ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกไผ่กิมซุ่งเป็นจำนวนมาก บางท่านก็ปลูกมากเพื่อขายหน่อ บางท่านก็ปลูกน้อยเพื่อขยายพันธุ์เอง แต่การขยายพันธุ์ในปัจจุบันยังขยายพันธุ์กันได้น้อย ทำให้บางท่านจำเป็นไปซื้อต้นพันธุ์มาอีกเพื่อจะปลูกให้ได้ปริมาณมากๆ ไวๆ และก็มีเกษตรกรบางท่านซื้อต้นพันธุ์มาก็ได้ไม่ดีเท่าที่ควร มีรากน้อยบ้าง ยังไม่ออกรากบ้าง หรือตัดกิ่งตอนลงมาจากต้นก็ขายเลย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรที่ปลูกไผ่เป็นรายใหม่ ยังไม่เข้าใจวิธีการดูแลกิ่งไผ่ที่ต้องเลี้ยงให้แข็งแรงก่อนปลูก หรือยังไม่เข้าใจกิ่งที่จะไปปลูกแล้วต้องดูแลอย่างไร วันนี้ผมมีโอกาสจึงนำเรื่องการขยายพันธุ์ไผ่กิมซุ่งและการดูแลมาเล่าให้ฟัง แต่เรื่องรูปจะทยอยถ่ายเรื่อยๆ และค่อยๆลง เนื่องด้วยต้องทำงานบ้าง เพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายในสวน ส่วนการขยายพันธุ์ไผ่ที่แนะนำก็ไม่สามารถใช้ได้กับพันธุ์ไผ่ทุกชนิด จะใช้ได้ดีกับไผ่บางชนิด การขยายพันธุ์ไผ่กิมซุ่งเพื่อปลูกมีด้วยกันอยู่ 3 วิธีคือ การตอน การปักชำ และการปลูกด้วยกิ่งที่ตัดมาใหม่ๆ โดยวิธีการขยายพันธุ์แต่ละชนิดก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ส่วนเกษตรกรจะนำวิธีการขยายพันธุ์แบบไหนไปใช้ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ครับ
การตอนกิ่งไผ่กิมซุ่ง การตอนกิ่งไผ่กิมซุ่งจะใช้ไม่ได้กับต้นไผ่ที่อยู่ในช่วงฤดูแล้ง การตอนจะทำได้ดีเมื่อต้นไผ่ได้รับความชื้นในอากาศสูง เช่นในฤดูที่ฝนตกชุก จะทำให้การตอนได้ผลดีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การตอนก็จะทำได้ไม่ดีนักถ้าไม่รู้เทคนิกที่ดีซึ่งมีดังนี้
1.ต้องตัดยอดไผ่กิมซุ่ง ให้เหลืออยู่สูงจากพื้นดินราวๆ 3-4 เมตร ถ้าเป็นลำใหม่เมื่อลำเริ่มแทงกิ่งแขนงข้าง และกิ่งแขนงเริ่มมีใบย่อย แต่ยังไม่แก่มากนัก ก็จะเริ่มเห็นรากอากาศออกมาขาวๆ ก็ต้องรีบตอน ถ้ารากแห้งแล้วการตอนจะได้ผลน้อย แต่ถ้าเป็นลำจากต้นแก่เมื่อตัดยอดแล้วนำกิ่งที่ตัดแล้วไปชำ ก็จะมีกิ่งแขนงใหม่ออกมาและพอเริ่มมีใบกางออก ก็จะมีรากขาวๆออกมาเช่นกันก็ต้องรีบตอน
2.ใช้ขุยมะพร้าวแช่น้ำ 24 ชั่วโมง แล้วบีบให้น้ำออกจากขุยมะพร้าวพอชื้น นำใส่ถุงพลาสติกร้อน ขนาด 5*0 นิ้ว มัดหนังยาง เตรียมไว้ให้พอที่จะตอน
3.ขั้นตอนการทำ สำหรับไผ่กิมซุ่งเป็นไผ่ที่ออกรากอากาศง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เลื่อย ตัดนำสามารถที่จะนำขุยมะพร้าวหุ้มใต้ข้อกิ่งแขนงที่เราจะตอนได้เลย โดยเลือกกิ่งที่เห็นรากขาวๆออกมาก่อน จะออกรากอากาศมากหรือน้อยก็ไม่เป็นไร ส่วนกิ่งที่ยังไม่มีรากอากาศออกมายังไม่ต้องหุ้ม ไว้รอหุ้มวันหลัง มัดตุ้มขุยมะพร้าวให้แน่น กิ่งไผ่กิมซุ่งมีความยาวของกิ่งและมีใบมาก ถ้าเราใช้เลื่อยตัดนำก่อน ด้วยน้ำหนักของกิ่งที่หนักมาก จะทำให้กิ่งหักฉีกขาดได้ และทำให้ดูรก ระเกะระกะไปหมด และไม่ต้องตัดยอดของกิ่งแขนงเด็ดขาดเพราะจะทำให้รากออกช้า ไม่นานนักประมาณ 10 กว่าวันก็จะได้รากไผ่เต็มถุงและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลก็สามารถตัดลงมาชำให้ถุงได้
4.การตัดกิ่งตอนที่มีรากมากแล้ว จะใช้เลื่อยตัด อย่าใช้ดมีดเด็ดขาด เพราะจะทำให้การสับด้วยมีดจะสับหลายครั้ง มีโอกาสพลาดไปถูก ตาที่จะแตกหน่อ และผิวของเปลือกกิ่งแขนงที่ตอน(ท่อน้ำท่ออาหารถูกทำลาย) มีผลขณะนำไปชำในถุงดำจะทำให้เกิดการแห้งข้างใดข้างหนึ่ง ให้ใช้เลื่อย โดยเลื่อยด้านบนของกิ่งแขนงจนขาด ระวังอย่าไปตัดส่วนที่เป็นเนื้อไม้ของกิ่งแขนงก็จะไม่เกิดการตายข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อได้กิ่งตอนมาแล้วก็ให้ทำการตัดยอดของกิ่งแขนงออก แล้วตัดใบและกิ่งที่เหลือด้านข้างทิ้งเพื่อลดการคายน้ำของกิ่ง จะไม่ทำให้กิ่งเหี่ยวและชะงักการเจริญเติบโตจากนั้นให้นำไปแช่น้ำสักพักเพื่อให้กิ่งได้ดูดน้ำได้เต็มที่
5.เมื่อได้กิ่งตอนที่มีรากแล้วก็นำมาใส่ถุงดำ โดยใช้ถุงขนาด 5*10 นิ้ว สำหรับทำไว้เพื่อปลูกเอง จะมีรากมากหน่อยเวลานำไปปลูกจะโตเร็ว แต่ถ้าชำเพื่อการค้าก็ใช้ถุงดำขนาด 4*8 นิ้ว จะทำให้ไม่สิ้นเปลืองวัสดุเพาะชำมาก และการขนส่งก็ไม่หนักมาก ไม่กินพื้นที่ของรถ สำหรับวัสดุที่เพาะชำ ใช้ขี้เถ้าแกลบล้วนๆดีที่สุดเพราะไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ จะไม่ทำให้รากไผ่เน่า ส่วนวัสดุที่รองลงมาก็สามารถใช้ ดินผสมกับขี้เถ้าแกลบได้อัตราส่วน 1 ต่อ 2 ก็ใช้ได้ดีเช่นกัน ไม่แนะนำให้ใช้ดินล้วนๆ เพราะจะทำให้กิ่งไผ่ที่ชำเน่าได้เนื่องจากดินจะระบายน้ำได้ไม่ดีนัก และยังหนัก ทำให้การขนส่งสิ้นเปลืองน้ำมันมาก และขนไปได้น้อยก็หนักเกินความสามารถของรถยนต์แล้ว เมื่อนำกิ่งไผ่กิมซุ่งใส่ถุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำไปวางไว้กลางแจ้ง ไม่ต้องพรางแสงแดด ถ้าในฤดูฝนและฤดูหนาว จะทำให้การติดของกิ่งดีมาก ตายน้อย ในช่วงฤดูฝนถ้าวางในที่ร่มรำไร กิ่งที่ชำจะตายมาก เพราะความชื้นในวัสดุชำสูงมาก ถุงไม่ได้รับแดดวัสดุปลูกก็จะไม่ค่อยแห้งทำให้กิ่งพันธุ์ที่ชำไว้ตายเป็นจำนวนมาก กิ่งทีอยู่ในร่มจะไม่ค่อยคายน้ำ เมื่อไม่คายน้ำก็ไม่ดูดน้ำ การดูดน้ำของกิ่งไผ่ต้องใช้ราก เมื่อไม่ดูดน้ำก็ไม่สร้างราก แต่ถ้าวางกลางแดดแล้วรดน้ำ จะมีการคายน้ำของกิ่งไผ่มาก ไผ่ก็ต้องการน้ำก็ต้องดูดน้ำ จะดูดน้ำได้อย่างไรถ้าไม่มีราก ไผ่จึงสร้างรากได้เร็วเมื่ออยู่กลางแดด จะไม่ตาย สิ่งเหล่านี้บางท่านไม่เคยรู้เลยเพราะไม่ได้สังเกตุ แต่ผมก็ยินดีที่จะแนะนำเพื่อจะได้ทำแล้วได้กิ่งที่ดีและแข็งแรง กิ่งไม่ค่อยตาย แต่ถ้าฤดูร้อนราวๆเดือนเมษายน ก็ให้วางใต้สะแลนชนิด 50% ก็จะไม่เป็นไร เพราะไม่มีฝนรบกวน ความร้อนของบรรยากาศทำให้ไผ่ออกรากเร็วเพราะไผ่คายน้ำมาก สำหรับเกษตรกรที่ต้องการให้กิ่งพันธุ์ที่ใส่ถุงดำโตเร็วโดยมีรากเดินทะลุถุงดำ มีกิ่งและใบที่แตกใหม่ ต้องรดด้วยปุ๋ยน้ำชีวภาพที่ทำเอง โดยใช้ปุ๋ยน้ำ 100 ซีซี ต่อน้ำ 10 ลิตรรดทุกๆ 7 วัน แต่ถ้าไม่มีปุ๋ยน้ำชีวภาพ ก็ให้ใช้ ปุ๋ย 21-0-0 อัตรา 30 กรัมหรือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 10 ลิตรละลายน้ำแล้วนำไปรดที่กล้าไผ่กิมซุ่งทุก ๆ 7 วัน ต้นไผ่ก็จะเติบโตและแข็งแรง ภานใน 30 วันหลังใส่ถุงดำ แต่ถ้าไม่ได้รดปุ๋ยใดๆก็จะใช้เวลาราวๆ 60 วัน
การตอนกิ่งไผ่กิมซุ่งมีข้อดีคือจะได้รากทุกกิ่งเพราะเกษตรกรเลือกตอนแต่กิ่งที่มีรากอากาศขาวๆออกมาก่อน ทำให้ได้กิ่งพันธุ์ 100 % แต่ก็เหมาะกับเกษตรกรที่ลองหัดขยายพันธุ์ใหม่ๆ หรือเหมาะกับเกษตรกรที่ทำกิ่งพันธุ์เพื่อปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ ที่ยังไม่เน้นปริมาณมากๆ จะได้กิ่งที่อ้วน เพราะจากการตัดยอด แต่ก็มีข้อเสียคือ ทำได้ช้า ไม่มากถ้าต้องการขยายพันธุ์เพื่อขายต้องใช้เวลามาก กว่าจะได้กิ่งพันธุ์เป็นปริมาณมากๆ และถ้าการตัดกิ่งแขนงเกิดพลาดไปถูกท่อน้ำท่ออาหารของกิ่งไผ่ ก็จะทำให้มีกิ่งแห้งด้านใดด้านหนึ่ง ถ้าแห้งด้านที่เป็นตาที่จะเกิดหน่อ ก็จะทำให้หน่อเกิดได้ช้า หรือไม่เกิดเลย

กิ่งไผ่กิมซุ่งที่แม้แก่แต่ยังไม่มีรากอากาศอ่อนๆ ไม่ควรตอน

กิ่งไผ่กิมซุ่งที่อ่อนไป ยังไม่มีรากอากาศก็ยังไม่ควรตอน

กิ่งไผ่กิมซุ่งที่มีรากอากาศออกมาใหม่ๆ ในฤดูฝน เป็นกิ่งที่ตอนได้