หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 [17] 18 19 20 21 22 23 24 25   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: IT Manager ลูกชาวนาแห่งทุ่งกุลาร้องไห้  (อ่าน 120089 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #256 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2011, 04:33:35 PM »

การทำการเกษตรต้องเอาใจใส่ และมีเวลาพอสมควร ทั้งที่ตกผลึกทางความคิดแล้ว ตั้งมั่นแล้วก็ตาม แต่พอเอาเข้าจริงปัญหา การจัดสรรเวลาที่ไม่ลงตัวที่ผ่านมาทำให้สวนไผ่ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรครับ และนี้ก็เป็นอีกบทเรียนสำหรับผมเองกับการปลูกไผ่ครั้งแรก..



" ภาพเมื่อ 18 มิย. 54 เริ่มทำการปรับที่ในสวนหมู่บ้านเพื่อปลูกไผ่ครั้งแรก"



"ภาพเมื่อ 12 สค. 54 ติดตามสถานะการณ์สวนไผ่หลังจากปลูกไปได้ประมาณ 55 วัน พบว่าไผ่บางต้นเริ่มแทงหน่อแรก บางต้นยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย และที่เห็นจะเปลี่ยนไปเยอะคือวัชพืชที่มากมายเหลือเกิน นี่คือจุดผิดพลาดของผมอันที่จริงหากผมใส่ใจกว่านี้ เริ่มทำการทำลายวัชพืชและสร้างแนวร่องให้น้ำไหลสะดวกในยามนั้นก็คงดีไม้น้อย แต่ผมไม่ได้ทำนั่นทำให้ปัญหาเริ่มก่อขึ้นแล้ว"







"ภาพเมื่อ 27 กย. 54 สภาพสวนอาการหนักกว่าเก่าขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด วัชพืชยังครองพื้นที่ทั้งหมด ฝนตกหนักในช่วงเดือนนั้น ทำให้เกิดอาการ "ไผ่แทงหน่อฝ่อ" บางต้นยังแสดงอาการต้นเหลืองเหมือนการเจริญเติบโตมีปัญหาซะอย่างนั้น หลังจากนั้นได้กลับมาทบทวนอีกครั้ง ประเมินว่ายังพอแก้ไขทัน แจ้งกลับทางบ้านให้ช่วยจัดการถมดินโคนต้นตามคำแนะนำท่านผู้รู้ และขอให้หาคนมาจัดการวัชพืชนี้ออกไปบ้าง ..แต่ทั้งหมดถึงปัจจุบันก็ยังอยู่ในสภาพเดิม เนื่องจากทางบ้านกำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าว และไม่ยอมจ้างคนมาทำให้ อยากทำเอง แต่ไม่มีเวลาทำ.. อิอิ.. แม่จ๋าของผม"



ยังดีครับว่า "ต้นกล้วยน้ำหว้าอ่อง" จะผลิใบให้เห็นชื่นใจบ้างหลังจากลงปลูกไปเดือนกว่าๆ และที่งามพอกันคือ ต้นมัน ต้นเผือกที่แม่ได้ปลูกไว้ พอโดนฝนก็ผลิงามพอกันเลยครับ ดูในภาพรวมแล้วไม่จืดเลยครับ ดูไม่ออกเลยว่านี่คือ สวนไผ่ 555+ ตั้งใจ และ ตั้งมั่นอีกครั้งว่า ปีใหม่กลับบ้านจะเอาจริงกับสวนนี้อีกสักครั้งแล้วจะนำความคืบหน้ามาให้ชมกันครับ
บันทึกการเข้า

sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #257 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2011, 04:41:21 PM »

มาดูป่ามะม่วงในท้องนากันบ้างครับ สภาพเช่นกันครับ ปล่อยทิ้งรกไปหมด ยังไม่ได้ทำการแต่งกิ่งเลยครับ กำลังหาข้อมูลว่าจะต้องตัดแต่งกิ่งช่วงเดือนไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด มีใครทราบบ้างครับ?



"ป่ามะม่วงหลากสายพันธุ์ ปล่อยตามธรรมชาติ ไม่เคยได้รับการตัดแต่งกิ่งเลยครับ ในสวนนี้ยุงเยอะมากๆ ผมเผลอเข้าไปทำท่าจะจัดการวัชพืชซะหน่อย ยุงรุมผมจนตัวบวมข้ามวันเลย (ผมแพ้ยุง) ตัดสินใจปล่อยตามนี้ไปก่อน โอกาสหน้าว่ากันใหม่ครับ "





"แอบแวะไปดู มะม่วงน้ำดอกไม้มัน ที่ลงไว้เดือนก่อนก็ยังอยู่ดี แต่สภาพโดนฝนหนักและวัชพืชเต็มไปหมด เฮ้อ! คงปล่อยไปก่อนเช่นครับช่วงนี้ ได้แต่ทำใจจริงๆ การทำเกษตรทางไกล และ ออนไลน์ "
บันทึกการเข้า
sompol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3085



« ตอบ #258 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2011, 09:42:18 PM »

...แวะมาเยี่ยมชมครับ ขอแสดงความยินดีกับสมาชิกคนใหม่ครับ ขอให้ "น้องภู" โตวันโตคืน ครับ สวนไผ่เพิ่งปลูกใหม่ยังไม่ครบปีเองครับ โดนน้ำมากเลยออกอาการครับ ปีต่อไปน่าจะทนน้ำแช่ขังได้นานขึ้นครับ ก้าวหน้าขนาดนี้ถือว่าว่าผ่านแล้วครับ ตัดหญ้า รดน้ำ เติมปุ๋ยคอกอีกหน่อยรับรองว่าปีหน้าได้กินหน่อแน่นอนครับ...เรื่อตัดแต่งกิ่งมะม่วงลองแวะไปชมกระทู้หมอพีครับ หน้า 114 http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.1808



Liked By: nopmtp
บันทึกการเข้า
sumiko
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #259 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2011, 09:00:33 PM »

ตามติดชีวิต IT Manager และว่าที่เกษตรกรพอเพียงตัวอย่าง.....ขอปูเสื่อตามติดด้วยคนนะครับ  อายจัง อายจัง


"ขอบคุณมากครับ ยินดีครับ"


Liked By: nopmtp
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2011, 04:21:25 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #260 เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 10:02:23 AM »

สวัสดีปีใหม่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ขอความดีคุ้มครอง ขอให้ทุกท่านสามารถ พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนนะครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2012, 10:11:14 AM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #261 เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 10:20:24 AM »

ไก่ไข่ จำนวน 10 ตัวเริ่มสร้างผลผลิตให้ผมแล้วครับ วันละประมาณ 7-8 ฟอง เก็บไข่ได้เกือบ 3 เดือนแล้ว สิ่งที่ผมคาดหวังไว้คือไม่ต้องซื้อไข่กินอีกแล้ว และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ครับ นอกจากนั้นผมยังสามารถเก็บไข่ไว้มาแบ่งบันญาติๆ ได้อีกไม่น้อยทีเดียวครับผมเริ่มแววการพึ่งตัวเองทีละนิดแล้วครับ...





"ไก่ไข่ผมเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ต์ ช่วงบ่ายๆ ปล่อยหากินเศษผัก วิ่งเล่นตามพื้นที่บ้านได้อย่างสบายใจครับ ไม่มีต้นทุนใดๆ เพิ่มเติมเพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติจริงๆ"





"ผลผลิตชุดแรกๆ บางส่วนทานเอง บางส่วนตักบาตรทำบุญ และอีกหลายส่วนที่เหลือแบ่งปันกันกินครับ มีความสุขมากๆ กับไก่รุ่นนี้ กำลังวางแผนต่อไป อยากได้ไก่ไข่ไปเลี้ยงที่ จ.ร้อยเอ็ดบ้างแล้วครับ"
บันทึกการเข้า
aod323
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 892


« ตอบ #262 เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 04:36:15 PM »

ผลงานไก่ไข่เปนที่น่าพอใจมากเลยน๊ะพี่กี้
ของผม17ตัว ออกไข่วันล่ะ 13 - 15 ฟองครับ
ตอนนี้อายุไก่ ก็ปีกว่าเห็นจะได้แล้ว ยังได้ไข่แบบนี้ครับ

อ๊อด หระรี.. ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

"11.01.55 ตอนนี้ทราบว่าไข่ล้นตลาด ราคาตกต่ำขนาด รัฐ ต้องประกาศนำเข้าแม่พันธุ์ไก่จากต่างประเทศเชียวล่ะ อันนี้คือความแปลกของระบบทุนนิยมแท้ๆ ในเมื่อเดือนก่อนไข่ราคา 7-8 บาทแต่พอ 2 เดือนผ่านไปราคาไข่ตกต่ำซะงั้น ดีนะพี่พวกเราไม่ได้เดือดร้อนไปกับเค้าอีกแล้ว ไข่ไก่ของพวกเราเลี้ยงเอง กินเอง ไม่ง้อตลาด ไม่ง้อระบบทุนนิยมใดๆ อีกแล้ววันนี้ "
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 11, 2012, 04:01:17 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #263 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 11:12:18 AM »

ห่างหายเรื่องการทำนาไปเสียนาน ขอเล่าย้อนหลังนิดหน่อยครับ  ที่จริงก็อดเสียดายที่ไม่ลงไปเก็บภาพรวงข้าว ในทุ่งสีทอง ในเดือน ตค. และบรรยากาศตอนเก็บเกี่ยว พย. มาให้ชมกัน เพราะว่ามีหลายเหตุทั้งน้ำท่วมและต้องดูแลภรรยาและลูกชายตัวน้อยที่คลอดในช่วงน้ำท่วมพอดี ก็เลยตัดสินใจให้พ่อดำเนินการให้แทนทุกอย่างไป  พอมีโอกาสกลับปีใหม่ก็คงเหลือแต่ตอซังข้าว เศษฟางซะแล้วครับ...

สุดท้ายแล้ว หลังจากเก็บเกี่ยวข้าว นำมาตากแห้งประมาณ 3 วันแล้วนำเข้าสู่ระบบจำนำฯ โรงสีตีให้ที่ @17.60 บาท/กก ทั้งหมดประมาณ 8 ตันทำให้ปีนี้ขายข้าวได้แสนกว่าๆ จากนาข้าว 15 ไร่ (ยังไม่หักต้นทุน) ผลผลิตปีนี้ถือว่าได้น้อยกว่าปีที่แล้ว (ปีที่แล้ว 11 ตัน) ที่น่าภูมิใจของผมคือการทำนาปีแแรกผมไม่รับเงินสักบาทเลย เพราะให้พ่อ แม่และพี่สาวทั้งหมดเลยเพราะท่านเหล่านี้คือแรงผลักดันของผม ที่ผ่านมาตัวผมทำงานประจำยังพอมีเงินเดือนใช้มีเก็บบ้างก็จะส่งให้ท่านได้ใช้สอยบ้าง แต่ปีนี้ผมสามารถส่งเงินก้อนโตให้ท่านได้โดยไม่เดือดร้อนเงินเดือนผมเลย แบบนี้ผมว่ามันก็คุ้มค้าและน่าภูมิใจไม่ใช่น้อยเลย...

ในสถานการณ์ทุกวันนี้ราคาพืชผลการเกษตรจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ต้นทุนต่างๆ ก็จะขยับตามไปด้วย แต่จุดที่ได้เปรียบของเกษตรกร คือ ทำอย่างไรให้ลดต้นทุนลงมาได้ เมื่อราคาผลผลิตสูง พื้นที่ทำเกษตรยังคงเท่าเดิม การเน้นด้านต้นทุนต่ำ พัฒนาให้ผลผลิตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นั่นหมายถึง รายรับจะมากขึ้นตามไปด้วย... 

วันนี้ผมกำลังสรุปเรื่องต้นทุนอย่างละเอียด ปัญหา และข้อบกพร่อง ตลอดจนแนวทางในการวางแผนทำนาของปีนี้ทั้งหมด เพื่อจะเอาไปคุยกับพ่อเพื่อให้เริ่มสะท้อนการทำนาสามารถทำเป็นตำราและวางแผนในการประหยัดต้นทุนได้ โอกาสหน้าคงได้นำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป...






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 05:40:27 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #264 เมื่อ: มกราคม 23, 2012, 11:25:21 AM »

หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว ก็เป็นการสูบบ่อ เก็บปลา มากินกันครับ ทุกปี (ปีใหม่) ที่บ้านจะทำการจับปลามากินกัน ลูกหลานกลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน งานนี้ม่วนหลายๆ จับปลามาเผากินกลางทุ่ง แซ่บหลายครับ...



บ่อเล็กๆ แต่ได้ปลาช่อนตัวโต เกือบครึ่งถัง 200 ลิตร ธรรมชาติ และ การลดใช้ยา เคมีต่างๆ ทำให้ปลามาอยู่บ่อผมมากกว่าใครเพื่อน



อาหารมื้อนี้ 0 บาทครับพี่น้อง ลองคิดดูว่าถ้าไปสั่งร้านอาหาร ปลาเผาตัวขนาดนี้ ข้าวหอมมะลิใหม่ๆ หอมกรุ่น ทั้งหมดจะกี่บาทกันเอ่ย?
บันทึกการเข้า
aewaeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 658


จากบ้านนอกมา...ทำงานอยู่หน้าเครื่องคอม


« ตอบ #265 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 07:48:16 PM »

หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว ก็เป็นการสูบบ่อ เก็บปลา มากินกันครับ ทุกปี (ปีใหม่) ที่บ้านจะทำการจับปลามากินกัน ลูกหลานกลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน งานนี้ม่วนหลายๆ จับปลามาเผากินกลางทุ่ง แซ่บหลายครับ...



บ่อเล็กๆ แต่ได้ปลาช่อนตัวโต เกือบครึ่งถัง 200 ลิตร ธรรมชาติ และ การลดใช้ยา เคมีต่างๆ ทำให้ปลามาอยู่บ่อผมมากกว่าใครเพื่อน



อาหารมื้อนี้ 0 บาทครับพี่น้อง ลองคิดดูว่าถ้าไปสั่งร้านอาหาร ปลาเผาตัวขนาดนี้ ข้าวหอมมะลิใหม่ๆ หอมกรุ่น ทั้งหมดจะกี่บาทกันเอ่ย?


หิวข้าวขึ้นมาทันทีเลยค่ะ น่ากินมาก ๆ ปลาเผา น้ำลายไหล


Liked By: sparkee, Guevara
บันทึกการเข้า

@ewaeang
ล้มเองลุกเอง ล้มสิบครั้งก็ต้องลุกเองสิบครั้ง
p_daranee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #266 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 08:49:27 PM »

ขอแจมด้วยคน...เราก็คน IT เหมือนกัลล์ กระโดดออกมาสุดตัวเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สูงสุดคืนสู่สามัญ เราผ่านงานทาง IT มาตั้งแต่สมัยเค้าเรียกคน IT ว่า IS .. MIS.. IT...ICT สุดท้ายก็อาชีพเดียวกัน วนเวียนอยู่ในวงการมากว่า 20ปีทำงานจากโปรแกรมเมอร์ มาจนสูงสุด คือตำแหน่งอารายน่ะ ที่นายอุปโลก.ตั้งให้..Business Support Initiative Manager...งงดิ ว่าเป็นอาราย เอาละนั้นมันอดีต(ที่แสนเจ็บปวด) มีเงินเดือนเป็นแสน..แต่สุดทนกะความเครียด... ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ เราบอกกะเพิ่มร่วมงานว่าขอกลับไปทำนาดีก่า  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม แล้วเราจะพบว่าความสุขที่ได้เก็บผักสดๆกินเอง เก็บไข่จากก้นไก่เอง...มันสุขกว่าการเลิกงานแล้วรถติดกว่าจะออกจากห้างที่รถติดแม้กระทั้งที่จอดรถในห้าง..กว่าจะเอาหัวมาลงที่หมอนได้เหนื่อย...แสนเหนื่อย...เช้ามาก็มีอารมณ์ม่ายอยากไปทำงาน ร้องไห้ ร้องไห้ อยากจะบอกกับคนเมืองว่าเอาเงินมาแลกเราก็เอา...ขออยู่บ้านนอกดีกว่า"มีน้อย ก็ใช้น้อย"  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


"ยินดีด้วยครับ แสดงว่าพี่ได้หลุดพ้นไปแล้ว ผมนี่กำลังพยายามให้หลุดพ้นเช่นกันครับ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 05:43:49 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #267 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 06:11:17 PM »


กิจกรรมหลักช่วงนี้ "เลี้ยงลูก" น้องภู ลูกชายอายุครบ 3 เดือนแล้วเผลอแป๊บเดียวเอง ทุก ส.- อา. ต้องกลับ นครสวรรค์ เพื่อไปหาลูกทุกครั้ง เช้าๆ ตื่นทำกับข้าวจากพืชผักหลังบ้านเราเพื่อตักบาตรร่วมกัน จากนั้นก็ถึงเวลาพาลูกชายเดินเล่นสวนผักเล็กๆ หลังบ้านสูดอากาศบริสุทธิ์ ก่อนจะหาไรทำเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปของวัน


บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #268 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 06:15:19 PM »

กิจกรรมเล็กๆ เวลาลูกหลับ ทำห้องคลอดน้องไก่ครับ เพราะที่ผ่านมาปล่อยให้ไข่เองลงดิน น้องไก่ก็จะไปไข่ในมุมเดียวกันตลอดบางทีรอคิวกันไข่อีกต่างหากครับ ลองดูว่าจะเปลี่ยนการไข่หรือเปล่า ทำแบบง่ายๆ เลยครับ ไม่ไผ่ + ลังเก่า เจาะรูผูกติดกัน จากนั้น หาฝางข้าวมารองก้นลัง เป็นอันเรียบร้อยครับ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 06:16:55 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #269 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 06:39:37 PM »

พามาเยี่ยมที่นาพี่สาวแฟน หลังจากเก็บเกี่ยวนาข้าวแล้วก็ทำการพักดินด้วยการปลูกผักกาดหัว "หัวไชท้าว" เป็นการเริ่มทำครั้งแรกเลยครับบนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ใช้ระยะเวลาในการเก็บผลผลิต 45 วันโดยประมาณ หัวผักกาด กำลังพอดีไม่โตหรือเล็กเกินไปครับ ในการทำแบบนี้ จะมีพ่อค้ามาลงทุนให้ทุกอย่างตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ยาบำรุง และแรงงาน เจ้าของที่ดินทำหน้าที่ดูแลและรดน้ำเท่านั้นครับ










แปลงนี้ประมาณ 10 ไร่ ปลูกแบบหว่านเมล็ด อัตรางอกต้นกล้าเล็กถ้าหนาเกินไปก็จ้างถอนทิ้งให้ห่างพอดี หัวจะได้ได้โตเร็วๆ ให้น้ำประมาณ 3 วันครั้ง




ผลผลิตที่ได้เมื่อถอนหัวผักกาด จะคิดเป็นตัน โดยสรุปทั้งหมดได้ประมาณ 110 ตันจากเนื้อที่ 20 ไร่ ถึงเวลา 45 วันพ่อค้าจะหาคนงานมาถอนเองและให้คิดให้เจ้าของที่ดินตันละ 1,400 บาท ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าพอสมควรในระยะเวลา 45 วันกับเงินประมาณ 154,000 บาท (ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าน้ำมันรถ, ค่าแรงรดน้ำเอง, ค่าแรงการฉีดสารอาหารต่างๆ นะครับ แต่พี่เขยทำเองหมดเลยไม่ต้องคิดส่วนนี้) แว่วๆ มาว่าปีหน้าจะทำทั้งหมดของเนื้อที่ 30 กว่าไร่ครับ..

ข้อจำกัด (ผมตั้งข้อสังเกตุเอง)

1. ทำได้ปีละครั้งเฉพาะช่วงปลาย พย. - ต้น มค. และพ่อค้าจะมี Order เพื่อรับส่งไปประเทศจีน
2. ก่อนปลูกต้องเผาตอซังข้าว, ฝางข้าวก่อน เพราะถ้าไถกลบเลยเมื่อหัวผักกาดโตจะมีอัตราเกิดเชื้อราสูงมากเนื่องจากการย่อยสลายของฝางข้าวยังไม่หมด
3. การเก็บเกี่ยว การชั่งน้ำหนัก พ่อค้าจะเอาแรงงานมาถอนเอง และเอาขึ้นรถสิบล้อไปชั่งเอง แล้วแจ้งยอดให้เจ้าของที่ดินทราบเท่านั้น อาจจะมีการโกงตาชั่งหรือน้ำหนักก็ได้ (คิดเองนะครับ)
4. พ่อค้า แนะนำให้ใช้ยาฆ่าแมลง, สารเร่งหัวต่างๆ และต้องซื้อจากพ่อค้าเท่านั้น เมื่อเก็บเกี่ยวก็จะทำการหักส่วนนี้ออกไปด้วย
บันทึกการเข้า
cjaranram
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496



« ตอบ #270 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2012, 08:07:15 PM »

หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ณ ปัจจุบัน ฟาง (จเิมิง) และตอซัง (กัน-เจรียง) ที่นาของท่านยังอยู่ดีหรือไม่ ของผมที่บ้านบุรีรัมย์ เีรียบร้อยไหม้หมดแล้ว ต้นไม้ตามคันนา ก็ไม่เหลือครับ

"กำลังลุ้นเหมือนกันครับ.. ชาวบ้านนิสัยแก้ไม่หายจริงๆ เสร็จจากนาก็เผาเอาความสบาย ผลเสียมากมายตามมา ต้นไม้ยืนต้นปลูกหลายปีกว่าจะโตเจอไฟลามทุ่งวันเดียวตายซะแล้ว แถวบ้านผมพักหลังๆ มาเริ่มมีการปรับปรุงบ้างแล้วเห็นหลายคนเก็บเกี่ยวเสร็จ ทำฟางก้อน เขี่ยฟางเก็บไว้ให้วัวกินฤดูทำนา จากนั้นก็เริ่มปั่นฟางหรือไถกลบไว้แล้วครับ"



Liked By: Sense, nopmtp
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 12:50:11 PM โดย sparkee » บันทึกการเข้า
sparkee
"This too will pass"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 466


« ตอบ #271 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2012, 01:09:53 PM »

.......เจอกันบนเส้นทาง ระหว่างทาง ก็บีบแตรไล่ เอ้ยย.. ทักทายได้ครับ.......



เย็นย่ำอากาศเย็นๆ พระอาทิตย์แตะขอบฟ้าดวงโตๆ ...



ระหว่างค่ำคืนการเดินทางจากมนุษย์เงินเดือน ไปเป็น ชาวนาวันหยุด บางครั้งก็สามารถชื่นชมบรรยากาศดีๆ ได้ระหว่างทางได้นะครับ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 [17] 18 19 20 21 22 23 24 25   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: