หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 ... 49   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนไผ่สุนนท์กุล $ พลังงานและการประยุกต์ใช้เพื่อเกษตรกร (เริ่ม 16-5-54)  (อ่าน 426606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #368 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2013, 01:15:33 AM »

หลักการทำงานของเครื่องกำเินิดไฟฟ้า
DC MOTORS AND GENERATORS


AC MOTORS AND GENERATORS




TROUBLESHOOTING ELECTRIC CIRCUITS


PLANETARY GEARS, PRINCIPLES OF OPERATION - PART II - MULTIPLE SETS


PRINCIPLES OF THE STARTING MOTOR
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 28, 2013, 08:28:04 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965

สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #369 เมื่อ: มีนาคม 14, 2013, 01:27:03 AM »

ไฟฟ้า กับ น้ำ คล้ายกันอยู่อย่าง คือ ไฟฟ้าเราเก็บสำรองกระแส แต่น้ำเราเก็บมวลปริมาณ แต่เราต้องใช้แรงดันเพื่อผลักพาสิ่งที่เราจะใช้ไปให้ถึงเป้าหมาย
ยกตัวอย่างการใช้งานเราต้องการใช้น้ำเพื่อรดต้นไม้ แต่ถ้าถ้าแรงดันต่ำ น้ำก็ไหลไม่แรง ไฟฟ้าก็เช่นกัน ถ้าแรงดันมาก กระแสไฟก็จะไหลได้สะดวกขึ้น ใช้สายตัวนำเล็กลงได้ นำพากระแสไฟจ่ายป้อนให้เครื่องใช้ไฟฟ้านำไปใช้ตามความพอดีกับอุปกรณ์นั้นๆ


การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับโซล่าร์เซลล์ อ่านและฟังเขาเล่าอย่างเดียวไม่เข้าใจลึกซึ้งหรอก ต้องใช้ เรียนรู้ และศึกษา จึงจะถ่องแท้

อย่างเรื่องคอนโทรลชาร์จ ไม่จะเป็นต้องใช้เลยก็ได้ สำหรับแผงที่ผลิตกระแสไฟชาร์จแบตฯต่อชั่วโมงไม่เกิน 5% ของค่ากระแสสูงสุดที่แบตเตอร์จะเก็บสำรองได้ เช่น แผง 60W 3A ต่อตรงชาร์จกับแบตฯ 12V 100A จ้องใช้เวลามากกว่า 5วันแบตฯลูกนี้จึงจะเต็ม  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะขณะชาร์จเมื่อแรกๆแบตฯยังไฟอ่อนแรงดันในแบตฯต่ำกว่าแรงดันจากแผงมาก จะดึงกระแสทั้งหมดที่แผงจ่ายออกมาเข้าเก็บ ดังนั้นแรงดันที่แผงจะตกเกือบเท่าแรงดันในแบตฯเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อหลายชั่วโมงผ่านไป เมื่อแบตฯใกล้เต็ม ลักษณะการดึงกระแสจะเปลี่ยนไปคือ กระแสไหลชาร์จจะค่อยๆลดลงเรื่อย  และนี่แหละ ที่ทำให้ชั่วโมงชาร์จของแบตฯจึงคำนวนเป็นค่าคงที่ได้ยาก
  & ไฟในแบตฯที่เก็บสำรองใช้ถูกใช้ออกเกือบทุกวันอยู่แล้ว เช่น ใช้กับมอเตอร์สูบน้ำ ชึ่งจะกินกระแสไฟมากกว่า 5-10%ต่อชั่วโมงด้วยช้ำ หากใช้ปั้มวันล่ะ 2ชั่วโมง กระแสไฟที่ถูกใช้ออกจากแบตฯก็ยังมากกว่ากระแสที่แผงชาร์จเก็บสำรองลงแบตฯทั้งวันด้วยช้ำไป แล้วอย่างนี้จะไส่คอนโทรลชาร์จทำไม

   ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่มีความรู้ในการใช้แผงโซล่าร์เซลล์ อยากใช้แต่กลัวไม่ทนเพราะได้พบเห็นประสบการณ์บางส่วนจากการใช้แผงโซล่าร์ที่หลวงแจก ใช้ไปสัก 1-2ปี กล่องควบคุมตาย หาซื้อของใหม่แบบเดิมไม่มีเลย  หรือบางที่ไม่มีเงินซื้อเลยต้องปล่อยทิ้งร้างไปเฉยๆ  ทั้งๆที่ แผงแบบอะมอลฟัสมัน 60A 1A ต่อชาร์จตรงได้(ขนาน 1-3แผง กระแสรวมไม่เกิน 3A)โดยไม่ต้องมีคอนโทรลชาร์จ เพียงแต่ต้องเปิดจุกกรดออก เพราะการต่อชาร์ตรงกับแผงที่แรงดันสูง กระแสจะไหลเร็วมาก น้ำกรดจะเดือดแรง แต่ไม่มีผลเสียต่อประสิทธิภาพการเก็บกระไฟฟ้า และ มีข้อจำกัดอีกอย่างคือ ต้องหมั่นตรวจระดับน้ำกรดอย่างสม่ำเสมอและบ่อยกว่าปกติประมาณอาทิตย์ล่ะครั้ง หากละเลยหรือลืมบ่อยๆจะมีผลเสียต่อประสิทธิภาพการเก็บกระไฟฟ้าของแบตฯเตอรี่ หรือทำให้แบตฯเสื่อมได้
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #370 เมื่อ: มีนาคม 27, 2013, 11:03:00 PM »

กลับมาจากบ้านแล้วครับ เดินสายหนนี้ แวะชมสวนเพื่อนที่กาบเชิง+ติดตั้งเครื่องตั้งเวลาคุมปั้มให้ แล้วเดินทางไปงานถวายผ้าป่าต่อด้วยกัน เสร็จงานหลวงพรรค์พวกเดินทางไปต่อเมืองน้ำดำ




 แยกย้ายกัน เสร็จงานหลวงต่องานราษฏ์ ซ่อมแก้ระบบน้ำที่สวนไผ่เราเอง ตัดไผ่ลงชำร้อยกว่ากิ่ง ทำคอกไก่ไข่(ยกสูง ล้อมกันยุง) ซ่อมแซมไฟในบ้านให้ที่บ้าน  ติดต่อรถไปขุดร่องรอบนา(โครงการห้าไร่แสนสาหัส งบบริหารไม่เกินห้าหมื่นรวมระบบน้ำและปรับที่ กะให้ลงตัวภายใน3ปี หวังผลภายใน5ปี)  และก่อนกลับ ล่าช้าไป 1วัน ช่วยพ่อตาถอนมัน ดินแข็งมากสงสารถ้าจะปล่อยให้ถอนคนเดียวก็กะไรอยู่ เลยช่วยแบ่งเบาสักหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2013, 11:30:07 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #371 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 06:52:28 PM »

 จุมพิต บรรยากาศระหว่างเดินทางไปผ้าป่าที่บ้านแวะสวนเพื่อนที่กาบเชิง เสียดายไม่ได้แวะหาครูยุทธ
ต้นผักหวานยอดเขียวปลูกหลังผมเดือนเดียวแต่โตและรอดดีกว่ากันหลายสิบเท่า  โกรธ










อาหารเช้า ก่อนออกเดินทางไปอุบลฯ











พาคณะผ้าป่าเดินชมป่า ชมสวน






[img width=725







สังเกตุที่ต้นกล้วย  ท่านตาไม่ชอบให้มีของแปลกในสวน เกรงไฟป่าจากก้านธูปและคนจะเหยียบต้นไม้เล็กๆในสวน
ผมถอยรถชน เมื่อสองเดือนก่อนจนต้นเอนเกือบล้ม ผมเลยเอาไม้ค้ำไว้วันสองวันเห็นต้นตั้งได้เลยเอาไม้ออก จนเกิดเหตุดั่งในภาพ








http://i1070.photobucket.com/albums/u489/sunongul/E200E320E1E0E160E480E320E2200995_zpsad709ab6.jpg

ทำระบบน้ำในสวนไผ่






ถอดใส้บาดาลมาซ่อม



ดูดีๆ ตรงปลายไม่ใส่วาล์วกันน้ำกลับ ความยาว 4ท่อนครึ่ง ระดับน้ำไต้ดินที่ 10-12เมตร ใช้ปั้มแบบหอยโข่งดูดขึ้นได้
แต่ลองสูบด้วยปั้มชักตัวราคาถูกๆ 1600บาท 1นิ้ว ลูกสูบ43mm. สูบที่ระดับน้ำความลึกเท่านี้ไม่ขึ้น แต่ใช้ปั้มชัก 1นิ้ว ลูกสูบ 53mm.ช่วงชักยาว ดูดขึ้นได้(ลืมถ่ายภาพไว้)





ชำไผ่บีเซ ไว้ปลูกซ่อมที่แปลงและลงริมห้วย

















ถอนมันก่อนวันกลับ













ปลวกเยอะมาก











« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 02, 2013, 07:52:08 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #372 เมื่อ: มีนาคม 30, 2013, 11:49:00 PM »

โชล่าเซลต้องกี่วัตต์ถึงจะพอดีครับ


ระบบโซล่า แบบบ้านๆ เน้นใช้งานจริง ขึ้นอยู่กับกำลังที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ท่านใช้ว่า ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างและมีอัตราการกินไฟกี่วัตต์ต่อชั่งโมง โดยดูจากสติกเกอร์หลังเครื่อง ในกิจประจำวันให้รวมดูว่าใช้อะไรบ้างเฉลี่ยกี่ชั่วโมงต่อวันแล้วนำอัตราการกินไฟทั้งหมดมารวมกัน ได้ค่าเท่าไหร่ นำมาหารด้วย4 จะได้กำลังวัตต์ของแผงโซล่าร์ที่มีต้องใช้ติดตั้ง จึงจะสามารถผลิตกำลังไฟสำรองมากพอให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ท่านใช้ได้เพียงพอ และยังเผื่อกำลังไว้อีก 20% เผื่อวันแดดไม่มากด้วย

บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
prml
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1001


« ตอบ #373 เมื่อ: มีนาคม 31, 2013, 02:36:05 PM »

คุณอเนกผมดูรูปข้างบนไม่ได้  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #374 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 01:16:06 AM »

" แนวทางการเรียน-การสอนสมัยนี้ เน้นศึกษาเฉพาะด้านตามแต่ถนัดหรือแล้วแต่ผู้เรียนนั้นเล็งเห็นประโยชน์ ทำให้คนหนึ่งคน มีความรู้ดีเฉพาะสาขาที่เรียน (เสมือนหนึ่งกลไกระบบ) แต่องค์ประกอบของการใช้ชีวิต จะต้องมีความรู้รอบด้านจึงจะอยู่รอดได้ในสังคม โดยเฉพาะการจะเป็นเกษตรกรที่ทรงเกียรติ จำเป็นต้องใช้ความรู้หลากหลายสาขามากๆ มากว่าอาชีพไดๆที่ผมรู้จัก "

บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
prml
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1001


« ตอบ #375 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 09:55:22 AM »

คุณอเนกผมดูรูปข้างบนไม่ได้  ยิงฟันยิ้ม


ดูได้แล้วคร้า..บ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม   

คุณอเนกผมได้ค่า NPK ของขี้ควายมาแล้วครับ  เยอะกว่าขี้วัวอีก  ทำไม่นักวิชาการไม่สนับสนุนให้เอาขี้ควายไปทำปุ๋ย ไม่เข้าใจ  ทั้งที่เมื่อก่อนควายเยอะกว่าวัว หรือมันกลัวจะไม่ได้เป็น......  กันหรือไง

"การจะเป็นเกษตรกรที่ทรงเกียรติ จำเป็นต้องใช้ความรู้หลากหลายสาขามากๆ มากว่าอาชีพไดๆที่ผมรู้จัก"


ชอบประโยคนี่จริง   ยิ้มเท่ห์


 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


"เกษตรกรที่ทรงเกียรติ" ในความเข้าใจของผม คือ การทำอาชีพเกษตรให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ให้สังคมยอมรับ แลไม่ถูกมองว่าต่ำต้อยกว่าอาชีพอื่น มุ่งพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และตลาด ทำให้ลูกหลานภาคภูมิใจ เปลี่ยนให้เขาได้สำนึกรัก และเห็นคุณค่าในอาชีพนี้ คนที่มีบุญเท่านั้น จึงจะได้มาเกิดเป็นลูกชาวเกษตรกรรม สักวันผมจะทำให้ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 02, 2013, 05:42:37 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #376 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 05:36:36 PM »

คุณอเนกผมได้ค่า NPK ของขี้ควายมาแล้วครับ  เยอะกว่าขี้วัวอีก  ทำไม่นักวิชาการไม่สนับสนุนให้เอาขี้ควายไปทำปุ๋ย ไม่เข้าใจ  ทั้งที่เมื่อก่อนควายเยอะกว่าวัว หรือมันกลัวจะไม่ได้เป็น......  กันหรือไง
ขอดูได้ใหม น้าอัต ส่งทาง PM ก็ได้


Liked By: 8888, maikhami, Backjack21
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #377 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 07:22:54 PM »

ธาตุอาหารหลักสำหรับพืช ในขี้ควายเคยเห็นมาบ้าง แต่ไม่เหมือนกัน เลยไม่แน่ใจว่าตัวใหนถูกต้อง และธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม ไม่เห็นมีข้อมูลวิจัย หรืออาจเป็นเพราะความแปรผัน จากหญ้าและอาหารที่ควายบ้านๆ กินหลากหลายเลยทำให้ข้อมูลกว้าง นักวิชาการจึงไม่ใส่ใจวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชในขี้ควายบ้านนอก ทั้งที่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านมี ถ้าน้าหมอแดง หาวิธีปรับปรุงเคมีในขี้ควายบ้านนอกได้ คงเป็นบุญกับชาวบ้าน แต่ก็ไม่แน่ใจนะ ว่าชาวบ้านจะเข้าใจใหม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #378 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 07:29:42 PM »

ธาตุอาหารหลักสำหรับพืช ในขี้ควายเคยเห็นมาบ้าง แต่ไม่เหมือนกัน เลยไม่แน่ใจว่าตัวใหนถูกต้อง และธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม ไม่เห็นมีข้อมูลวิจัย หรืออาจเป็นเพราะความแปรผัน จากหญ้าและอาหารที่ควายบ้านๆ กินหลากหลายเลยทำให้ข้อมูลกว้าง นักวิชาการจึงไม่ใส่ใจวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชในขี้ควายบ้านนอก ทั้งที่เป็นสิ่งที่ชาวบ้านมี ถ้าน้าหมอแดง หาวิธีปรับปรุงเคมีในขี้ควายบ้านนอกได้ คงเป็นบุญกับชาวบ้าน แต่ก็ไม่แน่ใจนะ ว่าชาวบ้านจะเข้าใจใหม ยิงฟันยิ้ม
ถ้าข้อมูลธาตุอาหารในขี้ควายไม่ครบทั้ง 14 ธาตุ ผมคิดสูตรให้ไม่ได้ครับ เศร้า


Liked By: prml, yudhapol, 8888, Backjack21
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #379 เมื่อ: เมษายน 02, 2013, 07:50:38 PM »

ภาพกิจกรรมบางส่วนในช่วงกลับบ้าน ถวายผ้าป่า


บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
prml
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1001


« ตอบ #380 เมื่อ: เมษายน 03, 2013, 10:01:52 AM »

คุณอเนกผมได้ค่า NPK ของขี้ควายมาแล้วครับ  เยอะกว่าขี้วัวอีก  ทำไม่นักวิชาการไม่สนับสนุนให้เอาขี้ควายไปทำปุ๋ย ไม่เข้าใจ  ทั้งที่เมื่อก่อนควายเยอะกว่าวัว หรือมันกลัวจะไม่ได้เป็น......  กันหรือไง
ขอดูได้ใหม น้าอัต ส่งทาง PM ก็ได้

ในกระทู้ผมหน้า 21 ไง  ยิงฟันยิ้ม เอาเนี้อ ๆ มาให้ดู

ตารางเปรียบเทียบเปอร์เซนต์ของธาตุปุ๋ยในมูลสัตว์แห้ง
มูลสัตว์ ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัสแอซิค(P2O5) โปแตส(K2O)
ไก่ 1.8-2.9 2.9-4.8 0.8-1.4
เป็ด 0.5-1.2 1.0-2.2 0.8-1.4
ม้า 0.5-1.0 0.3-0.7 0.2-0.7
วัว 0.3-0.8 0.3-0.5 0.2-0.5
ควาย 0.8-1.2 0.5-1.0 0.5-1.0
หมู 0.6-1.0 0.5-0.8 0.2-0.8
ค้างคาว 1.0-6.0 5.0-10.0 0.5-1.2
 


มีเท่านี้ครับ  คงต้องหาต่อไป  ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 03, 2013, 10:04:08 AM โดย prml » บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #381 เมื่อ: เมษายน 05, 2013, 06:54:40 PM »

ทุกวันนี้อากาศร้อนจัดมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะบ้านเราทั้งร้อนและแดดจัดจนมีคำพูดว่า บ้านเรามีอยุ่แค่ 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน กับฤดูร้อนชิ..หาย! มีโรคที่มากับอากาศร้อนที่ควรระมัดระวัง ซึ่งเราอาจจะนึกไม่ถึงและมองข้ามไป โรคลมแดด หรือที่การแพทย์เรียกว่า ฮีต สโตรก (Heat stroke) เป็นภาวะวิกฤตของร่างกาย
ที่ไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ โรคลมแดดเกิดจากการได้รับความร้อนมากเกิน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลัง หรือเล่นกีฬาในภาวะอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจเกิดขึ้นได้แม้ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง เป็นความผิดปกติที่รุนแรงมากที่สุดทำให้สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบประสาทส่วนกลาง การทำงานของตับ และไต รวมทั้งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิใน
ร่างกาย ทำให้อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ เกิน 40 องศาเซลเซียส ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 เปอร์เซ็นต์
 
    อาการสำคัญ ได้แก่ ตัวร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก ผิวหนังแห้งและร้อน ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว หมดสติ เกร็ง ชัก

โดยกลไกการทำงานของร่างกาย หลังจากที่ได้รับความร้อนจะมีการปรับตัว โดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เช่น สมอง ตับ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยงจึง
ไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆสัญญาณสำคัญของโรคนี้คือ ไม่มี เหงื่อออก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน คลื่นไส้ หายใจเร็ว อาเจียน ต่างจากการเพลียแดดหรือ เป็นลมแดดทั่วไปที่จะพบมีเหงื่อออกด้วยเมื่อเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันทีถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงที จะทำให้เสียชีวิตได้

ในการช่วยเหลือผู้ที่มีอาการเป็นลมแดด ให้นำผู้ที่มีอาการเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มการไหล เวียนของเลือด ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน หรือเทน้ำเย็นราดลงบนตัว เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด ในรายที่อาการยังไม่มากควรให้ดื่มน้ำเปล่าธรรมดามากๆ

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอันตรายจากอากาศร้อนจัดได้แก่ การขาดการปรับตัว ให้เข้ากับสภาพอากาศร้อนประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงร่างกายขาดน้ำได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อน ได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แก่ โรคความดันโลหิตสูงที่ต้องกินยาควบคุมความดัน เช่น ยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีผลขับสารโซเดียมออก จากร่างกายทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ ได้เร็วกว่าผู้อื่น รวมทั้งผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่อดนอน เนื่องจากจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ ส่วนผู้ที่ดื่มสุราหรือเบียร์ ร่างกายจะมีโอกาสสูญเสียน้ำ และเกลือแร่สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม เพื่อขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังเกิดได้ในคนอ้วน เนื่องจากมีไขมันที่ผิวหนังมากซึ่ง
ทำหน้าที่คล้ายฉนวนกันความร้อน ทำให้คนอ้วนสามารถเก็บความร้อนได้ดี ขณะที่การระบายความร้อนออกทำได้น้อยกว่าคนทั่วๆไป นอกจากนี้บริเวณผิวหนัง ที่มีไขมันมากมักมีต่อมเหงื่อน้อยลงด้วย ดังนั้น คนอ้วนจึงมีโอกาสเกิดปัญหาได้ง่าย

การปรับสภาพร่างกายเพื่อป้องกันอันตรายในช่วงที่มีอากาศร้อน ที่สำคัญที่สุดคือจะต้องต้องดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยปกติควรดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน หากทำงานในที่ร่มควรดื่มอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
ผู้ที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะไม่สามารถปรับตัวให้สู้กับอากาศร้อนได้ เพราะน้ำเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิ
ของร่างกาย โดยปกติร่างกายจะพยายามปรับอุณหภูมิ ให้อยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส

ในการสังเกตว่าร่างกาย ได้รับน้ำเหมาะสมหรือไม่ ให้สังเกตจากสีของปัสสาวะ ถ้าสีเหลืองจางๆ แสดงว่าได้รับน้ำเพียงพอ แต่ถ้าปัสสาวะสีเข้มขึ้น และปัสสาวะออกน้อย แสดงว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่วนการออกกำลังกายสามารถกระทำได้ โดยค่อยๆ ออกกำลังกายและเพิ่มระยะเวลาการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ
ในต่างประเทศเช่น สหรัฐมีรายงานข่าวการเสียชีวิตเนื่องจากโรคนี้ปีละประมาณ 371 ราย  สำหรับในบ้านเราอาจจะพูดถึงกันน้อยมาก ทั้งๆที่เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่ มักเป็นผู้สุงอายุก็จะมองเห็นเป็นการเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจวาย การทำงานของหัวใจล้มเหลวไป เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ป้าเสลาก็ได้รับทราบข่าว เพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งสูงอายุ แต่ค่อนข้างจะขี้เหนียวอากาศร้อนจัดมาก แต่ไม่ยอมเปิดเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม จนเกิดอาการเป็นลม ในลักษณะดังกล่าวโชคดีที่แก้ไขช่วยเหลือได้ทัน

กับอีกเรื่องหนึ่ง คือ การเสียชีวิตของเด็กที่ถูกทิ้งไว้ในรถ หลายคนมักเข้าใจผิด ว่าเด็กที่ถูกลืมทิ้งไว้ในรถเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจ แท้จริงแล้วเด็กเหล่านี้เสียชีวิตจากความร้อนสูงเกินขนาด ร่างกายคนเราจะควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายไว้ที่ประมาณที่ 37 องศาเซลเซียส

กลไกการควบคุมมีหลายอย่าง เช่นหากอุณหภูมิภายนอกเย็นเกินไป ร่างกายจะปิดกั้นการถ่ายเทความร้อนออกสู่ภายนอก โดยการหดรัดเส้นเลือด ทำให้ปลายมือปลายเท้าซีด มีการสร้างความร้อนภายในทดแทนโดยการสั่นของกล้ามเนื้อ หากความร้อนภายนอกสูงมาก และแผ่รังสีเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายต้องกำจัดออกให้ทันเวลาโดยการสร้างเหงื่อ และการขยายของเส้นเลือดส่วนปลายเพื่อระบายความร้อน

กลไกเหล่านี้ของร่างกายจะมีขีดจำกัดในการต่อสู้ เมื่อหนาวมากเกินไป หรือร้อนมากเกินไป กลไกการควบคุมความร้อนของร่างกายก็เสียหาย ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

พ่อแม่ที่ปล่อยลูกไว้ในรถลงไปชอปปิ้ง อาจเปิดเครื่องยนต์เปิดแอร์ไว้แต่เครื่องเกิดดับขึ้นมา ชั่วเวลาเพียงไม่นาน อุณหภูมิภายในรถจะสูงขึ้นหากอุณหภูมิภายนอกสูงเช่นใน เวลากลางวันความร้อนจะยิ่งทวีคูณอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิภายในรถอาจสูงขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียสภายในเวลา 10 นาทีแรก ในวันที่อากาศภายนอกประมาณ 32 องศาเซลเซียส อุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มขึ้นถึง 51 องศาเซลเซียสได้ภายในเวลาเพียงยี่สิบนาที ในเด็กอุณหภูมิภายในร่าง กายจะปรับตัวต่อสู้กับสิ่งแวดล้อมได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่
ดังนั้นอุณหภูมิ ในร่างกายจะสูงเร็วกว่าผู้ใหญ่ถึงเกือบห้าเท่าตัว

ในประเทศสหรัฐมี รายงานการตายลักษณะนี้กว่า 25 รายต่อปี
ทั้งๆที่เป็นเมืองที่ไม่ร้อน เท่าบ้านเรา

ขอบคุณที่มาข้อมูล
ข่าวสด วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2550
และบทความของ รศ.นพ.อดิ ศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ใน /www.csip.org
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #382 เมื่อ: เมษายน 05, 2013, 07:18:21 PM »

     มาทำความรู้จักกับ “วิตามินซี” กับบทบาทสำคัญ … คุณสมบัติที่โดดเด่นของวิตามินซี ก็คือ ความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) นั่นเอง
โดยประโยชน์หลักๆ เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีเป็นประจำ คือ
เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง บำรุงผิวพรรณหรือชะลอความแก่
ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบ ในทางกลับกัน หากร่างกายเราขาด “วิตามินซี” หรือมีปริมาณวิตามินซีน้อยเกินไป
อาจส่งผลทำให้เกิดอาหารเหล่านี้ได้
-เป็นหวัดง่าย ภูมิต้านทานโรคและความสามารถในการกำจัดพิษลดลง
-ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เกิดจุดด่างดำ ฝ้า มีเลือดออกตามไรฟัน
-อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ประสาทสัมผัสด้อยลง
-มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะ ตับ และส่วนอื่นๆ
-ประสิทธิภาพของต่อมหมวกไตลดลง เป็นภูมิแพ้ได้ง่าย
-เป็นโรคโลหิตจาง หรือโรคต่างๆ ง่าย บาดแผลหายยาก หากขาดมากจะเป็นโรค โลหิตเป็นพิษ
-เกิดโรคลักปิดลักเปิด
สำหรับผู้ที่กำลังกลุ้มใจเพราะไม่รู้ว่าจะหาวิตามินซีมาทานได้จากที่ไหน … อยากจะบอกว่า
ความจริงแล้วแหล่งของวิตามินซี เราสามารถหาได้จาก อาหารที่มีอยู่ในธรรมชาติทั่วไป
แต่แหล่งที่มีมาก คือ ผักสดและผลไม้ต่างๆ โดยเทียบง่ายๆ จากประเภทของอาหาร (100 กรัม)และวิตามินซี (มิลลิกรัม)
ดังนี้มะขามป้อม 276, ฝรั่ง 160, พุทรา 154, มะขามเทศ133, มะปรางสุก 107, มะละกอสุก 73,แคนตาลูป 33, มะนาว 25 และมะยม 8
อย่างไรก็ตามพึงตระหนักไว้ว่า “วิตามินซี” เป็นวิตามินที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับวิตามินอื่นๆและร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นได้เอง ดังนั้น ทุกคนจึงควรบริโภควิตามินซีแต่จะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องของแต่ละบุคคล

10 วิธีดี ๆ เพื่อดูแลสุขภาพ
1. สำรองผลไม้ในตู้เย็นผักผลไม้ที่ควรสำรองในตู้เย็นอย่าให้ขาด ได้แก่
กะหล่ำปลี แครอท ส้มแอปเปิ้ล ซึ่งนอกจาก จะมีประโยชน์มากสำหรับสาว ๆ
ที่กำลังไดเอตแล้วการรับประทานผักผลไม้เป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วยนะ
2. เหงือกดีด้วยน้ำชายามเช้าองค์การอาหารและยาของสหรัฐและสวีเดน บอกว่า
การบ้วนปากในช่วงเช้าด้วยน้ำชา จะช่วยลด
แบคทีเรียในช่องปากได้เนื่องจากสารโพลีฟีนอลจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
ที่เป็นต้นเหตุ ของ ฟันผุส่วนการดื่มชาหลังมื้ออาหาร ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกได้
3. ดื่มน้ำมากขึ้นดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 แก้ว
จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เกือบ 50
%เชียวล่ะ
4. เปลือยเท้าคลายเครียดการย่ำเท้าเปล่า ไปบนทรายนุ่ม ๆ
จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากการเดินเท้าเปล่า จะช่วย
กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
5. รับแสงแดดอ่อน
ๆมีข้อมูลจากการวิจัยระบุว่าผู้หญิงที่ไม่ค่อยโดนแดดเอาเสียเลยมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่อยู่ในเมืองที่มีแดดเนื่องจากแสงแดดช่วยสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายแต่การโดนแดดจัดในช่วงบ่าย
ๆ ก็เป็นอันตรายเช่นกัน ควรรับแดดอ่อน ๆในช่วงเย็นจะดีกว่า
6. หันมารับประทานขนมปังโฮลวีทกันเถอะสำหรับมื้อว่างยามบ่าย
แทนที่จะไปคว้าคุ๊กกี้หรือเค็กช็อกโกแลตซึ่งเพียบด้วยแคลอรี่ เปลี่ยนมาทาน
ขนมปังโฮลวีทสัก 2 แผ่นรับรองว่า
จะช่วยให้คุณรู้สึกมีกำลังวังชาแล้วยังไม่อ้วนอีกด้วยล่ะ
7.สลัดปลาทูน่าเพิ่มความจำใครที่รู้ตัวว่า เริ่มจะหลง ๆ ลืม ๆ
ลองหันมาทานสลัดปลาทูน่าหรืออาหารเมนูปลา รวมทั้ง เพิ่มอาหารที่มีวิตามินบี2 เช่น ไข่ นมถั่วเหลือง นอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดีแล้ว
ยังช่วยเพิ่มพลังความจำให้กับสมองได้
8. เดินไวไว ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย
แต่ยังห่วงใยสุขภาพของตัวเองอยู่ลองใช้วิธีเดินให้ไวขี้นอีกนิด
อาจใช้เวลาเดินในช่วงเช้า หรือหลังเลิกงาน
เดินไปที่ป้ายรถเมล์สักสามสี่ป้ายหรือเดินขึ้นลงบันไดให้ได้ วันละ 20 นาทีจะช่วยบริหารหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรงและยังทำให้หุ่นสลิมสมส่วนเป็นของแถม
9. เติมไขมันดี ๆ ให้ร่างกายไขมันนั้น ไม่ได้เป็นผู้ร้ายซะทีเดียว
เพระไขมันมีอยู่หลายชนิดไขมันที่เป็นมหามิตรกับร่างกายน่ะ
หากร่างกายขาดแคลนอาจมีผลต่อการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค
และทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว
จากน้ำมันมะกอก น้ำมันถั่ว และไขมัน โอเมก้า 3 จากปลา
ซึ่งเป็นไขมันดี ๆ ที่ไม่เพียงให้ พลังงานทำให้มีเรี่ยวแรงแล้ว
ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งและหัวใจอีกด้วย
10. Just
Do Nothingลองหยุดภารกิจวุ่น ๆ สักสัปดาห์ละวัน หรือวันละ 1 ชั่วโมงให้ปลอดจากเรื่องงาน และคนรอบข้าง
ใช้เวลาอยู่คนเดียวตามลำพังจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสงบ
เป็นเวลาที่จะได้เรียนรู้วิธีหยุดพักใจอาจจะฟังเพลง เงียบ ๆ คนเดียว
หรืออาบน้ำอุ่น ๆแล้วอ่านหนังสือเล่มโปรด ค่อย ๆ จิบน้ำชา
ชมดอกไม้เป็นการเติมความรื่นรมย์ด้านจิตใจ
ทำให้คุณสดชื่นและมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ และยังห่างไกล
จากโรคความรีบร้อนอันหมายถึง โรคที่ทำให้คุณตื่นตัว
และเร่งรีบจนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง

 ขอขอบคุณข้อมูลดี
ๆ จาก HeyhaParty
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #383 เมื่อ: เมษายน 07, 2013, 05:54:52 PM »


ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=27875.msg2083464#msg2083464
TM39 TM52A 1


 ผมมีแนวคิดทำระบบ ไฟกระแสตรง300V (ไฮโวลต์) แล้วใช้ร่วมกับโมดูลอินเวอร์เตอร์
เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในมี่พักอาศัยทั่วไป และจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมอเตอร์ได้
TM39 TM52A 2





แนวคิดทำระบบควบคุมจ่ายไฟให้ปั้ม ที่ใช้มอเตอร์ไฟกระแสตรง 12&24V (ควบคุม เปิด-ปิด ด้วยเครื่องตั้งเวลาดิจิตอล)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 07, 2013, 06:08:52 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
หน้า: 1 ... 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 [24] 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 ... 49   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: