การขยายพันธุ์กล้วยโดยวิธีการผ่าหน่อ

<< < (14/63) > >>

Ae+Tuk:
ช่วยให้ความรู้เรื่องกล้วยตายพรายด้วยครับ "ว่าสาเหตุคืออะไร"... ขอบคุณล่วงหน้าครับ

คม:
โรคตายพราย (Panama disease)
สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา Fusarium oxysporum Cubense
การแพร่ระบาด มักจะแพร่ระบาดกับกล้วยที่ปลูกในดินเหนียวการระบายน้ำไม่ดี เชื้อราสามารถเกิดสปอร์ conidia เป็นจำนวนมากบนผิวหนังของเหง้าที่เป็นโรค อาจแพร่ระบาดติดกับหน่อพันธุ์ที่นำไปปลูก หรือถูกน้ำชะพัดพาไป
ลักษณะอาการ เชื้อราจะเข้าทำลายราก แล้วเจริญเข้าไปอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารของเหง้าและโคนลำต้น ทำให้ท่อน้ำท่ออาหารเกิดอุดตัน และเน่าเป็นสีน้ำตาล ตัดกับเนื้อเยื่อสีขาวอย่างเห็นได้ชัด ของเหลวจากเซลที่เน่าจะไหลเข้าไปอุดตันท่อน้ำท่ออาหารด้วยเช่นกัน เมื่อโรคมีความรุนแรงจะทำให้ท่อน้ำท่ออาหารเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มและแดงม่วง ซึ่งเป็นผลให้การส่งผ่านน้ำและแร่ธาตุอาหารไม่สามารถเป็นไปตามปกติได้ เพราะท่อน้ำท่ออาหารเสื่อมสภาพ ใบจึงเกิดขาดน้ำมีลักษณะอาการเหี่ยวเฉาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผืนใบอาจเหี่ยวย่น และหักพับลงมาขนานแนบลำต้น ส่วนใบยอดนั้นยังเห็นสีขาวและเจริญตั้งตรงอยู่บนยอด กาบของลำต้นเทียมจะประกบอยู่อย่างหลวม ๆ แล้วแยกออกและห้อยลงมา การเจริญเติบโตจะชะงักงัน ไม่ผลิดอกออกผล ในขณะเดียวกันก็อาจมีหน่อกล้วยงอกเจริญออกมาสดใสเหมือนปกติอยู่ระยะหนึ่ง และจะชะงักการเจริญ มีลักษณะอาการเหี่ยวเฉาตามมา อย่างไรก็ตาม ทั้งต้นแก่และต้นอ่อนเมื่อผ่าลำต้น ตรวจดูตามขวางจะพบว่ากาบที่อยู่ภายนอกจะมีเนื้อเยื่อสีเหลือง แต่กาบถัดเข้าไปจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแดง
โรคตายพราย เกิดจากเชื้อรา มักจะเป็นกับกล้วยที่มีอายุ 4-5 เดือนขึ้นไป โดยจะเห็นทางสีเหลืองอ่อนตามก้านใบของใบล่างหรือใบแก่ก่อน ต่อมาปลายใบหรือขอบใบจะเริ่มเหลือง และขยายออกไปอย่างรวดเร็วจนเหลืองทั่วใบ ใบอ่อนจะมีอาการเหลืองไหม้หรือตายนึ่งและบิดเป็นคลื่น ใบกล้วยจะหักพับบริเวณโคนก้านใบ ใบยอดจะเหลืองตั้งตรงเขียวอยู่ในระยะแรก ต่อมาก็ตายไปเช่นกัน กล้วยที่ตกเครือแล้วจะเหี่ยว ผลลีบเล็กไม่สม่ำเสมอ หรือแก่ก่อนกำหนด เนื้อฟ่ามจืด บางครั้งพบใบกล้วยหักพับที่โคนใบโดยไม่แสดงอาการใบเหลือง หรือเหลืองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าตัดลำต้นตามขวางจะพบว่าเนื้อในของกาบใบบางส่วนเป็นสีน้ำตาลแดง และอาจมีเส้นใยของเชื้อราให้เห็นบ้าง


การป้องกันและกำจัด
ทำความสะอาดโคนกอกล้วยอย่าให้รกรุงรัง และทำทางระบายน้ำให้ดี แล้วราดโคนต้นให้ชุ่มด้วยสารเคมี เช่น แคปแทน 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร และข้อนำอิ่นๆดังนี้ครับ
1. โรคนี้เป็นมากกับกล้วยน้ำว้า และกล้วยหอมทอง ควรปลูกกล้วยไข่หรือกล้วยหักมุกแทน
2. ในพื้นที่ปลูกอย่าให้มีน้ำขังแฉะ เพราะจะทำให้กล้วยเจริญได้ไม่เต็มที่ ทำให้อ่อนแอเป็นโรคง่าย โดยเฉพาะดินที่เป็นกรด จะต้องใช้ปูนขาวปรับสภาพดินให้เป็นกลางเสียก่อน
3. ตัดทำลายต้นที่เป็นโรคด้วยการเผาทิ้ง
4. ใส่ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุฟอสเฟตและโปแตสเซี่ยมสูง และไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนมาก
5. คัดเลือกหน่อพันธุ์กล้วยจากแหล่งที่ไม่มีโรคนี้หรืออย่างน้อยจากกอที่ไม่เป็นโรค

หรือรายละเอียดที่นี่ครับ

http://ppath.agr.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=115&Itemid=98

Ae+Tuk:
ขอบคุณอีกครั้งครับ K Khom.

vit12:
ขอบคุณครับ ทำให้ได้รู้อะไรดีๆๆมากมาย

joom:
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีดี

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว