หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอความรู้เรื่องการปลูกมะระจีนหน่อยครับ  (อ่าน 12108 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pongpiphat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 07:15:57 PM »

รบกวนผู้มีความรู้แนะนำความรู้เกี่ยวกับการปลูกมะระจีนหน่อยครับ


Liked By: sarawatza
บันทึกการเข้า

วัตครับ
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1994



« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 08:24:38 PM »

อืมมม ผมเคยแต่ปลูกทานเองนะครับ

ก็ทำแปลง ตีหลุม (ตำแหน่งที่ปลูก) คลุกเคล้าปุ๋ยคอก
ห่างกันแต่ละหลุม สักราว 50 ซม.

ปกติจะทำแปลงให้ปลูกได้เป็น 2 แถว เพื่อให้ง่ายในการทำค้าง

คือค้างแบบเดิมๆ ที่ทำกันก็คือปักไม้ลงไปที่หลุมปลูก ให้ทำมุมเฉียงมาค้ำกันอย่างนี้   /\

แต่ค้างสมัยใหม่เขาใช้พวก เชือก ก็แล้วแต่ถนัด

เวลาปลูก ก็ปลูกด้วยเมล็ด หลุมละ สัก 2 ต้น
เมื่อมะระ เริ่มโตพอมีมือจับ(หนวดมาเกี่ยว) เราก็ปักค้าง แล้วก็ช่วยหยิบจับให้ยอดมะระไปเกาะกับค้าง

พอมะระเริ่มออกดอก สังเกตุดอกตัวเมียที่ติดผลก็จะเป็นลูกมะระเล็ก เมื่อดอกร่วง ก็ให้ห่อผล
ปกติก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ มาพับทากาว เป็นทรงกระบอก แล้วก็เอาไปกลัด ห่อผลมะระไว้ข้างใน
เวลากลัดก็พยายามกลัดโโยการดึงใบที่อยู่ใกล้ผลมะระ มากลัดให้ติดกับกระดาษห่อเราก็จะดี

จากนั้นก็ให้หมั่นหาปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมัก มาใส่ มารด
ปกติ ไม่นิยมใส่ปุ๋ยเคมี นัยว่า จะทำให้ขม

ก็รอไปครับ พอเห็นว่า ผลใหนที่เริ่มโตคับถุงห่อ ก็ค่อยไปส่องดูที่ท้ายถุงห่อ (กระดาษที่ห่อ เปิดหัวเปิดท้าย) ว่าผิวเปล่งหรือยัง
หากผิวเปล่งๆ แล้วก็เด้ดมาทานได้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ประมวลภาพ "ทอดกฐินสามัคคี  ณ วัดป่าภูนางงำ ขอนแก่น "
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=77373.272
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9218


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 09:29:54 PM »

หามาฝากครับ  ยิงฟันยิ้ม

การปลูกมะระจีน
มะระเป็นพืชเถาว์เจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย ใช้ประกอบอาหารได้หลายชนิด ผัด แกงจืด แกงเผ็ด รับประทานสดๆ คู่กับน้ำพริกแมงดาก็อร่อย มะระได้รับความนิยมค่อนข้างสูง
มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นสมุนไพรช่วยป้องกันและบำบัดโรคได้หลายชนิด
          ใบ มีรสขม ต้มดื่มแก้ไข้หวัด ไข้ตัวร้อน บำรุงนำดี ดับพิษฝีที่ร้อน แก้ปากเปื่อย เป็นขุม
         ลูก รสขม แก้ตับม้ามพิการ บำรุงน้ำดี ขับพยาธิในท้อง แก้ลมเข้าข้อ แก้ปวดบวมตามเข่า ลดน้ำตาลในเลือด ต้มน้ำกินแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ผลแห้งบดเป็นผงแก้คันได้
         ราก ใช้รากสดตำพอกแก้อาการปวดฟัน ใช้รากสดหนัก 4 บาท น้ำกรวดหนัก 4 บาท ต้มกินน้ำ แก้บิดปวดท้อง ถ่ายเป็นเมือกได้ดี (น้ำหนักที่เรียกว่า บาท นั้นเป็นหน่วยชั่งทางการแพทย์สมุนไพร หรือ น้ำหนัก ที่ใช้ชั่งตวงสมุนสมุนไพร
        การปลูกมะระ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เป็นพืชที่ทำเงินได้เร็ว มะระได้มีการปรับปรุงให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มะระเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำท่วมขัง หากเป็นที่ลุ่มเกษตรกรต้องยกร่องให้พ้นน้ำ การเตรียมดิน เมื่อทำการไถให้เกษตรกรปรับสภาพดินด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และเสริมด้วยน้ำหมักชีวภาพ นำเมล็ดเพาะลงในแปลงเพาะประมาณ 15 วัน ก็ย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูก ระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร ระหว่างแถว 2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 800 ต้น
        การทำค้าง ใช้ไม้รวกขนาดความยาว 2 เมตร มัดเป็นระยะๆ ขึงด้วยเชือกไนล่อนทั้งในแนวยาว และ แนวขวาง ต้นมะระก็จะเลื้อยไปบนค้าง และผลก็จะห้อยลงด้านล่าง ใบก็จะช่วยพรางแสง ทำให้ผลมีผิวสวย เมื่อมะระโตขนาดความยาว 5-6 นิ้ว ให้ทำการห่อผลด้วยกระดาษ โดยห่อการะดาษให้กลมเหมือนท่อก่อน กะความยาวซักประมาณ 15 นิ้ว แล้วนำไปสวมผลลูกมะระ ปิดหัวท้ายกระดาษด้วยแม็ก หรือกลัดด้วยไม้กลัด ก็ได้ เพื่อป้องกันแมลงเจาะผล ระยะเวลาเพียง 45 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว มะระหากฉีดทางใบและรดราดทางดิน ประกอบกับการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
         หากให้น้ำด้วยระบบน้ำหยดจะทำให้ต้นมะระสมบูรณ์ดียิ่งขึ้น ให้ผลผลิตถึง 6 ตันต่อไร่ ราคาขายส่งอยู่ที่ระหว่างกิโลกรัมละ 10-15 บาท 1 ไร่จะมีรายได้ 60,000-90,000 บาท/ไร่/ครั้งหนึ่งการเก็บเกี่ยว ในแต่ละรุ่นใช้เวลาการปลูกประมาณ 80-90 วัน เกษตรกรควรทยอยปลูก วางแผนให้มีการเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน ให้พอเหมาะกับความต้องการของตลาด ป้อนตลาดได้ตลอดได้ทุกวันตลอดทั้งเดือนทั้งปี เมื่อทิ้งแปลงแล้วให้สลับด้วยพืชตระกูลถั่ว แล้วจึงค่อยปลูกมะระในรอบถัดไป
         ในเวลา 1 ปลูกได้ 2 ครั้ง เท่ากับสร้างปีละ 120,000-180,000 บาท ต่อไร่ต่อปี คิดเพียงแค่การปลุกมะระเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หนึ่งปีปลูกมะระ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 เดือน สลับปลูกถั่ว 3 เดือน  2 ครั้ง ถ้าได้กำไรจากการปลูกถั่ว 20,000 บาท ต่อไร่ต่อหนึ่งรอบการปลูก ปลูก 2 รอบก็จะมีรายได้จาการปลูกถั่ว 40,000 บาทต่อไร่ ต่อปี รวมรายได้จากการปลูกถั่วและมะระแล้วจะมีรายได้ทั้งสิ้นประมาณ 40,000+180,000 ก็จะมีรายได้ในปีนั้น  220,000 บาท นี่ถือว่าเป็นรายได้ที่แสนจะคุ้มค่าต่อการลงทุนในพื้นที่ 1 ไร่ ถึงแม้ว่าจะมีรายได้ไมตรงตามนี่ อาจจะต่างกันซัก 60,000 บาท ก็ถือว่าไม่น้อยแล้วสำหรับพื้นที่ 1 ไร่ที่ทำการปลูก เมื่อปลูกมะระ 1 ไร่โดยเฉลี่ยว่า 1 ไร่มีรายได้ 1 แสนบาทต่อปี อยากมีรายได้ 500,000 บาทต่อปีก็ปลูกมะระ 5 ไร่ อยากมีรายได้ 1,000,000 บาทต่อปี ก็ปลูกมะระ 10 ไร่ โดยแนะว่าท่านต้องทยอยปลูกจะทำให้การดูแลง่ายขึ้น 
         ไม่ว่าท่านจะปลูกอะไร กี่ไร่ กี่ครั้ง จำนวนเท่าใด ต้องเอาตลาดเป็นตัวนำ ดูความต้องการของตลาดเป็นหลัก ทางที่ดีการวางแผนท่านควรที่จะสืบค้นตลาดที่มีอยู่ในพื้นที่ที่ท่านอยู่ โดยศึกษาจากวงแคบๆ จนออกเป็นวงกว้างแล้วตรวจดูความต้องการของตลาดว่าตลาดต้องการผลผลิตประเภทใดมากที่สุด และผลผลิตที่ตลาดมีความต้องการรองลงมาเป็นลำดับ และตรวดดูราคา เช็คคำนวณเวลา ต้นทุน การหมุนเวียน การผสมพืชอย่างอื่นในการปลูก การคำนวณไม่เป็นการยากสำหรับเราที่จะใช้ในการวางแผนเพื่อให้เกิดผลผลิตที่ดีกว่า และ มีรายได้ที่ดีกว่า การทำงานที่มีรูปแบบแผนย่อมมีการทำที่ง่ายกว่า และมีระบบปรับปรุงที่ง่ายกว่าแน่นอนกว่า ตลาดไม่จำเป็นต้องเป็นตลาดส่งผู้ค้านายทุนอย่างเดียว อาจมีการหาตลาดในหมู่บ้าน ผู้บริโภค ร้านค้า ร้านอาหาร โรงงาน ความคิดเป็นสิ่งที่ไม่ต้องลงทุนด้วยเงิน และยังทำให้เกิดในสิ่งที่ดีกว่า เมื่อเราคิดอย่างมีระบบ หาความถูกต้องได้ และผลสำเร็จที่เป็นความจริงที่แน่นอนบนสิ่งนั้นๆ จะทำอะไรต้องมีการวานแผนในสิ่งที่ทำ คิดแบบนี้ ทำแบบนี้ หากยังจนอยู่อีกก็ให้มันรู้กันไปซิ

 
อ้างอิงที่มาจาก หนังสือ ชี้ช่องทางการทำกิน  โดยอาจารย์   สมพล    รักหวาน
 ยิ้มเท่ห์

...มะระจีน
สรรพคุณเด่นของมะระ คือ เป็นยาระบายอ่อนๆ คนที่ทานมะระเป็นประจำหมดในเรื่องท้องผูก นอกจากนี้มะระยังมีสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างได้ผลทำให้ปัจจุบัน มีการคิดค้นนำมะระมาเป็นผงบรรจุแคปซูลจำหน่ายเป็นยาสมุนไพรช่วยลดระดับ น้ำตาลในเลือด และยังมีข้อแนะนำให้คั้นน้ำมะระรับประทาน อาทิตย์ละประมาณ  1 แก้ว เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แต่ก็ควรระวังเนื่องจากในทางการแพทย์โบราณถือว่า มะระมีฤทธิ์เย็นไม่ควรรับประทานติดกันเกินไป

..... มะระเป็นพืชล้มลุกลำต้นเป็นเถา ชอบดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง นับว่าเป็นพืชผักที่อายุสั้น ซึ่งนับจากวันเริ่มปลูกถึงวันเก็บผลผลิตได้ประมาณ 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ปลูก  แต่ก่อนที่จะปลูกต้องทำความเข้าใจว่าการปลูกมะระนั้นต้องเอาใจใส่ดูแลเป็น พิเศษ โดยเฉพราะในเรื่องการดูแลกำจัดแมลงเข้าทำลาย จะทำให้ผลร่วงหรือแคระแกร็นได้ ... มะระที่ปลูกในบ้านเราที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ มะระขี้นก ซึ่งมีลักษณะผลป้อม เล็ก มีรสขมจัด ผิวขรุขระเป็นหนามแหลม เนื้อบางปลูกง่ายและผลดก  นิยมนำไปลวกรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกประเภทต่าง ๆ และมะระจีน  เป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผลมีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 เซนติเมตร ผลสีเขียวอ่อน เนื้อหนามีรสขมเพียงเล็กน้อย  เป็นที่นิยมบริโภคมาก เนื่องจากสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายประเภท เช่น ต้มจืด แกงคั่ว ผัดเผ็ด ผัดไข่ ลวก ต้มจิ้มน้ำพริก เป็นต้น

..... การเพาะมะระนั้นต้องเพาะเมล็ดก่อนนำไปปลูกในแปลงปลูก โดยการเพาะเมล็ดมะระนั้นทำได้ 3 วิธีดังนี้ ... 1 วิธีเพาะในแปลง การเพาะด้วยวิธีนี้ต้องพรวนดินให้ร่วนซุย ผสมปุ๋ยมูลสัตว์เพื่อให้ดินร่วนซุยยิ่งขึ้น นำเมล็ดมะระมาเรียงห่างกันประมาณ 3 เซนติเมตร กลบด้วยดินหนา 2-3 เซนติเมตร เอาฟางคลุมรดน้ำ 3-4 วัน รอจนต้นกล้ามีใบจริง 2 ใบ หรืออายุประมาณ 8-10 วัน ก็ย้ายแปลงปลูก โดยก่อนการถอนกล้าควรลดน้ำให้ชุ่มเสียก่อน เพื่อต้นกล้าไม่บอบช้ำมากนัก ... 2 วิธีการเพาะกล้าในถุงกระดาษ นำดินผสมปุ๋ยคอกใส่ถุงกระดาษ ขนาด 7 x 8 เซนติเมตร แช่เมล็ดมะระในน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำเมล็ดเพาะใส่ถุง ๆ ละ 1 เมล็ด  รดน้ำให้พอชุ่ม เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2 ใบ จึงย้ายลงแปลงปลูก ... 3 วิธีการเพาะกล้างอก  คล้ายกับการเพาะถั่วงอกส่งเป็นการบ้านสมัยเรียนหนังสือ  โดยนำเมล็ดมะระมาแช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำมาห่อด้วยผ้าชิ้นประมาณ 2-3 วันเมื่อเปิดดูจะเห็นว่ารากเริ่มโผล่ออกจากเมล็ดเลือกเอาแต่เมล็ดที่มี รากงอกออกมาไปปลูก

..... เมื่อได้กล้ามะระแล้วก็เตรียมแปลงปลูก  ด้วยระยะระหว่างหลุมประมาณ 50 เซนติเมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร ขุดหลุมลึกประมาณ 1 ศอก ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม ในปริมาณหลุมละ 1 กระป๋องนม กลบดินให้หลุมตื้นแล้วจึงนำกล้ามะระใส่ลงไปในหลุมๆ ละ 2 ต้น  กลบดินเพียงบางๆ  อย่างไรก็ตามการเพาะมะระนั้นสาทารถใช้วิธีหยอดหลุมละ 3-4 เมล็ด ลงลึกในดินประมาณ 2.5 - 3.5 เซนติเมตร กลบด้วยดินผสมปุ๋ยคอก เมื่อต้นกล้างอกใบจริง 2 ใบ ก็ถอนต้นที่อ่อนแอทิ้งให้เหลือหลุมละ 2 ต้นเช่นเดียวกันกับการเพาะด้วยกล้า

..... การปลูกมะระนั้นจำเป็นต้องทำค้างเพื่อให้มะระเลื้อยขึ้นไปได้  ซึ่งการทำค้างต้องใช้ไม้รวก หรือไม้ไผ่ผ่าซีก ยาวประมาณ 2 เมตร ปักลงข้างๆ หลุม แล้วรวบปลายไม้ทำเป็นจั่ว มัดให้เหลือปลายไม้ไว้ แล้วใช้ไม้ยาววางพลาดอีกทีหนึ่ง เมื่อมะระอายุได้ 40 วัน จะออกดอกและติดผลขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ผู้ปลูกจะต้องเริ่มห่อผล โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ทำเป็นถุงขนาด 15 x 20 เซนติเมตร ปากถุงเปิดทั้งสองด้าน นำปากถุงด้านหนึ่งสวมเข้ากับผลมะระ ใช้ไม้กลัดปากถุงแขวนไว้กับผลมะระ การห่อผลมะระนั้นช่วยป้องกันในเรื่องแมลงรบกวน และช่วยให้มะระมีสีเขียวอ่อนน่ารับประทานด้วย

..... การใส่ปุ๋ยแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะการเตรียมดินหรือปุ๋ยรองก้น เพื่อช่วยให้ดินร่วน และอุ้มน้ำ และรักษาความเป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช ระยะที่สองใส่ในช่วงการย้ายกล้าไปปลูกแล้ว 7 วัน หรือเมื่อกล้าเริ่มตั้งตัวได้แล้ว ถ้าใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ควรใส่ประมาณ 1 กำมือต่อต้น โรยรอบๆ ต้นทุกๆ 3 วัน หรือ 7 วันถ้าใส่ปุ๋ยเคมีให้ใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตหรือปุ๋ยยูเรียใส่ประมาณ 1 ช้อนแกง ต่อต้น โดยต้องระมัดระวังไม่ให้โรยถูกต้น และการใส่ปุ๋ยในระยะสุดท้ายคือ การใส่ปุ๋ยเมื่อต้นมะระมีอายุได้ 30 วัน ระยะนี้ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ โดยใส่ในอัตรา 2 ช้อนแกงต่อต้น

..... มะระจะให้ผลเก็บเกี่ยวเป็นรุ่นๆ ไป รุ่นแรกเกษตรกรเรียกกันว่า มะระตีนดินมีลักษณะผลอ้วน ป้อม สั้น ผลจะอยู่บริเวณโคนเถาเกือบติดดิน เก็บผลได้วันเว้นวัน เมื่อเก็บมะระรุ่นใหญ่ไปได้ 3 ครั้ง ก็ถึงมะระรุ่นเล็ก ซึ่งเรียกกันว่า มะระปลายเถาผลมีขนาดเล็กลง ในการเก็บมะระควรเลือกเก็บเมื่อผลยังอ่อน สีเขียว และโตได้ขนาดที่ต้องการ

 ยิ้มเท่ห์

และเผื่อปลูกแล้วมีปัญหา เลยหามาเผื่อไว้ครับ  ยิงฟันยิ้ม

 ???ผมปลูกมะระจีนไว้ประมาณ 100 ต้น เมื่อออกผลรุ่นแรก ๆ ขนาดไม่โตเท่าที่ควร มีความยาวสักคืบเท่านั้น แม้จะมีการใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุม และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 สูตร 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนโต๊ะ ต่อต้น ทุก ๆ 7 วัน ระยะติดผลใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 เป็นเพราะเหตุใด

 รูดซิบปาก ผลมะระจีนไม่โต แม้มีการใส่ปุ๋ยและให้น้ำ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การเตรียมดินไม่ดีพอ หรือการขาดน้ำระยะติดผล หรือการระบาดของแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยไฟที่เป็นแมลงที่มีขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร สีน้ำตาลอ่อน มีปากชนิดดูดกันน้ำเลี้ยง ทำให้ยอดอ่อนรวมทั้งผลแคระแกร็น วิธีปลูก มะระจีนให้ได้ผล ทำได้คือ การเตรียมดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 7-10 วัน ย่อยดินให้ละเอียด หว่านปูนขาว อัตรา 100-200 กิโลกรัม ต่อไร่ พร้อมใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 1,500-2,000 กิโลกรัม ต่อไร่ และปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัม ต่อไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ยกแปลงสูง 30 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร รดน้ำพอชุ่ม หากมีงบประมาณพอเพียง ให้คลุมด้วยพลาสติกสีดำเพื่อรักษาความชื้นในดินและควบคุมวัชพืชไปพร้อม ๆ กัน การเตรียมกล้า เพาะกล้าในถาดเพาะสำเร็จ หรือถุงเพาะขนาดเล็กอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่มีวัสดุเพาะประกอบด้วย ทรายหยาบ ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกเก่าและดินร่วน อัตราส่วน 1:1:1 เท่ากัน วางเมล็ดกลบตื้น ๆ รดน้ำพอชุ่มอย่าให้แฉะ เช้าและเย็น ย้ายกล้าปลูกในแปลงเมื่อมีใบ 4-5 หรืออายุ 15-20 วัน ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 50-75 เซนติเมตร และระหว่างต้น 100 x 120 เซนติเมตร ปลูกหลุมละ 1-2 ต้น เปิดหลุมขนาดใหญ่กว่าดินเพาะในถาด หรือถุงเพาะเมล็ด ฉีกถุงหรือถอนจากหลุมถาดเบา ๆ อย่าให้รากขาด ปลูกลงหลุมกลบดินพอแน่น รดน้ำให้ชุ่ม จากนั้นทำค้าง ปักไม้ยาว 2-2.5 เมตร ห่างจากหลุมปลูกเล็กน้อย ส่วนปลายสอบเข้าหากันแบบกระโจม ผูกด้วยเชือกตอนปลายให้แน่น ผูกเชือกไนลอนขนานกับพื้นดินจากยอดเสาค้างตลอดแนวทุกระดับ 50 เซนติเตร ตามความยาวของแปลง สำหรับให้เถามะระไต่ขึ้นบนค้าง และรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ยยูเรีย หรือ 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัม ต่อไร่ ห่างจากโคนต้นเล็กน้อย แล้วรดน้ำตามทันที หมั่นกำจัดวัชพืชออกอย่าให้แย่งน้ำและอาหารของต้นมะระ เมื่อพบการระบาดของโรคราน้ำค้างให้ฉีดพ่นด้วยแบนโคเซฟ อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 1 ปี๊บ 2-3 ครั้ง ทุก ๆ 7 วัน ระยะติดผลอย่าให้ขาดน้ำ หากขาดน้ำผลจะคดงอไม่สมบูรณ์ ในช่วงอากาศแห้งแล้งหรือขาดน้ำมักพบการระบาดของเพลี้ยไฟให้ฉีดพ่นด้วยไดเมทโธเอท หรือคาร์โบซัลแฟน ตามอัตราแนะนำฉีดพ่นทุก ๆ 7-10 วัน 2-3 ครั้ง การระบาดจะหมดไปและให้งดใช้สารเคมีทันที หากต้องการให้ต้นมะระงามอาจฉีดพ่นหรือรดด้วยปุ๋ยน้ำหมักเป็นครั้งคราว เมื่ออายุครบ 45-50 วัน จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลมะระได้ และเก็บได้อีก 17-20 ครั้ง หากเก็บวันเว้นวัน เก็บครั้งสุดท้ายเมื่ออายุ 85-90 วัน การดูแลรักษาที่ดีจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 5,000 กิโลกรัม ต่อไร่

 ยิ้มเท่ห์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2012, 07:58:44 PM โดย konthain(นพ) » บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
anonw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 11:00:47 PM »

ทดลองปลูกสักสี่ห้าต้นก่อนครับ ว่าจะสู้แมลงวันทองไหวมั๊ย เจาะตั้งแต่ลูกยังเล็กไม่ทันห่อเลย ไม่พ้นต้องใช้เคมีอ่ะครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9218


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 11:05:27 PM »

ทดลองปลูกสักสี่ห้าต้นก่อนครับ ว่าจะสู้แมลงวันทองไหวมั๊ย เจาะตั้งแต่ลูกยังเล็กไม่ทันห่อเลย ไม่พ้นต้องใช้เคมีอ่ะครับ
ถูกต้องเลยครับ เริ่มทำน้อยๆให้ชำนาญก่อน ว่าจะสู้แมลงวันทองได้หรือเปล่า ถ้าทำได้ดีแล้วค่อยขยาย ออกไป
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2011, 06:11:51 AM »

ผมว่าสมัยนี้การปลูกอะไร ก็ระวังแมลงวันสีทองให้ดี พริก มะระ กล้วย ผลไม้ทุกชนิด มันกินหมดแหล่ะ
ฉะนั้นถ้าไม่ใช่เคมีเลย ก็หากาวดักกันตั้งแต่ยังเล็กๆ  เลย หรือห่อตอนเล้กๆ  มันเนี่ยล่ะ
บันทึกการเข้า
Gnoy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2062


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2011, 07:57:27 AM »

เคยปลูกนะคะ ในพี้นที่ที่แมลงเยอะแหละ จนข้างคียงเค้าาหว่าบ้า  ยิ้มกว้างๆ
ก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ นะคะ ถ้าแมลงเยอะ โดยเฉพาะใช้ชีวภาพ ต้องขยันพ่นสมุนไพรตั้งแต่เล็ก ๆ
แล้วพอติดลูก ต้องห่อเลยค่ะ ที่นี่ก็ดูเรื่องแมลง ถ้าหน้าฝนก็ลำบากนิด เพราะฝนตกบ่อย ต้องพ่นสมุนไพรบ่อยมาก
แต่ก็พอได้ผลอยู่นะคะ มีบ้างที่แมลงเจาะเพราะถุงขาดแล้วเราไม่เห็น

ปล. ทำพื้นที่ไม่มาก แค่พอกิน เหลือกินแจก เหลือแจกค่อยออกไปขายค่ะ แต่ที่ร้านบอกมีอีกเอาอีก  ยิงฟันยิ้ม
     เพราะห่อนแต่เล็ก ผลจะขาว สวย แล้วใช้ชีวภาพจะกรอบ ไม่ขม
   


Liked By: RAK AE 10
บันทึกการเข้า
pongpiphat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 108


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2011, 08:21:15 AM »

ขอบคุณทุกท่านเลยนะครับที่เข้ามาให้ความรู้
ผมมีพื้นที่เหลือประมาณสามไร่ว่าจะลองปลูกคงต้องศึกษา
และหาความรู้อีกเยอะเลยครับท่าทางจะดูแลยากนะเนี่ย...
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7554


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2011, 12:22:46 PM »

มะระจีนลูกอวบๆ ผักยอดอวบๆ
กับลูกแกรนๆ ยอดแกรนที่เราปลูกเอง
คุณชอบอย่างไหนครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: