ข่าว
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กาแฟขี้ชะมด Kopi Luwak  (อ่าน 11771 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5396



« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 12:21:49 PM »

กาแฟขี้ชะมด

หลายๆคนคงอาจจะเคยได้ยินชื่อกาแฟขี้ชะมด หรือ Kopi Luwak มาบ้างแล้ว
กาแฟชนิดนี้เป็นกาแฟที่แพงที่สุดในโลก ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ ณ ประเทศอินโดนีเซีย
และหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงเรียกว่า ขี้ชะมด แล้วมันอร่อยเพียงไหนจึงได้
ราคาแพงที่สุดในโลก เรามาดูกัน


กาแฟขี้ชะมดเรียกเป็นภาษาพื้นเมืองอินโดนีเซีย ว่า Kopi Luwak (โกปิ๊ ลูวะ)
คำว่า Kopi แปลว่า กาแฟ ส่วน Luwak แปลว่า ชะมด ซึ่งเป็นชะมดพันธุ์
Paradoxurus hermaphroditus โดยรวมแล้ว Kopi Luwak แปลว่า กาแฟชะมด


กาแฟชะมดนำมาจากมูลของชะมดสายพันธุ์ดังกล่าวที่ กินผลกาแฟเข้าไป ถ่ายออกมา
แล้วเก็บมาล้างทำความสะอาดให้หมดจดก่อนนำไปตากแห้งแล้วคั่ว ทำให้ได้กาแฟที่มี
รสชาติเป็นเอกลักษณ์ และมีราคาแพงที่สุดในโลก


ประวัติของกาแฟขี้ชะมด

ในศตวรรษที่ 18 เมื่อชาวดัทช์ยึดเกาะสุมาตรา และเกาะชวา เป็นอาณานิคม เรียกว่า Dutch East Indies
พวกเขาได้ยึดเรือกสวนไร่นาเพื่อทำการเกษตรกรรมบนเกาะ ในช่วงราวปี ค.ศ. 1830-1870 หนึ่งในการ
เกษตรบนเกาะก็คือไร่กาแฟ ซึ่งชาวดัทช์ได้ห้ามชาวนาและชาวพื้นเมืองเด็ดผลกาแฟสุกจากต้นไปใช้เอง
แต่กระนั้นชาวพื้นเมืองก็มีความต้องการที่จะดื่มกาแฟสด จึงได้พยายามหาวิธีลักลอบเด็ดผลกาแฟ


แผนที่แสดงอาณานิคมของดัทช์ (Dutch East Indies) ในระหว่างปี 1830-1870


จนกระทั่งต่อมา ชาวพื้นเมืองพบว่าสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า มูสัง หรือ ลูวะ กินผลกาแฟ และถ่ายมูลออกมา
เป็นเมล็ดกาแฟเต็มเมล็ดโดยไม่ได้ย่อยสลาย พวกเขาจึงเก็บมูลเหล่านั้น ทำความสะอาด คั่ว และบด
เพื่อนำมาทำเป็นกาแฟ และพบว่ามีรสชาติแปลกใหม่ ไม่มีความขม จึงเป็นที่นิยมในหมู่ชาวพื้นเมืองอย่างมาก
ต่อมาชื่อเสียงของกาแฟชนิดนี้ก็ได้แพร่กระจายไปจนกระทั่งชาวดัทช์เองเสนอให้ ราคาแก่ผู้ที่เก็บขี้ชะมด
ได้สูงมาก นั่นเป็นที่มาของกาแฟขี้ชะมด จะเห็นว่าด้วยความหายากและการผลิตที่ยากลำบาก กาแฟขี้ชะมด
นี้จึงมีราคาแพงมากแม้แต่ในสมัยยุคล่าอาณานิคม และในปัจจุบัน


การผลิตกาแฟขี้ชะมด

ชะมดที่สามารถผลิตกาแฟขี้ชะมด คือชะมดพันธุ์ Paradoxurus hermaphroditus หรือเรียกในภาษา
พื้นเมืองว่า ลูวะ บ้างก็เรียก มูสัง คนไทยเรียก ชะมด ภาษาอังกฤษอาจเรียกว่า Civet หรือ Weasel ซึ่ง
เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กชนิดหนึ่ง


ชะมดโดยปกติจะกินผลไม้ อาจถูกเลี้ยงไว้ในไร่กาแฟหรือเป็นชะมดตามป่าก็ได้ ชะมดจะกินเฉพาะผลกาแฟ
ที่สุกดีแล้วเท่านั้นซึ่งเท่ากับว่าเป็นการคัดสรรเมล็ด กาแฟที่มีคุณภาพด้วย ปัจจุบันชาวไร่กาแฟจคัดเลือกผล
กาแฟจากไร่มาให้ชะมดกิน เพื่อความรวดเร็ว เมื่อชะมดกินเข้าไปแล้ว ผลกาแฟจะย่อยอยู่ในกระเพาะของมัน
ราวหนึ่งวันครึ่ง ก่อนที่จะถ่ายออกมาเป็นเมล็ดกาแฟ


เขาทำ"กาแฟขี้ชะมด" สุดยอดกาแฟ "แพงที่สุดในโลก" อย่างไร?





หนึ่งในกาแฟที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชื่นชอบกาแฟ คือ " โกปิ ลูวะ" (กาแฟขี้ชะมด) มีที่มาจากอินโดนีเซีย
รสชาติอันกลมกล่อมของกาแฟ เกิดจากผลกาแฟที่ถูกตัวลูวัค หรือชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ใน
ประเทอินโดนีเซีย กินเข้าไป และขับถ่ายมูลออกมา







หนึ่งในกาแฟที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชื่นชอบกาแฟ คือ " โกปิ ลูวะ" (กาแฟขี้ชะมด) มีที่มาจากอินโดนีเซีย รสชาติอันกลมกล่อมของกาแฟ เกิดจากผลกาแฟที่ถูกตัวลูวัค หรือชะมดพันธุ์ Paradoxurus ที่อาศัยอยู่ในประเทอินโดนีเซีย กินเข้าไป และขับถ่ายมูลออกมา

 

 นายวายัน ดีร่า และนางซารี อาร์ตินี สองสามีภรรยา เลี้ยงชะมดไว้ 9 ตัว เป็นเวลากว่า 2 ปี



 
 ผลกาแฟอยู่ในท้องของตัวชะมดจะผสมกับเอมไซม์และสารเคมีที่อยู่ในกระบวนการ ย่อย ทำให้โปรตีนใน
เมล็ดกาแฟแตกตัวเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เวลานำเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปคั่วบดจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ตัวชะมด
จะถ่ายมูลซึ่งเหลือแต่เพียงเมล็ดกาแฟออกมา ซึ่งทำให้สะดวกต่อการเก็บมูลของมัน
 

 

เมล็ดกาแฟที่เก็บได้ซึ่งมีมูลของตัวชะมดติดออกมาด้วยเล็กน้อย จะถูกนำมาตากแห้ง ก่อนที่จะนำไปล้างให้
สะอาด และนำไปคั่วเพียงเล็กน้อย

 

หลังจากที่มันเริ่มได้รับความนิยม แต่ละครัวเรือนก็จะผลิตอุปกรณ์ขึ้นเองในครัวเรือน และผลิตเป็นอุตสาหกรรม
ในครัวเรือน


 

 นายวายันกำลังตรวจสอบเมล็ดกาแฟ"โกปิ ลูวะ" ซึ่งผ่านการคั่วเพียงเล็กน้อย ต่างจากกาแฟทั่วไปที่ต้องทำ
การคั่วเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้สีน้ำตาลอ่อนหรือเข้มกว่าเพียงเล็กน้อย เพื่อคงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์



 
กาแฟที่ผ่านการคั่วแล้วจะถูกนำมาผึ่งไว้บนพื้น


 

เม็ดกาแฟกำลังผ่านเครื่องบด


 

หลังจากนั้นจึงนำมาบรรจุในห่อ



 

เมื่อสิ้นสุดกระบวนการ "โกปิ ลูวะ" สามารถจำหน่ายได้ถึง ปอนด์ละ 227 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,969 บาท
หรือกิโลกรัมละ 13,940 บาท) และตลาดใหญ่ที่สุดคือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยรสชาติของมันได้รับการอธิบาย
ว่า "มีเอกลักษณ์, นุ่มนวล เจือด้วยกลิ่นของช็อคโกแลต ดินและโคลน"

จาก เวบไซด์อ้างอิง

จากเวบไซด์อ้างอิง


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ

Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5396



« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 12:25:01 PM »

ฮือฮาร้านกาแฟขี้ชะมด ฮิตในเมืองกาญจน์ กิโลฯละแสน

 เมื่อ 9 มี.ค. ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี รายงานเรื่องราวกิจการกาแฟสดที่ผลิตจากขี้ชะมดในราคาแก้วละ 500-1,500 บาท ที่ร้านกาแฟสดจากไร่คุณหญิง เลขที่ 105 หมู่ 1 ถ.แสงชูโต ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง
จ.กาญจนบุรี หลังจากมีคอกาแฟแวะเวียนมาชิมไม่ขาดสาย และบางรายขอซื้อกลับบ้านเพื่อนำไปชงดื่มเอง
ในราคากิโลกรัมละ 1 แสนบาท

 

 ร้านดังกล่าว มีนายสุรเชษฐ์ ยุทธสุนทร และนางสุจิตรา ยุทธสุนทร สองสามีภรรยา เป็นเจ้าของ โดยมี
พนักงานกว่า 10 คน นายสุรเชษฐ์ เล่าว่า กาแฟสดนี้ผลิตขึ้นจากมูลของตัวชะมด (หรืออีเห็น) ขายราคา
แก้วละ 500 บาทถึงแก้วละ 1,500 บาท อยู่กับลูกค้าว่าต้องการกาแฟรสชาติแบบไหน ส่วนปริมาณ
เท่ากับแก้วกาแฟตามร้านทั่วไป ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ลูกค้าก็พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายอย่างเต็มใจ
และมีลูกค้าบางรายขอซื้อกาแฟสดซึ่งเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปชงดื่มที่บ้านใน ราคา กิโลกรัมละ 100,000
บาท เหตุที่กาแฟชนิดนี้มีราคาแพง เพราะว่าวัตถุดิบนั้นหายากและขั้นตอนการผลิตก็มีความละเอียดอ่อน
ใน 1 ปีถึงจะมีกาแฟชนิดนี้ให้บริการลูกค้า

 

 นายสุรเชษฐ์  เล่าด้วยว่า เริ่มต้นกิจการนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โดยค้นพบในเว็บไซต์ของอินโดนีเซีย
ที่ผลิตกาแฟจากมูลของตัวชะมด  เมื่ออ่านรายละเอียดจนเข้าใจ  จึงปรึกษาภรรยาคิดว่าน่าจะลองทำดูบ้าง
และเป็นความโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ ก่อนหน้านั้นมีชาวบ้านนำตัวชะมดจำนวน 2 ตัวเพื่อมาขายให้กับร้าน
อาหารแห่งหนึ่ง ตนเห็นเข้าเกิดความสงสารจึงขอซื้อชะมดทั้ง 2 ตัว และนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน จนในที่สุด
ก็ออกลูกเพิ่มมาอีก 4 ตัว รวมเป็น 6 ตัว ปัจจุบันมีตัวชะมดอยู่ประมาณ 20 ตัว

 

 ส่วนการการผลิตนั้น ตนและภรรยาได้ลองผิดลองถูกมานานกว่า 3 ปี จึงนำออกมาจำหน่ายให้กับลูกค้าได้ ซึ่ง
สรรพคุณของกาแฟที่ผลิตจากมูลของตัวชะมด นอกจากมีรสชาติที่เข้มข้นเป็นที่ติดใจของบรรดาคอกาแฟทุก-
คนแล้วยังเชื่อว่า บำรุงรักษาอวัยวะภายใน


เวบไซด์อ้า่งอิง


Liked By: 5XXA
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5396



« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2011, 12:28:33 PM »

เลี้ยงชะมดเช็ดให้กินกาแฟ


ตอนนี้กาแฟไทยเป็นที่รู้จักของคอกาแฟไปทั่วโลกแล้ว โดยเฉพาะกาแฟอาราบิก้าที่ปลูกบนดอยช้าง ต.วาวี
อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ติดอันดับต้นในกลุ่ม 10 ประเทศที่ผลิตกาแฟมีคุณภาพ


พูดถึงกาแฟ ในโลกนี้มีพันธุ์โรบัสต้า กับอาราบิก้า โรบัสต้านั้นปลูกทั้งที่ราบ หรือบนเขาก็ได้ บ้านเราปลูกมาก
ในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ ชุมพร สุราษฎร์ธานี เป็นกาแฟเพื่ออุตสาหกรรมที่ผลิตกาแฟสำเร็จรูป หรือที่รู้จักคือเนส
กาแฟนั่นแหละ


 ก็ อย่างที่เคยบอกว่า ปีนี้เป็นปีทองของภาคเกษตรจริงๆ ผลผลิตทางการเกษตรราคาพุ่งขึ้นแม้กระทั่งกาแฟ
โรบัสต้า ที่เคยขายกันกิโลละ 30 บาท แต่ตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นถึงกิโลละ 80 บาท และไม่พอต่อความต้องการ
ด้วย เพราะที่ผ่านมาผลผลิตปาล์มน้ำมันแพง และยางพาราแพง เจ้าของสวนกาแฟส่วนหนึ่งทางภาคใต้โค่น
ต้นกาแฟทิ้ง แล้วปลูกปาล์มน้ำมันและยางแทน สูตรง่ายๆ คือที่เนินปลูกยางพารา ที่ราบต่ำปลูกปาล์มน้ำมัน
ส่วนกาแฟพันธุ์อาราบิก้านั้นจะปลูกได้เฉพาะที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลอย่างน้อย 400 เมตรขึ้นไป ยิ่งสูงยิ่งหนาว
ก็ยิ่งดี

 กาแฟแต่ละสายพันธุ์บาง ประเทศมีกรรมวิธีในการปรับปรุงรสชาติให้อร่อยแตกต่างกัน อย่างที่อินโดนีเซีย
ที่มีชื่อเสียงมาก 2 อย่างคือ กาแฟกลิ่นกล้วยหอม และกาแฟขี้ชะมดเช็ด


 ที่จริงอินโดนีเซียไม่ได้เก่งสูตรผสมหรอกครับ แต่ด้วยความที่เป็นประเทศยากจน จึงได้กาแฟที่รสชาติดี เป็น
ที่ต้องการของตลาดโลก อย่างกาแฟกลิ่มกล้วยหอมเกิดมาจากที่อินโดนีเซีย นำเมล็ดกาแฟรวมกับกล้วยใส่ใน
ตู้คอนเทนเนอร์เดียวกัน กว่าเรือจะไปถึงยุโรป อเมริกากลิ่นของกล้วยหอมซึมซับเข้าในเมล็ดกาแฟจึงได้กาแฟ
รสชาติที่มีกลิ่น กล้วยหอมปนอยู่ด้วย


 ส่วนกาแฟกลิ่นขี้ชะมดเช็ดก็เหมือนกัน ประเทศอินโดนีเซียเต็มไปด้วยป่าและสัตว์ป่า ซึ่งในจำนวนนี้มีชะมดเช็ด
ด้วย สัตว์ชนิดนี้ชอบกินเมล็ดกาแฟสดเป็นอาหาร กินแล้วขี้ออกมา ชาวบ้านนึกเสียดายก็ไปเก็บเมล็ดที่เป็นขี้
ชะมดเช็ดมาล้างทำความสะอาด แล้วคั่วกินได้กลิ่นขี้ชะมดเช็ด ที่ตอนแรกอินโดนีเซียไม่ได้ส่งออกหรอก แต่
ฝรั่งสมัยฮอลันดา หรือฮอลแลนด์ยึดครองอินโดนีเซียไปกินกลายเป็นชอบก็เลยดังถึงวันนี้ครับ


 ตอน นี้คนแห่มาเลี้ยงชะมดเช็ดกันมากขึ้น จากเมื่อก่อนเลี้ยงเพื่อเอาน้ำมัน หรือที่เรียกว่า "เช็ด" ซึ่งมีราคา
กิโลกรัมละหลายแสนบาทมาใช้วงการสปา ผลิตยาแผนโบราณ หันมาเลี้ยงชะมดเช็ดมาให้กินผลกาแฟเพื่อ
นำขี้ที่เป็นเมล็ดกาแฟมาคั่วกิน ราคาแพงครับ กาแฟขี้ชะมดเช็ดกิโลละราว 5 หมื่นบาทครับ


 เดิมทีชะมด เป็นสัตว์คุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แต่มีกฎกระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกมาปี 2546 ให้ชะมดเช็ดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดเพาะพันธุ์ได้ คนก็เลยเลี้ยงกัน



จาก เวบไซด์อ้่างอิง


Liked By: patchayas, 5XXA
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
pichetr
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 92


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 05:58:57 PM »

เคยออกรายการบางอ้อ ช่อง 9
ที่ลำปางบ้านเราเอง น่าสนใจมากครับ ลองหามาดูนะครับ
บันทึกการเข้า
samlee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 439


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 07:09:11 PM »

อย่าไปเชื่อฝาหรั่งมังค่า มากนัก กาแฟขี้สัตว์ จะมาดีสู้กาแฟธรรมดาตรงไหน หรือตรงที่ฝาหรั่งบอกว่าดี  กินกาแฟปกติก็ถือว่าสุดยอดแล้ว อีกหน่อยอาจมีกาแฟขี้หมู ขี้เป็ด ขี้ไก่ กาแฟขี้วัว หรือแกแฟขี้คน ออกมาจำหน่าย จ้างฝรั่งทำโฆษณาเสียหน่อยว่าเป็นกาแฟที่มีคุณสมบัติดีเลิศ สุดยอด มีวิตามิน 108 ชนิด งานนี้สงสัยรวยเละเทะ   
บันทึกการเข้า
zonenone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 76


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 07:43:01 PM »

 ยิงฟันยิ้ม มีใครเคยชิมบ้างครับ ขอความเห็นหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8420


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 08:15:15 PM »

ทราบตั้งแต่ผมเด็กๆแล้ว่ามีทำมานาน แต่ไม่เคยคิดจะลองดื่มครับ ขอบคุณสำหรับความรู้นะครับ
บันทึกการเข้า

atsk
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1056


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 09:22:44 PM »


คนกินหมากก็บอกว่าหมาอร่อย ท้องถิ่นที่กินหมาเนื้อหมาก็ราคาแพง บอกว่าสรรพคุณ บำรุงร่างกาย บำรุงเซ็กส์

คนกินกระเพาะปลาก็บอกว่า กระเพาะปลายิ่งเก่ายิ่งดี บำรุงร่างกาย  ขายกันแพง

คนกินหูฉลามก็บอกว่าดี อร่อย บำรุงนุ่นนี่


กาแฟขี้ชะมด ก็บอกรสชาติดีกว่ากาแฟ ธรรมดา แถมบำรุงอวัยวะภายในด้วย( อันนี้เพิ่งได้ยิน และคงจะมีสรรพคุณต่อท้ายเพิ่มอีกเรื่อยๆ)



ความอร่อยของกาแฟ  นอกจากตัวกาแฟแล้วมันยังต้องอาศัยปัจจัยอื่นอีกนะ 

ทั้งน้ำร้อน    ลองเอากาแฟขี้ชะมดชั้นดีโลละแสนของคุณ ไปชงน้ำเย็นสิ จะมีใครกินไหม๊
ทั้งน้ำตาล   ครีม   ลองไม่ใส่จะอร่อยไหม๊  แต่ถ้าคุณชอบกาแฟดำก็ว่าไปอย่าง 



ใช้วิจารณญาณแต่ละคนตรึกตรองดูเองก็แล้วกัน   

ถ้ากินเพราะมันอร่อยก็กินไปเถอะ

แต่ถ้ากินเพราะสรรพคุณนั่นนี่  อย่าไปเชื่อเลย  มันเป็นไปไม่ได้หรอก   ที่ว่ากินแล้วดี บำรุง  ป้องกันโรค  นั่นเพราะคนกินยังไม่แก่ ยังไม่เจ็บ  มันเลยยังไม่เป็นโรค   









บันทึกการเข้า
New_edit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 10:25:33 PM »

โถ่ อนาจ จริงๆมนุษย์ แม้แต่มูลสัตว์ยังเอามากิน เอามาสนองความอยากเห้อ ลังเล ลังเล ลังเล
บันทึกการเข้า
seefore5555
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 47


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2011, 11:27:35 PM »

TIDAK TAO, OANG SUGAR KOPI LUWAK.
บันทึกการเข้า
chawakit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 01:07:36 AM »

ผมไม่เคยทราบเรื่องสรรพคุณ แต่มีโอกาสได้ดมและดื่มแล้ว หอมนุ่มกว่ากาแฟปกติจริงๆครับ
(ปกติดื่มกาแฟไม่ใส่ทั้งนมและน้ำตาลครับ)
บันทึกการเข้า
mohock03
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1241


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 01:39:02 AM »

มีกาแฟขี้ชมดขายวันละขีดก็รวยแล้วววววว ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5396



« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 08:32:37 AM »

ไม่เคยกิน แต่เคยถามคนกินนะครับ
เขาบอกว่ามันคล้ายๆกาแฟผ่านเอนไซน์ของชะมด
มีการสะัสมเอนไซน์สัตว์ไว้ในเมล็ดกาแฟ
รสที่ได้จะแปลก แตกต่างไปกว่าเดิม แต่ไม่เสียรส กลับปรุงรสให้ละมุนขึ้น


อ้อ...กาแฟขี้ชะมดที่เขากิน เขาชงแบบexpresso เพราะได้รสชาติกว่าแบบอื่น
ไม่มีนมหรือช็อคโกแล็ตมาทำให้รสกาแฟเปลี่ยนไป เหมือนลาเต้หรือม็อคค่า
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1781


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 11:49:26 AM »

 ;Dได้ยินมานานเหมือนกัน ผู้ปลูกกาแฟหลายท่านก็เริ่มทดลองทำกันบ้างแล้ว
ผมว่าเป็นการดีนะ เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตร เราทำกาแฟขี้ชมดขายให้คนมีตังค์กิน
ส่วนเราได้เงินมาก็เอาไปทำอย่างอื่นได้

...ผมชอบดูสารคดี มีหลายตอนที่เกี่ยวกับกาแฟ พวกตะวันตกยกย่องกาแฟขี้ชมดนี้ เป็นที่หนึ่งของกาแฟที่รสชาดดีที่สุด
แพงมาก ต้องคอกาแฟจริง ๆ ถึงจะแยกความต่างออก  (ส่วนผมไม่ค่อยดื่มกาแฟ )

...บ้านเราชมดก็พอหามาเลี้ยงได้อยู่ ดีกว่าเอาไปกินเนื้อ
บันทึกการเข้า
Khun Noo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 689

ค้นหาและใช้ชีวิตให้มีความสุข ในระหว่างการเิดินทางของชีวิต


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 01:04:05 PM »

;Dได้ยินมานานเหมือนกัน ผู้ปลูกกาแฟหลายท่านก็เริ่มทดลองทำกันบ้างแล้ว
ผมว่าเป็นการดีนะ เป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตร เราทำกาแฟขี้ชมดขายให้คนมีตังค์กิน
ส่วนเราได้เงินมาก็เอาไปทำอย่างอื่นได้

...ผมชอบดูสารคดี มีหลายตอนที่เกี่ยวกับกาแฟ พวกตะวันตกยกย่องกาแฟขี้ชมดนี้ เป็นที่หนึ่งของกาแฟที่รสชาดดีที่สุด
แพงมาก ต้องคอกาแฟจริง ๆ ถึงจะแยกความต่างออก  (ส่วนผมไม่ค่อยดื่มกาแฟ )

...บ้านเราชมดก็พอหามาเลี้ยงได้อยู่ ดีกว่าเอาไปกินเนื้อ

    จริงครับ เราควรมองในมุมของผู้ผลิต เราสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ และคำนึงถึงคุณภาพสินค้าเป็นหลักแล้ว เราก็น่าจะยินดีครับ ส่วนใครจะกิน กินเพราะอะไร กินเพราะรวยหรือจน ก็ช่างเขาปะไร เขาจะกินเพราะความเชื่อหรือกินตามสังคมก็เรื่องของเขา เพราะเขาคือผู้บริโภค เขามีสิทธิเลือกที่จะกินหรือไม่กินก็ได้ครับ
    การที่เขาเลือกที่จะกินก็ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่ครับ แต่เป็นโอกาส ที่เขาเลือกจะกินหรือลองกินเท่านั้นเอง แบบว่าบางทีอาจคิดว่าไหนๆก็เกิดมาชาตหนึ่ง ลองกินกาแฟที่ว่าแพงทีสุดสักทีอะไรประมาณนี้ครับ ๕๕๕ อย่างผมก็คิดว่าถ้ามีโอกาสก็จะลองสักที ไม่ใช่ว่ารวยนะครับ แต่อยากรู้เท่านั้นเอง จะว่าสนองความอยากก็ไม่ว่ากัน เพราะทุกวันนี้คนเราทำเพื่อความอยากทั้งนั้นแหละครับ อยากมี อยากได้ อยากอยู่ ฮืม เลยทำๆๆๆๆๆ ไงครับ
    ความคิด และรสนิยมของคนนั้นมีหลากหลายครับ ในแง่ของจิตวิทยายังแบ่งคนออกเป็นนัก...อะไรตั้งหลายอย่าง เช่น เวลาเราไปซื้อของเราดูปริมาณเทียบกับราคาเทียบกับความเข้มข้น แล้วจึงตัดสินใจซื้อชิ้นที่คิดว่าคุ้มค่ากับเงินที่สุด โดยไม่สนว่าคนอื่นจะนิยมอะไร อย่างนี้นักจิตวิทยาเรียกว่า "นักเศรษฐนิยม" ครับ แต่บางคนซื้อของตามเพื่อน เช่น ซื้อกางเกงยีนส์ต้องลีวายส์เพราะเพื่อนๆในกลุ่มใส่กัน อันนี้เขาเรียก "นักสังคมนิยม" อะไรประมาณนั้นครับ แต่ทุกนัก.. ไม่ได้หมายความว่าผิดหรือถูก เพราะเป็นความพึงพอใจ และมีความสุขที่ได้ทำครับ
    เอาเป็นว่า ถ้าเราผลิตสินค้าออกมาด้วยต้นทุนต่ำ แต่สามารถขายได้ราคาสูง เราก็แฮปปี้ครับ คนกินเขาจะกิน เขาก็แฮปปี้ของเขาไปเองแหละครับ บางทีถูกปากเขาแต่ไม่ถูกปากเรา หรืออร่อยเราแต่เขาไม่อร่อยก็ได้นะครับ นานาจิตตังครับ
    มองอีกมุมก็เป็นการดีที่มีการส่งเสริมให้เพาะเลี้ยงชะมด ซึ่งจะช่วยให้ไม่สูญพันธุ์ไปไงครับ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เราทำไปไม่เสียหายก็ทำไปครับ คนกินเขาก็ไม่ได้มาขอเงินเราไปซื้อกิน เราก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลยครับ ๕๕๕ เราเอากากที่เขาถ่ายไว้มาทำให้เกิดประโยชน์ เราไม่ได้ไปเบียดเบียนชีวิตเขาซะหน่อย แต่กับการล่าชีวิตเขาเพื่อเอามากิน (โดยไม่จำเป็น) หรือล่าเอานอ เอาเขี้ยว เอางา เอาเขา เอาหนังมาอวดบารมี อันนี้สิน่ารังเกียจมากกว่าครับ
    แชร์ประสบการณ์และมุมมองกันนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2011, 01:10:53 PM โดย Khun Noo » บันทึกการเข้า
monomusic
สองผัวเมียวิศวกร จะไปเป็นเกษตรกร ภายใน 5 ปี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 469


พัฒนาปัญญา พอเพียง ไม่เบียดเบียน


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2011, 01:55:56 PM »

ให้ความเห็นครับ ในฐานะคนกินกาแฟครับ

ผมคงพอจะเป็นคอกาแฟได้กระมัง กินกาแฟไม่ใส่น้ำตาล + นม  ต้องบดสดเท่านั้น  ชอบที่คั่วประมาณ ไม่เกินสองอาทิตย์ นานกว่านั้นจะเริ่มด้านๆ กลิ่นหาย ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่กิน หรือไม่ก็ทนๆกินไป ไม่ก็ใส่นมเอาจะได้ไม่รู้เรื่อง ลองกาแฟมาไม่ต่ำกว่า 60 Blend  เอาเมล็ดมาชงเองเท่านั้น  กาแฟสำเร็จไม่นับ ไม่นับที่ไปลองที่ร้าน บดแล้วไม่เกี่ยว เช้า Espresso Double Shorts ชงเอง ด้วยเครื่องโยก กลางวัน  French press  บดสด

เคยลอง Kopi Luwak แค่ สามตัว เป็นอาราบิก้าทุกตัว ของชาวบ้านเอามาฝาก ตัวแรก จากอินโด คั่วมา ประมาณ 7-10 วัน อร่อยใช้ได้ ขอไม่บรรยาย แต่ไม่ชอบชงแบบ espresso ด้วยเมล็ดตัวนี้ผมว่า French  Press  อร่อยกว่า ส่วนตัวจากเวียดนาม เหมือนคั่วใส่เนย กินแล้วเหมือนข้าวโพดคั่ว เคยลองขอไทยเจ้าหนึ่งดอยดัง ไม่ประทับใจ  ของไทยหลายๆเจ้าไม่ได้ลอง เพราะ ส่วนใหญ่คั่วมาชาติกว่า ไม่ต้องลองก็รู้รส  บางเจ้าใส่ถุงใสๆ ให้แสงเข้าอีกต่างหาก

โดยส่วนตัว มันมีเอกลักษณ์ของมันครับ แต่มันก็ไม่ได้อร่อยกว่าหรือดีกว่ากาแฟ ปกติ ที่ คั่วอย่างเหมาะสม เก็บอย่างดี และ ชงเป็นเลยครับ ถ้าให้เสียตังซื้อ คงผ่านครับ กินตัวอื่นได้  ที่จริงแล้วผมชอบกาแฟธรรมดามากกว่า แต่ก็นั้นหล่ะ ลองมาแค่ สามตัว

ส่วนกาแฟธรรมดาของไทยเท่าที่ผมเจอ ถูกปากผมน้อยมากครับ แม้กระทั้งของดอยดังๆ มีเจอที่ชอบอยู่สองเจ้าครับ แต่เป็น SME  เล็กๆ  ต้องแสวงหาถึงจะเจอสั่งได้แต่ผ่านเน็ต ไม่มีวางขายครับ  เล่นเอาท้อเหมือนกัน ว่าปลูกเองแล้วจะกินได้ป่าวหว่า
 
ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ คนเราชอบไม่เหมือนกันอยู่แล้วครับ ให้ข้อมูลเฉย ๆ คร้าบ กาแฟที่ความสูงไม่ถึง 600 เมตร ดังๆ ดีๆ ก็มีนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2011, 04:23:11 PM โดย monomusic » บันทึกการเข้า

อย่าลืมว่าเราต้องตาย อย่าเบียดเบียนกันเลย
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: