หน้า: 1 ... 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47] 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 ... 74   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมคนปลูกยางพาราแบบพอเพียง  (อ่าน 416116 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #736 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 10:16:58 AM »

“ธีระ” รับข้อเสนอม็อบยางทำราคา 120 บาทอย่างถาวร(11/01/2555)
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ม็อบยางพาราสลายการชุมนุมแล้ว รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับข้อเสนอชาวสวนยางพร้อมเตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ 17 ม.ค.นี้ จี้สร้างเสถียรภาพราคายางกิโลละ 120 บ.อย่างถาวร
       
       วันนี้ (10 ม.ค.) นายกาจบัณฑิต รามาก แกนนำเครือข่ายชาวสวนยาง เปิดเผยภายหลังการหารือกับ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่าง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ โดยให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ และมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาราคายางที่ตกต่ำ โดยมอบหมายให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับผิดชอบ
       
       นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการร่วมกัน ที่จะใช้กลไกตลาดในการยกระดับราคายางให้สูงขึ้น ซึ่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะนำข้อเสนอเข้าสู่ที่ประขุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ในวันที่ 17 ม.ค.นี้ และให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติจัดสรรวงเงินเพื่อซื้อยางจำนวน 2 แสนตันในราคาที่ชี้นำตลาด โดยมีเป้าหมายทำให้ราคายางเพิ่มสูงขึ้น และมีเสถียรภาพในราคา 120 บาทต่อกิโลกรัม และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต้องเชิญผู้แทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ร่วมประชุม รวมทั้งให้นำมติที่ประชุมของคณะกรรมการชุดดังกล่าว นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ด้วย
       
       นอกจากนี้ ให้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำเรียนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้เกษตรกรได้รับทราบทั่วกันในรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน” วันที่ 12 ม.ค.นี้
       
       ขณะเดียวกัน ที่ประชุม สกย.ยังได้เสนอให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ กำหนดมาตรการในการรักษาเสถียรภาพราคายางอย่างยั่งยืน โดยเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้จะยุติการชุมนุมโดยไม่มีเงื่อนไข และเปิดเส้นทางการจราจรทันที ทั้งนี้ ทางราชการจะต้องไม่เอาผิดกับแกนนำรวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ซึ่งท้ายที่สุดได้สลายการชุมนุมแล้วเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น
บันทึกการเข้า

eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #737 เมื่อ: มกราคม 11, 2012, 03:39:41 PM »

ยางชำถุง 3001,350 ขนาดบรรจุถึง 3 นิ้ว
==http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=54665.0 ==
บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #738 เมื่อ: มกราคม 13, 2012, 11:09:18 AM »

ราคายางนิวไฮรอบ 2 สัปดาห์(13/01/2555)
สัญญายางพาราส่งมอบเดือนมิถุนายน ในตลาด TOCOM แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 279 เยนต่อกิโลกรัมในวันนี้  รับข่าวที่ไทยจะเข้าแทรกแซงซื้อยางดิบ 2 แสนตัน เพื่อดันราคาให้สูงขึ้นไปถึง 120 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันที่เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 95 บาท

อย่างไรก็ดี ปริมาณการซื้อขายยังถูกกดดันจากความวิตกในปัจจัยที่จะกระทบความต้องการ โดยเฉพาะสถานการณ์วิกฤติหนี้ยุโรป ที่ล่าสุดทาง Fitch Rating ได้ออกมาเตือนธนาคารกลางยุโรป ให้เร่งมาตรการซื้อหนี้คืนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะการล่มสลายของเงินยูโร

ด้านทันตแพทย์ พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต นายกสมาคมยางพาราไทย ให้สัมภาษณ์กับ Money Channel ว่าราคายางวันนี้ปรับตัวขึ้นในช่วงสั้น รับข่าวข้อตกลงระหว่างชาวสวนยางกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมเสนอแผนการซื้อยางเข้าสต็อคจำนวน 2 แสนตัน เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งทำให้ทั่วโลกตื่นตัวกับปัญหาราคายาง โดยหากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานในวันที่ 17 มกราคมนี้ ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก็จะสามารถรักษาเสถียรภาพราคายางในระยะยาวได้

นายกสมาคมยางพาราไทย บอกถึงระดับราคายางที่เหมาะสม ว่าจากการประชุมร่วมกับของผู้ผลิตยางรายใหญ่ 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ระดับราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนเกษตรกร ที่ผู้ซื้อสามารถรับได้อยู่ที่ 4 เหรียญ หรือ ประมาณ 120 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งการที่ราคาจะไปถึงระดับดังกล่าวได้ จะต้องทำควบคู่กัน ทั้งการลดซัพพลายและเพิ่มดีมานด์การใช้ให้มากขึ้น

บันทึกการเข้า
ramzaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« ตอบ #739 เมื่อ: มกราคม 16, 2012, 05:04:24 PM »

ตอนนี้ชำยางถุงตาเขียวอยู่รอลุ้นอยู่คับ
ใครมีอะไรดีแนะนำได้คับ


บันทึกการเข้า
aom fang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


« ตอบ #740 เมื่อ: มกราคม 19, 2012, 08:23:58 PM »

มาตรฐานยางตาเขียว  RRIM3001


กี่วันถึงจะได้แบบนี้ครับ เิปิดพลาสติกคลุมตลอดกาลเลยไหมครับถ้าแบบนี้
บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #741 เมื่อ: มกราคม 20, 2012, 10:53:05 AM »

เป็นตอยางข้ามปี่ครับ ของผม 20 วันครับ แต่ผมก็เคยเจอเจ้าที่คุณซื้อมา ตาที่ติดให้ยังอ่อนอยู่ ผมซื้อตั้งแต่กันยายน ยังไม่ออกก็มีครับ  อันนี้พูดความจริง ตาเขียวของมาเลเซียจะออกไม่พร้อมกันนะครับ ไม่เหมือนของคนไทยติดครับ ตาเขียวของมาเลเซีย ถ้าออกเกิน 90%  ก็ถือว่า OK ไม่ร้อย 100% ของพี่ไทยเรา คนงานพม่าทำครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 20, 2012, 10:57:44 AM โดย eak9999 » บันทึกการเข้า
SupEco
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


« ตอบ #742 เมื่อ: มกราคม 21, 2012, 03:45:11 PM »


จะติดตามดู อยากรู้เหมือนกัน กำลังจะซื้อสวนเล็กๆ สวนหนึ่งครับ
บันทึกการเข้า
ramzaa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« ตอบ #743 เมื่อ: มกราคม 21, 2012, 05:18:21 PM »

ผมเพิ่งเริ่มครับอยู่กาญจนบุรีปลูกทีต.วังเย็น ชำกล้ายางตาเขียวอยู่ที่650ต้น 7 ไร่คับ แถวนี้เขาไม่ปลูกยางกันมีแต่อ้อย แต่ผมตรวจสถาพดินแล้วครับดินดำมากและมีน้ำไว้สำหรับการเกษตรด้วยผมน่าจะเป็นเจ้าแรกทางนี้นะเสี่ยงพอดูเพราะส่วนมากเขาปลูกที่ไทรโยคทางเหนือจ.กาญจบุรีแล้วจะส่งรูปมาให้ดูที่หลังครับ
บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #744 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 04:22:42 PM »

เก็บมาฝากสมาชิกคนปลูกยางพาราแบบพอเพียง

บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #745 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 04:24:17 PM »

RRIM3001  เก็บมาฝากชมรมปลูกยางแบบพอเพียง


Liked By: wasanee
บันทึกการเข้า
weerapon_inn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #746 เมื่อ: มกราคม 30, 2012, 10:00:59 PM »

ผม .. ตู๋  ขอเป็นสมาชิกใหม่ด้วยคนครับ  มีที่ประมาณ 20 ไร่ ว่าจะปลูกยางพารา แนะนำหน่อยครับ ... จะเริ่มกี่ไร่ก่อน ... ใครมีพันธ์อะไรแนะนำหน่อยนะครับ .. ที่ปลูก อยู่ อำเภอ วังสามหมอ จ.อุดรธานีครับ ... ใครมีพันธ์ยางขาย ราคาไม่แพง .. เดี๋ยวผมไปขนเองคร้าบๆๆ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ  แนะนำด้วยนะคับ ทำไงก่อน มือใหม่จริงๆ
บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #747 เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 09:46:23 AM »

ศึกษารายละเอียดของยางแต่ละพันธุ์ก่อนนะคับ  ถ้าอยากได้ข้อมูลการปลูก ฉบับ สกย.ผมโหลดข้อมูลไว้อยู่คับ ถ้าอยากได้ทิ้งเมล์ ไว้
ระยะการปลูก ฉบับ สกย.
6 คูณ 3  จะตกไร่ละ 89 ต้นต่อไร่
7 คูณ 3  จะตกไร่ละ 76 ต้นต่อไร่
8 คูณ 3  จะตกไร่ละ 66 ต้นต่อไร่

บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #748 เมื่อ: มกราคม 31, 2012, 03:26:14 PM »

ถ้าให้ผมแนะนำ ปลูกพันธุ์  PB350,และ RRIM3001
PB350  ได้ผลผลิตแล้วในประเทศไทยที่นราธิวาส ให้น้ำยางมากและออกดีด้วย ส่วน 3001 ยังไม่ได้ผลผลิตคับ
ข้อมูลยาง PB350
PB 350 (คนละพันธุ์กับ 600 ยอดดำบ้านเรานะคับ ใบไม่เหมือนกัน)
เหตุใดจึงมีหลายคนขนานนามยางพันธุ์นี้ว่า 600 ยอดดำ เพราะว่ายางมาเลเซียสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์ 600 เดิม ซึ่งโครงสร้างลำต้นจะอยู่ในรูปแบบของไม้ต้นใหญ่คล้ายๆซุง ลักษณะใบจะคล้ายๆ กับ RRIM 600 เมื่ออายุเริ่มเข้าปีที่ 4 ลำต้นจะมีขนาดใหญ่กว่า RRIM 600 อย่างชัดเจน
ความสามารถที่แตกต่าง
1.แก้ปมด้อยของสายพันธุ์ RRIM 600 ทั้งหมด เช่น ทนต่อเชื้อราไฟทอปเทอร่า ที่มากับฝนใหญ่ทั้งทางบกและทางอากาศได้ดีมาก หลายเท่าตัว
2.ความสามารถทนอยู่ได้ในสภาพพื้นที่ที่แล้งหรือขาดน้ำในระดับที่ดีกว่าสายพันธุ์ RRIM 600 หรือดีกว่า 3 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างลำต้นจะอยู่ในลักษณะของไม้ป่า มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้นานกว่าและดีกว่า
3.ระบบรากแก้ว จะมีความยาวกว่า สายพันธุ์ RRIM600 3 เท่า เนื่องจากลักษณะลำต้นที่ใหญ่แข็งแรงคล้ายไม้ป่า ระบบรากย่อยก็เช่นเดียวกัน มีรากฝอยและรากแขนงที่ยาว ขนาดของรากใหญ่ แผ่กว้าง ความสามารถในดูดน้ำและอาหารมาหล่อเลี้ยงลำต้นได้ดีและไกลกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ
4.เปลือกยางไม่หนา และไม่บางจนเกินไปมีขนาดพอเหมาะ หน้ายางนิ่ม ความเหมาะสมของเปลือกไม่ก่อให้เกิดสภาวะหน้ายางแห้ง หน้าตาย หรือหน้ายางแตก
5.ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการปลูกยาง สามารถเปิดกรีดได้ในปีที่ 5 หลังปลูกเท่านั้น จะเปิดกรีดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ RRIM 600 ถึง1- 2 ปี ลดภาระการเลี้ยงดูให้สั้นลงและทำเงินได้เร็วกว่า
6.ลักษณะการเจริญเติบโตของลำต้น ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของลำต้น ได้ทำการวัดขนาดโตของลำต้นเมื่อได้อายุ 2 ปี เริ่มที่ 15 ซม.วัดหลังจากครบ 1 ปี ลำต้นโตที่ 28.8 ซม.เฉลี่ยโตเดือนละ 1.15 ซม.ในปีที่ 3 และโตเฉลี่ยเดือนละ 1.27ในปีที่ 4 ลำต้นจะโตได้ขนาดเปิดกรีดที่รอบต้นวัดได้ 50 ซม.ในปีที่ 5 พอดี ทั้งนี้เป็นการวัดสูงจากพื้นดิน 150 ซม.
7.ผลผลิต 450 กก./ไร่/ปี(กรีด 120 วัน/ปี)มากกว่าRRIM 600 เกือบเท่าตัว (RRIM 600 ผลผลิต 280 กก./ ไร่/ปี)ให้ผลผลิตได้สูงได้ถึง ปีที่ 35 หลังจากนั้นจะชะลอหรือคงที่ แต่การเพิ่มฮอร์โมน เอททีลีนจะเพิ่มปริมาณน้ำยางได้อีก ความเข้มข้นของน้ำยาง 38-40 % ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง
8.สามารถปลูกได้ที่เนินเขาความชันไม่เกิน 30 องศา พื้นที่ราบลุ่มและพื้นที่แล้งนาน9.ความสามารถต่างๆ เหล่านี้ของ Pb350 ได้รับการพิจารณาเป็นแม่พันธุ์ของยางพาราพันธุ์ใหม่ๆ เช่น RRIM 2025และRRIM 3001


Liked By: audy_rx5
บันทึกการเข้า
eak9999
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 605


« ตอบ #749 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2012, 09:06:03 AM »

เตือนเกษตรกร...อย่าเปิดกรีดยางต้นเล็ก - ดินดีสม เป็นนาสวน (01/02/2555)
ภาวะราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงดึงให้ชาวสวนยางเร่งเปิดกรีดยางเร็วกว่ากำหนด เพื่อหวังกอบโกยรายได้และกำไรจากการผลิตยางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแหล่งปลูกยางใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ถึงแม้จะมีการแจ้งเตือนถึงผลเสียในระยะยาวที่จะเกิดขึ้นตามมา เกษตรกรยังมีการเปิดกรีดยางต้นเล็กค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ขอย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า “อย่าด่วนใจร้อน”...โปรดอย่าทำลายอาชีพที่ตนเองสร้างขึ้นมากับมือ คำพังเพยที่ว่า...“ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” ยังใช้ได้ไม่เชย...ขอบอก
นางพิศมัย จันทุมา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยยางฉะเชิงเทรา กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า จากรายงานการสำรวจการเปิดกรีดยางในเขตปลูกยางใหม่ สวนยางในโครงการยางล้านไร่ พบว่า เกษตรกรกว่า 70% เร่งเปิดกรีดยางต้นเล็กหรือต้นไม่ได้ขนาดตามมาตรฐานของสถาบันวิจัยยางที่กำหนดให้เปิดกรีดเมื่อมีขนาดเส้นรอบลำต้น 50 เซนติเมตร โดยชาวสวนยางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเปิดกรีดต้นยางที่ อายุ 5 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น เฉลี่ย 34 เซนติเมตร ประมาณ 28% นอกจากนั้นยังพบการ เปิดกรีดยางที่อายุ 6 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 38 เซนติเมตร มากกว่า 63% ของพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด
ขณะที่สวนยางในเขต ภาคเหนือ มีการเปิดกรีดที่อายุ 5 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 34 เซนติเมตร ประมาณ 15% ทั้งยังมีการเปิดกรีดยางที่อายุ 6 ปีครึ่ง ขนาดเส้นรอบลำต้น 38 เซนติเมตร ประมาณ 31% ของพื้นที่ และยังพบว่า สวนยางปลูกใหม่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้กว่า 50 % มีการเปิดกรีดยางต้นเล็กด้วย ทั้งนี้ ราคายางพาราที่ขยับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกษตรกรเร่งเปิดกรีดก่อนกำหนด
การเปิดกรีดยางต้นไม่ได้ขนาดจะกระทบต่อการผลิตยางทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตน้ำยางน้อยลง 25-60% หรือเหลือเพียง 1.8-2.1 กิโลกรัม/ไร่/วัน หากกรีดหนึ่งในสามของลำต้นและกรีดสามวันหยุดวัน จะยิ่งทำให้ผลผลิตลดลงถึง 40-60% นอกจากนี้การเปิดกรีดยางต้นเล็กยังทำให้ผลผลิตตลอดวงจรชีวิตของยางลดลง 25-59% ขณะเดียวกันยังทำให้มีอัตราการเจริญเติบโตของต้นยางต่ำลงและผลผลิตไม้ยางเมื่อโค่นลดลง 28-60% ทำให้ขายไม้ยางไม่ได้ราคาถ้ายางแผ่นดิบราคากิโลกรัมละ 100 บาท หากเปิดกรีดยางต้นเล็กจะทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ถึง 11,000 บาท/ไร่/ปี ทั้งยังสูญเสียรายได้จากการขายไม้ยาง ประมาณ 60,000 บาท/ไร่ และทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ตลอดวงจรชีวิตยางประมาณ 300,000-400,000 บาท/ไร่  เนื่องจากอายุการกรีดยางจะสั้นลงเหลือประมาณ 11 ปีเท่านั้นอย่างไรก็ตาม เกษตรกรควรเปิดกรีดยางเมื่อต้นได้ขนาดตาม มาตรฐานเปิดกรีด คือมีขนาดเส้นรอบลำต้น 50 เซนติเมตรที่ความสูง 1.50 เมตรวัดจากพื้นดิน โดยมีจำนวนต้นยางที่มีขนาดลำต้น 50 เซนติเมตร ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของต้นยางทั้งสวน ซึ่งการเปิดกรีดต้นยางได้ขนาดมาตรฐานจะทำให้เกษตรกรได้รับผลผลิตยางเต็มที่ โดยได้ผลผลิตน้ำยางเฉลี่ย 3 กิโลกรัม/ไร่/วัน ทั้งยังได้ผลผลิตตลอดวงจรชีวิตยางครบถ้วน และมีอายุการกรีดยาวนานถึง 20-22 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลและจัดการสวนยาง เมื่อโค่นยังขายยางได้ราคาดีอีกด้วย
“ผลผลิตน้ำยางจากต้นที่เปิดกรีดตามมาตรฐาน ขนาดเส้นรอบลำต้น 50 เซนติเมตร ถึงแม้เปิดกรีดช้า 1 ปี จะได้ผลผลิตสะสมพอ ๆกับการเปิดกรีดต้นยางเล็กที่เปิดกรีดก่อน 1 ปี ดังนั้น ผลผลิตของการกรีดยาง 2 ปีจากต้นยางเล็ก จะได้ผลผลิตพอกับการกรีดต้นยางขนาด 50 เซนติเมตร ที่กรีดเพียง 1 ปี เกษตรกรจึงไม่ควรด่วนใจร้อนเปิดกรีดยางเร็วกว่าเกณฑ์ที่กำหนด” นางพิศมัย กล่าวหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “การเปิดกรีดยาง” หรือต้องการเรียนรู้เทคนิคการกรีดยาง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร โทร. 0-2579-1576, 0-2579-2183 หรือศูนย์วิจัยยางทุกแห่งทั่วประเทศ
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555)


Liked By: chaiya8889
บันทึกการเข้า
koncon929
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


« ตอบ #750 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2012, 01:13:23 PM »

สวัสดีครับ น้องใหม่ครับ มีสวนยางเกือบ20ไร่ ที่ทุ่งใหญ่ มียางแก่จะโค่นสัก5ไร่ อยากใด้600ยอดดำ เพื่อปลูกทดแทนที่จะโค่นนะครับแถวนครที่ใหนมีขายบ้างครับ เอาแบบชัวๆน่ะครับ   
บันทึกการเข้า
alek_pt07@hotmail.com
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #751 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2012, 06:33:43 PM »

ขอเสียงสมาชิกที่ปลูกยางพาราค่ะเรามาร่วมตั้ง ชมรมคนปลูกยางพาราแบบพอเพียง ขอดูเสียงสมาชิกก่อนค่ะว่าสมาชิกท่านใดอยากรวมกลุ่มมั่ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และปรึกษาปัญหาต่างๆๆค่ะจากทุกภาคทั่วประเทศสมาชิกที่ปลูกพืชชนิดเดียวกันได้มาปรึกษาเกี่ยวกะพืชที่ปลูกค่ะ และสมาชิกที่ปลูกยางพารากรุณาแจ้งจังหวัดที่ปลูกด้วยค่ะ สวนยางพาราของดวงพรอยู่ที่อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานีค่ะ
การปลูกยางพาราเป็นเรื่องที่ไม่ดีอย่างยิ่ง หากคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษกิจ เพราะว่าสิ่งที่ได้มานั้นมันไม่คุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ดังเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พืชเชิงเดียวทำหลายธรรมชาติ ทำลายหน้าดิน  อีกทั้งยังมีผลเกี่ยวกับสารเคมี  ตัวสำคัญคือยาฆ่าหญ้า สุดท้ายทุหอย่างจะได้รับผลกระทบที่ปลายน้ำ ฝนตกหนัก ดินถล่ม นำนำพาเอาสารเคมีที่อยุ๋ในยาฆ่าหญ้า ไหลลงหนอง ห้วย แหล่งสาธารณะ ผลคือปลาตาย ระบบนิเวศน์เสียหาย สัตว์บกน้ำที่อยู่ได้ก็ปนเปื้อนสารเคมี  ท้ายสุดคนที่ทำการเกษตรพอเพียง ดั้งเดิมได้รับผลโดยตรงซึ่งความจริงมีจำนวนมากถึง95 เปอร์เซนต์ เมือเทียบกับการปลูกสวนยาง  ผลกำไรหรือเงินเพียงน้อยนิด แลกไม่ได้เลยกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนรวมที่เป็นส่วนใหญ่ของอาชีพเกษตรกร  พึงระลึกเสมอว่าเหตุวิติกาล ที่นบพิตำ  ทำคนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า เงินช่วยเหลิอ กู้ภัย หรือแม้แต่เงินอุดหนุนฟื้นฟูจากทางราชการ  จงคิดกันให้ดี อย่าเห็นแก่ตัวกันนัก จาก บ.กระเดียน อ.ตระการพืชผล   คนที่รักและหว่งใยในชีวิตทุกคน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 [47] 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 ... 74   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: