (แปลงกล้ายางเขาใหญ่มากและทำมาแล้วประมาณ11ปี มืออาชีพว่างั้นเหอะ) เขาบอกว่าให้แช่ในน้ำยาเร่งราก 1คืน แล้วจึงนำมาชำ
     ส่วนการปลูกในหลุมปลูกตามหลักวิชาการสูตร 0-3-0 ผมก็พยายามค้นคว้าจากหลายๆข้อมูลสรุปได้ว่าใส่ดีกว่าไม่ใส่ครับเพราะปุ๋ยสูตรนี้ไม่แพงและไม่มีผลเสียครับและอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อให้พืชได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอจะได้มีระบบรากที่แข็งแรงแพร่กระจายอยู่ในดินอย่างกว้างขวาง สามารถดึงดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดี
บันทึกการเข้า
kirati
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2011, 10:54:53 PM »

    เมื่อต้นเดือนผมไปซื้อยางตาเขียวจากคนขายกล้ายาง (แปลงกล้ายางเขาใหญ่มากและทำมาแล้วประมาณ11ปี มืออาชีพว่างั้นเหอะ) เขาบอกว่าให้แช่ในน้ำยาเร่งราก 1คืน แล้วจึงนำมาชำ
     ส่วนการปลูกในหลุมปลูกตามหลักวิชาการสูตร 0-3-0 ผมก็พยายามค้นคว้าจากหลายๆข้อมูลสรุปได้ว่าใส่ดีกว่าไม่ใส่ครับเพราะปุ๋ยสูตรนี้ไม่แพงและไม่มีผลเสียครับและอีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อให้พืชได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอจะได้มีระบบรากที่แข็งแรงแพร่กระจายอยู่ในดินอย่างกว้างขวาง สามารถดึงดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดี
คุณเอค่ะน้ำยาเร่งรากกับปุ๋ยเร่งรากไช่ตัวเดียวกันไหมวิธีใช้เอาไปผสมน้ำหรือคะช่วยอธิบายหน่อย   :)ขอบคุณค่ะคุณเอ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2287


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 08:09:37 AM »

น้ำยาเร่งรากหรือเรียกว่าฮอร์โมนเร่งรากเห็นขายตามร้านขายปุ๋ยทั่วไปใช้เร่งรากในการตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง วิธีใช้จะมีอยู่ในสลากข้างขวด
ปุ๋ยเคมีสูตร 0-3-0 เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ย หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) คือสารประกอบแคลเซียมฟอสเฟต เป็นหินแร่ที่เมื่อขุดออกมาบดละเอียดแล้วก็สามารถใช้เป็นวัตถุดิบบำรุงดินได้ดี เปอร์เซ็นต์ของฟอสเฟตอาจมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จนถึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ จากการวิเคราะห์เมื่อนำมาใส่ลงดิน พอดินชุ่มชื้นจะเกิดการละลายออกมาใช้ได้ทันที 1 ใน 10 ของทั้งหมด
          อย่างไรก็ตามฟอสเฟตส่วนที่เหลือยังจะค่อยๆ ละลายออกมาให้พืชได้ใช้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยตัวนี้ตามหลักวิชาการ กรมวิชาการเกษตรจะแนะนำให้รองก้นหลุมเมื่อเริ่มปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมันครับ

รายละเอียดมากกว่านี้ลองสืบค้นจาก GOOGLE ดูครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2011, 08:27:43 AM โดย เอ » บันทึกการเข้า
kirati
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 83


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 09:28:37 AM »

น้ำยาเร่งรากหรือเรียกว่าฮอร์โมนเร่งรากเห็นขายตามร้านขายปุ๋ยทั่วไปใช้เร่งรากในการตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง วิธีใช้จะมีอยู่ในสลากข้างขวด
ปุ๋ยเคมีสูตร 0-3-0 เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ย หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) คือสารประกอบแคลเซียมฟอสเฟต เป็นหินแร่ที่เมื่อขุดออกมาบดละเอียดแล้วก็สามารถใช้เป็นวัตถุดิบบำรุงดินได้ดี เปอร์เซ็นต์ของฟอสเฟตอาจมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จนถึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ จากการวิเคราะห์เมื่อนำมาใส่ลงดิน พอดินชุ่มชื้นจะเกิดการละลายออกมาใช้ได้ทันที 1 ใน 10 ของทั้งหมด
          อย่างไรก็ตามฟอสเฟตส่วนที่เหลือยังจะค่อยๆ ละลายออกมาให้พืชได้ใช้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยตัวนี้ตามหลักวิชาการ กรมวิชาการเกษตรจะแนะนำให้รองก้นหลุมเมื่อเริ่มปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมันครับ

รายละเอียดมากกว่านี้ลองสืบค้นจาก GOOGLE ดูครับ
[/quote ยิ้ม :)ขอบคุณคะ่คุณเอ ยิ้ม :)แล้วคุณเอจำยี่ห้อน้ำยาเร่งรากได้ไหมคะ..คือปลูกยางตาเขียวแบบไม่ขุดหลุมใช้ไม้ปักลงไปให้เป็นรูแล้วเอาต้นยางลงไปปลูก ลังเล :-\ถ้าปลูกวิธีนี้คงเหมาะกับน้ำยาเร่งรากไช่ไหมคะคุณเอ
บันทึกการเข้า
chainsaw
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1053


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 11:23:30 AM »

น้ำยาเร่งรากหรือเรียกว่าฮอร์โมนเร่งรากเห็นขายตามร้านขายปุ๋ยทั่วไปใช้เร่งรากในการตอนกิ่ง ปักชำกิ่ง วิธีใช้จะมีอยู่ในสลากข้างขวด
ปุ๋ยเคมีสูตร 0-3-0 เรียกอีกอย่างว่าปุ๋ย หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) คือสารประกอบแคลเซียมฟอสเฟต เป็นหินแร่ที่เมื่อขุดออกมาบดละเอียดแล้วก็สามารถใช้เป็นวัตถุดิบบำรุงดินได้ดี เปอร์เซ็นต์ของฟอสเฟตอาจมีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จนถึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ จากการวิเคราะห์เมื่อนำมาใส่ลงดิน พอดินชุ่มชื้นจะเกิดการละลายออกมาใช้ได้ทันที 1 ใน 10 ของทั้งหมด
          อย่างไรก็ตามฟอสเฟตส่วนที่เหลือยังจะค่อยๆ ละลายออกมาให้พืชได้ใช้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยคอก และปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ ปุ๋ยตัวนี้ตามหลักวิชาการ กรมวิชาการเกษตรจะแนะนำให้รองก้นหลุมเมื่อเริ่มปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมันครับ

รายละเอียดมากกว่านี้ลองสืบค้นจาก GOOGLE ดูครับ
[/quote ยิ้ม :)ขอบคุณคะ่คุณเอ ยิ้ม :)แล้วคุณเอจำยี่ห้อน้ำยาเร่งรากได้ไหมคะ..คือปลูกยางตาเขียวแบบไม่ขุดหลุมใช้ไม้ปักลงไปให้เป็นรูแล้วเอาต้นยางลงไปปลูก ลังเล :-\ถ้าปลูกวิธีนี้คงเหมาะกับน้ำยาเร่งรากไช่ไหมคะคุณเอ


ลองไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากลุงคิม ดูได้ครับ

http://www.kasetloongkim.com/
บันทึกการเข้า

จำหน่ายเลื่อยยนต์ ขนาด 38CC ราคา 2,600 บาท

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=23485.0
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: