หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากทราบที่ขายต้นมะลิครับ  (อ่าน 9082 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Thaw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 12:50:49 PM »

อยากทราบที่ขายต้นมะลิครับ. อยากทราบวีธีการปลูกและการดูแลรักษาครับ ( ปลูกเพื่อขายดอกครับ )
บันทึกการเข้า

kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1774

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 01:05:17 PM »

อืมม ต้องลองไปตามสวนมะลิดูครับบ ว่าเค้าทำกันยังไง พันธ์ม าจากไหน การทำดอกมะลิขาย ค่อนข้างยุ่งยากนะครับ ต้องใช้ปุ๋ย ยา เช่นกันนน หนอนก็ชอบเจาะดอก ด้วยครับบบ ถ้าให้ยาไม่ถูกนี่แย่เลยยย ช่วง ไหนดอกแพงนี่่ กิโลหลายร้อยเลยนะ บางที 300-500 เลยก็มี 
บันทึกการเข้า
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3014



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 03:03:11 PM »

วิธีปลูกและดูแลมะลิ ยิ้มเท่ห์


ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย ดอกมะลินอกจากจะสื่อความหมายในวันแม่แล้ว ใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้ามาทุกทียิ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของดอกมะลิมากยิ่ง ขึ้น จากการที่มีการนำมะลิมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน จึงทำให้มะลิเป็นไม้ดอกที่มีความสำคัญทางการค้ามาก พื้นที่ปลูกมะลิที่สำคัญของไทย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม นครสวรรค์ พิษณุโลก ลำพูน หนองคาย และสมุทรสาคร การจำหน่ายมะลิจะมีทั้งในและต่างประเทศ โดยตลาดต่างประเทศจะมีการส่งออกในรูปของพวงมาลัย ดอกมะลิสดและต้นมะลิ เขตจังหวัดที่ปลูกมากที่สุด คือ นครปฐม ซึ่งปลูกถึง 1,964 ไร่ ตลาดของมะลิในต่างประเทศที่สำคัญคือ เนเธอแลนด์ อเมริกา และเบลเยี่ยม ส่วนตลาดพวงมาลัยของไทยคือ อเมริกา และญี่ปุ่น

มะลิ (Jasmine) พบในภูมิประเทศเขตร้อนหรือเขตกึ่งร้อนชื้น มีลักษณะต้นเป็นไม้พุ่ม ไม้เลื้อย และไม้รอเลื้อย มีทั้งชนิดใบเดี่ยวและใบรวม การจัดเรียงตัวของใบมีทั้งแบบใบอยู่ตรงข้ามกัน ใบแบบสลับกัน ดอกมีสีขาว กลีบดอกมีทั้งชั้นเดียวและหลายชั้น เป็นดอกเดี่ยวและดอกช่อ ดอกจะออกจากยอดหรือข้างกิ่ง ส่วนมาก มีกลีบเลี้ยง 4-9 กลีบ กลีบดอกมี 4-9 กลีบ โดยปกติดอกจะเริ่มบานในเวลาบ่าย และร่วงในวันรุ่งขึ้น มะลิจะให้ดอกมากในฤดูร้อนและ ฤดูฝน ผลผลิตจะลดต่ำลงในฤดูหนาว ฉะนั้นในช่วงนี้ดอกมะลิจะมีราคาแพง

การเตรียมดินปลูกมะลิ เนื่องจากมะลิชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูงและธาตุอาหารเพียงพอ การเตรียมดินควรไถพรวนแล้วใส่ปุ๋ยคอก ถ้าจะปลูกมะลิให้ได้ผลดี อายุยืนยาวควรจะขุดหลุมลึก กว้างและยาว ด้านละ 50 ซม. โดยใช้ระยะปลูก 1 x 1 เมตร ปรุงดินโดยใช้ดิน + ปุ๋ยคอก + และใบไม้ผุ อัตราส่วน 1:1:1 พร้อมกับเติมปุ๋ยสูตร 15-15-15 และ 0-46-0 (ซุปเปอร์ฟอสเฟต) อย่างละ 1 กำมือ คลุกเคล้าทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วใส่กลับลงไปในหลุมใหม่

การดูแลรักษา

   1. การให้น้ำ มะลิต้องการน้ำพอสมควร หากดินยังแฉะอยู่ไม่ควรรดน้ำ ควรรอจนกว่าดินจะแห้งหมาดๆ เสียก่อน ทั้งนี้อาจให้น้ำวันละครั้งหรือ สองวันครั้งถึงอาทิตย์ละครั้งก็ได้โดยให้ในตอนเช้า แต่ระวังอย่าให้น้ำท่วมหรือขังอยู่ในแปลงนานๆ เพราะจะทำให้มะลิใบเหลือง แคระแกรน และตายได้
   2. การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15, 16-16-16 อัตราขึ้นอยู่กับขนาดของทรงพุ่มใส่เดือนละครั้ง โดยการหว่านและรดน้ำตามด้วย นอกจากนี้ยังใช้ปุ๋ยน้ำ เช่น ไบโฟลาน ผสมฉีดไปพร้อมกับสารเคมีด้วย แต่ไม่นิยมใช้ในฤดูหนาว


สำหรับการเก็บดอก ดอกของมะลิที่จะเก็บขายได้ จะเก็บดอกที่อีก 1 วันจะบาน ดอกจะมีสีขาวเด่นชัดโดยปกติดอกกลางจะบานก่อนเก็บในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 03.00 น.-06.00 น. แล้วจึงนำไปขายตลาดตอนเช้า การขยายพันธุ์ มะลิลาที่นิยมทำกันมากที่สุด คือ การปักชำ ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว นิยมทำเป็นเชิงการค้าซึ่งมีวิธีการทำได้ ดังนี้

   1. วัสดุเพาะชำ ใช้ทรายผสมขี้เถ้าแกลบอัตราส่วน 1:1 บรรจุในตะกร้าพลาสติกที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่ม
   2. การเตรียมกิ่งพันธุ์ กิ่งที่ใช้จะเป็นกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน ตัดให้มีความยาวของกิ่งประมาณ 4 นิ้ว หรือมีข้ออย่างน้อย 3 ข้อ การตัดกิ่งควรจะตัดให้ชิดข้อ เหลือใบคู่บนสุด 1 คู่ ตัดใบออกให้เหลือเพียง ฝ ใบ เพื่อลดการคายน้ำ ถ้าต้องการเร่งรากควรใช้ฮอร์โมนช่วย โดยใช้ IBA (Indole Butyric Acid) และ NAA (Naphthalene Acetic Acid) ในอัตราส่วน 1:1 ความเข้มข้น 4,500 ppm นำกิ่งมะลิไปจุ่มในฮอร์โมนที่เตรียมไว้
   3. การปักชำ นำกิ่งที่เตรียมไว้ ปักชำลงในภาชนะเพาะ ปักชำเรียงเป็นแถว แต่ละแถวห่างกัน 2 นิ้ว ระยะห่างระหว่างกิ่ง 2 นิ้ว รดน้ำ และยากันรา เช่น แคปแทนรักษาความชื้นให้สม่ำเสมอ ถ้าจะให้ดี ควรวางภาชนะไว้ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ รวบปากถุงให้สูงนำไปผูก ไว้กับกิ่งหรือท่อนไม้ เพื่อยึดปากถุงมิให้กดทับกิ่ง นำไปวางไว้ในที่ร่ม หรือร่มรำไร กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3 อาทิตย์ ในกรณีที่ต้องการขยายพันธุ์เป็นการค้า ให้ปักชำในกะบะปักชำที่สร้างไว้ในร่มวัสดุปักชำที่ใช้อาจเป็นขี้เถ้าแกลบ เพียงอย่างเดียว โดยใส่ลงในกะบะประมาณ 50 ซม. นำกิ่งปักชำแล้วคลุมด้วยพลาสติกให้มิดชิด ทิ้งไว้ 3 อาทิตย์ กิ่งมะลิ จะออกรากประมาณ 90%
   4. หลังจากกิ่งปักชำออกรากแล้ว ให้นำไปเลี้ยงต่อในถุงขนาด 2 x 3 นิ้ว โดยใส่ดิน + ขุยมะพร้าว + ปุ๋ยคอก อัตรา 3:1:1 จนต้นมะลิแข็งแรงดี แล้วจึงนำไปปลูกต่อไป


มะลิหากปลูกไปนานๆ จะแตกกิ่งก้านสาขามากมายควรจะ ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง รวมทั้งตัดกิ่งแห้งและตายออกด้วย จะช่วยให้มะลิมีโรคและแมลงรบกวนน้อยลง อายุยืนยาวขึ้น ให้ดอกดกมากขึ้น พร้อมจะช่วยให้เกษตรกรสะดวกในการปฏิบัติงานด้วย ในช่วงฤดูหนาว มะลิจะออกดอกน้อย แต่ตลาดมีความต้องการในปริมาณที่สูง จึงทำให้มะลิมีราคา แพงกว่าปกติ ดังนั้นหาก เกษตรกรสามารถทำให้มะลิออกดอกในฤดูหนาวได้ ก็จะทำให้มีรายได้ดีจากการปลูกมะลิ ปัจจัย สำคัญที่ทำให้มะลิออกดอกในฤดูหนาว มี 2 ข้อดังนี้

   1. ตัดแต่งกิ่ง
      โดยทำการตัดแต่งกิ่งแห้ง กิ่งที่เป็นโรคหรือถูกแมลงทำลาย กิ่งไขว้ล้มเอนไม่เป็นระเบียบ และ กิ่งเลื้อย ซึ่งวิธีการตัดแต่งกิ่งมี 2 วิธี คือ
          * แบบเหลือกิ่งไว้กับต้นยาว โดยตัดแต่งกิ่งออกเพียงเล็กน้อยให้เหลือกิ่งสมบูรณ์ไว้กับต้นมากๆ การตัดแต่งกิ่งวิธีนี้เหมาะกับมะลิที่มีอายุน้อย
          * แบบเหลือกิ่งไว้กับต้นสั้น โดยตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียง 3-4 กิ่ง แต่ละกิ่งยาวประมาณ 1-1.5 ฟุต การตัดแต่งกิ่งวิธีนี้ใช้กับมะลิอายุ 2 ปีขึ้นไป
   2. การบำรุงรักษาต้นและดอก
         1. การบำรุงต้น เมื่อตัดแต่งกิ่งมะลิแล้ว จำเป็นมากที่ผู้ปลูกจะต้องบำรุงต้นมะลิให้สมบูรณ์ โดยการใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี ปุ๋ยคอกใส่ได้ไม่จำกัด ส่วนปุ๋ยเคมีใส่เดือนละครั้ง สูตรปุ๋ยที่แนะนำคือสูตร 15-1 5-15 ใช้ ในอัตรา 1-2 ช้อนแกง/ต้น
         2. การบำรุงดอกในฤดูหนาว นอกจากมะลิจะออกดอกน้อยแล้ว ยังมีขนาดเล็กอีกด้วย ดังนั้น จึงควรให้ปุ๋ยทางใบที่มีธาตุฟอสฟอรัสสูง เช่น สูตร 10-45-10 ฉีดพ่นหลังใบ ในอัตรา 3 ช้อนแกง/น้ำ 20 ลิตร โดยฉีดพ่นทุก 10 วัน แนะนำให้ใช้ในฤดูหนาวเท่านั้น สำหรับฤดูอื่นไม่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยทางใบ เนื่องจากมะลิมีราคาไม่สูงซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุน

นิยมใช้ยากรัมม็อกโซนฉีดตามร่องปลูกทุกเดือน โดยไม่ให้โดนต้นมะลิ

สำหรับด้านการตลาด ราคาของดอกมะลิในช่วงฤดูหนาวจะแพงมากบางปีตกราคาลิตรละ 600-700 บาท (ปากคลอกตลาด) ส่วนฤดูร้อน เฉลี่ยราคาลิตรละ 30 บาท ตลาดของ ดอกมะลิตลาดใหญ่อยู่ที่ ตลาดปากคลองตลาด และร้านดอกไม้โดยทั่วไปตามท้องตลาด เทคนิคการบังคับการออกดอกในฤดูหนาว มีการปฏิบัติดังนี้

   1. การตัดแต่งกิ่ง มะลิ จะมีช่วงตั้งแต่เก็บดอกจนถึงตากิ่งเจริญให้ดอกใหม่อีกครั้งใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นถ้าต้องการให้มะลิออกดอกในเดือนใดต้องนับย้อนหลังเวลาตัดแต่ง กิ่งถอยหลังไป 6 สัปดาห์ และเมื่อต้องการให้มะลิออกดอกในฤดูหนาว (มค.-กพ.) เวลาที่เหมาะสมในการตัดแต่งกิ่งคือ เดือน สิงหาคม-กันยายน วิธีการตัดแต่งทำดังนี้
         1. แบบที่เหลือกิ่งไว้กับต้นยาว โดยการตัดแต่งกิ่งออกเพียงเล็กน้อยให้เหลือกิ่งที่สมบูรณ์ไว้ วิธีนี้เหมาะกับมะลิที่มีอายุน้อย ๆ
         2. แบบที่เหลือกิ่งไว้กับต้นสั้น โดยการตัดแต่งให้เหลือเพียง 3-4 กิ่งแต่ละกิ่งสูงประมาณ 1-1.5 ฟุต วิธีนี้เหมาะกับมะลิที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป 2. การใส่ปุ่ย เมื่อตัดแต่งกิ่ง (สค.-กย.) แล้วต้องทำการให้น้ำและให้ปุ๋ยในเดือนกันยายนและตุลาคม โดยใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15, 16-16-16 อัตรา 30 กรัมต่อต้น และในเดือนพฤศจิกายน ฉีดพ่นด้วย ไทโอยูเรีย 1% อัตรา 200 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร มะลิจะเริ่มออกดอกหลังจากนี้ประมาณ 20 วัน และเก็บดอกต่อเนื่องไปอีก 1 เดือน


มะลิเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่นับวันมีความสำคัญมากขึ้นประโยชน์ที่ได้รับ จากมะลิ เช่น เก็บดอกสำหรับทำพวงมาลัย ดอกไม้แห้ง อุตสาหกรรมน้ำมันหอมระเหย แล้วยังมีประโยชน์รวมถึงใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคได้ เช่น มะลิ ซ้อนดอกสดใช้รักษาโรคตาเจ็บ แก้ตัวร้อน แก้หวัด เป็นต้นและในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ดอกมะลิจะได้รับความนิยมในการนำไปทำบุญ รวมถึงมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ในประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุที่จะมาถึงในช่วง สงกรานต์นี้ซึ่งจะสร้างรายได้ในกับชาวสวนมะลิได้อย่างงาม

จาก
http://kaewpanya.rmutl.ac.th/2552/index.php?option=com_content&view=article&
id=382:2009-07-31-04-56-23&catid=30:2009-07-29-08-44-40

ส่วนต้นพันธุ์ลองอ่านที่นี่ก่อนครับ ยิ้ม
http://www.rakbankerd.com/agriculture/wb/show.php?Category=agriculture&No=20173


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
green_gade O_o?
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 322


เมื่อไม่มีสิ่งที่ท่านชอบ........... ก็ต้องชอบในสิ่งที่ท่านมี >3<


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 03:06:01 PM »

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=36805.0;topicseen

วิธีปลูกเหมือนกันกับมะนาวเลยค่ะ ลองดูในลิงค์นะค่ะ ส่วนที่ขายไม่ทราบค่ะ  จุมพิต


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3014



เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 03:06:36 PM »

มีอีกนิดครับ ยิงฟันยิ้ม
เทคนิคปลูกมะลิให้งามอย่างไร้สารพิษ
ใคร ที่เคยมีความคิดผิด ๆ ที่ว่า จะปลูกมะลิให้ดกให้งามต้องใช้ทั้งปุ๋ยและสารเคมี เห็นทีจะต้องล้มเลิกความคิดนี้ เพราะมีเกษตรกรท่านหนึ่งประสบความสำเร็จจากการผลิตมะลิในเชิงการค้าโดยไม่ ต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีเข้ามายุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย แต่มะลิก็ดกและงอกงามดีเป็นที่ต้องการของตลาด เกษตรคนนั้น คือ ลุงเก็ม ดีเลิศ อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 5 ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ลุง เก็มบอกว่า ปลูกมะลิ 1 ไร่ มีอยู่ประมาณ 500-600 ต้น มีประสบการณ์การปลูกมะลิมานานกว่า 10 ปี ที่ปลูกน้อยเพราะพื้นที่อีก 10 ไร่ ทำไร่นาสวนผสม แต่ทำในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด ดังนั้นการปลูกมะลิของลุงเก็มก็เป็นมะลิอินทรีย์ ปลอดทั้งปุ๋ยและสารเคมี จากการเดินชมสวนมะลิของลุงเก็ม จะพบว่าต้นมะลิทุกต้นงอกงามดี ลักษณะแข็งแรง ดอกงามและดก ภายในสวนหอมอบอวล ไม่มีกลิ่นของสารเคมีแม้แต่น้อย

ลุง เก็มบอกว่า มะลิเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ดี ถึงแม้จะปลูกเพียง 1 ไร่ ก็สามารถทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ ช่วงหน้าร้อนมะลิจะออกดอกเยอะ เก็บไม่ทันขาย ราคาที่ขายได้ในช่วงนี้ประมาณกิโลกรัมละ 100 บาท ถ้าเป็นหน้าหนาวดอกจะออกน้อยแต่ขายได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 400-500 บาท ข้อดีของการปลูกมะลิอยู่ที่สามารถเก็บดอกขายได้ตลอดทั้งปี ลงปลูก 1 ครั้ง เก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องนานนับ 10 ปี แต่ทั้งนี้ต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้ดี และดูแลต้นให้แข็งแรงสมบูรณ์
สมัยก่อนลุงเก็มปลูกมะลิเคยใช้สารเคมีมาก บางครั้งต้องใช้ชนิดแรง ๆ ฉีดกันทุก 7 วัน ยิ่งฉีดก็ยิ่งดื้อยา ปราบไม่ค่อยอยู่ ต้องเพิ่มปริมาณยาที่ฉีดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่าถ้าเป็นเช่นนี้มีหวังคนปลูกต้องตายก่อนหนอนเป็นแน่ ลุงเก็มจึงพยายามหาวิธีอื่น ๆ ที่ไม่ใช้สารเคมี ใช้ทั้งสารสกัดสมุนไพรแบบชีวภาพซึ่งผลิตขึ้นเอง แต่บางครั้งก็ปราบไม่อยู่ จังหวะดีมีเจ้าหน้าที่เกษตรมาแนะนำให้ลองใช้ “ตัวแตนเบียน” ซึ่งไปเอาไข่ตัวแตนเบียนมาจากศูนย์วิจัยอ้อยฯ โดยเอามาปล่อยไว้ตามแปลงมะลิ เมื่อตัวแตนเบียนออกจากไข่ ก็จะเข้ากินหนอนเจาะดอกซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของมะลิ จากนั้นตัวแตนเบียนจะเข้าไปวางไข่ไว้ตามต้นมะลิ เมื่อออกจากไข่ก็จะหากินศัตรูพืชในแปลงต่อไป ซึ่งเป็นวงจรชีวิตทางธรรมชาติ วิธีการนี้ได้ผลดีเกินคาด ปริมาณหนอนเจาะดอกลดน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ต้องไปเอาไข่แตนเบียนมาปล่อยสม่ำเสมอ เพื่อให้มีปริมาณที่สามารถควบคุมการระบาดของหนอนเจาะดอกได้

ลุง เก็มบอกว่า ตัวแตนเบียนมีประโยชน์มาก ไม่เป็นภัยกับพืชที่ปลูก ไม่เพียงแต่ใช้ได้ผลดีในไม้ดอกอย่างมะลิเท่านั้น แต่ยังใช้ได้ดีกับไม้ดอกอื่น ๆ และพืชผักจำพวก พริก มะเขือ อีกด้วย ปัจจุบันลุงเก็มจึงปลูกมะลิแบบไร้สารพิษ ดินที่เคยแข็งกระด้างเพราะใช้ปุ๋ยและยาเคมีมาก ก็เริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์เพราะหันมาใช้ปุ๋ยน้ำและปุ๋ยเม็ดชีวภาพที่ผลิตขึ้น เอง และยังเตรียมแผนให้เพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้านรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมเพื่อการทำ เกษตรอย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วทำการเพาะเลี้ยงตัวแตนเบียนไว้สำหรับแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อนำไปใช้ ประโยชน์ต่อไป

นอก จากนี้ลุงเก็มยังคิดค้นวิธีเร่งดอกมะลิให้ดกและงามได้อีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ผ่านการทดลองใช้มาแล้วได้ผลดีจริง ซึ่งวิธีเร่งดอกมะลิให้ดกและงามนั้น ลุงเก็มใช้สูตรปุ๋ยน้ำหมักจากปลา ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้ เศษปลาทะเล,หัวปลา,กระดูกปลา รวมจำนวน 3 ส่วน ใช้หมักกับกากน้ำตาล 2 ส่วน,น้ำสะอาด และสารเร่ง พ.ด.2 จำนวน 1 ซอง โดยหมักทิ้งไว้ 21-90 วัน วิธีใช้ประโยชน์ ให้ผสมน้ำในอัตรา 1:1,000 ฉีดพ่นทุก 5-7 วัน สูตรนี้ช่วยทำให้มะลิและไม้ดอกไม้ประดับเจริญเติบโตดี มีลำต้นแข็งแรง ออกดอกดกและงาม โดยไม่ต้องใช้สารเคมีช่วยแต่อย่างใด ซึ่งถ้าใครสนใจจะมาดูงาน ติดต่อผ่านมาได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร. 0-3261-1235.

จาก http://www.news.cedis.or.th/detail.php?id=279&lang=en&group_id=1


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
Thaw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 09:45:17 PM »

 ยิ้ม :)ขอบคุณมากมายสำหรับความรู้ที่ได้รับ  เศร้า เศร้า
บันทึกการเข้า
BoY NakonChuM
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1279


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 08:20:48 AM »

คลอง15 ปทุมธานีเลยครับ  จะเอาเท่าไรไปขนได้เลยครับ


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า

จงลำบากไปก่อนแล้วจะสบายเมื่อปลายมือ
joe
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 139



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 10:05:24 AM »

มีสวนมะลิเก็บดอกขายที่ อ.ภาชี อยุธยา ครับ ผมเคยสนใจและไปดูที่สวนมะลิทีนึงเป็นตากับยายอายุมากพอควร เขาปลูกไม่มาก ประมาณ 1-2 ไร่ และปลุกมานานมาก ต้นมะลิบางต้นอายุเกิน 20ปีครับ โคนต้นใหญ่กว่าข้อเท่าผมอีก...แต่ปัญหาที่ผมพบคือ เขาต้องใช้สารเคมีฉีดทุกอาทิตย์เลยครับ ลังเล และมีปัญหาเรื่องแรงงานในการเก็บ เพราะต้องใช้แรงงานมากพอสมควร การเก็บก็ต้องเก็บตั้งแต่เช้ามืด ถ้าเก็บช้าแดดจะแรงและดอกมะลิจะบาน... แต่รายได้ค่อนข้างดีถึงดีมาก เพราะเขาไม่เก็บดอกส่งตลาดทั้งหมด เขาจะขายส่วนที่เหลือจากการร้อยพวงมาลัย ซึ่งทำให้รายได้แน่นอนและมีคนมารับซื้อมาลัยถึงบ้านเลย กลางวันก้นั่งร้อยแต่มาลัยกันทั้งบ้าน ยิงฟันยิ้ม   ส่วนเรื่องต้นพัน ตากับยายเจ้าของสวนเขาแนะนำให้ไปซื้อตามร้านขายต้นไม้ทางไปนครนายกครับ ตามคลองต่างๆ มีหมดครับ


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
jackapirak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 10:47:55 AM »


จำหน่ายดอกมะลิสด หอม คุณภาพดี  และจำหน่ายกิ่งพันธุ์มะลิสายพันธุ์ดี  ในราคาเป็นกันเอง
มีสวนอยู่ที่รังสิต คลอง 12 สนใจติดต่อแวะชมสวนมะลิที่  089-162-6519  คุณอภิรักษ์


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
kwanchanokpanmai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2012, 03:50:57 PM »

ลองติดต่อที่นี้ครับ

ขวัญชนกพันธุ์ไม้ ปราจีนบุรี
จำหน่ายไม้ล้อม ไม้ประดับทุกชนิด
สนใจติดต่อสอบถาม
คุณขวัญชนก
087-1104592
081-7959194

http://kwanchanokpanmai.com/


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: