ราคามันสัมปะหลัง

<< < (2/5) > >>

pungpong:
ช่วงนี้มีแต่มัน ความชื้นสูง

ลานมันก็เลยกดราคารับซื้อ

บวกกับมีของในสต๊อกที่เก็บไว้เก็งกำไร แต่ราคาเริ่มตก ก็ต้องรับซื้อถูกๆเพื่อลดขาดทุน

kaewfah:
ราคาซื้อขาย กก เท่าไหร่ค่ะปลูกใว้เยอะด้วย

oott:
..ราคาช่วงนี้ ณ.ที่ ลานมัน อ.วังสามหมอ 2บาทต่อกิโล หักสิ่งเจือปน12% ..

..ราคาขึ้นหรือลงมันอยู่ที่ความต้องการของตลาดเป็นส่วนหนึ่งครับ..และเชื้อแป้งเปอร์เซนต์น้อยอีกส่วน..

..ช่วงเวลาฤดูฝนนี้เป็นช่วงที่มันสำปะหลังทำการสร้างลำต้นเพื่อเจริญเติบโตจึงไม่เก็บอาหารลงที่หัวมัน..ทำให้เชื้อแป้งน้อยทำให้ลานมันที่ซื้อมาบดตากต้องใช้ต้นทุนสูงจึงไม่ซื้อ.....และช่วงนี้มันสำปะหลังที่ขุดมาขายมีสิ่งเจือปนเยอะ..ดินจะติดหัวมันมามากเป็นเรื่องยากที่ต้องจัดการแยกดินออกจากหัวมัน..ทำให้โกดังรายใหญ่ๆไม่ซื้อมันสำปะหลังตากแห้ง..ถ้าซื้อก็ราคาต่ำมากลานมันที่ตากแห้งต้นทุนในการตากแห้งแพงมาก ยังไม่ได้คิดค่าน้ำมัน ต้องตากและเก็บบ่อยมาก..ลานมันตากแห้งจึงหยุดซื้อ..จะซื้อเฉพาะลานมันที่ซื้อหัวสดส่งเข้าโรงงานทำแป้งมันสำปะหลัง
..ช่วงหมดฤดูฝน..ลานมันที่ตากแห้งจะรับซื้อเพราะฝนฟ้าน้อยลงดินที่ติดหัวมันมาด้วยน้อย...เชื้อแป้งเพิ่มขึ้น..ลงตากครั้งเดียวอีก3วันแห้งค่อยเก็บทีเดียว.ค่าน้ำมันลดลง..ต้นทุนค่าแรงต่อกิโลกรัมน้อย..แต่ก็ต้องดูราคาที่โกดังใหญ่เปิดมาให้เหมือนเดิม

..ผมจะยกตัวอย่างให้ดูครับ..สมมุติว่าลานมันตากแห้งซื้อมันสดราคา 2บาทต่อกิโล เชื้อแป้งที่ 20% (หน้าฝน) ถ้าตากแห้งความชื้นที่17% จะได้สองอย่างรวมกันเท่ากับ 37% แสดงว่า มันสด100กิโลกรัม ตากแห้งแล้วได้ 37กิโลกรัม..ตกต้นทุนไม่รวมค่าแรงค่าน้ำมันต่อกิโลกรัมประมาณ5บาทกว่า..ค่าน้ำมันเก็บทุกวัน
..ถ้าหมดฤดูฝน..สมมุติลานมันซื้อมันสด 2.50บาทต่อกิโลกรัม เชื้อแป้งที่30% ความชื้น17% รวม2อย่าง 47% แสดงว่ามันสด100กิโลกรัม ตากแห้งแล้วได้ 47กิโลกรัม ต้นทุน5บาทกว่าเท่ากัน ค่าน้ำมันเก็บครั้งเดียว


..นี่เป็นแค่ประสบการณ์ที่ผมพอรู้เพราะผมทำงานที่ลานมันตาก..ส่วนเรื่องโรงแป้งผมไม่รู้ครับ..



pungpong:
อ้างจาก: oott ที่ กรกฎาคม 12, 2011, 10:30:00 PM

..ราคาช่วงนี้ ณ.ที่ ลานมัน อ.วังสามหมอ 2บาทต่อกิโล หักสิ่งเจือปน12% ..

..ราคาขึ้นหรือลงมันอยู่ที่ความต้องการของตลาดเป็นส่วนหนึ่งครับ..และเชื้อแป้งเปอร์เซนต์น้อยอีกส่วน..

..ช่วงเวลาฤดูฝนนี้เป็นช่วงที่มันสำปะหลังทำการสร้างลำต้นเพื่อเจริญเติบโตจึงไม่เก็บอาหารลงที่หัวมัน..ทำให้เชื้อแป้งน้อยทำให้ลานมันที่ซื้อมาบดตากต้องใช้ต้นทุนสูงจึงไม่ซื้อ.....และช่วงนี้มันสำปะหลังที่ขุดมาขายมีสิ่งเจือปนเยอะ..ดินจะติดหัวมันมามากเป็นเรื่องยากที่ต้องจัดการแยกดินออกจากหัวมัน..ทำให้โกดังรายใหญ่ๆไม่ซื้อมันสำปะหลังตากแห้ง..ถ้าซื้อก็ราคาต่ำมากลานมันที่ตากแห้งต้นทุนในการตากแห้งแพงมาก ยังไม่ได้คิดค่าน้ำมัน ต้องตากและเก็บบ่อยมาก..ลานมันตากแห้งจึงหยุดซื้อ..จะซื้อเฉพาะลานมันที่ซื้อหัวสดส่งเข้าโรงงานทำแป้งมันสำปะหลัง
..ช่วงหมดฤดูฝน..ลานมันที่ตากแห้งจะรับซื้อเพราะฝนฟ้าน้อยลงดินที่ติดหัวมันมาด้วยน้อย...เชื้อแป้งเพิ่มขึ้น..ลงตากครั้งเดียวอีก3วันแห้งค่อยเก็บทีเดียว.ค่าน้ำมันลดลง..ต้นทุนค่าแรงต่อกิโลกรัมน้อย..แต่ก็ต้องดูราคาที่โกดังใหญ่เปิดมาให้เหมือนเดิม

..ผมจะยกตัวอย่างให้ดูครับ..สมมุติว่าลานมันตากแห้งซื้อมันสดราคา 2บาทต่อกิโล เชื้อแป้งที่ 20% (หน้าฝน) ถ้าตากแห้งความชื้นที่17% จะได้สองอย่างรวมกันเท่ากับ 37% แสดงว่า มันสด100กิโลกรัม ตากแห้งแล้วได้ 37กิโลกรัม..ตกต้นทุนไม่รวมค่าแรงค่าน้ำมันต่อกิโลกรัมประมาณ5บาทกว่า..ค่าน้ำมันเก็บทุกวัน
..ถ้าหมดฤดูฝน..สมมุติลานมันซื้อมันสด 2.50บาทต่อกิโลกรัม เชื้อแป้งที่30% ความชื้น17% รวม2อย่าง 47% แสดงว่ามันสด100กิโลกรัม ตากแห้งแล้วได้ 47กิโลกรัม ต้นทุน5บาทกว่าเท่ากัน ค่าน้ำมันเก็บครั้งเดียว


..นี่เป็นแค่ประสบการณ์ที่ผมพอรู้เพราะผมทำงานที่ลานมันตาก..ส่วนเรื่องโรงแป้งผมไม่รู้ครับ..







อ่านแล้วยัง งงๆ อยู่

เชื้อแป้งที่ 20% หมายถึงในหัวมันมีแป้ง 20%

แล้วความชื้น 17% หมายถึง ปริมาณน้ำในหัวมันไม่ใช่เหรอครับ


ทำไมถึงมารวมกับน้ำหนักแป้งได้ครับ

ktikamporn:
 ;D ;D ชอบคอมเม้นท่านมหา :D :D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว