หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 ... 49   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนไผ่สุนนท์กุล $ พลังงานและการประยุกต์ใช้เพื่อเกษตรกร (เริ่ม 16-5-54)  (อ่าน 427895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #336 เมื่อ: มกราคม 21, 2013, 09:06:09 PM »

ดีใจด้วยที่ได้ลูกสาวคนเล็ก จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า

สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #337 เมื่อ: มกราคม 21, 2013, 10:22:49 PM »

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมยินดี ช่วงนี้เฝ้าภรรยาที่โรงพยาบาล เลยแอบขโมยเล่นเน็ตผ่านสัญญาณไวเลสของโรงพยาบาลเสียเลย ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
aunamata
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 646


« ตอบ #338 เมื่อ: มกราคม 22, 2013, 07:07:27 AM »

ยินดีด้วยคับ ขอให้เจ้าตัวน้อยที่น่ารัก สุขภาพดีและแขงแรง กลับอุบลเมื่อไหร่บอกด้วยอยากเข้าไปชม สวนสนธิหา
ของผมก้อกำลังโต ผมเองก้อมีป้าเป็นคนกูดข้าวปุ้นเหมือนกัน สู้ๆนะคับ
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #339 เมื่อ: มกราคม 25, 2013, 01:37:41 PM »

ที่สวน และ ที่นา ผมยังไม่ได้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างถาวร แค่ใช้เฉพาะช่วงลงมาบ้านเดือนล่ะครั้งเท่านั้น เพราะเกรงจะเสียหาย หรือโดนขโมย เพราะไม่มีใครดูแล ตอนนี้ทำร้านค้าขายอยู่ตลาดสี่มุมเมือง พอเก็บเงินได้ก็ทยอยทำสะสมทีล่ะอย่าง กะอีกสักสาม-สี่ปี จึงจะลงมาเต็มตัว เรื่องดูงานไม่ขัดข้องแต่เกรงจะเสียเที่ยว เพราะยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนมากจะทำเพื่อสะสมประสบการณ์แล้วนำมาถ่ายทอดบอกเล่าเสียมากกว่า เผื่อคนทำหลังๆ จะได้พอมีแนวทาง
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #340 เมื่อ: มกราคม 25, 2013, 02:26:56 PM »

ใช้แรงงานเด็ก









ทำกันจนมืดค่ำ









หนังสือน้าอัด และ น้าหมอแดง ได้มอบให้โรงเรียนแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะให้ในงานวันเด็ก แต่เนื่องจากติดธุระไม่ได้กลับ เพิ่งได้มอบให้กับมือ ผอ.โรงเรียนบ้านน้ำเกลี้ยง(คนใส่แว่น) เด็กดีใจกันมาก ผอ.บอกว่า ถ้ามีอีกก็อยากได้เพิ่มมากๆยิ่งดี ส่วนครูที่ดูแลห้องสมุดบอกว่าจะเก็บหนังสือที่น้าหมอแดงให้มา ทำเป็นสารานุกรมให้เด็กทำสมุดยืม จะได้เก็บไว้ให้รุ่นหลังๆได้อ่านด้วย

คืนวันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลมามีกินเลี้ยงหมูกะทะไป 6ชุดใหญ่ เปิดหมอลำจากที่โหลดเก็บไว้จากยูทูปให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ได้ดูกัน ถูกใจกันมาก
ส่วนนี่ คือ ภาพลูกสาว 




ภรรยาอยู่ไฟ กินน้ำร้อน อาบน้ำร้อน ต้องทำตามใจผู้เฒ่า ผู้แก่ (หาดูยากแล้วทุกวันนี้)



กิจกรรมระหว่างวันของผมก็เลยหยิบ หัวเชื้อ มาทำน้ำยาล้างจานไว้ให้แม่ยายใช้ และแจกจ่ายแบ่งปันเล็กน้อย


น้ำยาสองตัวนี้คนให้เข้ากันก่อน

จากนั้นค่อยบรรจงเติม


ระหว่างคนน้ำยาก็ตั้งน้ำต้ม(ใส่ใบตะไคร้เพื่อให้มีกลิ่นหอมของคะไคร้) แค่พอเดือด เพื่อทำละลายเกลือ sodium chloride ซื่งน้ำเกลือจะ้ทำปฏิกิริยาให้น้ำยาหัวเชื้อขยายตัวหลังละลายเกลือดีแล้วตั้งพักให้อุ่น แล้วค่อยเทผสมกับน้ำยาหัวเชื้อแล้วคนให้เข้ากันดีแล้ว จั้งทิ้งไว้สักชั่วโมงให้ฟองยุบ ค่อยกรอกขวดในขณะที่น้ำยังอุ่นๆ หากรอให้เย็นน้ำยาจะหนืดกรอกยาก












มีคำถามถึง  น้าหมอแดง    อาการพริกในภาพ ปลูกข้างห้องน้ำ เกิดมีลักษณะใบหยัก หงิก น่าจะเกิดจากอะไร จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง



ส่วนนี่ต้นบักมี่ มีอาการใบไหม้จากปลายใบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 25, 2013, 02:41:12 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
kmsmily
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3550


« ตอบ #341 เมื่อ: มกราคม 25, 2013, 08:13:12 PM »

ต้นพริกหน้าแล้งยอดหงิกคงเกิดจากเพลี้ยไฟเข้าทำลาย(รูปใบอ่อนไม่ค่อยชัด) เห็นเค้าใช้น้ำยาล้างจานและผงซักฟอกฉีดพ่น  แต่ผมไม่เคยทดลอง หรือใช้สารสะกัดสะเดาก็ได้ครับ
ส่วนใบขนุนเป็นอาการขาดธาตุโมลิบดีนัม  น่าจะเกิดจากใส่มูลสัตว์ที่ยังไม่หมักและเศษพืชตระกูลถั่วหรือพืชที่ให้ธาตุไนโตรเจนสูง  พอเริ่มย่อยสลายจึงปลดปล่อยธาตุไนโตรเจนออกมามาก  ใส่ปุ๋ยเคมีธาตุ N สูงก็เกิดอาการปลายใบไหม้ได้ ครับ
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #342 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 06:56:16 AM »

PICT0353


" แรงบันดาลใจ ที่ทำให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เปรียบเสมือนแรงยก แรงฮึดที่ยกของหนักๆ ส่วนแรงใจและการสนับสนุนจากครอบครัวและคนที่เรารักเปรียบเสมือนแรงเสริม แรงชู ยั้ง ไม่ให้เราโยนทิ้งหรือละวางจากสิ่งที่ฮึดจนยกขึ้นได้แล้ว "
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 06:58:05 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #343 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2013, 06:59:04 AM »

PICT0354
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #344 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 02:39:58 AM »


บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #345 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 02:43:30 AM »


บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #346 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2013, 07:18:36 PM »

โครงงานสร้างอินเวอร์เตอร์ที่ใช้ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส 220/380 V ที่สามรถใช้ได้กับมอเตอร์ขนาดไม่เกิน 3 แรงม้า
                                                      อินทัช  intudmonyakul@yahoo.com
มากกว่า 95% ของมอเตอร์ที่ใช้งานในงานอุตสาหกรรมทั่วไปจะเป็นชนิดมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ คงจะดีถ้าหากเราสามารถสร้างเครื่องควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ชนิดนี้ได้เองในราคาที่เหมาะสมกับสภาวะที่ต้องรัดเข็มขัดในปัจจุบัน
โครงงานนี้เป็นการแนะนำ MC3PHAC ของบริษัท Freescale Semiconductor  ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตัวเดี่ยวที่มีประสิทธิภาพสูง ที่ออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการด้านราคาและความสามารถ ใช้ในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส ที่เรียกโดยทั่วไปว่าอินเวอร์เตอร์ ซึ่งมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรม โดยใช้ในวัตถุประสงค์ของการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ และเพื่อวัตถุประสงค์ในการประหยัดพลังงานของการใช้งานมอเตอร์ นอกจากนี้ในโครงงานนี้ยังได้แนะนำอุปกรณ์ที่เรียกว่า Intelligent Power Module (IPM) จึงทำให้การสร้างอินเวอร์เตอร์ที่ในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
 
รูปที่1 วงจรควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสที่ใช้ MC3PHAC
หลักการควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสสามารถทำได้โดยการปรับความถี่ของแรงดันไฟฟ้าที่ป้อนให้กับมอเตอร์ได้ที่หาโดยสมการ
  
เมื่อ Ns คือความเร็วของสนามแม่เหล็กหมุนมีหน่วยเป็นความเร็วรอบต่อนาที
        ƒ คือความถี่ของแรงดันไฟฟ้า 3 เฟส
         P คือจำนวนขั้วของมอเตอร์
จากสมการจะเห็นได้ว่าความเร็วของสนามแม่เหล็กหมุนจะแปรผันตรงกับความถี่ของแรงดันไฟฟ้า แต่เนื่องจากมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสเพลาของมอเตอร์จะหมุนโดยมีความเร็วน้อยกว่าความเร็วรอบของสนามแม่เหล็กหมุนอยู่เล็กน้อยที่เรียกว่าความเร็วสลิป (Slip)  มีค่าประมาณ 1-3%ขึ้นอยู่กับภาระของมอเตอร์ ที่หาได้จากสมการ
 
เมื่อ Nr คือความเร็วของเพลามอเตอร์มีหน่วยเป็นความเร็วรอบต่อนาที
        S เป็นความอัตราส่วนความแตกต่างของความเร็วสนามแม่เหล็กหมุนกับความเร็วของเพลามอเตอร์ต่อความเร็วสนามแม่เหล็กหมุน,
ดังนั้นเราจะหาความเร็วรอบของเพลามอเตอร์ได้เท่ากับความเร็วรอบของสนามแม่เหล็กหมุนลบด้วยความเร็วของสลิป แต่เนื่องจากความเร็วของสลิปมีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความเร็วรอบของสนามแม่เหล็กหมุน เราจึงอาจประมาณความเร็วรอบของเพลามอเตอร์ได้จากความเร็วรอบของสนามแม่เหล็กหมุน
แต่ไม่ใช่เพียงเราสามารถปรับความถี่ของแรงดันไฟฟ้าได้แล้วจะป้อนให้กับมอเตอร์ได้เลยเราจะต้องปรับขนาดของแรงดันให้สอดคล้องกับความถี่ด้วย นั้นคือจะต้องให้อัตราส่วนของแรงดันต่อความถี่มีค่าคงที่เพื่อให้สนามแม่เหล็กมีขนาดคงที่ส่งผลให้แรงบิดมีค่าคงที่ทุกค่าความเร็วรอบของมอเตอร์
เมื่อพอจะเข้าใจหลักการทำงานของการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟสแล้วเรามาพิจารณาตัว MC3PHAC ดูกัน หนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะ MC3PHAC นี้คือไม่ต้องยุ่งยากเรื่องซอฟต์แวร์ใดๆ แม้ว่าต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงค่าไปตามสภาพการใช้งานก็ตาม นอกจากนี้ MC3PHAC ยังได้รวมความสามารถในการชดเชยการกระเพื่อมของแรงดันไฟตรงที่ไม่เรียบจากวงจรเรียงกระแสไฟตรง (DC Bus) และวงจรป้องกันสภาวะไม่ปกติของอินเวอร์เตอร์ไว้ในตัวอีกด้วย
 
รูปที่ 2 แสดงขาของ MC3PHAC
คุณลักษณะพิเศษของ MC3PHAC
•   ใช้การควบคุมความเร็วแบบ อัตราส่วนแรงดันต่อความถี่คงที่
•   มีตัวกรองสัญญาณควบคุมความเร็วรอบแบบดิจิตอลโปรเซสเซอร์
•   ใช้การคำนวณในการสร้างสัญญาณควบคุมแบบ 32 บิท
•   ไม่ต้องยุ่งยากกับซอฟต์แวร์
•   มีสัญญาณ PWM ขาออกให้ 6 บิท
•   สร้างสัญญาณ 3 เฟส
•   ตัวแปลงสัญญาณอนาลอกเป็นดิจิตอล 4 ช่อง
•   สามารถทำงานใน standalone mode หรือแบบ hosted mode
•   สามารถทำการชดเชยแรงดันกระเพื่อมของ DC Bus
•   เลือกขั้วและความถี่การสวิตช์ของสัญญาณ PWM ได้
•   เลือกความถี่พื้นฐาน 50 Hz หรือ 60 Hz ได้
•   ผลิตความถี่พื้นฐานแบบ PLL(Phase Lock Loop)
•   เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกแบบอนุกรม
•   มีวงจรตรวจจับแรงดันแหล่งจ่าย

MC3PHAC จะสร้างสัญญาณ PWM จำนวน 6 สัญญาณที่จะปรับขนาดของแรงดันตามการปรับความถี่ เพื่อสร้างสัญญาณ 3 เฟสสำหรับมอเตอร์ โดยการบวกเพิ่มฮาร์โมนิกส์ที่ 3 เข้าไปด้วยทำให้แรงดันขาออกของสัญญาณ 3 เฟสมีขนาดได้เท่ากับแรงดันสูงสุดของแรงดันขาเข้าสูงสุด ซึ่งทำให้ได้แรงดันขาออกของสัญญาณ 3 เฟสมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15% เมื่อเทียบกับการสร้างสัญญาณ PWM แบบ มอดดูเลทไซน์เวฟ (Sine Wave Modulation) สัญญาณ PWM จะอัพเดทด้วยความถี่ 5.3 kHz โดยความถี่ในการสวิตช์จะสามารถเลือกได้ 4 ความถี่คือ 5.291kHz, 10.582 kHz, 15.873 kHz และ 21.164kHz เมื่อใช้ความถี่ของคริสตอลที่ 4 MHz
ตัวกรองสัญญาณควบคุมความเร็วรอบแบบดิจิตอลโปรเซสเซอร์ ขนาด 24 บิท ทำให้สัญญาณอินพุทปลอดจากสัญญาณรบกวนได้เป็นอย่างดีในการในงานที่มีสัญญาณรบกวนสูงโดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะมีคาบเวลาการสุ่มในการกรองสัญญาณที่ 3 ms
ด้วยความละเอียดในการคำนวณในการสร้างสัญญาณ PWM ขนาด 32 บิท ทำให้สามารถปรับความละเอียดของการควบคุมมอเตอร์ได้ละเอียดถึง 4 mHz และทำให้การเปลี่ยนแปลงความถี่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวล ไม่มีการกระตุกของเพลามอเตอร์
   สัญญาณ PWM ทั้ง 6 สัญญาณจะถูกนำไปขับ IGBT จำนวน 6 ตัว และเพื่อป้องกันการทำงานพร้อมกันในเฟสเดียวกัน (Shoot Through) เราเรียกช่วงเวลาที่ IGBT ในเฟสเดียวกันหยุดทำงานทั้งสองตัวว่า Dead Time ที่สามารถโปรแกรมให้เหมาะสมกับ IGBT แต่ละขนาดได้โดยการปรับตั้งที่ค่าตัวความต้านทานที่สามารถปรับได้ตั้งแต่ 0 ถึง 32 µs
   ความถี่ที่จ่ายให้กับมอเตอร์สามารถปรับได้ตั้งแต่ 1 Hz ถึง 128 Hz โดยการปรับแรงดันที่ป้อนให้กับ MC3PHAC โดยมีอัตราส่วน 25.6 Hz ต่อ 1 โวลท์
ต่อไปเรามาดูกันที่ Intelligent Power Module (IPM) ของบริษัท Shindengen Electric เบอร์ TM-35 ซึ่งมีพิกัด 30A 600V ที่สามารถใช้งานได้ถึง 3 แรงม้าสำหรับมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส 220V/380V เป็นอุปกรณ์วงจรรวมชนิด Hybrid ที่รวมเอา IGBT และชุดวงจรขับที่เชื่อมต่อกับวงจรควบคุมด้วย Opto-Couple และมีวงจร Switching Power Supply สำหรับจ่ายวงจรควบคุมภายนอกอีก 2 ชุด นอกจากนี้ยังมีวงจรป้องกันกระแสเกินและความร้อนเกินอีกด้วย ดังนั้นอุปกรณ์ IPM TM-35 จึงเป็นอุปกรณ์ที่สะดวกและง่ายในการออกแบบและประกอบอินเวอร์เตอร์
 
รูปที่ 3 อุปกรณ์ Intelligent Power Module (IPM)
 
รูปที่ 4 แสดงวงจรภายในของอุปกรณ์ IPM


คุณลักษณะพิเศษของIPM TM-35
•   เป็น IGBT ในยุคที่ 4 ( 4 thgeneration IGBT) ที่ทนแรงดันได้สูงถึง 600 V ทนกระแสได้ถึง 30 A ให้ output เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
•   มีวงจร Opto-Couple ความเร็วสูงเพื่อแยกสัญญาณ Input
•   มีวงจรขับ IGBT รวมทั้งแหล่งจ่ายไฟสำหรับ IGBT
•   มีชุดจ่ายแรงดับสำหรับชุดควบคุมภายนอก 2 ชุด (Vcc1=13.5 V, Vcc2=5.0V)
•   มีวงจรป้องกันกระแสเกินและวงจรป้องกันความร้อนเกิน
•   ให้สัญญาณ error กับชุดควบคุมกรณีเกิดความผิดพลาดจากการทำงานจากกระแสเกินและความร้อนเกิน
•   มี Film Capacitor สำหรับป้องกันการกระโชคของแรงดัน
 
รูปที่ 5 แสดงขนาดและขาต่อของอุปกรณ์ IPM

จุดที่มีความสำคัญในการใช้งาน IPM TM-35 คือสัญญาณ PWM จะใช้ได้กับความถี่ในการสวิตช์สูงสุดที่ 6 kHz และมีช่วงเวลา Dead Time อย่างต่ำต้องมากกว่า 5 µs เพื่อป้องกันการนำกระแสของ IGBT พร้อมกันในเฟสเดียวกันของอินเวอร์เตอร์ และในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สร้างสัญญาณ PWM วงจรOpto-Couple ต้องการกระแสขับนำในแต่ละชุดอยู่ในช่วง 7 mA ถึง 9 mA
 
รูปที่ 6 วงจรอินเวอร์เตอร์สำหรับควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับ 3 เฟส
หลักการทำงานของวงจร
ในการทำงานเราจะมีวงจรเร็กติไฟเออร์ด้วย ไดโอดบริดจ์ D1 โดยมีอุปกรณ์เทอร์มิสเตอร์ NTC เป็นตัวจำกัดกระแสไม่ให้เกินพิกัดของไดโอดบริดจ์ในการประจุช่วงเริ่มแรกของคาปาซิเตอร์ C5 ที่ใช้คาปาซิเตอร์ขนาด 470µF 400 V ขนานกัน 4 ตัว แรงดันตกคร่อมคาปาซิเตอร์จะเป็นแรงดันอินพุทให้กับ IPM TM-35 โดยขั้วบวกจะบวกจะต่อกับขั้ว P แลขั้วลบจะต่อกับขั้ว N เมื่อแรงดันประจุคาปาซิเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 170 โวลท์ วงจรวงจรสวิตช์ชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายในตัว IPM TM-35 จะเริ่มทำงานจ่ายแรงดัน 5.0 V ที่ขา Vcc2 และ 13.5 V ที่ขา Vcc1 ทำให้ RELAY1 ทำงาน ซึ่งจะลัดวงจรที่อุปกรณ์เทอร์มิสเตอร์ NTC เพื่อให้กระแสประจุคาปาซิเตอร์โดยตรงได้เนื่องจากคาปาซิเตอร์ได้รับการประจุเริ่มต้นแล้วจึงไม่จำเป็นต้องจำกัดกระแสประจุคาปาซิเตอร์  ไดโอด D2 ทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันแรงดันย้อนกลับของขดลวด RELAY1
ในส่วนของ MC3PHAC เมื่อได้รับแรงดัน 5.0 โวลท์ คาปาซิเตอร์ C1 จะได้รับการประจุผ่านตัวความต้านทาน R14 ทำหน้าที่เป็นวงจรรีเซท เมื่อแรงดันคร่อม C1 สูงถึงค่าที่กำหนดทำให้ MC3PHAC เริ่มทำงานโดยโปรแกรมที่ถูกโปรแกรมมาแล้วในตัว MC3PHAC จะเริ่มทำงานโดยจะอ่านค่าที่ขา VBOOST_MODE ถ้าถูกต่อกับกราวด์ MC3PHAC จะทำงานในโหมดที่เชื่อมต่อกับ PC แต่หากไม่ต่อกับกราวด์จะทำงานในโหมดอิสระตัวเดียว หลังจากนั้นค่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการกำหนดการทำงานจะถูกอ่านผ่านทางขา MUX_IN ที่อยูในรูปของแรงดันที่กำหนดโดยวงจรโวลท์เตจดิไวเดอร์  ค่าพารารามิเตอร์ที่ต้องป้อนให้กับ MC3PHAC ได้แก่ ค่า PWM Polarity,  Base Frequency, Voltage Boost, Dead Time,  Retry Time และ PWM Frequency
ในโครงงานนี้ได้กำหนดค่าดังกล่าวให้ได้ตามสเปกของ IPM TM-35 ดังนี้  ค่า PWM Polarity เป็นลบ และ Base Frequency เท่ากับ 50 Hz ค่า Voltage Boost กำหนดที่ 20% ค่า Dead Time กำหนดที่ 5.2µs ค่า Retry Time กำหนดที่ 52 Sec และค่า PWM Frequency กำหนดที่ 5.291 kHz โดยใช้ความถี่ของคริสตอลที่ 4 MHz  ส่วนสวิชต์ SW1 ทำหน้าที่เป็นคำสั่ง  Start/Stop และ SW2 ทำหน้าที่กำหนดทิศทางการหมุนของมอเตอร์ สำหรับ VR1 กำหนดอัตราเร่งและลดความเร็วรอบของมอเตอร์ และ VR2 เป็นตัวกำหนดความเร็วรอบของมอเตอร์ ที่ปรับได้ตั้งแต่ 15 รอบต่อนาทีถึง 1500 รอบต่อนาทีสำหรับมอเตอร์ 4 ขั้วและ 30 รอบต่อนาทีถึง 3000 รอบต่อนาทีสำหรับมอเตอร์ 2 ขั้วที่ให้แรงบิดคงที่ตลอดย่านความเร็วรอบ
ความต้านทาน R16,R17,R18,R19,R20,R21 ค่า 560Ω ทำหน้าที่เป็นตัวจำกัดกระแสของ Opto-Couple ให้ได้ตามพิกัดของ IPM TM-35
ระบบป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับมอเตอร์และตัวอินเวอร์เตอร์เองจะใช้เซนเซอร์มี่อยู่ภายใน IPM TM-35 คือวงจรตรวจจับกระแสเกินพิกัดของ IGBT และวงจรตรวจจับความร้อนของ IGBT โดยสัญญาณความผิดปกติจะได้จากขา ARM ที่จะเป็นอินพุทให้กับ MC3PHAC ที่ขา FAULT IN ซึ่งใช้ ทรานซิสเตอร์ Q1 เบอร์ PN2222A เป็นตัวกลับแรงดันให้สภาวะปกติเป็น Low
 
รูปที่ 7 แสดงการลงอุปกรณ์ชุดควบคุม
 
รูปที่ 8 แสดงการลงอุปกรณ์ชุดแหล่งจ่ายไฟ
การประกอบวงจร
ให้ยึดอุปกรณ์ IPM และไดโอดบริดจ์บนฮีทซิงค์ เพื่อระบายความร้อนที่เกิดจากการทำงานของวงจร อุณหภูมิของอุปกรณ์ IPM สูงสุดอยู่ที่ประมาณ 100 °C จึงควรให้ฮีทซิงค์มีขนาดที่เหมาะสม ขาที่เชื่อมต่อระหว่าง MC3PHAC และ IPM TM-35 ควรจะเดินสายให้สั้นที่สุด  

การประยุกต์ใช้งาน
สำหรับการนำไปใช้งานของอินเวอร์เตอร์ที่นอกจากจะใช้ในงานปรับความเร็วรอบของมอเตอร์เหนี่ยวนำไฟฟ้ากระแสสลับแล้ว การประยุกต์การใช้งานเพื่อควบคุมการทำงานของมอเตอร์ให้อยู่ในโหมดของเยนเนอเรเตอร์ที่ทำงานในระบบที่ความเร็วรอบของต้นกำลังไม่คงที่ได้ ที่อาจจะประยุกต์ใช้ได้กับกังหันลมหรือกังหันน้ำได้ โดยการควบคุมให้สนามแม่เหล็กหมุนของมอเตอร์มีความเร็วรอบน้อยกว่าความเร็วของโรเตอร์ ซึ่งจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป
สำหรับการใช้กับมอเตอร์ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 5 แรงม้าก็สามารถใช้ชุดควบคุมชุดเดิมได้โดยเปลี่ยนตัว IPM เป็นเบอร์ TM-39 ที่มีพิกัดของ IGBT ที่ 50A 600V ใช้ไดโอดบริดจ์เป็นขนาด 50A และเพิ่มคาปาซิเตอร์ขนาด 470uF 400V อีก 4 ตัวขนานเพิ่มเข้ากับคาปาซิเตอร์ชุดเดิม
 
รูปที่ 9 วงจรควบคุมที่ประกอบแล้ว
 
รูปที่ 10 แสดงภาคแหล่งจ่ายไฟตรงที่ประกอบแล้ว
รายการอุปกรณ์
ตัวต้านทาน ¼ วัตต์ +/- 5%
R1 - 10kΩ            1 ตัว
R2,R3,R4,R12 – 4.7kΩ      4 ตัว
R5,R6,R13,R14  - 10kΩ      4 ตัว
R7, R8, R11 – 6.8kΩ         3 ตัว
R9 – 50kΩ            1 ตัว
R10 – 470Ω            1 ตัว
R15 – 10MΩ         1 ตัว
R16,R17,R18,R19,R20,R21 – 560Ω   6 ตัว
VR1 – วอลลุ่ม 5kB         1 ตัว
VR2 – Trim Pot 5kΩ         1 ตัว
ตัวเก็บประจุ
C1,C2,C4 – 0.1uF เซรามิก      3 ตัว
C3 – 100uF 16V อิเล็กทรอไลท์   1 ตัว
C5 – 470uF 400V อิเล็กทรอไลท์   4 ตัว
C6 – 0.01uF เซรามิก         1 ตัว
อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ
D1 – GBPC3508          1 ตัว
D2 – 1N4001         1 ตัว
Q1- PN2222A         1 ตัว
IC1- MC3PHAC         1 ตัว
Intelligent Power Module - TM-35   1 ตัว
อื่นๆ
XTAL – คริสตอล 4.00 MHz      1 ตัว
NTC – เทอร์มิสเตอร์ SCK15075MSY   1 ตัว
RELAY1 – รีเลย์ 12 V คอนเทค 20 A   1 ตัว
SW1, SW2 – สวิตช์โยก      2 ตัว
SW3 – รีเซตสวิตช์         1 ตัว
ฮีทซิงค์            1 อัน


TM52A 36-48 VDC TEST.MOV

MC3PHAC POWER MODULES TM52A.wmv
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 06, 2013, 01:48:30 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
kraikrai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #347 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2013, 01:17:12 AM »

ได้ลูกสาวผิวขาวนวลงานนี้เห็นทีต้องไว้หนวดแล้วหละ555 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

กลับจากบ้านแล้วเหรอท่านขุนไกร ไปอาบแดดมา ผิวคือสิสีเข้มคั่กน้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 06, 2013, 01:21:16 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #348 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2013, 01:39:24 AM »

พัฒนาการของหลอด LED

พัฒนาการหลอด LED มีแบตฯในตัว
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #349 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 05:53:04 PM »

Discover How Car Batteries Work


Inside a Car Alternator Green Energy Generator Brush Reinsertion

Free Energy. Calories For Electricity. Charging a Bank of Batteries with exercise Bike

How to build a DIY PMA PART 2 permanent magnet alternator by Jeff at MWANDS

magnetic power perendev funcionamiento



คู่มือการทำกังหันลมไฟฟ้า จาก UK
 ขอนุญาติตัดบางส่วนมาประกอบข้อมูล เผื่อท่านอื่น มาอ่านในหน้านี้ จะได้ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น อันนี้เป็นข้อมูลจากอีกเวบ ที่ผมเป็นสมาชิก เห็นว่าเป็นประโยชน์เลยคัดลอกมาให้ได้อ่าน
อ้างถึง
ลองอ่านกระทู้นี้สักหน่อยนะครับ อาจจะทำให้เข้าใจหลักการออกแบบเจนเนอร์เรเตอร์หรือไดนาโมของกังหันมากยิ่งขึ้นครับ ว่าการหารอบที่จะทำให้กังหันเริ่มชาร์จที่เท่าใด และจะต้องพันขดลวดกี่รอบต่อขด จำนวนกี่รอบ พอเป็นแนวทางให้บ้างนะครับ ยิ้มเท่ห์
ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนนะครับ   เพราะดูจากคำตอบที่คุณตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ น่าจะเป็นผู้รู้ท่านหนึ่งเลยนะครับ

http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0


แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           167          = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45
 หาจำนวนขด ที่  167รอบหมุน  ชาร์จแบตฯ 1ลูก   = (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x167 x0.0154 x 0.45
          n             = 924/6.25
          n             = 147.84  รอบ/phase

อยากทำ 9 ขด 3 เฟส  :           = 147 / 3 = 49 รอบ /ขด
อยากทำ 10 ขด 5 เฟส  :          = 147 / 2 = 73.5 รอบ /ขด

การพันขดลวดอาจจะพันเผื่อไปสักประมาณ 10 % ก็ได้เพราะว่าการทำงานด้วยมีอาจจะต้องเผื่อบ้างเล็กน้อย
  ของลุงเค้าทำ 10 ขด 5 เฟส  :           = 147 / 2
                                               = 73.5 รอบ /ขด
                               เลือกใช้         = 80 turn.

 ค่าของ B เป็นความเข้มสนามแม่เหล็ก(เทสล่า)ที่โรงงานผู้ผลิตบอกมา  นีโอไดเมี่ยม ที่มีขายในบ้านเราจะเป็น Grade  35  ,Grade 45
    คือ จะมีค่าเป็น  Guass  เช่น  Grade 45 = 4500 Guass.  , Grade 35 = 3500 Guass
                          1 Tesla =    10,000  Guass.
           Grade 45 = 4500 Guass. =  0.45 T……………………………………(B)

          วิธีคิด  เพื่อหา พ.ท.หน้าตัดของสนามแม่เหล็กคิดตามนี้          =  2” x 1” x 12 pole
                                                                              =  24ตารางนิ้ว

      1 ตารางเมตร = 100 cm* 100 cm = 10,000 ตารางเช็นติเมตร
     1 ตารางนิ้ว = 2.54 cm *2.54 cm = 6.24 ตารางเช็นติเมตร
                        1 ตารางนิ้ว = 6.24 x 10^-4 ตารางเมตร
                   ที่  24ตารางนิ้ว  =  ?ตารางเมตร หาได้จาก         = 24 ตารางนิ้ว x 6.45 x1^-4
                               = 0.0154  ตารางเมตร……………………….(A)


      วิธีคิด  เพื่อหาขนาดของเส้นลวดทองแดงที่จะนำเอามาพัน
                               กำลังที่ต้องการ                              P =  VI
               100 watts.  = 12 x I
                    I      = 100/12
                           = 8.33 Amp.
                                    เลือกขนาดลวดที่ตาราง AWG ได้ทุกขนาดครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อันไหน เช่น เบอร์เล็กกระแสไม่พอก็พันคู่หรือ มากกว่าก็ได้ครับครับ
                                                               แต่ที่ยอดฮิตนี่  #21 AWG,#18AWG,#14AWG ใหญ่กว่านี้พันยาก



                         ผมขอขอบคุณมาก สำหรับคำแนะนำ  ช่วยได้มากทีเดียว
 ส่วนนี่  "จากคำตอบที่คุณตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ น่าจะเป็นผู้รู้ท่านหนึ่งเลยนะครับ จากคำตอบที่ตอบๆ มาในกระทู้อื่นๆ"  นั้นเป็นการแอบเรียนหลังห้อง จากข้อมูลต่างๆ ที่ท่านเอง และผู้รู้ท่านอื่นๆ ได้เขียนบันทึกไว้นั่นแหละ  (ส่วนตัวผมพอมีพื้นฐานไฟฟ้าและอิเลคทรอนิกส์อยู่บ้างครับ)  ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

"เลือกขนาดลวดที่ตาราง AWG ได้ทุกขนาดครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อันไหน เช่น เบอร์เล็กกระแสไม่พอก็พันคู่หรือ มากกว่าก็ได้ครับครับ"
      แต่ที่ยอดฮิตนี่  #21 AWG,#18AWG,#14AWG ใหญ่กว่านี้พันยาก  
                   (ความเห็นส่วนตัว ผมขอแนะนำลวดเบอร์ 16AWG แบบเครือบ 2ชั้น เวลาพันนิ่มมือ ไม่กระด้างเหมือนเบอร์18)

      ความเข้มสนามแม่เหล็ก(เทสล่า)ที่โรงงานผู้ผลิตบอกมา  นีโอไดเมี่ยม ที่มีขายในบ้านเราจะเป็น Grade35,Grade45 ผมเลือกที่จะกำหนดค่าเป็น  0.4
               ส่วนตัวอย่างวิธีติดด้านล่างนี้ ผมลองคำนวน ตามตัวอย่าง ใน http://www.are101.org/forum/index.php?topic=345.0
  มาให้ดู  หากส่วนใหน ผิดพลาด ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณมาก

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 120รอบ= (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 120
              n             = 924/3.994512
                            = 231.317
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          = 77.10566 turn.พันด้วยมือ เผื่อเป็น 80รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          = 115.65 turn.พันด้วยมือ เผื่อเป็น 117รอบ

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ24โวลต์ได้ที่รอบหมุน 120รอบ= (30.8)x60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 120
              n             = 1848/3.994512
                            =  462.63
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  154.21 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 156รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  231.31 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 235รอบ



หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 100รอบ= (15.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 100
              n             = 924/ 3.32876
                            =  277.58
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  92.52 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 95รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  138.79 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 140รอบ

หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ24โวลต์ได้ที่รอบหมุน 100รอบ= (30.8)x60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 100
              n             = 1848/3.32876
                            =  555.16168
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  185.05 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 190รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  277.58 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 280รอบ



หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 60รอบ    = (15.4) x 60/1.732 x 1.56 x 2 x 0.0154 x 0.4 x 60
              n             = 924/1.997256
                            = 462.63473
                                              ถ้า   3 เฟสเลือกใช้ ที่          =  154.21 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 152รอบ
                                              ถ้า   2 เฟสเลือกใช้ ที่          =  231.31 turn. พันด้วยมือ เผื่อเป็น 235รอบ

                                   แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 167รอบ = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45   ผมไม่แน่ใจในตัวเลขเหล่านี้ หามาจากการคิดอย่างไร  ช่วยแนะด้วยครับ

อ้างถึง

                                   แทนค่า  Vbatt = 14 Volte. ใน  (Cool)
           หาจำนวนขด ให้ชาร์จแบตฯ12โวลต์ได้ที่รอบหมุน 167รอบ = (14+1.4) x 60 /1.732 x 1.56 x 2 xn x0.0154 x 0.45   ผมไม่แน่ใจในตัวเลขเหล่านี้ หามาจากการคิดอย่างไร  ช่วยแนะด้วยครับ

ได้ความจากคำตอบจากอีเมลย์ของลุง hugh ต้นตำหรับส่งมาให้ผมเมื่อหลายปีที่แล้วตามนี้นะครับ
Here are some useful equations for coil design

Average open circuit voltage (emf) for an alternator will be

Eave = 2*n*A *B*(rpm/60) volts

where Eave is average emf per phase
n is turns per coil (multiplied by number of coils connected in series)
A*B is flux in Webers
A is total area of poles in square metres
B is average flux density at poles in Tesla
(rpm/60) is revolutions per second

 
The peak voltage will be about 50% higher Epeak=1.56* Eave

 
If a three phase arrangement of coils is used then they are usually
connected Star (Wye) giving root(3)=1.73 higher output volts.


If this is fed through a rectifier, then the output is approximately
the peak with the forward biassing voltage of the diodes subtracted

Edc = Epeak*root(3)-1.4 volts for silicon diodes.

In this way you can establish the cut in speed of an alternator.
Where Edc = Vbat=battery voltage, the rpm can be found.

rpm = (Vbat+1.4)*60/(1.73*1.56*2*n*A *B)

You can also use E to predict the output current.  There is no
current until Edc>Vbat.  After that, current I will be

Idc=(Edc-Vbat)/R amps neglecting reactive effects (self induction)

Where the coils are wound on laminations, the inductance is strong
and it is hard to predict output current.  The current will be
limited by the inductive reactance at higher speeds.  With air-core
coils in a stator which does not contain iron, we can look at the
resistance R in ohms as the main impedance.

R =L/Aw*0.022*(1+0.004*(temp-70)) ohms

where L is the length of copper wire in the coils of one phase in metres
Aw is the wire cross sectional area in mm (pi()*square(diameter)/4)
temp is wire operating temperature in degrees C

Copper Loss = square(Idc)*R watts
รายละเอียดอยู่ที่ลิงค์นี้นะครับ
http://www.are101.org/forum/index.php?topic=41.0


1.4 = แรงดันตกคร่อมที่ซิลิคอนไดโอดในวงจรแปลงแรงดัน (Full Wave;Bridge Rectifier)จำนวน 2 ตัว= 0.7+0.7 = 1.4 โวลท์ ( เราต้องสร้างแรงดันที่สูงกว่าแบตฯบวกกับแรงดันที่จะตกคร่อมอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์(ซิลิคอนไดโอด)ในวงจร จึงจะสามารถประจุไฟลงแบตเตอร์รี่ได้)
http://www.chontech.ac.th/~electric/html/rectifier.htm

1.732 = Edc = Epeak*root(3)-1.4 volts for silicon diodes จากสมการนี้ เค้าแจ้งว่าการต่อวงจรโดยทั่วไปจะเป็นแบบ 3 เฟสต่อแบบสตาร์ จึงทำให้แรงดันที่ได้จะมีค่าเท่ากับ square root 3 = 1.732 ของแรงดันสูงสุด

1.56 = 1.56 นั้นได้มาจาก สมการนี้ครับ Vdc = 0.636*Vp (Full Wave;Bridge Rectifier) แรงดันดีซีหรือแรงดันเฉลี่ย นั้นจะมีค่าเท่ากับ 0.636 หรือ 0.637  ของแรงดันสูงสุด  แล้วแต่จะปัดขึ้นหรือไม่  พอเราต้องการหาค่าแรงดันสูงสุดที่เราจะทำการออกแบบ เราจึงต้องย้ายสมการหาค้า Vp = (1/0.637)Vdc = 1.569Vdc

ที่มาของสมการนี้ Vdc = 0.636*Vp (Full Wave;Bridge Rectifier) คือการหาพื้นที่เฉลี่ยใต้รูปคลื่นซายน์เวฟ โดยคิดจากลูกคลื่นที่ได้มาจากวงจร Full Wave;Bridge Rectifier คือตั้งแต่ 0-360 องศา (0-2pi ; pi = 180 องศา)ได้สมการดังนี้
                                                                     Vave = Vdc  = 2Vp/pi       ; pi = 3.14 (ในช่วง 0- 2pi จะมีลูกคลื่นอยู่ 2 ลูกจึงได้ 2Vp
                                                                        = (0.636)VP

หวังว่าคงจะพอทำให้เข้าใจบ้างนะครับ (บางท่านอาจจะงงสักหน่อย แต่สำหรับท่านที่มีพื้นฐานทางวงจรไฟฟ้าก็คงไม่ยากนักนะครับ
ขอบคุณครับ




จักรยานปั่นไฟ กับไดชาร์จติดแม่เหล็กถาวร สเปค 12v 25amp
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2013, 01:29:30 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #350 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 08:02:53 PM »

ตรวจสอบรายชื่อด้วย ชื่อใครเขียนผิด หรือตกหล่นแจ้งด้วย

 สายตลาดกลางค้าส่งสี่มุมเมือง

ประธานอุปถัมภ์
คุณอเนก-ปาณิศสรา สุนนท์กุลและครอบครัว  ร้านสุนนท์กุล
คุณปิยะวัฒน์-ภัทราวดี พัฒมญีและครอบครัว  ร้านกิ๊ปโฟน

ประธาน
ดช.ไพวัลย์ ศรีทานนท์และครอบครัว  ร้าน24โฟน
ดช. ผ่านฟ้า อัศววิจิตกุล ร้านฅนรักษ์แว่น
คุณไตรภพ ขันทองและครอบครัว  ร้านสไมล์โฟน
คุณจักรไกร อินทร์สำราญและครอบครัว  ร้านCKโมบาย
คุณปรีชา สีหามาศและครอบครัว

รองประธาน  
คุณลุงทองพูน กุลวงษ์

มีใครอยากร่วมทำผ้าป่าด้วยอีกใหม จะได้สั่งพิมพิ์ซองภายในปลายสัปดาห์หน้า

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=82152.0


Liked By: yudhapol
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #351 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2013, 10:17:44 PM »

 เศร้า
เศร้าฝากงานฝีมือของผม อีกหนึ่งบทด้วยครับ   ยิงฟันยิ้ม

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=84892.0

ปั้มชักกับเครื่องตั้งเวลาปิด-เปิด อัตโนมัติ รดน้ำต้นไม้ในสวน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2013, 06:27:09 PM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
หน้า: 1 ... 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 [22] 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 ... 49   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: