หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ยาฆ่าหญ้า  (อ่าน 4371 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mareen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 10:09:42 AM »

สวัสดีค่ะพี่ๆทุกท่าน มีเรื่องรบกวนตอบให้หนูที  คือว่าที่หมู่บ้านที่หนูอยู่ทำอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กันทุกบ้านมีพื้นที่หลายพันไร่และทุกบ้านจะใช้ยาฆ่าหญ้า ยาคุม ยาฆ่าแมลง กันแบบไม่กลัวเลย ฉีดทั้งในไร่และบริเวณบ้านและอาศัยอยู่ตรงนั้น ยอมรับว่ากลัวมากค่ะ อยากรบกวนพี่ๆที่ทำเกษตรอินทรีแนะนำวิธีกำจัดวัชพืชแบบไม่ใช้สารเคมีด้วยค่ะ (บางคนก็กลัวแต่จำเป็นต้องใช้)

กราบขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
บันทึกการเข้า

วัตครับ
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1994



« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 10:46:54 AM »

จอบครับ
บันทึกการเข้า

ประมวลภาพ "ทอดกฐินสามัคคี  ณ วัดป่าภูนางงำ ขอนแก่น "
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=77373.272
Aomsin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1708


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 10:50:54 AM »

เครื่องตัดหญ้า จอบเสียบ ดายหญ้า ถอนหญ้ามาทำปุ๋ยหมัก เลี้ยงวัว ควาย เอาไว้กินหญ้า  แต่ว่าใครจะทำตามบ้าง อันนี้น่าคิดกว่าครับ
บันทึกการเข้า
ADISAK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1928


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 10:57:03 AM »

ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อย่าใช้แบบ กัมมอกโซน นะครับ มันแรง และ อยู่นาน(ดูสัญลักษณ์ รูปกระโหลกไขว้)
ที่สวนผมใช้เครื่องตัดหญ้าอย่างเดียวได้ปุ๋ยด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2011, 11:02:55 AM โดย ADISAK » บันทึกการเข้า

27/26 พระราม2 เพรส ถ.พระราม2 ซ.51 แยก 5 แขวง ท่าข้าม เขต บางขุนเทียน กรุงเทพ
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 09:54:44 PM »

อีกวิธี คือ หาอะไรทับหญ้าไว้

เช่นใช้ฟางคลุม

แต่บ้านฉันมีแต่ใบปาล์ม เลยลากไปคลุมแถวโคนยางได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ประหยัดแรงงานถากไปได้เยอะ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7578


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2011, 03:46:45 PM »


ยาฆ่าหญ้า เหรอ

โอ๊ะ  เผลอเข้ามา

ไม่เอาด้วยแล้ว

ไปดีกว่า
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9227


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2011, 04:46:25 PM »

เอาข้อคิดดีๆมาให้อ่านครับ  ยิงฟันยิ้ม

วิธีปราบหญ้า ที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่ง  คือปลูกพืชหมุนเวียนตลอดปี อย่าปล่อยให้ ผืนดินว่างเปล่า ยิ่งถ้าหากเรา ทำกสิกรรมธรรมชาติทุกปี  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และแร่ธาตุต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้นทุกปี  ยิ่งดินมีความอุดมสมบูรณ์  แต่ปล่อยให้ดินว่างเปล่า โดยไม่ปลูกอะไรเลย  หญ้าและวัชพืช ก็จะเกิดขึ้นมาแทนที่ สรุปให้ชัดเจนคือ ถ้าคิดไม่ออกว่า จะปลูกอะไร ก็ขอให้ปลูกถั่ว ท่านจะประสบ ผลสำเร็จในที่สุด

การปลูกพืชผักต้องคำนึงถึงฤดูกาลด้วย  เพราะจะทำให้ประหยัดต้นทุน และแรงงาน  แมลง และศัตรูพืช จะรบกวนน้อย ถ้าทำได้เช่นนี้ จะมีอยู่มีกิน ตลอดปี ประการสำคัญที่สุด เมื่อลงมือ ทำครั้งแรก อย่าทำมาก ให้ทำจาก พื้นที่ขนาดเล็ก ไปหาพื้นที่ขนาดใหญ่ อย่าทำจาก ใหญ่ไปหาเล็ก นั่นคือ ทำแบบ พออยู่พอกิน ถ้าหากเรา พออยู่พอกินแล้ว เทคนิค และยุทธวิธี ในการให้ และขาย ก็จะตามมาเองครับ

หญ้าคา
หญ้าคาเป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นตรง  และมีอายุยืนหลายปี  เหง้าของหญ้าคา จะเลื้อยคลานไปในดิน ทำให้ยาก แก่การกำจัด คนโบราณ เคยบอกว่า ใช้ไฟเผา ก็ยังปราบ หญ้าคาไม่ได้ หญ้าคาเป็นไม้เบื่อไม้เมา กับชาวไร่ชาวนา มาตลอด ขนาดใช้รถไถ ก็ยังเกิดอีก เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ ตามป่าตามสวนทั่วไป  พืชชนิดนี้ ขยายพันธุ์โดยเหง้า และเมล็ดของมัน เมื่อแก่ ปลิวไปได้ไกลทีเดียว  ทำให้กระจายพันธุ์ ไปได้ไกล แม้สิ่งที่พูดมา จะชวนปวดเศียร เวียนหัว ขนาดไหน ท่านผู้อ่าน อย่าพึ่งถอนใจ  ตามธรรมชาติ ของทุกสิ่งทุกอย่าง มีทั้งส่วนดี และส่วนไม่ดี หรือ มีทั้งประโยชน์ และโทษ

ประโยชน์ของหญ้าคา
1.ราก-เหง้าของหญ้าคา  ให้แร่ธาตุไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส, โปแทสเซียม  อย่างมากมาย เมื่อเราปราบ กำจัดได้แล้ว (อย่าเผา) ให้ปลูกพืชผักลงไป ตรงที่มีหญ้าคาเน่า อยู่นั้น พืชผัก จะเจริญเติบโต แข็งแรงดีมาก

2.ราก-เหง้า-ลำต้น-ใบ  ทำให้ดินร่วนซุย ทำให้ออกซิเจนลงไปในดิน ได้สะดวก ทำให้ไม่แน่น เป็นดินที่มีชีวิต และพลังงาน

3.มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่ว  คือถ้าหากเน่า เป็นปุ๋ยแล้ว จะสามารถ ป้องกันเพลี้ย และ แมลงต่างๆได้

4.หญ้าคาเจริญเติบโตขึ้นในที่ใด   ที่นั้นส่วนมาก แมลงต่างๆ แทบจะไม่มีเลย   ยิ่งไปกว่านั้น พวกสัตว์ที่มีพิษ  เช่น งู ตะขาบ (สัตว์เลื้อยคลาน) จะไม่เข้าไปอาศัยอยู่ (เพราะหญ้าคา มีหน่อ ที่แหลมคมมาก)  ถ้าหากนำหญ้าคา ไปมุงหลังคาบ้าน หรือกระท่อม จะทำให้ปรับอากาศ ที่ร้อน หรือ เย็นเกินไป ให้มีอุณหภูมิ อบอุ่นพอดี

เป็นยาสมุนไพรชนิดหนึ่ง  ราก เหง้า ของหญ้าคา ผสมกับหญ้าแห้วหมู ในอัตราส่วน ที่เท่ากัน นำไปต้มกับน้ำร้อน ดื่มกินทุกวัน   แก้และป้องกันไข้  เมื่อมีอาการขัดเบา  โรคนิ่ว และ การอักเสบ ของกระเพาะปัสสาวะ

โทษของหญ้าคา
1. รกรุงรัง ชาวไร่ชาวนาส่วนมากไม่ค่อยชอบ

2. เมื่อนำไปมุงหลังคาบ้าน  หรือกระท่อม ไม่ค่อยทนทาน และถ้าหาก ดูแลรักษาไม่ดี อาจจะเกิดอัคคีภัย ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ทรัพย์สิน ของเราได้ง่าย

3. หน่อหญ้าคาแหลมคมมาก  ถ้าเดินเข้าไปโดยไม่ระมัดระวัง จะทิ่มแทง ฝ่าเท้าของเรา ให้ เกิดความเจ็บปวดได้

ลักษณะจำเพาะิของหญ้าคา
1.ไม่ชอบบริเวณที่น้ำแฉะ
2.เจริญเติบโตได้ดีในที่ดอน และทุกฤดูกาล
3.ถ้าหากเราไปเผา-เกี่ยว ัหรือตัด จะแตกหน่อขึ้นมา จากพื้นดิน อย่างรวดเร็ว

วิธีปราบหญ้าคา (แบบออมแรง)
1.ก่อนจะถึงต้นฤดูฝน  ให้หาถังแดง (ขนาด  500-1000 ลิตร)  หรือไม้ไผ่ยาว ประมาณ 6-7 เมตร หมุนหรือกลิ้ง บนป่าหญ้าคา ไปในทิศทางเดียวกัน ข้อควรระวังที่สุด คือ อย่าให้ต้น หญ้าคาหัก เพราะถ้าหากลำต้นหัก หน่อก็จะแตก หรือเกิดขึ้น เป็นจำนวนมาก ทำให้ปราบยาก

2. หยอดเมล็ดถั่วลงในพื้นดิน (ถ้าหากดินแน่น อาจจะใช้จอบ หรือเสียม ขุดปลูกก็ได้) ถ้าเป็นถั่ว   ขอให้ห่างกัน ประมาณหลุมละ  4-5  เมตร  ถั่วพร้าห่างกันประมาณ  2-3  เมตร ถั่วมะแฮะ ถั่วเขียว และถั่วอื่น ใช้วิธีหว่าน ลงไปในพื้นดิน

3.เอาฟางหรือใบไม้คลุม บริเวณที่มีหญ้าคา ที่ต้องการจะกำจัด ถ้าอยู่ในช่วงฝนตก ไม่ต้องรดน้ำ ถ้าไม่มีฝน รดน้ำให้มีความชุ่มชื้น พอประมาณ (หญ้าคาจะเน่าง่าย ในช่วงที่มีฝนตกชุก)

4.ประมาณเดือนตุลาคม ให้ท่านปลูกพืชลงไป โดยไม่ต้องไปขุดดิน หรือไถพรวน แต่อย่างใด เพียงเท่านี้ ท่านจะพบกับความสำเร็จ อีกขั้นหนึ่ง ในการทำกสิกรรมธรรมชาติ  แบบประโยชน์สูง แต่ประหยัด และลงทุนน้อย
 ยิ้มเท่ห์


Liked By: guitarcake
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2011, 11:45:33 PM »

จอบครับ


ใช้แรงงานเด็กนี่ครับ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ
สบายไม่เหนื่อยด้วย สนับสนุน อายจัง อายจัง จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า
manit_s
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 05:07:01 AM »

จอบครับ


ใช้แรงงานเด็กนี่ครับ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ
สบายไม่เหนื่อยด้วย สนับสนุน อายจัง อายจัง จุมพิต จุมพิต
อีก1เสียงครับ
บันทึกการเข้า
popo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 689


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 06:52:04 AM »

ปลูกฝังให้รักการเกษตรตั้งแต่เด็ก อายจัง อายจัง อายจัง ดีครับ แต่เห็นกินแรง(เยอร์)อยู่สองคนนะไปดีกว่า    โกรธ โกรธ
บันทึกการเข้า
Bart_นักท่องเนตบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 11:09:53 AM »

การทำการเกษตร...

ถ้าเลี่ยงการใช้สารกำจัดวัชพืชไม่ได้ ควรรู้จักใช้อย่างชาญฉลาดครับ

หนึ่งในหลายๆ ปัจจัยเสี่ยงคือ การเลือกใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง

โดยทั่วๆไปแล้วสารกำจัดวัชพืชจะมีความเป็นพิษน้อยกว่าสารกำจัดแมลง

แ่ต่ สภาพเืมืองไทยที่ใช้กัน  จะใช้แต่สารที่มีความเป็นพิษรุนแรง ประเภทหัวกระโหลกไขว้

ชนิดที่ว่าฉีดไปแล้ว หันหลังกลับมาดู เหี่ยว เฉา ตามหลัง

ยกตัวอย่างง่าย ๆ (ค่า LD50 ที่น้อย แสดงถึงความเป็นพิษต่อสัตว์ทดลองที่มาก)

พาราควอท ค่า LD50 oral rat = 110-150 mg/Kg  อ้าิงจาก http://extoxnet.orst.edu/pips/paraquat.htm

เป็นสารกำจัดวัชพืชที่ใช้กันมากๆๆๆในเมืองไทย มีหลายเวปหลายตำราแนะนำให้ใ้ช้

หยุดใ้ช้เถอะครับ สารตัวนี้อันตรายต่อผู้ใช้มาก

สารกำจัดวัชพืชที่อยากแนะนำให้ใช้ และมีขายกันตามท้องตลาด

ไดยูรอน The oral LD50 in rats is 3400 mg/kg.  http://extoxnet.orst.edu/pips/diuron.htm
ไกลโฟเสท  oral LD50 of 5600 mg/kg in the rat. http://extoxnet.orst.edu/pips/glyphosa.htm


เมื่อเปรียบเที่ยบกับ เกลือแกง ค่า LD50 oral rat = 3,000 mg/Kg 

จะเห็นได้ว่า สองตัวนี้มีฤทธิ์แต่ผู้ใช้น้่อยมาก



ดังนั้น เวลาจำเป็นต้องใช้ ต้องใช้ให้ถูกวิธี เลือกชนิดของสารกำจัดวัชพืชที่ตรงกับวัตถุประสงค์

เลือกสารกำจัดที่มีฤทธิ์ูต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

(สารที่มีฤทธิ์ต่อชีวิต+สิ่งแวดล้อมน้อยไม่ได้หมายความว่าสารชนิดนั้นฆ่าหญ้าไม่ตายนะครับ)


ปล. การใช้ไดยูรอนพืชก่อนงอกเลือกทำลาย และไกลโฟเสทหลังงอกนะครับ ไม่เลือกทำลาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 03, 2011, 11:23:40 AM โดย Bart_นักท่องเนตบ้านนอก » บันทึกการเข้า
ดำ ดู ดี
" กระดูกสันหลังของชาติ "
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 884

ชายตัวดำทำนาสีขาว


« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2011, 07:12:29 PM »

หนามยอกเอาหนามบ่งครับ
เอาปุ๋ยเคมีเม็ดละลายน้ำเข้มหน่อย ฉีดไปที่ใบหญ้าตอนกลางวัน
ใบหญ้าจะไหม้และกลายเป็นปุ๋ยคลุมหน้าดินให้เรา

ถ้าใครมีน้ำหมักก็เอาน้ำหมักนั่นแหละผสมน้ำเอาให้ข้นกว่าแบบที่เราฉีดเพื่อเป็นปุ๋ย
แค่นี้ใบหญ้าก็ไหม้แล้วก็กลายเป็นปุ๋ย
บันทึกการเข้า

ยิ้มเท่ห์ กลุ่มเกษตรสรรพสิ่ง ข้าวสินเหล็ก ไรซ์เบอรี่ 0898899914 อาหารสัตว์ ปุ๋ยบำรุงดิน ก้อนปรับสภาพน้ำดินด้วยระบบสรรพสิ่ง
chainsaw
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 986


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2011, 11:06:42 AM »

การทำการเกษตร...

ถ้าเลี่ยงการใช้สารกำจัดวัชพืชไม่ได้ ควรรู้จักใช้อย่างชาญฉลาดครับ

หนึ่งในหลายๆ ปัจจัยเสี่ยงคือ การเลือกใช้สารกำจัดวัชพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง

โดยทั่วๆไปแล้วสารกำจัดวัชพืชจะมีความเป็นพิษน้อยกว่าสารกำจัดแมลง

แ่ต่ สภาพเืมืองไทยที่ใช้กัน  จะใช้แต่สารที่มีความเป็นพิษรุนแรง ประเภทหัวกระโหลกไขว้

ชนิดที่ว่าฉีดไปแล้ว หันหลังกลับมาดู เหี่ยว เฉา ตามหลัง

ยกตัวอย่างง่าย ๆ (ค่า LD50 ที่น้อย แสดงถึงความเป็นพิษต่อสัตว์ทดลองที่มาก)

พาราควอท ค่า LD50 oral rat = 110-150 mg/Kg  อ้าิงจาก http://extoxnet.orst.edu/pips/paraquat.htm

เป็นสารกำจัดวัชพืชที่ใช้กันมากๆๆๆในเมืองไทย มีหลายเวปหลายตำราแนะนำให้ใ้ช้

หยุดใ้ช้เถอะครับ สารตัวนี้อันตรายต่อผู้ใช้มาก

สารกำจัดวัชพืชที่อยากแนะนำให้ใช้ และมีขายกันตามท้องตลาด

ไดยูรอน The oral LD50 in rats is 3400 mg/kg.  http://extoxnet.orst.edu/pips/diuron.htm
ไกลโฟเสท  oral LD50 of 5600 mg/kg in the rat. http://extoxnet.orst.edu/pips/glyphosa.htm


เมื่อเปรียบเที่ยบกับ เกลือแกง ค่า LD50 oral rat = 3,000 mg/Kg 

จะเห็นได้ว่า สองตัวนี้มีฤทธิ์แต่ผู้ใช้น้่อยมาก



ดังนั้น เวลาจำเป็นต้องใช้ ต้องใช้ให้ถูกวิธี เลือกชนิดของสารกำจัดวัชพืชที่ตรงกับวัตถุประสงค์

เลือกสารกำจัดที่มีฤทธิ์ูต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

(สารที่มีฤทธิ์ต่อชีวิต+สิ่งแวดล้อมน้อยไม่ได้หมายความว่าสารชนิดนั้นฆ่าหญ้าไม่ตายนะครับ)


ปล. การใช้ไดยูรอนพืชก่อนงอกเลือกทำลาย และไกลโฟเสทหลังงอกนะครับ ไม่เลือกทำลาย


อยากได้ออกฤทธิ์แบบเจาะจง เฉพาะพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีแนะนำไหมครับ
บันทึกการเข้า

จำหน่ายเลื่อยยนต์ ขนาด 38CC ราคา 2,600 บาท

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=23485.0
atk49
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 468


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2011, 05:40:42 AM »

หนามยอกเอาหนามบ่งครับ
เอาปุ๋ยเคมีเม็ดละลายน้ำเข้มหน่อย ฉีดไปที่ใบหญ้าตอนกลางวัน
ใบหญ้าจะไหม้และกลายเป็นปุ๋ยคลุมหน้าดินให้เรา

ถ้าใครมีน้ำหมักก็เอาน้ำหมักนั่นแหละผสมน้ำเอาให้ข้นกว่าแบบที่เราฉีดเพื่อเป็นปุ๋ย
แค่นี้ใบหญ้าก็ไหม้แล้วก็กลายเป็นปุ๋ย

ขอคำแนะนำเกี่ยวการใช้น้ำหมักฆ่าหญ้าด้วยครับ ผมเคยทดลองทำแล้ว โดยผสม 200:1 หญ้าคาไม่ตาย แต่ยิ่งงามครับ ไม่รู้ต้องผสมเข้มข้นขนาดไหนหญ้าคาถึงจะตาย คือหญ้าคาในสวนยางครับ ยาง 4 ปีแล้ว กลัวว่าถ้าเข้มมากต้นยางอาจจะตายก่อนหญ้าครับ  ลังเล  เศร้า
บันทึกการเข้า
ดำ ดู ดี
" กระดูกสันหลังของชาติ "
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 884

ชายตัวดำทำนาสีขาว


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2011, 10:23:18 AM »

ยางสี่ปีใบน่าจะคลุมดินหมดแล้วนะครับ
หญ้าคาเอายากคับสำหรับน้ำหมัก
สำหรับสวนยางผมว่าใช้เครื่องตัดหญ้าตัดแล้วหอบไปคลุมโคนต้นไปเลยจะได้ประโยชน์กว่าฉีดยา
บันทึกการเข้า

ยิ้มเท่ห์ กลุ่มเกษตรสรรพสิ่ง ข้าวสินเหล็ก ไรซ์เบอรี่ 0898899914 อาหารสัตว์ ปุ๋ยบำรุงดิน ก้อนปรับสภาพน้ำดินด้วยระบบสรรพสิ่ง
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2483


« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2011, 10:31:39 AM »

ถ้าเป็นหญ้าคา ให้ไถทั้งหญ้า แล้วหว่านงา รับรองปีเดียวหญ้าคาก็หญ้าคา  มันแพ้งา ครับผม


Liked By: guitarcake
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: