หน้า: 1 ... 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 [40]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อข้าพเจ้าอยากเป็นนายตัวเอง ... (เป็นนายตัวเองได้แล้วครับ)  (อ่าน 144591 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #624 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2014, 06:22:50 AM »

ทักทายกัน Sunday say, "Yo Yo"
วันที่สองสุขกล่องโตส่งมาให้
ค่อยค่อยเปิดแล้วเอาใส่ไว้ในใจ
ก่อนส่งต่อให้ต่อไปให้ทั่วกัน
.
.
.
บันทึกการเข้า

jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #625 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2014, 06:34:47 AM »

อรุณเรื่อเจือจันทร์วันที่สาม
ขอส่งความหวังดีให้สุขสันต์
คิดสิ่งใดสมใจทุกสิ่งอัน
ทั้งคืนวันอิ่มเอมปลื้มเปรมใจ
.
.
.
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #626 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2014, 04:37:04 AM »

ทักทายกันอังคารวันที่สี่
ขอให้เป็นวันดีสมดังหวัง
ทั้งเรื่องงานสุขภาพสมใจจัง
ขอให้ขาหายประดังดั่งตั้งใจ
.
.
.
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #627 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2015, 07:08:53 AM »

 
เมื่อวานนี้ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ข้าพเจ้าได้เป็นไทย ปลดหนี้ได้ทุกอย่างแล้ว

.
.
.
บันทึกการเข้า
andrew
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1449



« ตอบ #628 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2015, 10:38:21 AM »

 
เมื่อวานนี้ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ข้าพเจ้าได้เป็นไทย ปลดหนี้ได้ทุกอย่างแล้ว

.
.
.


ยินดีด้วยนะคะ  การไม่มีหนี้เป็นการหลุดพ้นอันประเสริฐ
บันทึกการเข้า

FB: PttgardenThailand
Page: PathumthipGarden
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10040


« ตอบ #629 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2015, 10:02:57 AM »

 
เมื่อวานนี้ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ข้าพเจ้าได้เป็นไทย ปลดหนี้ได้ทุกอย่างแล้ว

.
.
.

ยินดีด้วยครับสุดยอดต่อจากนี้ไปชีวิตท่านจะง่ายขึ้น ยิ้มเท่ห์ อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #630 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2016, 07:35:15 PM »


คนเราแค่ยอมรับว่าตัวเรานั้นยังโง่เขลา
แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นในการเพิ่มพูนความฉลาด
ถ้ามัวแต่ตะแบงว่าตัวรู้แล้วมันก็เท่ากับปิดกั้นสมองของตัวเองเนอะ มองไม่กว้าง เห็นไม่รอบ
เพราะจะกลายเป็นมีกรอบที่ตัวเองสร้างขึ้น
ไม่มีใครรู้มาแต่เกิด
แล้วการเป็นผู้ไม่รู้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากจะเสียหายเพราะตัวเราไม่ใฝ่รู้
.
.
.




บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10040


« ตอบ #631 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2016, 08:38:33 AM »

หายไปนานอย่าลืมเอาผลงานมาแบ่งปันบ้างนะครับรออยู่ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
samartrider
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


« ตอบ #632 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2016, 12:50:51 PM »

สนใจเรื่องราวทุกอย่างของคุณแต่ไม่สามารถดูรูปภาพได้ แก็ปัญหายังไงดีครับ หรือท่านใดที่อยากช่วยแนะนำ การแก้ปัญหาการดูภาพในกระทู้ไม่ได้ เบอร์โทรผม นายสามารถ หาญยุทธ 0804469040 ครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #633 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2017, 11:42:56 AM »



ช่วงนี้กระแสสังคมช่วงนี้คนเริ่มมองหาทางออกมาอยู่แถวชนบท
มีเพื่อนๆ หลายๆ คนของผมมาปรึกษา
จริงๆ แล้วคำว่า "ชนบท" อ่านว่า "ชน นะ บด " เป็นคำนามเนอะ
ซึ่งมีความหมายว่า "บ้านนอก" หรือเขตแดนที่พ้นเมืองหลวงออกไป
ฟังดูแล้วรู้สึกถึงความห่างไกลความเจริญ ไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีแสงสี อย่างที่คนเมืองหลวงมี

ถ้าว่ากันตามความหมาย ณ ตอนนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในชนบท (ตั้่งใจว่าอนาคตจะให้เป็นป่า)
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องเดินทางลำบาก ห่างไกลจากตัวเมือง หรือ
ต้องพึ่งพาตัวเองด้วยการทำเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักเสมอไปเนอะ เพราะผมอยู่ในแถบชนบท
ที่ถ้าอยากจะเดินทางไปกทม. หรือพัทยาก็ขับรถจากสวนไปมอเตอร์เวย์ไม่ถึงห้านาทีก็ถึงแล้ว
หรือจะเบื่อสวนอยากไปเดินชิวๆ ที่เซนทรัล ชลบุรี ก็ไม่เกินสิบห้านาที (เคยจับเวลาเร็วสุดแปดนาทีเอง)

นั่นอาจจะเป็นโชคดีของผมที่เกิดมาอยู่ในยุคที่ความเจริญในเมืองนั้นได้เขยิบตัวมาหาชนบท และค่อยๆ
เปลี่ยนชนบทให้เป็นเมืองเข้าไปเรื่อยๆ ในยุคแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างก็ขยายออก
คนขยาย เมืองขยาย ตามๆ กันไป

จริงๆ มันไม่แปลกถ้าคนเมือง (จริงๆ) หลายๆ คนจะออกตามหาชนบท ไม่ว่าในรูปแบบการหาซื้อที่ดินต่างจังหวัด
ทั้งซื้อที่ดินเดี่ยวๆ และรวมกันซื้อเป็นไร่ๆ ในแถบอำเภอ ตำบล ที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง นั่นมันก็แสดงให้เห็นว่า
วันนี้ชนบทเป็นที่ต้องการของคนมากขึ้น

การออกตามหาชนบทสำหรับผมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกที่จะอยู่ในที่ที่เราชอบ
ได้อาศัยที่มันใช่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลเพราะต้องการหาที่สงบในยามบั้นปลายชีวิต ต้องการอากาศที่ดีไว้หายใจ
ไว้ฟอกปอด ต้องการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ต้องการทำการเกษตร ต้องการอยู่แบบพึ่งพาตนเอง ซึ่งทั้งหมด
ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี

แต่ ... ส่วนใหญ่เมื่อมีการขยายเมืองเข้าใกล้ชนบท เราก็มักจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่ารักต่างๆ มากมาย
เช่น การปลูกสิ่งก่อสร้างที่ไม่คิดถึงสภาพแวดล้อม หรือทัศนียภาพว่ามันจะเข้ากันกับพื้นที่หรือไม่ แม้แต่การไป
ทำพวกธุรกิจที่พัก โรงแรม เกสต์เฮาส์ ซึ่งถ้าดูแลกันไม่ดีละก็ สำนวนที่ว่า "มนุษย์อยู่ที่ไหน บรรลัยที่นั่น" มันก็จะชัดเจนขึ้นมาทันที

คำว่าชนบทตามแบบฉบับของผมนั้นก็พอจะบอกได้ว่า ชนบทมีเรื่องราว มีที่มาที่ไป มีวิถีความเป็นอยู่ การพึ่งพาอาศัยกันของผู้คน
ตอนเด็กๆ ผมเคยตกปลาในสระ ขุดรูจับปลา เคยเอากับข้าวที่แม่ทำไปแบ่งให้เพื่อนบ้านกิน แล้วเพื่อนบ้านก็จะให้ของแลกกับมาตอบแทน

เคยโดนปลุกตอนเช้าให้ลุกไปใส่บาตร กวาดใบไม้ที่ร่วง แล้วก็สุมไฟเผา แล้วก็ชอบเล่นกองไฟตามประสาเด็ก
เวลามีงานบุญก็จะได้เสียงตามสายของวัด ใครช่วยเหลือตรงไหนได้ก็แบ่งหน้าที่กันไป

ความหมายคำว่าชนบทของผมออกจะยาวไปหน่อยเนอะ แต่ก็พอจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า ในถิ่นฐานที่เราเกิด และเติบโตขึ้นมานั้น
มีวิถีชีวิต มีเรื่องราว ขนบธรรมเนียม มีน้ำใจ มีการแบ่งปัน หรือเรียกว่าสถานที่แห่งนี้มีจิตวิญญาณของการอยู่ร่วมกัน มีทุกข์และสุขคละเคล้ากันไป

ผมก็แค่อยากจะบอกว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกอยู่ที่ใช่อย่างที่ต้องการเพียงแค่ "ใส่ใจ" กับที่ที่ต้องการไปอยู่ ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อน
ว่าที่นั่นมีวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร คนทางเหนือก็จะกิน อยู่อย่าง คนอีสานก็จะอีกอย่าง คนใต้ก็จะอีกอย่าง
โชคดีที่ผมเป็นคนกินง่าย อยู่ง่าย ลดความเรื่องมากลงมาเยอะ (แต่บางเรื่องก็ยังเยอะอยู่ลดไม่ได้ ฮาฮาฮา)
ไปที่ไหนๆ ก็จะชอบไปชิมกินของพื้นบ้าน อันไหนอร่อยก็จะขอสูตรมาไว้ทำเอง

ถ้าทุกวันนี้ชนบทจะหายไปก็ไม่ผิดอะไร เพราะทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หลงลืมรากเหง้า
ไม่ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม แถมต้องเพิ่มเรื่องการอยู่ร่วมกนระหว่างเราอย่างมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วเนอะ
.
.
.


บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10040


« ตอบ #634 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2017, 01:05:29 PM »

สะท้อนมุมมองได้เยี่ยมมาก อายจัง อายจัง อายจังเข้ามาบ่อยๆนะครับ
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #635 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2017, 10:27:45 AM »



การดึงตัวเองออกจากสภาวะที่กำลังจะ ... ล้มเลิก

ปกติทุกคนคงเคยเจอสภาวะที่กำลังจะล้มเลิก แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถดึงตัวเองออกจากสภาวะนั้นได้?

สมมติผมเริ่มต้นปลูกต้นไม้มาสักสองเดือน
ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
ผมอยากจะล้มเลิก ผมท้อถอย ผมรู้สึกว่าความอดทนผมน้อยแล้ว
ผมเบื่อแล้ว ผมไม่อยากทำแล้ว

มันมีอย่างหนึ่งครับที่ผมอยากจะบอก
เราต้องหมั่นตั้งคำถามกับตัวเราเองว่า ...
เรารับได้ไหมว่าชีวิตเราไม่ได้เป็นอย่างที่เราตั้งเป้าไว้
เราจะรับได้ไหมว่าความฝันที่เราตั้งไว้ มันสูญสลายหายไป
จากการที่เราล้มเลิกในวันนี้
คำตอบมันก็ผุดขึ้นมาครับ "ว่าผมรับไม่ได้"

ทีนี้เราก็ต้องมานั่งคิดว่าไอ้สิ่งที่เราท้อถอย สิ่งที่เราล้มเลิกมันเป็นเพราะอะไร
ผมก็พบว่าสองเดือนที่ผ่านมามันยังไม่มีผลที่เห็นเด่นชัดแค่ไหน มันก็เกิดการท้อ
แล้วผมก็ถามตัวเองไปอีกว่า ไอ้สองเดือนที่ทำเนี่ย เรารู้จริงๆ หรือเปล่าว่าสิ่งที่เราลงมือทำมันคืออะไร?
คำตอบมันก็ผุดออกมาว่า ยังไม่รู้จริง!! 

เพราะฉะนั้นการที่ผมปลูกต้นไม้มาแค่สองเดือน แล้วผมท้อถอย แล้วผมอยากจะล้มเลิก
เพียงเพราะมันไม่ได้ผล แล้วมันไม่ได้ผลเพราะว่าผมไม่ได้รู้จริง ผมไม่มีความรู้
ผมยังงูๆ ปลาๆ อยู่ ยังลองผิดลองถูกอยู่ เพราะฉะนั้นสองเดือนเป็นเวลาที่น้อยนิดมาก
แล้วถ้าผมล้มเลิกตอนสองเดือน นั่นเท่ากับว่าผมกำลังดับความฝันของผมไป

เพราะฉะนั้นเวลาที่เรารู้สึกว่าเรากำลังล้มเลิก เราท้อล่ะ แต่เรามีเป้าหมายน่ะ
เป้าหมายยังคงเดิม แต่ผมอยากให้ลองเปลี่ยนวิธีการ แผนหนึ่งไม่สำเร็จลองเปลี่ยนเป็นแผนสอง สาม ถ้าทำแผนสามแล้วยังไม่สำเร็จ
ให้ตั้งเป้าหมายกับตัวเองดูใหม่ รับได้ไหม? ถ้าอนาคตไม่เป็นไปตามที่ฝัน ... รับไม่ได้ เพราะงั้นก็ทำต่อไป
หาแผนสี่ แผนห้า แผนหก แผนเจ็ด จนกว่าจะสำเร็จเนอะ
.
.
.
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #636 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2017, 09:45:29 AM »



สมัยก่อนโน้นผมเคยสงสัยว่าเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อไม่มีไอเดียอะไรเลยในการบำรุงชีวิตเลย?!!

แท้จริงแล้วเราไม่ได้มืดบอดไร้หนทางในการพัฒนาชีวิตเพียงแต่เราแค่ยังไม่ได้ตัดสินใจจริงๆว่า "เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น"

เรามีความอยากจริง แต่ไม่ได้อยากมากพอจนลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเอง

เรายังคงสนุกอยู่กับการใช้ชีวิตติดเพลิน ติดเล่น ติดเพื่อน ติดสังคม จนลืมมองไปที่เป้าหมาย

เรายังคงไม่เห็นโทษของการเป็นคนขี้เกียจที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง จนลืมลงมือสิ่งที่ควรทำในปัจจุบัน

เรายังคงไม่เห็นประโยชน์ของการลงมือขวนขวาย ศึกษาสิ่งที่เป็นปัญญาบำรุงสมอง

และเมื่อเราไม่ขวนขวายก็เท่ากับหยุดอยู่กับที่ และการหยุดอยู่กับที่ก็คือการถอยหลังดีๆนี่เอง

เพราะเวลามันมีแต่เดินไปข้างหน้า มันไม่เคยถอยหลัง

การตัดสินใจที่แน่วแน่ว่าต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นจะทำให้เราเกิดการลงมือ!! ทำบางอย่าง

แก้บางสิ่ง ขวนขวายมากกว่าเดิม ตัดสิ่งพัวพันที่ไม่เกิดประโยชน์

ส่วนการที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจริงๆว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น จะทำให้เราขาดเป้าหมายที่แน่ชัด

เมื่อไม่มีเป้าหมายก็เกิดการฟุ้งซ่าน คิดไม่เสร็จ จิตใจวอกแวก ไร้ทิศทาง

เกิดความสงสัยมากมายแต่ไม่ลงมือทำสิ่งใดเลย

สิ่งที่ผมพูดกับตัวเอง(ในใจ)เสมอคือ

"กูจะไม่ใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอวันเจ็บวันตาย กูจะใช้เวลาให้คุ้มค่าเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นในแบบที่กูพอใจ"

ประโยคนี้ทำให้ผมเริ่มลงมือดูแลตัวเองทั้งความคิด จิตใจ และร่างกาย

ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังขวนขวายหาหนทางสู่ชีวิตที่ดีขึ้น

คุณทำได้ ถ้าคุณเชื่อ!!ว่าคุณทำได้
.
.
.

บันทึกการเข้า
tree house
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 425


« ตอบ #637 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2017, 05:18:58 AM »


ถ้าทุกวันนี้ชนบทจะหายไปก็ไม่ผิดอะไร เพราะทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หลงลืมรากเหง้า
ไม่ทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม แถมต้องเพิ่มเรื่องการอยู่ร่วมกนระหว่างเราอย่างมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้วเนอะ
.
.
.



อนิจจังครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ถ้าเห็นก็สุดยอด
บันทึกการเข้า
jobrard
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1010


« ตอบ #638 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2017, 09:49:25 AM »





เคยดูหนังจีนไหมครับ?
ก่อนจะเป็นปรมาจารย์กังฟู ย่อมผ่านการเป็นเณรน้อยวัดเส้าหลิน
ก่อนจะเป็นดาบที่คมกริบราคาสูง ย่อมผ่านการตีอย่างหนักหน่วงนับพันครั้ง

ตัวเราเองก็เช่นกัน ต้องผ่านเรื่องอีกเยอะกว่าจะสำเร็จตามที่ฝันไว้
ผมไม่เคยพึ่งสิ่งศักสิทธิ์แบบงมงาย เพราะผมมองว่ากว่าเขาจะศักสิทธิ์เขาก็คงทำมาด้วยตัวเขาเองทั้งนั้น
ความดีของเขา ความเก่งกาจของเขา ล้วนมาจากการสะสมของการฝึกฝน เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้มอง มองแค่ว่าเขาศักสิทธิ์

ผมมองสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายเป็นแรงบันดาลใจ ผมนำเขามาวิเคราะห์ว่าอะไรทำให้เขาศักสิทธิ์?
เขาทำความดีอะไรไว้? ทำไมผู้คนจึงสรรเสริญ เขาให้อะไรกับผู้คน?
ทำไมผู้คนถึงจดจำ เขาสร้างสรรค์สิ่งใดไว้บ้าง? ทำไมผู้คนถึงยกย่อง

เมื่อลองสืบค้นไปเรื่อยๆ จะพบว่ามีคนธรรมดาไม่น้อยที่กลายเป็นสิ่งศักสิทธิ์
เพราะคุณความดี ความพยายาม ความมานะอดทน ความมีเมตตาอภัย
เรื่องพวกนี้แหละคือความศรัทธาที่ผมมองว่ามันต่างจากความงมงาย
ความงมงายคือเชื่อตามที่เขาเล่ามาโดยปราศจากการไตร่ตรองถึงเหตความเป็นไปได้
เรื่องพวกนี้คือแรงบันดาลใจของการมองมุมต่าง

การที่ผมมองในแง่นี้อาจจะไม่เป็นที่ไม่พอใจกับคนหลายกลุ่มเพราะเนื่องจากคิดต่าง
แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุที่จะต้องมานั้งถกเถียงกันให้บาดหมางเพราะทุกคนคิดต่างกัน เชื่อต่างกันอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

หากเราสวมบทละครตัวหนึ่ง โดยตัวละครนั้นเป็นเทพผู้มีฤทธิ์
แต่ก่อนจะมาเป็นเทพก็ผ่านการเป็นมนุษย์ที่ยากลำบากมาก่อน

วันหนึ่งมีมนุษย์ 2 คน มาขอพรเรา

คนแรก ขอให้การงานผ่านไปได้ด้วยดี มีเงินทอง มีความสุข เฮงๆรวยๆ สุขภาพแข็งแรง
(ชายคนนี้มีนิสัยขี้เกียจ ชอบไปทำงานสาย ไม่ขยัน ชอบนินทาผู้คน ชอบทำหน้าเหวี่ยง
โกรธง่าย อารมณ์แปรปรวน สมาธิสั่น ไม่เคยศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ใช้ชีวิตไปวันๆ
ไม่เคยออกกำลังกาย ไม่เคยฝึกสติ มีเงินก็ใช้เยอะ ไม่มีก็ใช้น้อย
ชอบกินเหล้า เที่ยวผู้หญิง ไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ ไร้เป้าหมายชีวิต)

คนที่สอง ไม่ได้ขออะไรมาก แค่ยกมือไหว้และคิดในใจว่า เทพอยากจะให้อะไรก็ให้แล้วกัน
(ชายคนนี้เป็นคนขยัน มีนิสัยทำงานเกินเงินเดือน ชมผู้อื่นเป็นนิสัย ไม่ชอบเรื่องการนินทา
ฝึกสติอยู่บ่อยๆอารมณ์ดีเบิกบาน ออกกำลังกายดูแลสุขภาพ มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำเสมอ
และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา หาเงินได้มาก็ดูแลพ่อแม่ก่อน ไม่กินเหล้า ไม่เที่ยวผู้หญิง ใช้ชีวิตอยู่กับเป้าหมาย)

หากเราได้รับบทเป็นเทพผู้มีฤทธิ์ และเรารู้ว่ากว่าจะเป็นเทพนั้นท่านผ่านอะไรมาบ้าง เราจะเลือกอวยพรคนไหน?
คำอวยพรอาจจะมีผลหรือไม่มีผลก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่แน่ๆชาย ๒ คนนี้มีชีวิตต่างกันแน่นอนไม่ว่าจะเจอเทพหรือไม่เจอเนอะ

ชีวิตเรา เราลิขิตเอง
เหมือนโบราณว่าไว้ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตนเนอะ
.
.
.

บันทึกการเข้า
deemeechai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3529


« ตอบ #639 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2017, 04:02:38 PM »

ท่านจอมยุทธ์ ถือปังตอไปจัดการอะไรในน้ำครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 [40]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: